[APH] Suspicion (Hetalia Fanfiction)
posted on 21 Nov 2008 18:51 by chibiแฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Credit :ข้อความข้างบนดัดแปลงมาจากบลอคคุณ ohohoh กับคุณ Lynn นะคะ (พอดีเห็นหลายคนจะใช้แบบฟอร์มเดียวกัน เลยเขียนแจงไว้หน่อยดีกว่า ^^)
Title : Suspicion [Hetalia Fanfiction]
Pairing : AlfredxArthur
Rate : ใสสุดๆ (กำหนดไม่ถูกแล้ว)
Preface : มาอีกเรื่องจนได้ เกินไปมั้ยเรา OTL จริงๆ เหลืออีกสองตอนที่อยากเขียน แต่ตอนนี้ลดความฟุ้งในหัวไปบ้างละ ไว้จะไปอ่านหนังสือสอบด้วย (ตอนนี้มีอะไรอยากเขียนเยอะเหลือเกิน ฟิคแฮร์รี่ก็อีก ใครมีไฟล์ wrong equation เก็บไว้บ้าง เราอยากได้อ่า จะเอามาต่อ T^T)
เรื่องนี้มันไม่เชิงต่อ แต่เอาเป็นว่าโตจากเรื่องที่แล้วขึ้นมานิดหน่อยค่ะ ^^ ส่วนคอมเม้นตอนที่แล้วตกใจ จำนวนคนเข้ามาตอบเหมือนกัน (คือแฟนเรื่องนี้เยอะกว่าที่คิด :D) ไว้เดี๋ยวไปไล่ตอบต่อนะคะ
เพิ่งจะได้รู้…ว่ามีบางเรื่องถึงสงสัยก็ถามออกไปไม่ได้
“อังกฤษฮะ ผมมีเรื่องสงสัย” นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองแผ่นหลังซึ่งยังคงง่วนอยู่กับเอกสารซึ่งกองสุมอยู่บนโต๊ะ
“หืม มีอะไรเหรอ” อังกฤษถามทั้งที่สายตายังคงจดจ่อกับข้อมูลบนกระดาษ ไม่ใช่ว่าไม่อยากใส่ใจ แต่สินค้าพวกนี้จะต้องลำเลียงขึ้นเรือภายในไม่กี่วันนี้ ไม่ว่ายังไงคืนนี้เขาก็อยากจัดการเอกสารพวกนี้ให้เสร็จเรียบร้อย
“คือหมู่นี้ ผมฝันแปลกๆ ทุกคืนน่ะครับ” อเมริกาเอ่ยเสียงเบาเมื่ออีกฝ่ายดูไม่มีท่าทีจะสนใจสิ่งที่เขากังวล บางทีปัญหาของเขาอาจจะไร้สาระเกินไป เขาไม่ควรจะรบกวนเวลาของอังกฤษ
ตอนที่คิดอย่างนั้นเอง ดวงตาสีเขียวก็มาปรากฏต่อหน้าเขาเมื่อไรก็ไม่รู้ น้ำเสียงทุ้มนุ่มถามเขาด้วยเสียงห่วงใย “ฝันอะไรเหรอ ฝันร้ายหรือเปล่า”
“เปล่าครับ…” ท่าทีอ่อนโยนของอังกฤษทำให้คนที่เด็กกว่าใจชื้น มือน้อยๆ ขยับไปมาด้วยความว้าวุ่น “คือผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี…”
“ค่อยๆ พูดก็ได้ หรือถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ลองถาม เผื่อฉันรู้นะ” อังกฤษยังคงวางตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีพร้อมรับฟังปัญหา
ฝ่ายคนเป็นน้องเมื่อคนตรงหน้าเปิดโอกาสก็ยังไม่วายเอ่ยซ้ำให้แน่ใจ “ถามได้จริงเหรอครับ”
“ฮื่อ…ได้สิ ถามมาเลย” ร่างสูงโปร่งวางท่าอย่างภูมิใจ
“อ่า…ถ้าถามได้ล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นอังกฤษเคยฝันว่ากอดหรือจูบใครเปล่าครับ” ใบหน้าไร้เดียงสาโพล่งมาทันทีในขณะที่คนฟังเกือบลื่นพรืดลงไปนอนกับพื้น
“ม…เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” อังกฤษถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ ผิดกับร่างเล็กที่พยายามอธิบายอย่างตั้งใจ
“คือหมู่นี้ทุกคืนผมมักจะฝันว่าตนเองกำลังกอดและจูบใครก็ไม่รู้ แถมจูบที่ว่ามันก็ไม่เหมือนเวลาผมจูบอรุณสวัสดิ์ หรือจูบทักทายปกติด้วยล่ะ แบบ…แบบว่า มันให้ความรู้สึกแปลกๆ แต่มันก็รู้สึกดีในเวลาเดียวกันอย่างบอกไม่ถูก อ้อ! ใช่ๆ ในฝันน่ะตัวผมกับอีกฝ่ายก็ถอดเสื้อ…”
“พอๆ ไม่ต้องบรรยายให้ฉันฟังแล้ว” ชายหนุ่มรีบยกมือเบรกอีกฝ่ายแทบไม่ทัน
“แต่ผมยังเล่าไม่จบเลยนะ” เสียงใสตัดพ้อ
“คือไม่ต้องเล่าต่อหรอก เอาเป็นว่า…แค่นี้ฉันก็เข้าใจแล้ว ตกลงนะ” อังกฤษตบบ่าอีกฝ่ายก่อนจะยกมือก่ายหน้าผาก เฮ่อ ให้ตายเถอะ อายุก็เพิ่งจะย่างเข้าสิบสองแท้ๆ ทำไมถึงฝันอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ ตอนเขาอายุสิบสองยังวิ่งเล่นสนุกสนานกับยูนิคอร์นอยู่เลยนะ
“ถ้าเข้าใจแล้ว งั้นตกลงที่ผมฝันมันคืออะไรล่ะฮะ” เด็กน้อยถามเสียงซื่อ แต่คนโดนถามได้แต่ทำหน้าอึกอักกลายเป็นฝ่ายจนเกล้าจะอธิบาย
“เอ่อ…มันเป็นเรื่องธรรมชาติน่ะอเมริกา เดี๋ยวนายโตกว่านี้ก็เข้าใจเองแหละ เอาเป็นว่าฝันแบบนี้ไม่มีอันตรายอะไรหรอกนะ” ชายหนุ่มบอกปัดแบบขอไปที ไม่ใช่ว่าอธิบายไม่ได้หรอกนะ แต่เรื่องแบบนี้ให้ไอ้ฝรั่งเศสมันอธิบายน่าจะคล่องปากมันมากกว่าล่ะมั้ง
นัยน์ตาสีฟ้ายังคงฉายแววไม่เข้าใจ “ฝันแบบนี้ไม่อันตราย ไม่ผิดอะไรใช่มั้ยฮะ”
“อืม ฝันแบบนี้ไม่ผิดหรอก สบายใจเถอะ” คุณครูจำเป็นตอบด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายพร้อมกับจูงมือน้อยๆ เดินออกจากห้อง “ดึกแล้ว ไปนอนเถอะเดี๋ยวคืนนี้จะเล่านิทานให้ฟังนะ”
“แล้วอังกฤษไม่ทำงานแล้วเหรอฮะ”
“อา…ไว้ทำวันพรุ่งนี้แล้วกัน คืนนี้ฉันชักเหนื่อยๆ ยังไงไม่รู้” ใบหน้าที่จริงจังเสมอบัดนี้ดูเซียวในพริบตาเมื่อเจอคำถามไม่คาดฝัน
ร่างเล็กเฝ้ามองท่าทีเหนื่อยอ่อนของคนตรงหน้า…คิดถูกแล้วจริงๆ ที่ไม่ถามออกไปทั้งหมด ขนาดเขาเล่าความฝันไปไม่หมด อังกฤษยังช้อคได้ขนาดนี้ สงสัยจังว่าถ้าอังกฤษได้ฟังความฝันจริงๆ ทั้งหมดจะเป็นยังไงนะ
ว่าแต่สรุปที่เขาฝันแบบนั้นไป…มันไม่ผิดอย่างที่อังกฤษว่าใช่หรือเปล่า
**********
ความฝันเดิมๆ ฉายซ้ำอีกครั้งราวกับจะไม่มีวันค้นพบจุดสิ้นสุด แต่บางทีหากมันจะเกิดขึ้นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตัวเขาอาจจะพึงพอใจแบบนั้นก็ได้…
ราวกับดวงตานั้นมืดบอด ที่แห่งนี้คือที่ไหน เวลานี้คือเวลาอะไร เขาไม่หวัง ไม่ปรารถนาจะรับรู้ ด้วยสิ่งที่ต้องการเพียงหนึ่งเดียวนั้นอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่อาจสนใจสิ่งอื่นได้อีก
ร่างโปร่งบางนั้นยังคงขัดขืนผลักไสเขาไม่เคยเปลี่ยน หากสองมือนั้นยังคงเหยียดออกไปสุดกายเพื่อโอบรั้งไม่ให้อีกฝ่ายจากไปไหน เด็กชายกอดคนที่พยายามหนีห่างไว้แน่น ไม่รู้ว่าร่างกายของพวกเขาทั้งสองเปลือยเปล่าตั้งแต่ตอนไหนแต่การได้สัมผัสผิวกายแนบชิดกันก็ทำให้ความสงสัยนั้นเลือนหายไป
“หยุด…ไม่นะ…” เสียงของคนในอ้อมแขนช่างเหมือนจริงราวกับไม่ใช่ความฝัน หากกระนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่สนใจ มือทั้งสองยังคงลูบไล้ผิวกายขาวละเอียด บางจุดเน้นฟอนเฟ้นราวกับต้องการให้ร่างโปร่งเพรียวทวีความร้อนรุ่มไม่ต่างจากตัวเขา
“อึ่ก…” ลมหายใจที่สะกดกลั้นตรงหน้าเหมือนจะเป็นคำตอบว่าความรู้สึกของเขาได้รับการตอบรับ ยิ่งได้ฟังอารมณ์วาบหวามยิ่งไหลเวียนไปทั่วกาย ริมฝีปากยังพร่างพรมบนเรือนร่างที่เขาหลงใหลทุกซอกมุมราวกับต้องการประทับตราว่าคนๆ นี้เป็นของเขาเพียงคนเดียว
นี่เองหรือที่เรียกว่าความปรารถนา เด็กหนุ่มผมทองนึกขณะฟังเสียงครางเครือที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากซึ่งเม้มแน่น นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองขึ้นไปหวังจะได้เห็นสีหน้าตอบสนองจากร่างในอ้อมกอด
ทว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นกลับมีเพียงนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่จ้องมองเขาอย่างเจ็บปวดเท่านั้น
.
.
.
“ริกา…อเมริกา…” น้ำเสียงอันเคยคุ้นแว่วมาจากที่ไกลแสนไกลฉุดให้เขาลืมตาตื่นจากฝัน นัยน์ตาสีฟ้าลืมโพลงก่อนหอบหายใจสะท้าน
ฝันงั้นเหรอ…ช่างเป็นฝันที่เหมือนจริงจนน่ากลัวเหลือเกิน
“ตัวสั่นเชียว ฝันร้ายงั้นเหรอ” แสงเทียนในห้องนั้นส่องสว่างเผยให้เห็นนัยน์ตาคู่เดียวกันกับความฝันต่างกันเพียงว่าสีเขียวที่เห็นในยามนี้สะท้อนเพียงความเป็นห่วงเท่านั้น
“เปล่าฮะ…ไม่ได้ฝันร้ายอะไร ไม่มีอะไรหรอกครับ” อเมริกาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรตรงไหนหน้าซีดขนาดนี้” คิ้วดกหนาขมวดมุ่น แปลกจริงๆ ก่อนเข้านอนเขาก็แค่เล่าเรื่องภูตกับยูนิคอร์นให้ฟัง ไม่ได้มีเรื่องผีสักหน่อย เจ้าเด็กนี่ไปเอาเรื่องผีจากไหนมาฝันอีกนะ
“ผมไม่เป็นไรจริงๆ” เด็กชายย้ำซ้ำอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก “อังกฤษนอนเถอะฮะ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาเคลียร์เอกสารแต่เช้านี่นา”
ที่อเมริกายกเหตุผลมาก็มีส่วนถูก อีกอย่างนี่มันก็ดึกแล้วด้วย เมื่อชั่งน้ำหนักและตรองดูชายหนุ่มจึงไม่คิดจะซักไซ้ให้มากความ “ถ้าไม่มีอะไร งั้นฉันนอนแล้วนะ”
“ฮะ…” เด็กหนุ่มพยักหน้าแทบไม่ทัน หากก่อนที่เขาจะได้หลับตาลงไปนอนต่อมือใหญ่หนาก็ฉุดเขาจนตัวเซมาปะทะกับอก
อ…เอ๋? หัวใจของอเมริกาเต้นถี่แรงเมื่อพบว่าตนเองถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่าย
“ถ้านอนกอดกันแบบนี้ นายคงไม่ฝันร้ายแล้วนะ” อังกฤษเอ่ยก่อนจะหาวหวอดออกมาเบาๆ
“…” นัยน์ตาสีฟ้ากะพริบถี่ไม่รู้จะโต้ตอบว่ากระไร
“ไม่ต้องกลัวนะ…ต่อให้เกิดอะไรขึ้น ขอให้รู้ไว้ว่ายังมีฉันอยู่ด้วยกันตรงนี้กับนาย” นัยน์ตาสีเขียวสว่างปิดลงช้าๆ กระนั้นแขนแข็งแรงก็ยังโอบกอดเด็กน้อยที่เขารักเอาไว้อย่างมั่นคง “ฝันดีนะ อเมริกา…”
แสงเทียนถูกเป่าดับลงตอนไหนไม่รู้ ทั้งที่ในห้องนั้นมืดสนิท และอ้อมกอดของอีกฝ่ายนั้นอุ่นจนน่าง่วงนอนหลับใหลไปพร้อมกับเจ้าของวงแขนนี้แท้ๆ
กระนั้นนัยน์ตาสีฟ้าก็ยังคงลืมโพลง ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ ในสมองเขายังคงครุ่นคิดถึงความฝันเมื่อครู่ ความรู้สึกนั้นยังคงตราตรึงไม่จางหาย
คุณบอกว่าการที่ผมฝันแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร
ถ้าอย่างนั้น…ถ้าผมจะทึกทักเอาว่าผมมีสิทธิจะฝันถึงคุณแบบนั้นต่อไปจะได้ไหม
แล้วถ้าหากว่าได้…บนโลกแห่งความจริง ผมยังคงมีสิทธิเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า
อเมริกาถอนหายใจเบาๆ ระวังไม่ให้อีกฝ่ายตื่น เขารู้ดีว่าคำถามทั้งหมดนี้คงไม่มีวันได้รับคำตอบ…อังกฤษคงไม่สามารถตอบเขาได้ และเขาเองก็คงไม่คิดจะถามคำถามเหล่านั้นออกไป…ไม่มีวันแน่ๆ
ให้ตายเถอะ…ตั้งแต่ถือกำเนิดมาในรอบหลายสิบปี คืนนี้คงเป็นคืนที่ยาวนานสำหรับเขาเป็นแน่ อเมริกาได้แต่นึกขณะแหงนมองใบหน้าที่กำลังหลับสนิท สองมือนั้นเอื้อมไปโอบกอดร่างสูงโปร่งไว้แน่น
แม้จากนี้ไปอีกนับร้อยปี คุณจะไม่มีวันตอบข้อสงสัยของผม แต่เพียงแค่ช่วงเวลานี้ขอเพียงคุณกอดผม แล้วผมได้กอดคุณตอบ
มันก็คงไม่ผิดอะไรใช่มั้ย ---?
END...
Postscript : ตอนหน้าควรจะเป็น Solution แล้วจากนั้นควรเป็น Answer หรือเปล่า ^^a จริงๆ รู้สึกใส่ฉากไปมันยังไงนะ แอบจั๊กจี๊อ่ะ (แต่ทำไมยิ่งเขียนมันยิ่งยาวฟะ T[]T ขอโทษค่ะท่านอาเธอร์) คือจริงๆ ชอบอะไรแบบนี้อ่ะ ความรู้สึกในใจที่บิดเบี้ยว และมืดมนเนี่ยย (แต่อยากให้ดาร์คกว่านี้นะ จริงๆ แล้ว) ถ้ามีโอกาสได้ต่ออีก คราวนี้ เจ้าหนูอัลฟ์ได้ตัวโตขึ้นจนท่านอาเธอร์น้ำตาตกในแน่นอนค่ะ! (ยืมคำน้อง zakuro อิๆ) คืออยากเขียนท่านอาเธอร์ซึนๆ อยู่เหมือนกันน้า (ตอนนี้ก็ยังไม่ซึนอีกละ OTL)
(เอ๊ะ แต่คนนั้นเค้าอยู่ออสเตรียนิ.......)
เร็วจังค่ะ
แต่ก็ไม่รังเกียจนะคะ ยังเผลอนึกไปด้วยว่าโตไวขนาดนี้ กินไก่ที่เขาเลี้ยงแบบเร่งฮอร์โมนรึเปล่าลูก
(ที่ฉันคอมเม้นต์อะไรเนี่ย... ขอโทษด้วยนะคะ)

จริงๆ เวลาอ่านคอมิคในเวบ เวลาคุณพี่ออกเราชอบค่ะ เพราะมันต้องฮาแน่นอนทุกทีเลยยย
นั่น...
อ... อีเด็กหื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
บริติชซังเขาออกจะใส่ซื่อวิ่งเล่นกะยูนิคอร์น อีเด็กนี่อาร้ายยยยยยยยยยยยย ใครเสี้ยมใครสอนให้หื่นแบบเน้ กรี๊ดดดดด
ช็อคคคคคค ช็อคแทนคนเลี้ยงค่ะ เด็กตูออกนอกลู่นอกทางไปได้โดยไม่รู้สาเหตุ =[]=!!!
ถ้าฝรั่งเศสมันเป็นคนเลี้ยงจะเป็นยังไงเนี่ย... สงสัยแรงหื่นจะคูณสิบ...
#1 By KeeChan on 2008-11-21 19:07