[APH] Solution (Hetalia Fanfiction)

posted on 23 Nov 2008 17:55 by chibi
 

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title : Solution [Hetalia Fanfiction]

Pairing : AlfredxArthur

Rate : น้อยกว่าตอนที่แล้ว (เยอะ)

Preface : ไม่น่าหาข้อมูลพวกเพลงกล่อมเด็กเลย เมื่อวานกลับมาปวดหัวมาก โซโล่ยาวเลย TOT (จะพักให้ได้แล้วว)

.

.

.

 

บางครั้ง…การไม่รู้อะไรอาจจะดีเสียกว่า

♫ "Oranges and lemons", say the bells of St. Clement's
"You owe me five farthings", say the bells of St. Martin's
"When will you pay me?" say the bells of Old Bailey
"When I grow rich", say the bells of Shoreditch ♫

 เสียงร้องเพลงระรื่นดังก้องห้อง มันคงจะน่าฟังกว่านี้ถ้าคนที่ร้องอยู่นั้นเป็นเด็กๆ มาร้องรำทำเพลงจัดปาร์ตี้กัน แต่โชคร้ายที่เจ้าของเสียงที่ว่าอายุอานามก็เลยไปไกลโขแล้ว…แถมซ้ำร้ายกว่านั้นดูท่าจะมีอาการเมาหนักเป็นของแถมมาเสียด้วย

 อเมริกายืนกอดอกมองสภาพคนนอนเอกเขนกบนโซฟาเมาเละไม่เป็นท่าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่รู้วันนี้อังกฤษนึกยังไงถึงหยิบเหล้าขึ้นมาดื่มหลังจากทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว ทั้งที่ปกติไม่เคยดื่มหนักให้เขาเห็นต่อหน้าแท้ๆ

 ไม่สิ…หรือจะมีนะ? เด็กหนุ่มพยายามทบทวนความจำแต่เสียงร้องเพลงสนั่นกลบความคิดเหล่านั้นเสียก่อน

 “"When will that be?" say the bells of Stepney "I do not know", says the great bell of Bow♫” เสียงร้อง…เอ่อ…ค่อนไปทางตะเบ็งยังคงดังเขย่าหู และมาวันนี้เด็กหนุ่มก็เพิ่งจะได้รู้ว่าอดีตโจรสลัดจอมอาละวาดก็ยังคงไม่ทิ้งลาย โวยวายได้หนวกหูเสียงดังไม่แพ้ใครจริงๆ

 “อังกฤษครับ คุณเมาแล้วนะ พอเถอะ” อเมริกาตัดสินใจเข้าไปทักชายที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ปกครองของตนเมื่อดวงตาสีฟ้าสังเกตเห็นอีกฝ่ายเริ่มเหล้าขวดใหม่

 “ใคร…ใครว่าฉันเมา?” คิ้วดกหนาขมวดมุ่น ใบหน้าแดงระเรื่อส่งสายตาขวางๆ บอกให้รู้ว่าไม่สบอารมณ์ที่มีคนมาขัดจังหวะ

 …ก็นี่แหละที่เรียกว่าเมา…อเมริกานึกค่อนในใจแต่ก็คร้านจะเถียงอีกฝ่าย เพราะรู้ว่าลงอีกฝ่ายเมาแบบนี้คงไม่มีวันคุยกันรู้เรื่องแน่ สองแขนสอดเข้าไปใต้เอวอีกฝ่าย “ผมจะพาคุณไปนอนที่ห้องนะครับ”

 พลั่กก

 ร่างสูงใหญ่ลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้นเมื่อคนเมาอยู่ยันเท้าเข้าให้ ชายหนุ่มสูงวัยลุกขึ้นมายืนจังก้า “ก็บอกแล้วไงว่าไม่เมา เด็กอย่างนายจะมารู้ได้ไงว่าฉันเมาหรือไม่เมา”

 ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรคำว่า “เด็ก” ที่ได้ยินจากปากของอังกฤษถึงก่อให้เกิดความหงุดหงิดแบบนี้ เด็กหนุ่มซึ่งบัดนี้เติบใหญ่พยายามข่มอารมณ์ก่อนจะลุกขึ้นโพล่งใส่ร่างตรงหน้า “อังกฤษครับ ผมโตแล้วนะ!”

 ร่างใหญ่โตที่ยืนค้ำหัวไม่ได้ทำให้อังกฤษรู้สึกหวั่นเกรงแต่อย่างใด คนมากศักดิ์ศรียังคงจ้องอีกฝ่ายเขม็ง  ก่อนจะพึมพัมออกมาเบาๆ “นี่นายสูงขึ้นอีกแล้วเหรอ…”

 เปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย…อเมริกาค่อนในใจ และไม่ยอมตอบคำถาม นัยน์ตาสีฟ้ายังคงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง

 “เหอะ…น่าหมั่นไส้ชะมัด” ใบหน้าบูดบึ้งสะบัดหนีไปอีกทางก่อนจะลงไปนอนแผ่หลากับโซฟาหันกลับไปร้องเพลงไม่พูดอะไรอีก

 “Here comes a candle to light you to bed. And here comes a chopper to chop off your head! ♫”

 คนไม่เมาได้แต่มองอีกฝ่ายนิ่ง ไม่บอกก็รู้ว่าการโต้เถียงกันครั้งนี้เขาแพ้ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรคนตรงหน้าก็ไม่คิดจะรับฟังความเห็นเขาเลย

 จะผ่านไปอีกกี่สิบ กี่ร้อยปี คนๆ นี้ก็ยังเห็นเขาเป็นเด็กในปกครองไม่เคยเปลี่ยนแปลงสินะ

**********

 เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปกี่ชั่วโมงแล้วไม่รู้ แต่ในที่สุดคนเมาอาละวาดก็มีวันแรงหมดกับเขาด้วยเหมือนกัน อเมริกายืนมองคนที่นอนกอดขวดเหล้าหลับคาโซฟาด้วยสายตาเอือมระอา

 “พรุ่งนี้ตื่นมาจะจำได้มั้ยเนี่ยว่าตัวเองทำอะไรลงไป” คนไม่เมาบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเข้าไปประคองร่างที่นอนสลบไม่ได้สติ

 “อืม…” เสียงครางในลำคอดังเบาๆ พร้อมกับที่ร่างโปร่งเพรียวโงนเงนล้มเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของอเมริกา

 เมื่อไรนะ…ที่เราเริ่มรู้สึกว่าอังกฤษตัวเล็กลง

 อเมริกาจับแขนอีกฝ่ายขึ้นมาพาดบ่าก่อนจะพาขึ้นบันไดตรงไปยังห้องใต้หลังคาซึ่งอังกฤษมักใช้เป็นห้องนอนยามที่มาเยี่ยมเขา

 ร่างในอ้อมแขนนั้นเบา เบาจนเขารู้สึกว่าตั้งแต่เมื่อไรนะที่อังกฤษไม่สามารถกอดเขาได้เต็มสองมือ ตั้งแต่เมื่อไรที่เขาเริ่มอยากจะแยกห้องนอนเป็นของตัวเอง

 เวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว โลกที่หมุนรอบตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด

 ทว่าคงมีเพียงอย่างเดียวที่เขาแน่ใจว่ามันไม่มีวันเปลี่ยน…อเมริกาคิดขณะวางคนเมามายลงนอนกับเตียงนุ่ม นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องร่างที่นอนแผ่หลาสบายอารมณ์ไม่ทุกข์ร้อน

 ถึงจะเอาแต่เมาเหล้าไม่สนใจผม แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่คุณมาเยี่ยม…เป็นเพียงความคิดไม่สามารถบอกออกไปได้ ร่างสูงใหญ่ทรุดลงนั่งข้างเตียงก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้

 เมื่อนั้นเองนัยน์ตาสีเขียวมรกตก็ลืมขึ้น “อเมริกา?”

 เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับผงะห่าง “ครับ?”

 “ทำไมไม่พูดฮะล่ะ เมื่อก่อนนายมักจะเรียกฉันว่าังกฤษฮะ หรือลากเสียงคร้าบบยาวๆ ไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงที่ตัดพ้อทำให้เด็กหนุ่มรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่สร่างเมา

 “ผมบอกแล้วไงครับอังกฤษว่าผมโตแล้ว อันที่จริงผมอยากจะใช้ฉันกับนายด้วยซ้ำ” ด้วยอยู่ด้วยกันมานาน คนอ่อนวัยกว่าพอจะคาดการณ์ออกว่าพรุ่งนี้เช้าคนตรงหน้าคงจำไม่ได้ว่าตนเองพูดอะไรออกไป เด็กหนุ่มจึงยวนอีกฝ่ายเล่น

 “เจ้าเด็กอวดดีเอ๊ย นี่เจ้าฝรั่งเศสงี่เง่านั่นมาพูดอะไรกับนายใช่มั้ย” คนสูงวัยกว่าเดาะลิ้นไม่พอใจ ใบหน้าแดงเรื่อซุกลงกับหมอน “เหอะ…แต่จริงๆ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่นา นายจะทำอะไรมันก็เรื่องของนาย ไม่ใช่ธุระของฉัน!”

 “ที่พูดแบบนี้เพราะคุณแคร์ผมหรือเปล่า”

 “อย่ามาพูดงี่เง่านะ!!” อังกฤษสวนออกไปทันควัน นัยน์ตาสีเขียวมองขุ่นเคือง “อย่างนายถ้าไม่มีฉัน คิดหรือว่าจะมีวันนี้ ทั้งที่ฉันเลี้ยงดูมาอย่างดียังมาทำอวดดีใส่อีก”

 ทั้งที่รู้ว่าคนตรงหน้ามักพูดจาแบบนี้เสมอ ทว่าส่วนลึกในหัวใจเขาก็ยังคงเจ็บปวด…คงเพราะเป็นคำพูดของคนๆ นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงมีอิทธิพลกับใจเขาเหลือเกิน

 “น่าโมโหชะมัด! บอกไว้เลยถึงนายจะตัวโตเป็นโทรลล์ สำหรับฉันนายก็ยังเป็นเด็กอ่อนต่อโลกอยู่ดีน่ะแหละ เพราะงั้นฉันถึงต้องปกป้องยังไงล่ะ!”

 คำพูดที่พล่ามมายาวเหยียดทำให้อเมริกาพอเดาเหตุที่วันนี้คนตรงหน้าดื่มได้ลางๆ นั่นสินะ ลืมไปได้อย่างไรว่าครั้งหนึ่งตอนเขายังเล็กอังกฤษก็เคยเมาแล้วร้องไห้พล่ามกับเขาทำนองนี้มาก่อน

 “คนอื่นน่ะนิสัยไม่ดีทั้งนั้น! เพราะงั้นห้ามคบกับใครอื่นนอกจากฉัน จำเอาไว้มีแต่ฉันเท่านั้นที่ปกป้องนายได้” บทสนทนาแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยนดังจากปากของอังกฤษ จำได้ว่าตอนนั้นเขาดีใจที่อังกฤษเป็นห่วงและให้ความสำคัญกับเขา

 แต่ทว่า…ตอนนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกยินดีแบบนั้นเลย

 “อังกฤษครับ…ผมในตอนนี้ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ผมดูแลตัวเองได้…” อยากจะต่อท้ายว่าและอาจจะดีกว่าคุณด้วย แต่ไม่อยากเพิ่มเรื่องชวนทะเลาะเลยละไว้ในฐานที่เข้าใจ

 นัยน์ตาสีเขียวหรี่มอง ซึ่งแน่นอนเขาก็จ้องอีกฝ่ายกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 พลั่กก!

 หมอนใบโตฟาดเข้าที่หน้าอเมริกาเข้าอย่างจัง แน่ล่ะไม่ใช่ฝีมือใครอื่นนอกจากเจ้าของเสียงโวยวาย “ถ้าเก่งนักล่ะก็ จะไปไหนก็ไปเลย เจ้าเด็กงี่เง่า!”

 หมอนใบเดิมยังถูกใช้เป็นอาวุธฟาดเด็กปากดีไม่เลิก อเมริกาพยายามยกมือปัดป้องการโจมตีจากคนตรงหน้า แรงที่ฟาดลงมาไม่เจ็บหรอก แต่เมื่อเป็นฝ่ายโดนกระทำฝ่ายเดียวแบบนี้ ความอดทนก็หมดสิ้นลงได้ง่ายดาย

 “พอสักทีเถอะ! คิดว่าผมจะยอมคุณอยู่ฝ่ายเดียวเหรอไง!” เด็กหนุ่มขึ้นเสียงลั่นพร้อมกับคว้ามืออีกฝ่ายเอาไว้ ทว่าทันทีที่แตะต้องอารมณ์อยากโต้ตอบก็พลันเหือดหาย

 มือที่เคยลูบหัวเขาเมื่อก่อนเดี๋ยวนี้เล็กขนาดเขากำรอบข้อมือได้แล้วเหรอ?

 ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนั้นเมื่ออีกฝ่ายสะบัดมือออก ใบหน้าแดงก่ำยังคงฉายแววฉุนเฉียวหากนัยน์ตาสีเขียวกลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา “งั้นเหรอ! แม้แต่นายก็ไม่ต้องการฉันใช่มั้ยล่ะ”

 “อังกฤษ…” อเมริกาเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นเมาแล้วร้องไห้

 “ใช่สิ ยังไงฉันมันก็โดดเดี่ยวตัวคนเดียวมาแต่แรก อย่างนายฉันไม่สนหรอก” ร่างเพรียวหันหลังหนี ก่อนจะยกมือขึ้นปากน้ำตาลวกๆ เสียงสะอื้นเอ่ยแว่ว “ออกไปซะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”

 คนเป็นเจ้าของบ้านไม่ทำตามที่อีกฝ่ายร้องขอ ตรงกันข้ามเขากลับดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด “ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

 เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวจากร่างในอ้อมแขนที่เอาแต่สะอื้นไห้จนตัวโยน มันน่าแปลกที่เขารู้สึกดีที่อีกฝ่ายเผยด้านที่หวั่นไหวออกมาให้เขาเห็น

 ร่างสูงใหญ่กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ผิวกายที่แนบชิดถ่ายทอดอุณหภูมิให้แก่กัน เสียงสะอื้นไห้ของอีกฝ่าย ทำให้เขาเข้าใจได้ทุกอย่าง อเมริกาฝังหน้าลงกับซอกคอขาว

 “นี่ นาย…” อังกฤษหันไปหมายจะต่อว่าหากนั่นกลับกลายเป็นการเปิดช่องให้อีกฝ่าย อเมริกายื่นหน้าเข้ามาใกล้แนบเรียวปากประทับลงไปอย่างนุ่มนวลเพื่อแลกลมหายใจของกันและกัน

 มันเป็นจูบแรกที่ช่วยยืนยันคำตอบให้แก่เขาทุกอย่าง…

 “ทำอะไรของนาย…เจ้าฝรั่งเศสสอนอะไรบ้าๆ มา” ดูเหมือนจูบก็ยังไม่ทำให้อีกฝ่ายสร่างเมาดีนัก แต่ช่างเถอะ…เขาไม่คิดจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นนี่นา

 “พักผ่อนเถอะครับ…ถ้าคืนนี้คุณอยากอยู่คนเดียว ผมจะไม่กวนคุณแล้ว” อเมริกาเลือกจะไม่ตอบคำถาม เขากดร่างโปร่งเพรียวลงนอนกับเตียงนุ่ม เรียวปากอุ่นจัดจูบที่หางตาอีกฝ่ายซับน้ำตา “แล้วก็…ผมขอโทษที่ไม่อยากให้คุณเป็นฝ่ายปกป้องผมแล้ว”

 เพราะผมอยากเป็นฝ่ายปกป้องคุณมากกว่า…

 เป็นเพียงคำพูดที่ไม่สามารถบอกออกไป ทั้งที่รู้ดีว่าเมื่อรุ่งสางของวันใหม่มาถึงอังกฤษคงจะจำเหตุการณ์ในวันนี้ไม่ได้

 ทั้งที่รู้อย่างนั้น…หากเขาก็ไม่อยากพูดออกไป เหมือนกับความสงสัย…ทั้งที่รู้ว่าอีกสิบปี…หลายร้อยปี เขาจะหาคำตอบได้

แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ…เขากลับไม่อยากรู้คำตอบนั้นเลย
 .
 .
 .
 เพราะไม่ว่าเรื่องไหน เขาก็รู้…ว่ามันจะต้องทำให้คนๆ นี้ต้องเสียใจ
 ที่น่าเศร้าคือ…ทั้งที่รู้ผลลัพธ์เขาก็ยังอยากจะทำ
 อังกฤษครับ ผมเสียใจด้วยจริงๆ
 
 END

Postscript : ถ้าอ่านแล้วมึนงงกันก็ขออภัย เขียนตอนภาวะเหนื่อย และมึนหัวสุดๆ เลยออกมาเป็นงี้ จริงๆ เป็นช่วงเวลาก่อนอเมริกาใกล้จะประกาศอิสรภาพ ความจริงอยาเพิ่มมุมในใจของท่านอาเธอร์นะ แต่รู้สึกยัดลงมาไม่พอ แค่นี้ก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ จนมึนตัวเองแล้ว กับไม่รู้ใส่ความซึนลงไปมากพอมั้ย (อย่างนี้ซึนหรือเปล่าเนี่ย?) กับรอบนี้มาเป็นอัลฟ์ ที่รู้สึกคาแรกเตอร์ยังไม่ค่อยใช่เลยแฮะ (คงเพราะเป็นช่วงจากเด็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นคนกวนประสาท ชอบแกล้ง)

ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านเน้อ ^^

edit :หาอะไรกินอยู่ เลยลองกลับเข้ามาแก้ใหม่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดกร๊าดๆๆๆๆๆ ป๋อจิ้นเสียงคุณสึกิยามะร้องเพลงแบบเมาๆเลยอ่ะเจ๊
เสียงคนกวนๆฮาๆ สงสัยเหมือนตอนพากย์ Rivalz ใน code geass ตอนกวนๆแน่เลย เหอๆๆๆ

หลายๆประโยคนี่เล่นเอาหวีดกรี๊ดกร๊าดเลย อ่านแล้วจั๊กกะจี้ดีอย่างแรงเลยเจ๊
“นี่นายสูงขึ้นอีกแล้วเหรอ…”
อ๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นึกภาพออกเลย ยืนประจันหน้ากันแล้วจ้องหน้าอัลฟ์ อาเธอร์หน้าแดงๆเมาๆหาเรื่องๆซึนๆ อ๊ายยยยๆๆๆๆๆ

เมื่อไรนะ…ที่เราเริ่มรู้สึกว่าอังกฤษตัวเล็กลง
อ๊ากกกกๆๆๆๆๆๆ ใช้สายตาของนายค่อยๆมองไล้อย่างช้าๆซินะอัลฟ์ แหงอยู่แล้ว ก็นายเฝ้ามองและไล่ตามมาตลอดไม่ใช่เรอะ เหอๆๆๆๆ

“ผมบอกแล้วไงครับอังกฤษว่าผมโตแล้ว อันที่จริงผมอยากจะใช้ฉันกับนายด้วยซ้ำ”
เนอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมโตแล้วนะ แล้วซีนที่เอาหมอนตบตีแล้วอัลฟ์จับมืออาเธอร์ไว้่ แล้วก็ดึงโอบกอดพร้อมกับคำพูดแสนอ่อนหวานและจูบที่อ่อนโยนนนนนน ไม่ไหวแล้วววว กรี๊ดกร๊าดๆๆๆๆ ชอบอย่างแรงอ่ะเจ๊~~~~~XDDDD แถมอ่านไปแล้วก็จิ้นลานเส้นโดเบย์เอย์เล่มนั้นอีก!!!!!!! ฮึ่ยยยยยย

แต่ชอบ time line ที่เจ๊เลือกมานะ เพราะช่วงที่อเมริกาจะประกาศอิสรภาพนี่ถือเป็นช่วงที่เอามาเล่นในด้านของความรู้สึกของตัวละครได้ดีนะ แล้วพล็อตนี้ก็เป็นอะไรที่แบบ จี๊ดๆดีอย่างแรงเลยอ่ะเจ๊ ชอบทั้งฝั่งความรู้สึกของอัลฟ์และอาเธอร์เลย (จริงๆป๋อชอบฟิคกับโดแนวนี้นะ แนวจริงจัง ดราม่า อ้างอิง ซีเรียส อ๊างงงงง)

ปล. แอบฮา จูบนี่ก็ต้องนึกถึง French kiss ซินะ (ม่ายยยยย ฝรั่งเศสสอนแบบดูดดื่ม!!! นายเข้าใจอย่างนั้นเรอะอาเธอร์!!! นายควรจะเป็นฝ่ายสอน "จูบแบบผู้ดี" ให้อัลฟ์เหอะ กร๊าากกกกก)
ปล2. เสร็่จงานจะปั่นโดเฮตะเอามันส์มั่งวุ้ย

#2 By moreproject on 2008-11-23 19:37

มันมาจริงๆ วุ้ย ไหนว่าจะสต้อบจ้ะ (ฮา)

จั่วหัวไว้ว่าเรทน้อยกว่าตอนที่แล้ว แต่มาตอนต้นๆ นี่มันปูเรื่องได้เรทกว่าเหลือเกิน ตอนนี้เมกายังโตแต่ตัวสินะ แฮ่ๆๆๆ

ซึนแล้วจ้ะ อั๊งงงงง ถ้ามันโตเป็นโทรลล์จริงๆ จะน่ากลัวกว่านี้... บรึ๋ย เปรียบอะไรสยองนะเคอะอังกฤษซัง

อา... ต่อไป... ตอนจบแล้วจิ งี้ดง้าดดดดดดด

#3 By KeeChan on 2008-11-23 19:38

อ้อๆๆๆ ว่าจะทักว่า ''เมื่อก่อนนายมักจะเรียกฉันว่าอเมริกา
ฮะ'' จริงๆมันต้องเป็น "อังกฤษฮะ" ป่าวเอ่ย???? cry

#4 By moreproject on 2008-11-23 19:38

/me ลงไปตาย.........................


ท่านอาเต้อเมา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ฮืออออออออออออออออออ

ชอบบบบบบบบบบบบบบบบค่ะ

เมาแล้วอาละวาด เมาแล้วร้องไห้ แบบไหนก็น่ารักค่ะ

#5 By LUMiN on 2008-11-23 21:15

#2 - จะปั่นโดเฮตะจริงเหยอ...

#6 By LUMiN on 2008-11-23 21:17

เอื้อกกกก

เรื่องหื่นๆนี่ โยนให้ฝรั่งเศสตลอด กร้ากกก แหงล่ะทำตัวเองนี่นา

เรทปนซึ้งนิดๆ ดีจังน้อออ

อ่า ไม่รู้จะเม้นอะไรแล้วง่ะ รออ่านต่อไปละกันนะคะ

#7 By ป้าแดง underground on 2008-11-23 21:32


“แล้วก็…ผมขอโทษที่ไม่อยากให้คุณเป็นฝ่ายปกป้องผมแล้ว”

เพราะผมอยากเป็นฝ่ายปกป้องคุณมากกว่า…



พี่ชอบความสัมพันธฺแบบนี้จัง ฮริ๊ว

#8 By kiyono on 2008-11-23 21:50

มันโตเร็วจริๆงด้วย.....

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบมากกกกกกกกกกกก งี้แหละ เหล้าเข้าปากก็พูดหมด แต่ยังพูดหมดไม่พอมั้ง (เรอะ?)

ชอบตอนนี้มากๆเลยค่ะพี่จิบิ แบบ ชอบความคิดของอัลฟ์นะ แบบ มันแสดงให้เห็นว่า อัลฟ์ยังเด็กจริงๆนั่นแหละ คิดว่าตัวเองโตแล้วพร้อมแล้ว อะไรแบบนั้น อั๊ง

ท่านอาเธอร์ปวดหัวใจ
อร๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค!!!!!
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!

เบย์เอย์สุดยอดที่ซู๊ดดดดดด!!!

อ่านแล้วก็อดที่จะสงสารท่านอาเธอร์ไม่ได้เหมือนกัน เวลาที่เด็กน้อยที่เราคอยดูแลมาตลอดเติบโตและเข้มแข็งขึ้น ถึงมันจะน่าดีใจที่เขาสามารถยืนได้ด้วยสองขาของตัวเอง แต่มันก็อดเหงาใจไม่ได้ที่จะไม่ได้เห็นเด็กน้อยคนเดิมอีกแล้ว

แต่ยังไงก็โบกธงเชียร์ อัลxอาเธอร์อยู่ดีล่ะค่า~

#10 By Rosaria [It's my WAY] on 2008-11-24 00:38

ทำไมเร็วเยี่ยงนี้ อ่านไม่ทันค่ะ
...จริงๆ คือดีใจ cry cry cry cry
ขออ่านตอนนี้ก่อน

อ่านจบประโยคแรกเลยคือ ไม่!!!! มันยังไม่ solution! (ซะงั้น... คือเอาอีกค่าคุณจิบิ โฮกกกกกก cry)

อื้อหือ อังกฤษตอนนี้ซึนน่ากด(?)มั่กๆ ส่วนอเมริกา(ยัง)เป็นผู้เป็นคนสุดๆ กร๊ากกกกก
แอบขำตรงฝรั่งเศส (คงไม่ได้เป็นอย่างที่อังกฤษบอกหรอกนะ คิดภาพทั้งคู่ learning by doing แล้วอะกึ๋ลย์ย์ 555)

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ อ่านไปยิ้มไป

#11 By rainorshine on 2008-11-24 01:44


น้องลูมิน : เมาแล้วอาละวาด เมาแล้วร้องไห้ แบบไหนก็น่ารักค่ะ >>> ขนาดไม่เมาก็ยังน่ารักเลย กร้ากกก (นี่เข้าข่าวหลงสุดๆ เลยสินะเรา)

แรงจูงใจที่งอกตอนสามเพราะ เมา เนี่ยแหละ XD อยากเขียนอะไรแบบนี้ ^^

คุณป้าแดง : ฮ่ะๆ ก็จากพฤติกรรมทั้ง เอพริลฟูล ทั้งคริสต์มาสก็คงต้องถูกเหมารวมแบบนี้น่ะนะ open-mounthed smile

พี่เอ๋ : มิ้นก็ชอบความสัมพันธ์แบบนี้เหมือนกันนนน (แต่ถ้าเป็นอัลฟ์ตอนโต มิ้นรู้สึกว่ามันไม่มีทางพูดจางี้แหงๆ เพราะเมื่อเท่าเทียมแล้วอัลฟ์ก็แกกล้งและแหย่อย่างเดียวเลย ฮ่าๆ)

น้องฮานะ : จริงๆ อยากให้ท่านอาเธอร์พูดมากกว่านี้เหมือนกัน ตอนแรกเลือกพวก nursery rhyme กะให้ท่านอาเธอร์เอามาลองกล่มอัลฟ์ซึ่งโตแล้ว ให้อัลฟ์โมโหด้วยซ้ำ แต่..........ลืมเขียน อุ๊บ...เปล่าๆ ยัดไม่ลงอ่ะจ่ะ แหะๆ

จริงๆ ในสามตอน พี่เองก็แอบชอบตอนนี้สุดนะคือเขียนเสร็จเร็วกว่าตอนอื่น ไม่ต้องโละมาก (หรือควรเขียนตอนภาวะกดดันสุดขีดนะถึงจะออกมาแบบนี้) กับรู้สึกด้วยว่าพออัลฟ์โตแล้วอะไรๆ ก็ง่ายขึ้น(?)

เรื่องที่ว่าคิดว่าโตแล้วก็เป็นเหตุผลนึงที่กะสื่อให้เป็นที่มาอัลฟ์ประกาศสงคราม แถมท่านอาเธอร์ก็เอาแต่ซึน ไม่เคยพูดจาดีๆ ด้วย ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้จบลง เอ...สรุปนี่เรากำลังบิดเบือนประวัติศาสตร์ใช่ป่ะเนี่ย

คุณ rosaria : ฮ่าา ใช่เลยค่าา พ้อยส์นี้เลยทำให้ยิ่งชอบคู่นี้เข้าไปใหญ่ เสียดายเนื้อเรื่องเราเขียนเป็นมุมมองของอัลฟ์มากกว่า จริงๆ ในใจท่านอาเธอร์จากตอน cleaning out ก็คงรู้สึกเหมือนเสียน้องชายที่รักมากที่สุดไปจริงๆ (ขนาดตอนวันเกิดเมกา ท่านอาเธอร์ก็ซึนแบบออกจะปวดใจเลยเนาะ) เราว่าจริงๆ ท่านซึนก็เพราะรัก อัลฟ์ก็คงรู้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันไม่มีคำตอบอื่นอีก ด้วยนิสัยของอัลฟ์ก็นะ...ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจอีกฝ่ายหรอก อยากเท่าเทียมเห็นๆ งื้ดดด

ตายล่ะพล่ามอะไรเนี่ย เผลอตัว แหะๆ

คุณ rainorshine : ตกใจตัวเองเหมือนกันค่ะ พอมันอยากทีมันมาไม่หยุดจนงงตัวเองเลย แป๊ปเดียว เฮ้ยตอนสามแล้วเรอะ

อ่านจบประโยคแรกเลยคือ ไม่!!!! มันยังไม่ solution!
ฮ่าา ถูกค่ะ ยังเหลืออีกตอนคือ answer ค่ะ XD (แต่กำลังคิดชื่อมันหลุดกลุ่มมั้ยเนี่ย) แต่คงเก็บไว้เขียนทีหลังน่ะค่ะ

คิดเหมือนกันค่ะว่า อัลฟ์พูดจาเป็นผู้เป็นคนเกิ๊นนน มันไม่รั่วอ่าาาา (แต่พยายามแถตอนในเรื่องจะรั่วก็คงกระไร แหะๆ) ส่วนฝรั่งเศส เนี่ย ถ้าเป็นคุณพี่กับอัลฟ์ คิดแล้วเหวอออ เหมือนกันค่ะ =[]=;; มันไม่ใช่ อ่ะ กิ๊บบบบ

ถ้าเปลี่ยนเป็นคุณพี่สอนอัลฟ์ว่ารักเขาให้กด อาจมีเค้ากว้าแฮะ (ฮา)

ขอบคุณทุกคอมเม้นเช่นเคยเน้ออ ^^ ไปอ่านหนังสือต่อละ

#13 By chibi on 2008-11-24 07:40

กรรม เอกทีนจะขโมยข้อความเราไปถึงไหนวะ -*- ตะกี้ส่งคอมเม้นไปได้แค่ตอบป๋อ พอส่งอีกรอบข้างหน้าที่ตอบป๋อกับกีหาย (เขียนไปตั้งเยอะ โฮววว) ไม่อยากมานั่งฟลัดกระทู้ตัวเองนะ TOT เอาเป็นว่าไอ้ที่หายไว้จะมาตอบใหม่อีกทีนะ OTL

#14 By chibi on 2008-11-24 07:46

เมื่อไรนะ…ที่เราเริ่มรู้สึกว่าอังกฤษตัวเล็กลง << แกสูงขึ้นเองตะหากค่ะเมกา!! อย่ามาเหมาะว่าคนอื่นเค้าหดลงนะยะ!!

บอกไว้เลยถึงนายจะตัวโตเป็นโทรลล์ << ร้อยแต้มกับคำว่า "โทรลล์" ช่างเข้าใจเปรียบเทียบให้เห็นภาพมากๆค่ะ อ่านแล้วขำดี (ฮา)

ล่อนคิดว่า พี่ยังแต่งอังกิดออกมาน่ารักอยู่นะคะ (ฮา)
เมากาดูเหมือนจะเข้าช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตแล้ว รู้อะไรมากขึ้น เจ็บปวดกับสิ่งที่รู้มากขึ้นเข้าไปทุกที

อังกิดขี้หวงจังค่ะ
แต่ก็พอเข้าใจฟีลแหละ คนที่เห็นมาตลอด ปกป้องมาตลอด ก็เหมือนว่าไม่อยากจะปล่อยมือไปเลย
ขณะเดียวกันทางฝั่งเมกา ไม่อยากปล่อยเหมือนกัน แต่อยากจะเปลี่ยนสถานะ ให้ลองมองดูตัวเองในมุมที่ไม่ใช่เด็กในปกครองอีกต่อไป
เพราะว่าเป็นแบบนี้ ทั้งคู่ถึงทะเลาะกันใช่ไหม?

ตอนที่เมกาบอกว่า "อยากจะใช้ผมกับนายด้วยซ้ำ"
รู้เลยว่าหัวรั้น และทนต่อไปไม่ได้แล้ว (ฮา) อยากจะให้มองอย่างเท่าเทียมก็คงจะยากหน่อยเพราะอังกิดหัวรั้นกว่าสามเท่าตัว (ฮา)

ฉากจูบนั่นชอบจัง (แม้ว่าอยากค้านขาดใจว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าบ้าฝรั่งเศสด้วยความเห็นส่วนตัวสุดๆ *หัวเราะ*) ไม่รู้ทำไมมันดูหวานได้ขนาดนี้นะ (ยิ้ม)

ถึงรู้ว่าอีกฝ่ายต้องเสียใจ แต่ก็จะไม่ล้มเลิกความคิดนั้น
ล่อนว่าเมกาคิดดีแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นแบบทุกวันนี้หรอก (ฮา)
เจ็บปวดทั้งคู่แบบนี้ ล่อนชอบบบบบบบ

คาดว่าตอนหน้าอาจจะเป็นตอนจบก็ได้
ล่อนก็จะรออ่านนะคะ (กลับเข้ามาทีตกใจ พี่มินท์ไปยันตอนสามแล้ววววว)
อย่าบรรยายเจ็บปวดมากนะ เด๋วล่อนร้องไห้ (ฮา เกิดมาเซนสิถีบบบบบบบบบบบบบบบบบบ)

สู้ๆนะพี่มินท์~~

#15 By 『 フェロン 』 on 2008-11-24 09:39

สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ ก็เพราะการพูดคุยปรับความเข้าใจจริงๆค่ะ

อังกฤษอย่างซึน ก็บอกเค้าไปเซ่ว่าหวง อยากให้นายเป็นเด็กน้อยของฉันคนเดียว!!
ดูสิ ไม่ยอมพูด เด็กมันก็เก็บไปเข้าใจผิดถึงขั้นลงไม้ลงมือ

ชอบที่ท่านบรรยายมากๆเลยค่ะ ได้อารมณ์เด็กในวันนั้น(เตรียมปฏิวัติใส่)ผู้ใหญ่ในวันนี้
มากมาย

เฮตาเลียช่างโมเอะ!! >///<

#16 By Asana Fay on 2008-11-24 09:55

อัลฟ์โตแล้วว คนอ่านทั้งดีใจทั้งเสียค่ะ รักตอนโต เสียดายตอนเด็ก
แต่พอโตแล้วเวลาอ่านเรารู้สึกว่าโฟกัสไปที่คุณอาเธอร์เยอะขึ้นมาก ไม่รู้เพราะอะไร :D
คือ เมาได้วาไรตี้มากค่ะ (น่ารัก! ทำไมไม่เมาแล้วถอดมั่งค้าาา cry cry )
อ่านเพลินๆ เกือบลืมไปเลยว่าใครเป็นเจ้าของบ้าน

ตรง “ทำอะไรของนาย…เจ้าฝรั่งเศสสอนอะไรบ้าๆ มา” อ่านแล้วสะดุ้งค่ะ
ไหงถามกลับอย่างนั้นคะ หรือว่าเคยโดนคุณพี่สอนซะเอง <<ช่วงนี้ดูเวบ仏英มากไป sad smile

คิดว่าถึงอัลฟ์จะบอก อังกฤษครับ ผมเสียใจด้วยจริงๆ
แต่เราคิดเจ้าตัวคงไม่เสียใจที่จะตัดสินใจทำเลยค่ะ surprised smile
ก็เด็กมันโตแล้ว open-mounthed smile

#17 By รอนสัน on 2008-11-24 14:08

>> ฮ่าา ถูกค่ะ ยังเหลืออีกตอนคือ answer ค่ะ XD (แต่กำลังคิดชื่อมันหลุดกลุ่มมั้ยเนี่ย) แต่คงเก็บไว้เขียนทีหลังน่ะค่ะ >>

ดีใจที่ได้รู้นะคะ cry

จะหาชื่อลงท้ายด้วย -tion เอ...เอาไงดี
action ดีมั้ยคะ(แวบมาคำแรกในหัวทันที กร๊ากกกกกก)

หรือจะ fixation, authorization, satisfaction (คิดไปไหนต่อไหน...) determination ฯลฯ 555

#18 By rainorshine on 2008-11-24 16:57

มาตอบใหม่นะคะ วันก่อนข้อความหายสงสัยเขียนยาวเกินประหนึ่งอัพบลอคอีกรอบ

ป๋อ : “นี่นายสูงขึ้นอีกแล้วเหรอ…”
>>> จะบอกว่าตอนสามนี้เขียนขึ้นเพราะซีนนี้เลยล่ะ ในหัวมันคิดไปก่อน นึกแล้วโมเอ๊เลยต่อเรื่องลากมาถึงตรงนี้เลยล่ะ อิๆ

จริงๆ Timeline นี้ตอนนี้หลายคน(ได้ข่าวแถวนี้กันทั้งนั้น) ก็มีเขียนกันเยอะนะป๋อ ลองไปหาอ่านได้จ่ะ ^^ อย่างว่าบทนี้มันเป็นจุดหักเหความสัมพันธ์อันชื่นมื่นของสองคนนี้นี่น้าาา เป็นตอนที่อ่านกี่ทีก็ชอบจริงๆ ทั้งดราม่าแถมยังดาร์คได้อีกตะหาก เอิ้ววว

ส่วนจูบนี่ฮาาาาาาาา อยากบอกลืมนึกถึงประเด็นนี้สนิทเลยล่ะ ว่าถ้าพูดแบบนั้นก็ตีความไปได้แบบนั้นสิกร้ากกก

ไว้จะรอดูป๋อวาดแฟนอาร์ทกับโดมั้ง ^^

กีจัง : ตอนที่แล้วเราว่าเรทไป เลยปรับอ่ะ แต่จริงๆ อ่านย้อนเออจริงด้วย บรรยากาศเป็นใจท่านอาเธอร์ยั่ว(?) ซะขนาดนี้ อัลฟ์ทำไมไม่ทำอะไรมากกว่าจูบเนี่ย!!!

ล่อน : ถ้าให้ดูอายุเทียบแบบเป็นคน อัลฟ์ก็15-16 พี่ว่าเป็นช่วงเลือดร้อนของวัยรุ่นเลยล่ะ ^^ เพราะงั้นลยอยากเขียนอะไรที่เหมือนต้องก้าวพ้นวัยอ่ะเน้ออ (แต่เวลามีจำกัดจำเขี่ย เลยเขียนเปนตอนสั้นๆ หมดแง)

ส่วนท่านอาเธอร์เอาตามจิ้นไม่อิงประวัติศาสตร์ ก็คงมองเหมือนน้องชายที่รักมาก แล้วเห็นว่าอีกฝ่ายจะไปก็เลยไม่อยากให้ไปอ่ะน่ออ (แต่เจ้าตัวจะรู้มั้ยว่าตัวเองไม่ได้มองเขาแค่น้องชาย อันนี้แอบคิดอยู่เหมือนกัน)

ส่วนเรื่องอยากใช้ผมกับนาย นั่นเลย เพราะอัลฟ์อยากเท่าเทียมติดอยากจะเหนือกว่านะ ตามนิสัยของประเทศเลยอ่ะ (จิ้นเองเสร็จสรรพ อิ) แต่นั่นแหละอย่างอาเธอร์เหรอจะยอมให้เด็กในปกครองมาผงาดค้ำหัวได้ เพราะงั้นคู่นี้ทะเลาะกันแบบนี้สิ แจ่ม!

ส่วนจูบ ฮ่าๆ อย่าถือสาคนเมา ท่านอาเธอร์ก็แค่ซึน พูดไปเรื่อย กิกิ

ประโยคสุดท้ายก็ตามนิสัยอัลฟ์อ่ะน่ออ ผมเสียใจด้วยจริงๆ (เพราะผมจะทำ!!) >>> จริงๆ ควรพูดแบบนี้มากกว่านะ ปากบอกเสียใจ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เสียใจล่ะสิท่า ฮ้าฮา อยากสื่อให้ออกมาแบบนี้ แต่ไม่รู้จะบรรยายยังไงน่ะนะ ไม่รู้เข้าใจตรงกันหรือเปล่าหนอ?

ตอนหน้าไม่รู้จะเจ็บปวดมั้ยง่ะ sad smile มันก็สั้นๆ อยู่ดี พี่ว่ามันคงไม่ค่อยแอ๊งอ่ะเน้อออ

คุณ asana : ใช่ค่ะ เราว่าคู่นี้เขาไม่น่าจะพูดกันน่ะค่ะ ต่างฝ่ายต่างตั้งแง่มากกว่า คืออย่าว่าแต่ท่านอาเธอร์เลย เราว่าอัลฟ์ก็ไม่ยอมพูดน่ะค่ะ ว่าตนเองทำเพื่อหวังอะไร (แล้วก็จบด้วยการโดนท่านอาเธอร์ซึนใส่มาอีกหลายร้อยปี 55) คนบ้าศักดิ์ศรีทั้งคู่เจอกันเลยแอ๊งฉะนี้เอง double wink

คุณรอนสัน : เมาได้วาไรตี้มากค่ะ (น่ารัก! ทำไมไม่เมาแล้วถอดมั่งค้าาา >>> กะ....กรี๊ดดด พลาดดด พลาดจริงๆ ด้วย ทำไมเราไม่ให้ท่านอาเธอร์เมาแล้วถอดเนี่ยย อ๊าาาา อดแกล้งอัลฟ์เลยวุ้ย >< เสียดายจังอ่าาา

พออัลฟ์โต เรารู้สึกว่าอัลฟ์ต่อปากต่อคำกับท่านอาเธอร์ได้มากขึ้น ในแง่เขียน เลยรู้สึกเขียนตอนช่วงนี้ง่ายกว่าตอนเด็กแฮะ ^^ แต่ตอนเด็กมันดูใสสะอาดดี อ่ากก ชอบทั้งสองแบบเลย เงิ้บบ

ตรง “ทำอะไรของนาย…เจ้าฝรั่งเศสสอนอะไรบ้าๆ มา” อ่านแล้วสะดุ้งค่ะ
ไหงถามกลับอย่างนั้นคะ หรือว่าเคยโดนคุณพี่สอนซะเอง <<ช่วงนี้ดูเวบ仏英มากไป
>>>>> แอบนึกภาพตามไปแล้วเหมือนกันค่ะ เฮือกกกเลยย เออแฮะ คุณพี่จะเคยสอนอะไรกับท่านอาเธอร์มั้ยเนี่ย O[]O (กลัวตัวเองด้วยที่พอคิดแบบนั้น...อาจจะมีพลอตให้อัลฟ์หึงได้มันส์กว่านี้ 555 แต่อีกใจ...ทำไมเป็นคุณพีกับท่านอาเธอร์ตอนเด็กมันโชตะพิกล )

คิดว่าถึงอัลฟ์จะบอก อังกฤษครับ ผมเสียใจด้วยจริงๆ
แต่เราคิดเจ้าตัวคงไม่เสียใจที่จะตัดสินใจทำเลยค่ะ
>>> ใช่เลยค่ะ อัลฟ์พูดไปงั้นแหละ confused smile ที่ว่าเสียใจแต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็ตามใจตัวเองชัดๆ ;p

คุณ rainorshine : อยากบอก.........คุณrainorshine กำลังทำให้มีตอน 5 นะคะ =[]=;;; เพราะตอนนี้ในหัวเราคิดถึงชื่อตอน Isolation แล้วเป็นฝั่งท่านอาเธอร์ขึ้นมาเลยอ่าาาาาาาาาา!!! (แอบชอบชื่อ Authorization ด้วยอ่ะค่ะ ขอบคุณที่เสนอนะคะ)

ขอบคุณทุกคนที่ทำให้เราได้เม้าไปในตัวนะคะ เอาล่ะไปอ่านหนังสือต่อ ^^

#19 By chibi on 2008-11-24 23:36

(ตกใจ ไม่เห็นว่าอัพ...คงเพราะหลับไปเกือบ 24 ชม. ค่ะ...orz)

โดนจุ๊บปุ๊บ คุณพี่ฟรานซิสก็ตกเป็นผู้ต้องหาคนแรกเลยนะคะท่านอาเธอร์ กร๊าก XDD

"เพราะผมอยากเป็นฝ่ายปกป้องคุณมากกว่า…"
ตอนอ่านนี่เลิฟประโยคนี้มาก กรี๊ด เด็กบ้า คิดดี ทำดี ควรจะพูดดีๆ ด้วยนะยะ

รู้สึกชื่นชอบเวลาที่อัลเฟรดค่อยๆ รับรู้ความบอบบาง(?)ของอาเธอร์ (จริงๆ แล้วเพราะแกนั่นแหละถึกขึ้น) สักวันผมจะปกป้องคุณ สักวันคุณจะเป็นของผมไปเลยไอ้น้องงงงงง (ซาคุโร่บ้าค่ะ อย่าใส่ใจ )


ป.ล. อัลฟ์ของพี่จิบิช่างน่ารัก...orz

#20 By Zakuro on 2008-11-25 00:16

“คนอื่นน่ะนิสัยไม่ดีทั้งนั้น! เพราะงั้นห้ามคบกับใครอื่นนอกจากฉัน จำเอาไว้มีแต่ฉันเท่านั้นที่ปกป้องนายได้”

เป็นมนุษย์ที่ซึนแล้วยังขี้หวงอีกนะคะเนี่ย (เอ๊ะ หรือจะใช้คำว่า'ขี้หึง'ดีคะ?)

ท่านอาเธอร์เมาแล้วโมเอ้~

อีอัลฟ์ยิ่งโตยิ่งหื่น... ท่านอาเธอร์แอบเป็นโชตะค่อนหรือเปล่าน้า ทำไมพออัลฟ์โตขึ้นมาหน่อยเริ่มเปลี่ยนจากโหมดพี่ชายแสนดีเป็นโหมดงอน+ซึนได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ แต่นั่นแหละที่โมเอ้ ฮาๆ

#21 By renme on 2009-01-03 04:09

ฮือออ
ท่านเธอร์เมา ชอบบบ(ที่จริงท่านทำอะไรเราก็ชอบทั้งนั้น ฮา )

เมาแล้วแปรปรวนดีแท้ เดี๋ยวซึนเดี๋ยววีนเดี๋ยวร้องไห้

แต่ทั้งหมดนั้น น่าร๊ากกกค่า~!!

ชอบจังเลย ชอบวิธีการเขียนของจิบิซัง(ขอเรียกงี้นะคะ) แทบทุกเรื่องเลย(ที่เบย์เอย์>w<~) ตามอ่านเหนื่อยค่ะ ฮ่าๆๆ

#22 By kazukazu on 2009-11-15 00:39