[APH] Answer (Hetalia Fanfiction)

posted on 27 Nov 2008 07:49 by chibi

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title : Answer [Hetalia Fanfiction]

Pairing : AlfredxArthur

Rate : ยิ่งกว่าไม่มีอะไรเลย

Preface : ความเครียดกับการส่งงานให้ทันมีผลให้หัว blank จนมาระบายเป็นฟิคได้จริงๆ OTL ชื่อตอนคิดไม่ออกจะลงอะไรด้วย -ion เลยเอาอันนี้ล่ะกัน อ่านแล้วงงก็ขออภัย รู้สึกตอนนี้เขียนยากชะมัดที่อยากสื่อออกไปก็ใส่ไม่หมดเง้ออ 

.

.

.

ทั้งที่เตรียมใจกับผลลัพธ์ไว้แล้ว…
แต่เมื่อเห็นน้ำตาของคุณ ผมก็ยังรู้สึกเจ็บที่หัวใจอยู่ดี


 “ฉันไม่ใช่เด็กหรือน้องชายของนายอีกต่อไปแล้ว ฉันจะเป็นอิสระ!!” ถ้อยคำประกาศอิสรภาพดังกึกก้องท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมัว ปืนที่ถืออยู่ในมือช่างหนักอึ้งยามที่ต้องหันปลายกระบอกไปยังร่างซึ่งทรุดอยู่ต่อหน้า

 รู้ดีว่าคนตรงหน้าคงเจ็บปวดกับคำมั่นนี้ ทว่าเขาไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้คือนัยน์ตาสีเขียวซึ่งเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา
 
“บ้าชะมัด…ทำไมนะ…” น้ำเสียงสั่นเครือหลุดรอดจากริมฝีปากผู้แพ้แผ่วแว่ว…ลึกในใจ เขาอยากหลงตัวเองว่าน้ำตานั้นหลั่งรินเพื่อเขา ไม่ใช่เพราะเกียรติยศศักดิ์ศรีใดๆ สิ้น

 นั่นสินะ…ทำไมสุดท้ายเรื่องถึงได้ลงเอยแบบนี้
แต่ระหว่างพวกเรา…มันมีคำตอบอื่นด้วยหรือ

นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องมือผอมบางที่พยายามปาดน้ำตาออกลวกๆ วูบหนึ่งเขานึกอยากก้มคุกเข่าลงเป็นฝ่ายเช็ดน้ำตาให้ หากสมองต้องคอยสั่งการบังคับใจไม่ให้ตนเองทำแบบนั้น

เพื่อคุณ…ผมจะไม่เหยียบย่ำเกียรติของคุณ

 หยดพิรุณโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า เย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง กระนั้นเขาก็นึกขอบคุณท้องฟ้าที่ช่วยโปรยปรายสายฝนลงมาให้คนที่เขารักยิ่งกว่าใครบนโลกไม่ต้องอับอายมากไปกว่านี้…

 อังกฤษครับ…ผมเสียใจ
 แต่เพื่อสิ่งที่ต้องการ…ความต้องการเพียงหนึ่งเดียว ผมจะไม่มีวันหันหลังกลับไป
และเมื่อผมตัดสินใจแล้วก็จะไม่มีวันเปลี่ยน
 อังกฤษ…ผมขอโทษจากใจจริงด้วยครับ
 .
 .
 .
นกอินทรีโผบินออกจากบานหน้าต่าง สองปีกของมันกระพือขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้างไร้เมฆไปยังดินแดนอีกฟากซึ่งมหาสมุทรนั้นกางกั้น นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองนกคู่ใจของตนออกเดินทางจากเพียงจุดเล็กๆ จนกระทั่งลาลับขอบฟ้ามองไม่เห็นอะไร

 “ส่งไปหมอนั่นก็ไม่มีวันตอบกลับมาหรอก” น้ำเสียงสบายๆ เอ่ยขึ้นจากด้านหลัง อเมริกาเหลียวกลับไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ แม้ดวงตาทั้งสองจะสะท้อนแววขุ่นมัวหากเขายังคงส่งยิ้มการค้าให้

 “ได้ข่าวช่วงนี้งานยุ่งยังอุตส่าห์มาเยี่ยมผมอีกเหรอครับฝรั่งเศส”

 “ฮะๆ ก็นั่งดูเด็กสองคนทะเลาะกันมันช่วยแก้เบื่อได้เยอะนี่นา” ชายหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยกลั้วหัวเราะ นัยน์ตาพราวระยับหรี่มอง “อย่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่าน่า บอกตรงๆ ฉันล่ะเชื่อเลยขนาดผ่านมาตั้งหลายปีแล้วแท้ๆ นายยังส่งหาจดหมายหาเจ้าคนหัวดื้ออยู่อีกเหรอ”

 “ผมก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง ได้ยินว่าไม่สบายอยู่นี่ครับ”

 “ยิ่งได้จดหมายจากนาย หมอนั่นจะยิ่งไข้ขึ้นกว่าเดิมสิไม่ว่า ที่สำคัญกล้าพูดมาได้นะว่าเป็นห่วง” ฝรั่งเศสผายมือทั้งสองออกพร้อมกับส่ายหน้า “ทำเขาเสียใจจนล้มหมอนนอนเสื่อมาเป็นปีๆ ต้นเหตุเพราะใครก็รู้อยู่ ถ้านายเป็นห่วงจริงก็ไม่ควรแยกตัวออกมาแต่แรกนะ”

 เฉพาะเรื่องนั้น…ไม่มีทาง…และไม่มีวัน

 “จะพูดเรื่องเก่าขึ้นมาให้ได้อะไร ที่สำคัญพูดเหมือนคุณไม่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้เลยนะครับ” อเมริกากอดอกมองคนที่นั่งเอกเขนกกับโซฟานุ่มราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

 “อ๊า…ก็การแกล้งเจ้านั่นเป็นเรื่องสนุกออกจะตาย แถมฉันกับอังกฤษทะเลาะกันจนเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว ฉันสิควรเป็นฝ่ายถามมากกว่านะว่านายน่ะทำไปเพื่ออะไรกันแน่ อเมริกา”

 “ก็อย่างที่คุณรู้นั่นแหละ ผมก็แค่ไม่อยากถูกเอาเปรียบ และความคิดเราก็ไม่ตรงกัน” ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าตอบเสียงเรียบเรื่อยโดยไม่เสียเวลาคิด เขารู้ทันเกมอีกฝ่ายว่างานนี้คงแค่กะมาแหย่และกวนประสาทเท่านั้น

ดังนั้นเขาจะไม่มีวันตกหลุมพรางเป็นอันขาด

 “งั้นเหรอ…งั้นเหรอ แต่คุณพี่อย่างฉันว่ามันไม่ใช่นะ” คนมากประสบการณ์กว่ายิ้มกวนๆ ยั่วประสาท “อังกฤษน่ะเอ็นดูและรักนายมากจะตาย ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกก็เถอะนะ ขนาดฉันเป็นคู่ปรับกันมาตั้งร้อยปียังรู้ แล้วนับประสาอะไรกับเจ้าหนูอย่างนายที่โตมาด้วยมือของเจ้านั่น นายจะไม่เคยรู้เลยเหรอว่าเขาคิดยังไงกับนาย หืม?”

 รู้สิ…รู้ดีจนไม่มีทางออกอื่นยังไงล่ะ

 “เพราะงั้นเลิกอ้างข้อแก้ตัวเก่าๆ ซะ ฉันว่านายมีคำตอบแต่แรกอยู่แล้ว ตอบมาเถอะน่าว่าทำไมนายไม่อยากเป็นน้องชายของเจ้าคนขี้เหงานั่นอีกต่อไปแล้ว หึๆ” คนสอดรู้คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์

 “แล้วทำไมผมต้องตอบคุณด้วยล่ะ ฝรั่งเศส” คนเพิ่งผ่านช่วงวัยรุ่นเอ่ยเสียงต่ำ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่สองมือกำแน่นจนรู้สึกถึงเหงื่อชื้น

 ทำไมต้องตอบ…ในเมื่อคนที่สมควรรู้ที่สุด เขายังไม่คิดจะบอกเลย

 “นั่นสิ…ทำไมนะ” ฝรั่งเศสย้อนถาม ใบหน้ากรุ้มกริ่มฉายแววสนุกสนานผิดกับคนเป็นเจ้าบ้านที่ความอดทนจวนจะหมดลงทุกที

 “ถ้ามีธุระแค่นี้ก็ช่วยกลับไปได้แล้ว ผมจะทำงาน” อเมริกาตัดบทอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานเป็นเชิงไล่ทางอ้อม

 “อะไรกันแหย่แค่นี้ก็โกรธซะแล้ว ยังเป็นเด็กไม่ยอมโตจริงๆ ด้วยน้า” คนอารมณ์ดีทำปากบู้ใส่

 “ผมไม่ได้โกรธ ก็แค่ถามจะกลับไปได้ยัง”

 “ไล่จังเลยแฮะ โอเคๆ กลับก็ได้” ฝรั่งเศสยักไหล่ก่อนจะยอมย้ายก้นออกจากโซฟาตรงไปที่ประตู กระนั้นหนุ่มเจ้าสำราญก็ยังไม่วายขยิบตา “แหย่นายไม่สนุกเลยแฮะ ฉันกลับไปแหย่อังกฤษต่อดีกว่า ทางนั้นท่าจะสนุกกว่าเยอะ ยิ่งไม่สบายแบบนี้ ฮะๆ”

 พลั่กกก!!!

 หนังสือเล่มโตถูกปาไปยังประตูแทบจะทันที แต่ฝรั่งเศสดูจะไวกว่าเพราะเสียงพลั่กนั่นเป็นเสียงหนังสือกระทบบานประตูหาใช่ใบหน้าของเจ้าคนกระล่อน

 อเมริกาขมวดคิ้วมุ่นก่อนกระแทกตัวลงกับเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่ตั้งใจจะไม่ยอมถูกปั่นหัวแท้ๆ แต่พออีกฝ่ายจี้จุดด้วยเรื่องของคนๆ นั้น หัวใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้อยู่ดี

 นั่นสิ…บางทีเขาอาจจะยังเด็กอย่างที่ฝรั่งเศสว่า อเมริกาทอดถอนใจเบาๆ ขณะหยิบเอกสารขึ้นมาดูอย่างเบื่อหน่าย

 เพราะถ้าเขาโตเป็นผู้ใหญ่จริงล่ะก็ เขาคงสารภาพความรู้สึกที่มีทั้งหมดให้คนๆ นั้นไปตั้งนานแล้ว
 สารภาพออกไป…เจ็บปวดที่ถูกปฏิเสธ…แล้วกลับไปเป็นน้องชายดังเดิม
 ถ้าคำตอบออกมาเป็นแบบนั้น อังกฤษก็คงจะไม่เจ็บปวด และยังคงอยู่ข้างๆ เขาเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
 ทว่าน่าเสียดาย…เขาไม่โตพอที่จะยอมเป็นฝ่ายเจ็บปวดข้างเดียวหรอกนะ

 “ถ้าต้องเจ็บคนเดียว สู้เจ็บด้วยกันยังดีซะกว่า” คนโตแต่ตัวนิสัยไม่ยอมโตกล่าวย้ำกับตนเอง พนันได้เลยถ้าอังกฤษมาได้ยินคงโวยวายใส่ว่าทำไมถึงเป็นเด็กเห็นแก่ตัวแบบนี้ และหัวเด็ดตีนขาดก็คงไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นคนปลูกฝังนิสัยที่ว่าให้แก่เขาเองแน่

 พอนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงที่เอาแต่โวยวายต่อว่า เรียวปากก็กระตุกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว อเมริกาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ นัยน์ตาสีฟ้าค่อยๆ หรี่ปรือ
 
 ให้ตายเถอะ…ผมคิดถึงคุณอีกแล้ว
 ไหนๆ วันนี้ก็อากาศดี ขอหลับฝันถึงคุณสักครู่จะได้ไหม
เผื่อผมจะฝันถึงอนาคตอันแสนไกลที่ผมวาดหวังไว้
 อนาคตที่จะทำให้การรอคอยอันทุกข์ทนในวันนี้กลายเป็นการลงทุนอันคุ้มค่าในท้ายที่สุด

 ได้แต่ภาวนาวอนขอในความเงียบงัน ดวงตะวันยังคงถักทอแสงสีทองให้แก่เบื้องล่าง ท้องฟ้าในวันนี้ยังคงเป็นสีฟ้าครามเหมือนวันที่เขาแหงนหน้าขึ้นมองตั้งคำถามให้กับหัวใจตนเอง

 ต่างกันที่วันนี้เหลือเพียงเขาอยู่เพียงเดียวดายในห้องเพียงลำพังเท่านั้น…อเมริกานึกขณะม่อยหลับเตรียมเข้าสู่นิทรารมณ์ วูบหนึ่งชั่วขณะที่เหมือนฝันคล้ายกับเขาจะได้เห็นแสงสีทองลอยวิบวับอยู่เบื้องหน้า

 …สงสัยเราคงฝันกลางวัน…อเมริกาคิดก่อนจะดำดิ่งสู่ห้วงฝันโดยไม่ทันได้เห็นจดหมายสีขาววางสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า

 อังกฤษ…ชั่วขณะที่ฝันถึงคุณ คุณจะฝันถึงผมบ้างไหมนะ
 .
 .
 .
 “…ริกา…อเมริกา…” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยมานับร้อยปีปลุกให้เขาลืมตาขึ้นช้าๆ

นัยน์ตาสีฟ้าลืมขึ้นช้าๆ ก่อนจะมองคนตรงหน้าลอดผ่านแว่นตาซึ่งสวมค้าง “อา…อังกฤษเองหรอกเหรอ ว้า…”

“ไอ้คำว่า ‘ว้า’ นี่มันหมายความว่าไง ห๊ะ” อังกฤษขึงตาใส่จนเขาต้องกลั้นยิ้ม

“นึกว่าลิธัวเนียมาปลุกน่ะ” รอยยิ้มกวนๆ จุดขึ้นที่มุมปากขณะดันแว่นตาให้เข้าที่ ช่างเป็นฝันกลางวันที่ยาวนานเหลือเกิน

แต่ความจริงนับจากนี้ไปคงยาวนานยิ่งกว่า…

“รายนั้นโดนรัสเซียพากลับไปตั้งนานแล้วเฟ้ย! แล้วเป็นฉันมันไม่ดีตรงไหน” คนปลุกโวยวายลั่น บ้าชะมัด! เห็นว่ามานอนหลับอยู่กลางสวน อุตส่าห์เป็นห่วงกลัวจะเป็นหวัดแท้ๆ ถ้ารู้ว่าตื่นมาแล้วกระตุ้นต่อมโมโหแบบนี้น่าปล่อยให้ตากลมจนเป็นหวัดดีกว่า

“ก็ยังไม่ได้บอกว่าไม่ดีนี่นา กับแปลกใจที่นายมาเยี่ยมน่ะ”

“ก็แค่มีธุระผ่านมาแถวนี้เท่านั้นแหละ” อังกฤษสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนัยน์ตาสีเขียวเหลือบเห็นมือใหญ่หนาเอื้อมมาแตะไหล่

 “เอามือมาแตะไหล่ฉันทำไม”

 ตุบ…

 แรงมหาศาลฉุดให้ร่างที่ยืนอยู่หล่นเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเป็นคำตอบทุกอย่าง อเมริกากระซิบข้างหูอังกฤษ “ก็ทำแบบนี้ไง แค่นี้ไม่รู้เหรอ”

 “จ…จะไปรู้ได้ไงฟะ!! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ” มือซึ่งบัดนี้เล็กและผอมบางกว่าแล้วพยายามยันเขาออกห่าง ทว่าใครจะยอมปล่อยง่ายๆ

 “ทำไมฉันต้องฟังคำขอของนายด้วยล่ะ” อเมริกาเอ่ยเสียงร่าขณะฝังหน้าลงกับเรือนผมนุ่ม สายตาก้มมองคนในอ้อมกอด “อืม…ตื่นมาแล้วได้สิ่งที่ต้องการนี่มันดีจริงๆ”

 “สิ่งที่ต้องการ พูดอะไรของนาย” คิ้วดกหนาขมวดมุ่นสงสัยขณะสองมือยังคงพยายามดันคนแรงช้างออกไปห่างๆ

 “แอบหวังอะไรอยู่ล่ะ…แต่รับรองเราคิดไม่ตรงกันหรอกนะ” ดวงตาสีฟ้าใต้กรอบแว่นฉายแววกวนประสาทยั่วต่อมโมโหให้อีกฝ่ายได้ชะงัด

 “ก็แล้วทำไมฉันต้องคิดตรงกับไอ้สมองแฮมเบอร์เกอร์อย่างนายด้วย หา!!” อังกฤษเงื้อแขนทุบไหล่อีกฝ่ายสุดแรง กระนั้นอเมริกาก็ยังหัวเราะ…หัวเราะที่สุดท้ายเขาก็ได้สิ่งที่หวัง

 ไม่จำเป็นต้องแหงนมอง ได้โอบกอดโดยคุณหนีผมไปไหนไม่ได้
 การไล่ตามคุณทัน ได้อยู่ในจุดที่เท่าเทียมกันมันช่างดีเหลือเกิน
แม้การรอคอยจะสร้างความทรมานเหลือใจ…แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่าไม่ผิดจากที่คาดจริงๆ

END

Postscipt : ครบ 4 ตอนแล้ว TOT ดีใจแต่......เหมือนไอ้ที่อยากเขียนบางจุดก็ยังไม่ได้ลงไปอยู่ดีเง้อออ ไม่รู้คนจะเกทกันมั้ยเนี่ยทำไมอัลฟ์ไม่บอกรักท่านอาเธอร์ออกไป จริงๆ อยากพูดให้มากกว่านี้นะตอนช่วงบทสุดท้ายแต่ใส่ไม่ได้ จริงๆ ให้สปอยก็แค่ อัลฟ์ไม่อยากบอกก่อนเพราะไม่อยากแพ้เท่านั้นล่ะนะ ฮ่ะๆ (คือจะรอให้อีกฝ่ายบอกก่อนล่ะมั้ง ฮ่าๆ)
 
 เขียนตอนนี้แอบรู้สึกคาแรกเตอร์แต่ละคนคุมยากจริงๆ เพราะมีเหตุการณ์สามช่วง ส่วนตัวรู้สึกท่านอาเธอร์...ทำไมยิ่งแก่นิสัยกลับดูเด็กขึ้นล่ะนั่น 55 ส่วนคุณพี่เพิ่งเคยเขียนครั้งแรก รู้สึกว่ายากมากๆ สื่อไม่ค่อยจะถูกเลย แต่ก็ต้องใส่เพราะตอนแรกเขียนแบบอัลฟ์พล่ามคนเดียว โละทิ้งไปเพียบเลย เขียนยากอ่ะ ทั้งหมดสี่ตอนมา ตอนนี้แหละรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้ดั่งใจ อยากให้ซึ้ง แต่ก็รู้สึกไม่สุด  แต่ก็ไม่อยากเขียนอัลฟ์พร่ำเพ้อ T_T แก้ไปเยอะ ผสมข้อมูลมาเพียบก็ออกมาแบบนี้อ่ะเน้อ แหะๆ

 จริงๆ ตั้งใจ 4 ตอนจบแต่สุดท้ายคงมีตอน 5 เป็นมุมมองท่านอาเธอร์มาปิดท้ายจนได้ เพราะความอยากเขียนชื่อตอน Isolation แท้ๆ....แต่อันนี้คงพักยาวจริงๆ แล้วค่อยเอามาลองเขียนวันหลัง แหะๆ กำลังคิดว่าอยากโปรยด้วยคำนี้ "ฉันรักเธอ...แม้จะไม่ได้มา แต่ก็ดีใจที่ครั้งหนึ่งเคยได้ครอบครอง" >>>> แต่รู้สึกท่านอาเธอร์จะกลายเป็นรุก เลยคงไว้คิดกันวันหลังใช้คำไรดีหว่า

 พล่ามด้วยความเปื่อย =q= 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ะ แต่รู้สึกว่าคุณพี่ฝรั่งเศสออกจะเท่ห์นะคะ ปรกติเป็นพวก..เอิ่ม...เหมือนลุงหื่นๆ? แต่อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว จะรู้ทันแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ (อย่างเมื่อเร็วๆนี้ ตอนที่รัสเซียมีเรื่องกับจอร์เจีย ฝรั่งเศสก็ออกตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย สำแดงความเท่ห์ของคุณลุงออกมาได้เหมือนกันค่ะcry)

พอได้มายืนในฐานะที่เท่าเทียมกันแล้ว ดูเหมือนอังกฤษจะสลัดมาดพี่ชายไปเป็นคนรักขี้งอนนิดๆเลยค่ะ คู้คุคุ

#1 By Asana Fay on 2008-11-27 09:08

ก็แล้วทำไมฉันต้องคิดตรงกับไอ้สมองแฮมเบอร์เกอร์อย่างนายด้วย หา!! << ขอประโยคนี้ก่อนเลยพี่ ทำไมอ่านแล้วมันช่างสะดุ้งยังไงชอบก๊ลลลลลลลลล โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย มันฮาขั้นเทพเจ้าาาาาาาาา เอาคะแนนไปแปดล้านนนนนนนนน ได้ใจโคดๆๆๆๆๆๆ *ขำจนน้ำตาไหล*

กลับมาต้นเรื่องใหม่ (ยิ้ม)
ฝรั่งเศสกวนตรีนอย่างแรง (ฮา)
เป็นครั้งที่สองที่ล่อนเห็นว่าฝรั่งเศสมันก็มีส่วนดีเหมือนกัน (แต่ไอ้ท่าทียึกยักนั่นน่ะ...ขอทีเถอะ เห็นแล้วอยากปาหนังสือใส่จริงๆ = =#)
ไอ้โรคชอบพูดกระตุ้นกระแทกแดกดักนี่ไม่เป็นรองใคร ชอบทำตัวเหมือนรู้ไปซะทุกอย่าง (แล้วเลิกยุ่งกับอังกฤษซะทีจะได้มั้ย!!!)

อเมริกาก็เหมือนเด็กอยู่เรื่อยแหละนะ มาฉลาดเอาช่วงปี 2000-2007 เนี่ยแหละ (ถึงจะบอกว่าฉลาด แต่ก็เห็นมีแววโง่แซมมาเป็นระยะๆ)
ชอบท่อนที่บอกว่า "ไม่โตพอที่จะเจ็บปวดด้านเดียว" มันแทงใจดีจัง sad smile
ล่อนเห็นในเมริคุงนะ เพราะว่าเข้าข้าง(ยิ้ม)
ในสถานการณ์ของทั้งคู่มันต้องเจ็บทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว ไม่ว่าเมริจะออกมาหรือไม่ก็ตาม (เก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้เงียบๆ เจ็บปวดพอกันแหละ...)


ล่อนอาจจะคิดมากไป....


ช่วงหลังที่ท่านเธอร์มาปลุกอัลฟ์...
มันเหมือนๆจะมี "อีกคู่" มาลอยซ้อนชอบกล (ฮา...จะว่าไปแล้วก็คิดถึง "อีกคู่" นั่นจังแฮะ...)
กิริซึนโคดดดด เมริเนียนโคดดดด (เอ...เมนท์แล้วมันคุ้นๆ..open-mounthed smile )

น่ารักดีค่ะ
ฉากที่อัลฟ์แตะไหล่แล้วรั้งมาให้อยู่ในอ้อมกอดน่ะ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
ขอบคุณที่เมริปากแข็งกวนตรีน(ติดฝรั่งเศสมาแน่ๆ = =bbb) แต่ยังน่ารักอยู่ (แบบลำเอียง)

อัลฟ์ไม่อยากบอกก่อนเพราะไม่อยากแพ้เท่านั้นล่ะนะ ฮ่ะๆ << ไม่แปลกใจเลย คาแรคเตอร์มันส่อมาอยู่แล้วพี่ ถ้าสองคนนี้ปากแข็งแข่งกัน เมริแม่มต้องแพ้แน่นอน (ฮา) เพราะแค่นี้ก็เผยไต๋กันถึงไหนถึงไหนแล้ววววว (เอ...แต่เห็นเธอร์แกล้งทำเป็นซื่ออยู่นี่น๊าาา)

คาแรคเตอร์คุมยากนี่เห็นด้วยอย่างแรงๆเลย (ในฐานะที่ล่อนหลวมตัวไปแล้วสองตอน...) สื่ออยาก คุมยาก บลาๆๆยาก!!!
แต่คิดว่าพี่แต่งออกมาโอเคออกนะคะ ล่อนชอบล่ะ >v<bbbbbbb

โหย...รอตอนถัดไปอ่ะ
มุมมองท่านเธอร์~~~~~


ปล.ทำไมอัพฟิคกันเร็วจัง...เริ่มตามอ่านไม่ทันแล้ววววว

#2 By 『 フェロン 』 on 2008-11-27 09:30

^
มาสยองเมนต์บนนี่ก่อน
เห็นแต่textล้วน

ก็แล้วทำไมฉันต้องคิดตรงกับไอ้สมองแฮมเบอร์เกอร์อย่างนายด้วย หา!! ประโยคนี้โมเอ้ชนะเลืศ

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อ่านแล้วมันบีบคั้นอีกแล้วค่ะพี่ แบบ ไงดี ฮานะรู้สึกอ่านไปเหมือนจมน้ำ อึดอัดกับอีอัลฟ์ (ไม่ใช่มันไม่หล่อนะคะ)

ขอแอบโบกธง มีลิธัวเนียจังด้วย แม่บ้านหมายเลขหนึ่ง อั๊งcry

ตื่นเต้น อยากอ่านความคิดของกิริซัง cry cry cry
จะรอตอนห้าอย่างตั้งอกตั้งใจค่ะcry
ไม่ได้เชคเอกทีนที
เห็นฟิคเฮตาเลียจากบล๊อกแกเป็นตับแล้วช๊อกค่ะ

/ไล่อ่าน

ปล.ขออภัย ดิชั้นไม่ใช่มนุดบ้าพลังเมนท์แบบในรีไพลที่2 ฉะนั้น สั้นๆแบบนี้แหล่ะสไตล์เรา

#4 By カフカ on 2008-11-27 11:16

โอ้ส มาแล้วววว

โหย แฮมเบอร์เกอร์ช่างยั่วยุขึ้น หรือเพราะอีน้ำหอมมันเชี่ยวชาญ แหม๊ ดูเป็นเสะช่างหวงขึ้นมาเชียวนะยะ อีเด็กเปรตตตตตต

ถ้วยชาช่วงหลังแบบว่าไม่เหลือคราบคนป่วยนอนซมที่ว่าไว้ตอนต้นเรื่องเลยแฮะ แหมๆๆๆ ไม่คิดจะเปิดเผยด้านอ่อนแอให้เด็กตัวเองเห็นสินะคะ

#5 By KeeChan on 2008-11-27 12:13

ฮา ไอ้สมองแฮมเบอเกอร์

แรกๆดราม่า หลังๆแอบสวีวี่วี ฮิฮิ้วววว

คุณพี่ก็ทะเล้นไม่เปลี่ยนแปลงกร๊ากกกก

แบบนี้ก็โอเคนะ ย่อยได้ๆ

อาเธอร์รุก!!!!!! คิดแล้วมันแปลกๆนะ ขี่ควายเนี่ย เอาอยู่เร้ออออ(โทดทีนะอัลฟ์ หึๆๆๆ)

#6 By ป้าแดง underground on 2008-11-27 13:01



อัลฟ์แย่ เด็กไม่รู้จักโต ท่านอาเต้อน่าร๊ากกก ทุบตีเข้าไป ด่าเข้าไปอีกค่ะ

จะรอตอนหน้านะคะ พี่จิบิแต่งออกมาได้ตรงนิสัยดีค่ะ ชอบบบบบบบบบ ท่านอาเต้อซึนดี อัลฟ์ก็แย่ ฮาๆๆ
(ชมนะเนี่ย...sad smile )

คุณพี่เท่มากค่ะ อยากให้มีบทอีกเยอะๆ
(พูดไปงั้นแหล่ะค่ะ นี่มันฟิคเบย์เอย์นี่นา ฮาๆๆ แต่ถ้ามีคุณพี่มาช่วยแกล้ง ทั้งเบย์และเอย์จะยิ่งปรากฏอาการซึนมากขึ้นอีก 43จุด open-mounthed smile เลยชอบดูสามคนนี้อยู่ด้วยกันน่ะค่ะ)

#7 By LUMiN on 2008-11-27 13:40

คุณพี่ฝรั่งเศสแอบเท๊เท่จังเลยค่ะพี่จิบิ =///= (เอ๋....ตอนนี้คุณพี่เป็นแค่ตัวประกอบนี่นา.......)

ตอนนี้อยากอ่านตอนที่5 มุมมองของอังกฤษซังเร็วๆจังเลยค่า >_<

#8 By minatan+minamo on 2008-11-27 15:56

"เขาไม่โตพอที่จะยอมเป็นฝ่ายเจ็บปวดข้างเดียวหรอกนะ"
ชอบประโยคนี้มากมาย (แต่ถูกแล้ว ท่านอาเธอร์ได้ยินมีโวยแน่ๆ ฮา)

ในที่สุดไอ้สมองแฮมเบอเกอร์ก็สมหวัง
ท่านอาเธอร์อ้ะะะะะะะะะะะ---------!!!!
(เด็กมันแผนสูง...เอาวะ คนเราทั้งพลาดและยอมพลาดกันได้)

ว่ากันจริงๆ แล้ว ถ้าอัลฟ์ไม่เป็นแบบนี้ ก็คงไม่ได้ท่านอาเธอร์มาครองหรอกเนอะ...

ตอน 5 น่าสนใจ (ความลำเอียงผุดอีกแล้ว ฮา)
เพราะเห็นแต่ความคิดฝั่งเมกามาตลอดด้วยล่ะ คราวนี้ก็จะได้เห็นบ้างว่าฝั่งอังกฤษคิดอะไร รู้ทันมั้ย รู้ทันแค่ไหน


ป.ล. ท่านอาเธอร์ตอบจดหมายเพราะเมาไข้สินะ (ฮา) *โดนอัลฟ์ปาชีสเบอเกอร์ใส่*

#9 By Zakuro on 2008-11-27 20:37

"ฉันรักเธอ...แม้จะไม่ได้มา แต่ก็ดีใจที่ครั้งหนึ่งเคยได้ครอบครอง"

ไดอะล็อกนี้เคยใช้ในฟิค luna sea ไม่ใช่เรอะ

#10 By kiyono on 2008-11-28 00:02

คุณพี่ฟรานซิสสสสส
ออกมาแล้ว ขำค่ะ คุณพี่รู้นะจ๊ะมากๆopen-mounthed smile

เห็นว่ามานอนหลับอยู่กลางสวน อุตส่าห์เป็นห่วงกลัวจะเป็นหวัดแท้ๆ ถ้ารู้ว่าตื่นมาแล้วกระตุ้นต่อมโมโหแบบนี้น่าปล่อยให้ตากลมจนเป็นหวัดดีกว่า
<< ถ้าเอาแบบแมนๆ กับประเทศอื่น เราเห็นภาพคุณอาเธอร์เอาเสื้อมาคลุมแล้ว ปล่อยให้นอนต่อค่ะ XDDD แต่กับอัลฟ์ ซึนอย่างนี้คงไม่ชอบทิ้งหลักฐานไว้แน่เลย

“แอบหวังอะไรอยู่ล่ะ…แต่รับรองเราคิดไม่ตรงกันหรอกนะ”
<<
คิดอะไร คิดอะไรคะ อยากรู้มากๆ *q* อารมณ์อยากแกล้งคงเต็มหัวcry ขนาดตอนเพิ่งตื่นยังกวนอีกฝ่ายว่านึกว่าลิธัวเนียมาปลุกเนี่ย
หาเรื่องง~~ cry

ระหว่างทางกว่าจะถึงตรงนี้ได้คงซึนใส่กันหนักมากกก
หัวแข็งกันแปลกๆทั้งคู่เลย
อยากไปหาประวัติศาสตร์แบบยิบๆอ่านจังค่ะ OTZ

#11 By รอนสัน on 2008-11-28 11:28

มาตอบคอมเม้น ^^a

คุณ asana : เดี๋ยวนี้เริ่มคิดว่าคุณพี่เท่ห์จริงจังเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าแม้จะขี้เล่นแต่คุณพี่ก็พึ่งพาได้ยังไงไม่รู้ฮ่ะๆ เขียนฟิคแล้วอินตาม ตอนอ่านเคยคิดว่าเพราะมีคุณพี่น่ะแหละเรื่องนี้ถึงยิ่งสนุก ตอนนี้เริ่มคิดเท่ห์นิดๆ ซะแล้วสิน้า

น้องล่อน : จริงๆ คิดอยู่คำนี้เหมือนอะไร ก่อนจะ อ๋ออ ไอ้สมองเบสบอล ก็มีนี่เนอะ กร้ากกก (จริงๆ ตอนแรกนึกมาจากสมองกล้ามเนื้อก่อนนะเนี่ย 55)

เรื่องเลิกยุ่งกับอังกฤษท่าจะยากตอนหน้าน้องล่อนจะบ่นคุณพี่มั้ยนะ 55 ส่วนตอนหน้าจะเห็นใจอัลฟ์มั้ยก็มาว่ากันอีกที (แต่เพราะท่านอาเธอร์ซื่อเกินน่ะแหละถึงต้องเจ็บแบบนี้น้าา เฮ่ออ)

จริงๆ หลังจากอ่านฟิคอีวานโทริส พี่ชักชอบคู่นี้แบบให้อัลฟ์ไปเอี่ยวแบบไม่รู้ตัวเข้าซะแล้วสิ 55 (ขอเป็นรักสี่เส้า สนุกดี 55) ส่วนเรื่องเผยไต๋กันมั้ยนั่น พี่ว่าท่านอาเธอร์ซื่อเกิ๊นนน่ะนะ น่าจะไม่ค่อยรู้อะไรอ่ะเน้ออ (ทึกทักเอาเองว่า นี่คือน้องชายอะไรแบบนี้ sad smile)

เห็นด้วยว่าตามอ่านฟิคไม่ทันเยอะจัด ==;; บางทีอ่านแล้วดันลืมเม้นก็มีกรรมจริงๆ

น้องฮานะ : ตอนห้ามาแล้วแถมยังต้องต่อตอนอีก OTL (ทำไมจบยากจบเย็นแบบนี้ เคืองง)แต่ถ้าอ่านแล้วรู้สึกบีบคั้นก็ดีใจนะ เพราะรู้สึกว่าคนอ่านจะไม่ค่อยบีบคั้นเท่าไร เหมือนพี่เขียนแล้วมันไม่ค่อยสะเทือนอารมณ์ไงไม่รู้ (อยากแกล้งคนมากกว่านี้ 55)

พีซ : เออ กุยังช้อคตัวเองเลย เขียนอะไรออกมาเป็นหางว่าวแบบนี้ ไม่ได้เม้ากันนนาน คิดถึงน้าาา

กีจัง : ฮ่าา แน่นอน เรื่องที่ท่านอาเธอร์จะเผยด้าอ่อนไหวให้อัลฟ์มันยากกกก open-mounthed smile แต่ในมุมมองพระเจ้าคนอ่าน ท่านอาเธอร์ป่วยยังไงก็ตอนหน้าอ่ะน่อ ^^

คุณป้าแดง : นึกภาพท่านอาเธอร์รุกไม่ค่อยออกเหมือนกันค่ะ ^^;; แต่ถ้าคู่กับคิคุอาจจะนึกออกมั้ง 55

น้องลูมิน : โดดแทคมือ พี่ก็ว่า คุณพี่โผล่จะยิ่งแหย่ได้สนุกไงไม่รู้ 55 กับถ้าอ่านแล้วรุสึกคาแรกเตอร์มันใช่แค่นี้พี่ก็ปลื้มดีใจแล้วจ้าาา

น้องมินาโมะ : รุสึกคุณพี่ออก แต่หลายคนเม้นถึงกันบ่อย 55 ตอนหน้าคุณพี่ก็ออกอีกล่ะนะ ;) พูดถึงยังไม่ได้เม้นฟิคตอนสองของน้องมิเลย จะบอกเขียนอีกเน้อ พาสต้าน่ารักอ่ะะะ (เป็นคู่ที่ชอบแต่เขียนไม่ออก มีคนเขียนแล้วดีใจอิๆ)

น้อง zakuro : เรื่องจดหมายมีเกี่ยวต่อแน่นอนน่ออ ^^ แต่ยังพลอตไม่ค่อยลง (เลยแบ่งเป็นสองตอนซะเลย) จริงๆ ก็อย่างที่น้อง zakuro ว่า ถ้าอัลฟ์ไม่ทำงี้ คงไม่ได้ท่านอาเธอร์มาครองหรอก (ก็คงเป็นเด็กบื้อเหมือนแมทธิวมากกว่า 55)

พี่เอ๋ : คุยเอ็มไปแล้วตามนั้นค่ะ

คุณรอนสัน : นั่นสิคะ ถ้าท่านอาเธอร์ถอดเสื้อโค้ทมาคลุมให้คิดแล้วก็อร๊างงง แต่นั่นแหละ ถอดไว้ก็ทิ้งหลักฐานสิ 55 ปลุกแบบซึนๆ แทนดีกว่า question

ประโยคนั้นก็นั่นแหละค่ะ จริงๆ ใจตรงกัน คิดตรงกันแหละ แต่อัลฟ์แกล้งแหย่ แกล้งยั่ว (เราว่าอัลฟ์คงแกล้งเพื่อให้ท่านอาเธอร์หลุดความรุสึกให้ตัวเองชมมากกว่า ^^) อัลฟ์ตอนโตชอบให้ทะเลาะชวนตีแบบนี้แหละค่ะ น่าร้ากกก

ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ confused smile

#12 By chibi on 2008-11-30 04:12

คุณพี่ฝรั่งเศสช่างเป็นมนุษย์ที่เหลี่ยมจัดจริงๆ ทั้งๆ ที่หน้าก็ไม่ได้เหลี่ยมเหมือน-ปี๊บ-เลยแท้ๆ ฮา

ว่าแต่อีอัลฟ์... สิ่งที่แกต้องการน่ะ มันติดเรทชะมัดเลยนะ กริ๊วววว <<<อีนี่คิดอะไรอยู่?

ให้ตายเถอะ…ผมคิดถึงคุณอีกแล้ว
ไหนๆ วันนี้ก็อากาศดี ขอหลับฝันถึงคุณสักครู่จะได้ไหม

<<<ชอบประโยคบนจังเลยค่ะ อัลฟ์หล่อมาก! แต่ไอ้ที่ฝันถึงเนี่ยมันเป็นความฝันแบบไหนกันคะอีอัลฟ์ คงไม่ใช่แบบตอน suspicious หรอกนะคะ?



(อ้าว ไหงทำหน้าอย่างนั้นล่ะตัวกรู...)

#13 By renme on 2009-01-03 04:24