[APH] Isolation -1- (Hetalia Fanfiction)

posted on 30 Nov 2008 03:40 by chibi
 

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title : Isolation -1- [Hetalia Fanfiction]

Pairing : AlfredxArthur

Rate : ยิ่งกว่าไม่มีอะไรเลย

Preface : ใกล้สอบความเครียด และความชิวก็มา แต่ข่าวร้ายคือทำไมมันมีเลข 1 ห้อยมาง่ะ OTL.... จบตอนไม่ลงอ่ะแง แต่ยังไงก็สองตอนจบแน่นอนค่ะ อ่อกับซีนนี้เป็นเหตุการณ์ก่อน Answer นะคะ

.

.

 สำหรับฉัน…นายคือชิ้นส่วนที่ฉันตามหามาตลอด
แต่บางทีคนอย่างฉันอาจไม่เหมาะที่จะได้รับการเติมเต็มกระมัง

 “แง ---!!!” เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยดังลั่นบ้านเมื่อเผชิญหน้ากับหน้ากากผีซึ่งหันมาแยกเขี้ยวใส่เข้าจังๆ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะจากนัยน์ตาสีฟ้าสว่างผ่านแก้มเนียนก่อนจะกลายเป็นร่วงพรู มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาตาป้อยๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสะอื้น “ฮือออ ผมกลัว อังกฤษอยู่ไหนครับ ช่วยผมด้วย ฮือๆ”

 พอเห็นน้องชายตัวน้อยกลัวมากขนาดนี้ หัวใจทั้งดวงก็พลันอ่อนยวบ อังกฤษรีบถอดหน้ากากปีศาจทิ้งแล้วรีบสวมกอดร่างน้อยๆ ตรงหน้าแทบไม่ทัน “ขอโทษๆ ไม่คิดว่าจะกลัวมากขนาดนี้”

 ร่างในอ้อมแขนยังคงร้องไห้ไม่หยุด “ฮึกๆ ไม่เอาแล้ว วันฮัลโลวีนไม่เล่นแบบนี้แล้ว ฮือๆ”

 “อืมๆ ไม่เล่นแล้ว หยุดร้องเถอะนะ” มือใหญ่หนาลูบหลังที่สั่นเทาเพื่อปลอบประโลม เฮ่ออ ก็ตั้งใจว่าปีนี้จะไม่เล่นเพราะเห็นปีที่แล้วอเมริกาก็ร้องแบบนี้แล้วเชียว แต่เจ้าเด็กขี้ลืมเอาแต่ใจก็งอแงจะแข่งกับเขาอีกให้ได้

 ชนะเด็กทุกปีก็ไม่น่าภูมิใจหรอกนะ…อังกฤษแหงนหน้ามองเพดานอย่างระอา หากส่วนลึกในใจเขาก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าการได้ปลอบอเมริกาซึ่งร้องไห้โฮแบบนี้ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย

 หรือถ้าพูดให้ละเอียดกว่านั้น การได้ใช้เวลาร่วมกับน้องชายตัวน้อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือความสุขที่ทดแทนช่วงเวลาเดียวดายในยุโรปให้กับเขาต่างหาก

 ร่างในอ้อมแขนยังคงร้องไห้ไม่หยุดจนคนเป็นพี่ชายต้องหยุดคิดเรื่อยเปื่อยเป็นช่วยเช็ดน้ำตา แทน นัยน์ตาสีเขียวสบมองเทวดาน้อยของเขา “ไม่มีอะไรแล้วอเมริกา ฉันอยู่กับนายตรงนี้ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลปกป้องนายตลอดไป”

 สิ้นคำนั้นเสียงร้องไห้ก็หยุดลง นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองเขานิ่ง และในวินาทีนั้นเองบรรยากาศรอบกายนั้นก็กลับกลายมืดลง อังกฤษนึกฉงนนิ่งงันไปทั้งร่าง และเมื่อกะพริบตาอีกครั้งหัวใจแทบจะหยุดเต้นด้วยเด็กน้อยซึ่งเอาแต่ร้องไห้บัดนี้ได้หายไปจากมือทิ้งให้เขาอยู่เพียงลำพัง

 อเมริกา…นายหายไปไหน? อังกฤษคิดด้วยความตื่นตระหนกขณะเหลียวมองไปรอบกายซึ่งมีแต่ความว่างเปล่า

 ผมไม่ใช่เด็กแล้ว…ไม่จำเป็นต้องให้คุณปกป้องหรอก

 เสียงทุ้มต่ำไม่เคยคุ้นดังกระซิบจากด้านหลัง ร่างโปร่งเพรียวหันขวับด้วยสัญชาตญาณ หากก็ช้าเกินไปเมื่อมือใหญ่หนาสอดเข้าเอวบางก่อนจะรวบเขาเข้าไปกอดแน่น

 “นายเป็นใคร…ปล่อยนะ!!” สมองยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกกระนั้นสองมือก็ยังพยายามดันคนบุกรุกออกห่างสุดชีวิต

ทว่ายิ่งต่อต้านก็เหมือนยิ่งยั่วยุ เจ้าคนถือดีกระชับอ้อมแขนแน่นไม่ยอมปล่อยเขาไปไหน วงแขนที่รัดรึงทำให้อังกฤษหายใจแทบไม่ออก แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่พรากลมหายใจได้เท่ากับการกระทำต่อมา นัยน์ตาสีเขียวเบิกกว้างเมื่อสัมผัสร้อนรุ่มเอาแต่ใจแนบลงที่ริมฝีปาก

เปล่าเลยเขาไม่ได้ตกใจกับจุมพิตที่ไม่คาดหมาย นัยน์ตาสีฟ้าสว่างดั่งท้องฟ้าฤดูร้อน…นัยน์ตาที่เหมือนคนที่เขารักและให้ความสำคัญที่สุดนั่นต่างหากที่ทำให้ชายหนุ่มตื่นกลัวจนพูดไม่ออก

ไม่จริง…ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก!! ร่างโปร่งเพรียวกรีดร้องในใจขณะปลายลิ้นอุ่นล่วงล้ำบุกรุกเข้ามาอย่างถือดี สัมผัสที่หวานล้ำเข้าครอบครอง ภาพในสมองกลายเป็นสีขาวโพลนเหลือเพียงถ้อยคำเดียวที่แจ่มชัดจนหัวใจแทบแตกสลาย

ผมจะเป็นอิสระ ---

ใครก็ได้ช่วยบอกเขาที ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ฝัน ไม่ใช่ความจริง…

**********

“เฮ้…ยังมีชีวิตอยู่มั้ย” แสงสว่างส่องลอดผ่านม่านตาจ้าเสียจนตาแทบพร่า เงาร่างสูงใหญ่ที่ชะโงกมาดูอาการทำให้คนนอนไข้ขึ้นเบ้ปาก

“ฝันร้ายชัดๆ…” อังกฤษคราง นัยน์ตาสีเขียวฉายแววขุ่นมัวเมื่อเห็นว่าใครมาเยี่ยม

“ใจร้ายชะมัด คุณพี่บ้านใกล้เรือนเคียงอุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที พูดจาแบบนี้ได้ไง” ฝรั่งเศสยืนมองคนป่วยอาการย่ำแย่ด้วยความหน่ายใจ

“ฉันไม่ได้หมายถึงนาย…” อังกฤษเอ่ยพร้อมกับพลิกตัวหนีไปอีกทาง “ระดับนายน่ะเรียกว่านรกส่งมาเลยต่างหาก”

“อ่ะนะ…ปากดีแบบนี้แปลว่าไข้ยังไม่หนักมากสิท่า” เส้นเลือดปูดขึ้นขมับคนมาเยี่ยมเล็กน้อย แน่ล่ะเมื่อยังต่อปากต่อคำได้แบบนี้ เขาก็จะแกล้งให้หนำใจล่ะนะ “งั้นถ้าไม่ได้หมายถึงฉัน ตะกี้นายหมายถึงใครล่ะ”

“ไม่เกี่ยวกับนาย…” อังกฤษตอบโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง คงเป็นเพราะไอร้อนจากร่างกายจึงทำให้ใจเขาตอนนี้เต้นรัวแรงไม่ยอมหยุด

ไม่ใช่เพราะความฝันเมื่อครู่แน่…ไม่มีทางเป็นอันขาด

“ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ เดี๋ยวก็ปล้ำซะหรอก” คุณพี่ผมบลอนด์ปล่อยมุกฝืดซึ่งคนฟังไม่ยักขำ ซ้ำยังส่งสายตาขวางๆ

“ว่างนักก็เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เจ้าบ้า…แค่กๆๆ” พูดไม่ทันจบดีเสียงไอโขลกๆ ก็เข้ามาแทนที่จนฝรั่งเศสต้องเข้ามาประคอง

“แน่ะๆ ถ้าฉันเอาตัวไม่รอด นายคงตายก่อนฉันล่ะมั้ง เฮ่ออ” คนขี้เล่นเอ่ยด้วยเสียงอ่อนใจ แม้ครึ่งหนึ่งเขาจะมาหาอังกฤษเพราะต้องการเย้าแหย่ แต่ไอ้ครึ่งที่เหลือเขาก็ยอมรับว่าเป็นห่วงไม้เบื่อไม้เมาที่ตีกันมานับร้อยปีอยู่ดี

“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก อย่างน้อยต้องกระทืบนายก่อนอีกสักรอบ” คนป่วยยังคงปากดีไม่ดูสังขารกระนั้นคนโดนพาดพิงก็ยังมีน้ำใจหาผ้าเย็นมาโปะหน้าผากอีกฝ่ายลดไอร้อนให้

“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ นายเป็นอะไรไม่ใช่แค่ฉันเป็นห่วงหรอกนะ” ฝรั่งเศสเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนตัดสินใจเอ่ยต่อ “เจ้าเด็กนั่นก็เป็นห่วงนายนะ ท่าทางอยากมาเยี่ยมใจจะขาด”

เจ้าคนปลิ้นปล้อนตรงหน้าพูดอะไรของมัน…อังกฤษนึกในขณะที่สมองเริ่มปวดจี๊ดเมื่อคำของฝรั่งเศสทำให้ใจเขานึกไปถึงวันที่ท้องฟ้ามืดมัววันนั้น

เขามันช่างน่าสมเพช…ผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังฝังใจกับเหตุการณ์วันที่พ่ายแพ้ ทุกค่ำคืนก็ยังคงฝันถึงอดีตที่เปี่ยมสุข ก่อนจะต้องลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งน้ำตาเพื่อพบกับความจริงและพิษไข้ที่รุมเร้า

แน่ล่ะที่ร้องไห้เพราะอาการป่วย…เด็กคนนั้นไม่มีทางมีอิทธิพลกับจิตใจเขาขนาดนั้นหรอก

“ทำไมทำหน้าไม่เชื่อแบบนั้นล่ะ อเมริกาอยากมาเยี่ยมนายจริงๆ นะ” นัยน์ตาขี้เล่นเสมอมาตอนนี้กลับฉายแววจริงจังกว่าที่เคย เขาสบตากับนัยน์ตาสีเขียวขุ่นขวางตรงๆ

แล้วไง…

“ได้จดหมายใช่มั้ย หมอนั่นอยากมาเยี่ยมด้วยตัวเองแต่กลัวนายจะแย่เลยส่งจดหมายมาแทน”

เจ้านกบ้านั่นบินมาแทบจะทุกเดือน ทำไมเขาจะไม่รู้ ติดว่าปวดหัวจนแทบบ้าน่ะแหละ ไม่งั้นจะหักคอเจ้านกนั่นไม่ก็เอากองจดหมายพวกนั้นไปเล่นมนต์ดำแล้ว 

ฝรั่งเศสมองคนที่นอนแบ่บบนเตียงอย่างอดเห็นใจไม่ได้ เอ…หรือเขาควรจะเห็นใจเจ้าเด็กที่เขาไปเยี่ยมเมื่อเดือนที่แล้วไม่รู้ ได้แต่คิดอย่างปวดหัวพลางส่ายหน้าน้อยๆ “พูดก็พูดเถอะนะ นี่ก็ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนายยังโกรธหมอนั่นอีกเหรอ”

“ฉันไม่ได้โกรธ!! ไม่ได้เสียใจอะไรทั้งนั้น!!” ถ้อยคำของฝรั่งเศสนั้นแทงใจจนคนที่เงียบมาตลอดต้องลุกพรวดขึ้นตะโกนเกรี้ยวกราด “เจ้านั่นอยากจะทำอะไรก็เรื่องของมัน เดิมทีฉันก็ตัวคนเดียวมาตั้งแต่แรก กับแค่ถูกหักหลังแค่นี้ฉันน่ะชินแล้ว ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นหรอก…อึ่ก…”

อาการคลื่นเหียนจุกขึ้นมาในลำคอ ภาพตรงหน้าหมุนติ้วจนคนโวยวายเริ่มโงนเงนเกือบล้มหัวฟาดกับหัวเตียงเข้าซะแล้วถ้าฝรั่งเศสไม่เข้ามาประคองเสียก่อน

“บ้าเลือดซะแล้ว ให้ตายเถอะ…นายยังเสียใจมากขนาดนั้นเหรอ”

ฉันไม่ได้เสียใจ…อังกฤษคิดในใจ อยากจะเถียง อยากจะด่าทอคนตรงหน้าว่าจะมาวอแววุ่นวายกับเขาไปถึงเมื่อไร หากร่างกายก็ไม่อาจสั่งการได้อย่างใจคิด แถมน้ำตาเจ้ากรรมยังพาลเอ่อคลอแทนเสียอีก

ทำไมนะ แค่คิดว่าเด็กคนนั้นหักหลังเรา ทำไมเราถึงต้องร้องไห้ออกมาด้วย นี่เราอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

“เด็กมันโตแล้วก็แค่นั้นเอง เหมือนตอนที่นายแยกไปจากฉันน่ะแหละ” คุณพี่พยายามหาคำปลอบที่ดีที่สุดก่อนจะจัดแจงห่มผ้าให้อีกฝ่าย “ขอโทษแล้วกันที่ทำให้นายไข้หนักกว่าเดิม ฉันขอตัวกลับดีกว่า”

รู้ตัวก็ดี จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย…อังกฤษนึกขณะมองภาพรอบข้างที่เริ่มพร่าเลือน

“อย่างที่บอกอเมริกาโตแล้ว มากๆ ด้วย หมอนั่นไม่จำเป็นต้องให้พี่ชายอย่างนายดูแลอีกแล้ว” ถ้อยคำของฝรั่งเศสเปรียบเสมือนยาขม เขารู้…เขารู้ดีว่าเรื่องมันผ่านไปหลายปีแล้ว การที่อเมริกาจะแยกตัวไปจากเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สำคัญการพบพานแล้วจากลานั้นเขาก็ชินชาจนไม่รู้สึกอะไรมาตั้งแต่เด็กแล้ว

ทั้งที่ตั้งแต่ถือกำเนิดมา ความโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด
แต่ไม่รู้ทำไม…ความสูญเสียครั้งนี้ถึงทำให้หัวใจของเขาปวดร้าวได้ขนาดนี้
เพราะอะไร…ทำไมฉันถึงต้องอาวรณ์เด็กคนนั้นมากขนาดนี้
ทำไมเพียงแค่คิดว่านายไม่ต้องการฉันแล้ว…น้ำตามันถึงพาลจะไหลออกมาเสียให้ได้

“นอนพักเถอะ อย่าคิดมากเดี๋ยวไข้จะยิ่งขึ้นหนักกว่าเดิม…” เสียงของฝรั่งเศสช่างดูห่างไกลในขณะที่อีกด้านหนึ่งของความฝันกลับช่างใกล้แสนใกล้ ทั้งที่ภาพตรงหน้าพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นอะไรหากดวงตาสีฟ้าและรอยยิ้มบริสุทธิ์กลับแจ่มชัดในจินตนาการ

อังกฤษฮะ สัญญานะครับว่าจะกลับมาหาผม

ทั้งที่ฉันไม่เคยผิดสัญญากับนาย ทั้งที่อยู่ห่างกันอีกฟากของมหาสมุทร ฉันก็ยังอาศัยดาวดวงนั้นพาฉันกลับไปหานายได้ทุกครั้ง…

ทั้งที่เป็นอย่างนั้น…แต่นายกลับผิดสัญญากับฉัน ทำไมนายถึงเลือกจะทิ้งฉันไป

ม่านหมอกจางๆ ปกคลุมทับภาพในวันวาน ในความมืดเสียงหัวเราะและรอยยิ้มนั้นเลือนหายไปสิ้นด้วยสายฝนในวันนั้น หยดน้ำหยดแล้วหยดเล่าพร่างพรู ร่วงหล่นกระทบลงหัวใจของเขา ทั้งที่สายฝนนั้นเย็นเยียบหากขอบตาทั้งสองเขากลับร้อนผ่าว

แน่ล่ะน้ำตานี้เป็นเพราะพิษไข้เท่านั้น…ไม่ใช่เพราะเจ้าเด็กคนนั้นเป็นอันขาด อังกฤษได้แต่กระซิบบอกตัวเองเช่นนั้นขณะยืนเปียกปอนกลางสายฝนอย่างเดียวดาย

เพียงลำพัง…ไม่มีใครอื่น

TBC...

Postscipt : เนื้อหาไม่ค่อยมีไรเลยเนอะ ^^;; แต่รู้สึกจะเขียนม้วนเดียวจบให้ท่านอาเธอร์เข้าใจอะไรมากขึ้นมันดูเร็วๆ ไปอ่ะ (ไม่มีเวลาเขียนด้วย) แต่ทำให้รู้แล้วว่า ตอนที่แล้วไม่ได้ดั่งใจเพราะเขียนถึงแต่อัลฟ์ข้างเดียว 55 ทีงี้มีแต่ท่านอาเธอร์ ขอสองตอนเถอะ จ๋าขออออ ซะงั้น ฮ่ะๆ เขียนไปแอบรู้สึกอยากบีบคออัลฟ์ไงไม่รู้แฮะ 555 กับรู้สึกนี่มัน...พี่ชายติดน้องเป็นบ้า =w=;;

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อังกฤษซัง.....นอนร้องไห้เนี่ย ต่อหน้าคุณพี่ฝรั่งเศสน่ะ อันตรายมากๆเลยนะคะ (ไม่กลัวคุณพี่ใช้ข้ออ้างจูบซับน้ำตาเหรอ 555)

อืม.....ตอนอ่านถึงฉากที่ อังกฤษบอกว่า อเมริกาให้นกบินเอาจดหมายมาส่ง...แว๊บนึงเผลอคิดไปถึง....

ผู้ชายใส่แว่น ให้นกสักสายพันธุ์บินเอาจดหมายไปให้หนุ่มซึนที่เล่นตัวไม่ยอมให้พบหน้า

สมการลงตัวดีจังเลยน้า~

(เหมือนเห็นภาพซ้อนเลย 555)

เวลามีไข้ แล้วมองคุณพี่ฝรั่งเศส อังกฤษจะใจเต้นกับความใจดีแบบลุงๆไม๊คะเนี่ย

#1 By minatan+minamo on 2008-11-30 05:53

ตอนต้นอ่านแล้วกรี๊ดค่ะ โอ๋เด็ก cry โอ๋เด็ก
แป๊บเดียวโตแล้วรับมือไม่ทัน sad smile
ชอบนะคะที่คุณอาเธอร์หาข้ออ้างให้ตัวเอง ว่าที่เป็นอยู่นี่ไม่ใช่เพราะอเมริกา เหงาเชียว

เหมือนเห็นคุณพี่มุมปากกระตุกยังไงไม่รู้ค่ะ confused smile

ตอนที่เถียงว่าไม่ได้โกรธไม่ได้เสียใจอะไรทั้งนั้นนี่ ...ระดับเดียวกับคนเมาแล้วไม่ยอมรับเลยค่ะ (ถ้าไม่ใช่ทั้งสองอย่างแล้ว งั้นนี่คืองอน? XDD)

#2 By รอนสัน on 2008-11-30 06:44

อัลฟ์ได้ไปตั้ง 4 ตอน เพราะงั้นท่านอาเธอร์ต้องลุยค่ะ =w=b

คุณพี่เป็นพระมาโปรดเชียว ถึงจะเหมือนไม่ได้ผล แต่ก็ได้ผลล่ะน่า (พิมพ์ให้ตัวเองงงเองซะงั้น...) ติดหนี้คุณพี่หลายอย่างละนะอัลฟ์
(คุณพี่นี่...น่าเสียดายที่ไม่มีคู่แท้...เป็นบุคคลสาธารณะ(???)ไปหน่อย...)


“ฉันไม่ได้โกรธ!! ไม่ได้เสียใจอะไรทั้งนั้น!!”
แหม ท่านอาเธอร์ล่ะก็...
ตำราสายซึนเค้าบอกว่าให้อินเวิร์สมันนะคะ อั๊ง เฮิร์ตขนาดนี้ ไม่ต้องเอาเข้าสมการก็มองเห็น

#3 By Zakuro on 2008-11-30 06:52

เหลือเชื่อคุณพี่ไม่ทำอะไรมากกว่าการแหย่ด้วยคำพูด

นี่ฉันเห็นคุณพี่หื่นขนาดนั้นเชียวเหรอ

เวลาดราม่ามากๆได้คุณพี่เข้ามาช่วยได้ทีเดียว

#4 By ป้าแดง underground on 2008-11-30 08:55

เข้ามาขอคำเดียว


"ทำเมริกิริแฟนบุคซะ"

ปล.จริงจังๆ

#5 By カフカ on 2008-11-30 09:50

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย อีเด็กโมเอ๊ะะะะะะะะะะะะ ทำกลัวผี โอ้ยยย ดาเมจจจจจ ถุงชาคะ พลาดไปจริงๆ เด็กมันเนรคุ๊ณณณณณ

คุณพี่น้ำหอมดูเป็นคนดีมาหลายๆ (รู้สึกจะเอามาเชื่อมกะฟิคซาคุโร่... โผล่มาหล่อ)

โธ่ นึกถึงอดีตแล้วมันช้ำชอกกกก

#6 By KeeChan on 2008-11-30 10:34

อ๊ายยยยยยยยยย cry
ตามมาอ่านทีหลังทุกพาร์ทเลยค่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก

ความรู้สึกของอังกฤษตอนนี้ป่วยทางกายคงไม่เท่าไหร่ แต่ป่วยทางใจนี่เป็นมากกว่า
แต่โดดเดี่ยวตอนนี้ อาจจะไม่โดดเดี่ยวในวันหน้าก็ได้นะอาเธอร์ (อะไรเนี่ย?)

(อาเธอร์ ป่วยแล้วก็ดื้อไม่ใช่น้อย ชักสงสัยแล้วว่าฝ่ายไหนที่เด็กกว่ากันแน่ XD )

เอ .. อ่านไปอ่านมาแล้ว แอบรีเควส pov ของฝรั่งเศสด้วยได้ไหมคะเนี่ย ฮา~

#7 By Tonn ★ on 2008-11-30 16:54

ท่านอาเธอร์ยังซึนได้อีก!!!

โอย ไม่ไหวแล้วค่า... ท่านอาเธอร์ คิดถึงเขาก็ยอมรับมาเถอะน่า =3=

ว่าแต่คุณพี่ฟรานซิสก็แอบใจดีนะเนี่ย (หรือที่จริงก็เป็นแบบนั้นแต่นิสัยหื่นมันบดบังหมด ฮา)

#8 By Rosaria [It's my WAY] on 2008-11-30 23:51

ชอบแบบนี้จัง >///<

อังกฤษคุงปากไม่ตรงกับใจอย่างแรงเลยนะคะ
น่ากลัวจะโดนคุณพี่ฝรั่งเศสงาบเอา sad smile

#9 By Lady-Rabbit (124.122.204.168) on 2008-12-01 22:41

บีบคอมันเลยค่ะพี่จิบิ =A=!!! บีบเลยยยย ฆ่ามานนนนนน

รักอังกฤษษษษษษ ท่านอาเธอร์น่าสงสารรรร (ซับน้ำตา) แต่ซึนแบบนี้พูดอะไรที่เกี่ยวกับอัลฟ์ออกมาต้องทำให้เป็นปฏิพากย์หมดเลยสินะคะ... เฮ้อ...

อ่านฟิคนี้ไปแล้วยังไปฟัง ラフメリカ(และเวอร์ชั่นไอ้บ้าเมริกา) แล้วยิ่งขำ เว้ยยยยยย จะซึนไปไหนคะท่านเธอร์ที่เคารพพพพพ

แต่ยังไงก็รักคร่ะ (อ้าวว =[ ]=)

เหลือเชื่อว่าคุณพี่กุหลาบทำอะไรดีๆเป็นชินเป็นอันได้??

#10 By Rayrorst Har. Sigfried on 2008-12-01 22:51

น....น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
/สคิปข้ามคุณพี่ฟรานไปด้วยลำเอียงส่วนตัว

นี่ขนาดยังไม่มีบทบาทเด่นก็หล่อนำมาแล้วนะเมริ (ฮา)

ชอบฉากในความฝันจังเลย
ช่วงครึ่งแรกดีสมเป็นฝัน ความทรงจำที่คอยแทงใจนี่มันโหดร้ายดีจัง

ให้คะแนนเต็มกับคำว่า "อย่างนายเขาเรียกนรกส่งมา"
กรี๊ดดดดดดดดดด ถูกใจมากถึงมาที่สุด ต่อให้ต้องกัดลิ้นตายก็อย่าให้ฟรานซังมาแตะตัวนะค๊าาาาา (แต่ก็เป็นคนดีน่า เอาข่าวคราวของเมริมาทำคะแนนให้นะเนี่ยยยย อร๊างงงงงค์)

กิริน่ารัก MAX!!!!
นี่ขนาดป่วยนะเนี่ยย
คนป่วยอะไรน่าดูแลเป็นบ้าเลย

อ่านแล้วเข้าขั้นเพ้ออ่ะ
กิริน่ารักมากๆ ปากแข็งมากๆ
ซึนเอามากๆ = =b

ล่อนคิดว่ากิริรู้ใจตัวเองดีนะ แต่ก็ซึนได้อีก
ตอนหน้ามาไวๆนะ อยากเห็นบทอัลฟ์จังเลย~~~

พี่ชายติดน้อง
น้องรักพี่
สนุกจะตายไป (ฮา)
จะเกินสองตอนก็ไม่ว่ากันหรอกค่ะ open-mounthed smile
ยังไงก็จะตามอ่าน~~~

#11 By 『 フェロン 』 on 2008-12-01 22:53

อ่าก มัวแต่หล่อ ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้มาเมนต์ (เกรียนมากฮานะ)

ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกก โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย อ่านแล้วมันจี๊ดหัวใจมากค่ะพี่จิบิ แบบ จะสมน้ำหน้าหรือเห็นใจดีคะอาเธอร์ โอยยย

ซึนเอาโล่ห์เอาไหเหลือเกิน จะซึนไปไหน กลุ้มใจมาก

ตอนหน้าโอมเพี้ยง ลุ้นมาก ขอให้มา ขอให้หล่อ หล่อๆนะเมริ กรี๊ดดcry cry cry

ปล.น้ำหอมแอบหล่อหน่อยตอนท้ายๆก็ได้cry
ให้อิมเมจของแต่ละประเทศชัดเจนค่ะ

นิดนึง 1: แอบแปลกใจว่า blog คุณจิบิกลับมาแล้ว...(ไม่เข้ามานาน)
นิดนึง 2: รู้สึกแอบหลังเขาอีกละ...ไป search หาข้อมูลดีกว่า เหอๆ (อาย ไม่บอกว่าไม่รู้อะไรดีกว่า? )question

#13 By jannie (118.173.160.113) on 2008-12-03 01:10

โว้ย ท่านอาเธอร์โชตะ ท่านอาเธอร์ บราเธอร์คอมเพล็กซ์~!!!

มันเป็นความฝันที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ตอนแรกท่านอาเธอร์กำลังมีความสุขได้กอดอัลฟ์น้อยอยู่ดีๆ อีอัลฟ์ดันโตอย่างรวดเร็วแล้วท่านอาเธอร์ก็ถูกกอดซะเองแบบนี้นี่มัน

ก็น่าตกใจใช่เล่นอยู่ ฮาๆ

ท่านอาเธอร์ซึนได้โมเอ้จริงๆ อ๊าง

#14 By renme on 2009-01-03 04:35

โฮกกกก
สงสารท่านเธอร์จังเลย งื๊อ

แต่..
ที่ฝันน่ะ เกือบติดเรทแล้วนะคะ 55555
โฮกก เด็กน้อยโชตะอย่างดี กลายร่างเป็นอีตาอัล์ฟอ้วนแถมจู่โจมอีกตังหาก คึ

คุณพี่มาดูแลแบบนี้ น่ากลัว แต่ก็แอบเท่ห์นะคะ ฮ่าๆๆๆ

#15 By kazukazu on 2009-11-15 00:10