[APH] Isolation -1- (Hetalia Fanfiction)
posted on 30 Nov 2008 03:40 by chibiแฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title : Isolation -1- [Hetalia Fanfiction]
Pairing : AlfredxArthur
Rate : ยิ่งกว่าไม่มีอะไรเลย
Preface : ใกล้สอบความเครียด และความชิวก็มา แต่ข่าวร้ายคือทำไมมันมีเลข 1 ห้อยมาง่ะ OTL.... จบตอนไม่ลงอ่ะแง แต่ยังไงก็สองตอนจบแน่นอนค่ะ อ่อกับซีนนี้เป็นเหตุการณ์ก่อน Answer นะคะ
.
.
.
สำหรับฉัน…นายคือชิ้นส่วนที่ฉันตามหามาตลอด
แต่บางทีคนอย่างฉันอาจไม่เหมาะที่จะได้รับการเติมเต็มกระมัง
“แง ---!!!” เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยดังลั่นบ้านเมื่อเผชิญหน้ากับหน้ากากผีซึ่งหันมาแยกเขี้ยวใส่เข้าจังๆ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะจากนัยน์ตาสีฟ้าสว่างผ่านแก้มเนียนก่อนจะกลายเป็นร่วงพรู มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาตาป้อยๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสะอื้น “ฮือออ ผมกลัว อังกฤษอยู่ไหนครับ ช่วยผมด้วย ฮือๆ”
พอเห็นน้องชายตัวน้อยกลัวมากขนาดนี้ หัวใจทั้งดวงก็พลันอ่อนยวบ อังกฤษรีบถอดหน้ากากปีศาจทิ้งแล้วรีบสวมกอดร่างน้อยๆ ตรงหน้าแทบไม่ทัน “ขอโทษๆ ไม่คิดว่าจะกลัวมากขนาดนี้”
ร่างในอ้อมแขนยังคงร้องไห้ไม่หยุด “ฮึกๆ ไม่เอาแล้ว วันฮัลโลวีนไม่เล่นแบบนี้แล้ว ฮือๆ”
“อืมๆ ไม่เล่นแล้ว หยุดร้องเถอะนะ” มือใหญ่หนาลูบหลังที่สั่นเทาเพื่อปลอบประโลม เฮ่ออ ก็ตั้งใจว่าปีนี้จะไม่เล่นเพราะเห็นปีที่แล้วอเมริกาก็ร้องแบบนี้แล้วเชียว แต่เจ้าเด็กขี้ลืมเอาแต่ใจก็งอแงจะแข่งกับเขาอีกให้ได้
ชนะเด็กทุกปีก็ไม่น่าภูมิใจหรอกนะ…อังกฤษแหงนหน้ามองเพดานอย่างระอา หากส่วนลึกในใจเขาก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าการได้ปลอบอเมริกาซึ่งร้องไห้โฮแบบนี้ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย
หรือถ้าพูดให้ละเอียดกว่านั้น การได้ใช้เวลาร่วมกับน้องชายตัวน้อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือความสุขที่ทดแทนช่วงเวลาเดียวดายในยุโรปให้กับเขาต่างหาก
ร่างในอ้อมแขนยังคงร้องไห้ไม่หยุดจนคนเป็นพี่ชายต้องหยุดคิดเรื่อยเปื่อยเป็นช่วยเช็ดน้ำตา แทน นัยน์ตาสีเขียวสบมองเทวดาน้อยของเขา “ไม่มีอะไรแล้วอเมริกา ฉันอยู่กับนายตรงนี้ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลปกป้องนายตลอดไป”
สิ้นคำนั้นเสียงร้องไห้ก็หยุดลง นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองเขานิ่ง และในวินาทีนั้นเองบรรยากาศรอบกายนั้นก็กลับกลายมืดลง อังกฤษนึกฉงนนิ่งงันไปทั้งร่าง และเมื่อกะพริบตาอีกครั้งหัวใจแทบจะหยุดเต้นด้วยเด็กน้อยซึ่งเอาแต่ร้องไห้บัดนี้ได้หายไปจากมือทิ้งให้เขาอยู่เพียงลำพัง
อเมริกา…นายหายไปไหน? อังกฤษคิดด้วยความตื่นตระหนกขณะเหลียวมองไปรอบกายซึ่งมีแต่ความว่างเปล่า
ผมไม่ใช่เด็กแล้ว…ไม่จำเป็นต้องให้คุณปกป้องหรอก
เสียงทุ้มต่ำไม่เคยคุ้นดังกระซิบจากด้านหลัง ร่างโปร่งเพรียวหันขวับด้วยสัญชาตญาณ หากก็ช้าเกินไปเมื่อมือใหญ่หนาสอดเข้าเอวบางก่อนจะรวบเขาเข้าไปกอดแน่น
“นายเป็นใคร…ปล่อยนะ!!” สมองยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกกระนั้นสองมือก็ยังพยายามดันคนบุกรุกออกห่างสุดชีวิต
ทว่ายิ่งต่อต้านก็เหมือนยิ่งยั่วยุ เจ้าคนถือดีกระชับอ้อมแขนแน่นไม่ยอมปล่อยเขาไปไหน วงแขนที่รัดรึงทำให้อังกฤษหายใจแทบไม่ออก แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่พรากลมหายใจได้เท่ากับการกระทำต่อมา นัยน์ตาสีเขียวเบิกกว้างเมื่อสัมผัสร้อนรุ่มเอาแต่ใจแนบลงที่ริมฝีปาก
เปล่าเลยเขาไม่ได้ตกใจกับจุมพิตที่ไม่คาดหมาย นัยน์ตาสีฟ้าสว่างดั่งท้องฟ้าฤดูร้อน…นัยน์ตาที่เหมือนคนที่เขารักและให้ความสำคัญที่สุดนั่นต่างหากที่ทำให้ชายหนุ่มตื่นกลัวจนพูดไม่ออก
ไม่จริง…ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก!! ร่างโปร่งเพรียวกรีดร้องในใจขณะปลายลิ้นอุ่นล่วงล้ำบุกรุกเข้ามาอย่างถือดี สัมผัสที่หวานล้ำเข้าครอบครอง ภาพในสมองกลายเป็นสีขาวโพลนเหลือเพียงถ้อยคำเดียวที่แจ่มชัดจนหัวใจแทบแตกสลาย
ผมจะเป็นอิสระ ---
ใครก็ได้ช่วยบอกเขาที ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ฝัน ไม่ใช่ความจริง…
**********
“เฮ้…ยังมีชีวิตอยู่มั้ย” แสงสว่างส่องลอดผ่านม่านตาจ้าเสียจนตาแทบพร่า เงาร่างสูงใหญ่ที่ชะโงกมาดูอาการทำให้คนนอนไข้ขึ้นเบ้ปาก
“ฝันร้ายชัดๆ…” อังกฤษคราง นัยน์ตาสีเขียวฉายแววขุ่นมัวเมื่อเห็นว่าใครมาเยี่ยม
“ใจร้ายชะมัด คุณพี่บ้านใกล้เรือนเคียงอุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที พูดจาแบบนี้ได้ไง” ฝรั่งเศสยืนมองคนป่วยอาการย่ำแย่ด้วยความหน่ายใจ
“ฉันไม่ได้หมายถึงนาย…” อังกฤษเอ่ยพร้อมกับพลิกตัวหนีไปอีกทาง “ระดับนายน่ะเรียกว่านรกส่งมาเลยต่างหาก”
“อ่ะนะ…ปากดีแบบนี้แปลว่าไข้ยังไม่หนักมากสิท่า” เส้นเลือดปูดขึ้นขมับคนมาเยี่ยมเล็กน้อย แน่ล่ะเมื่อยังต่อปากต่อคำได้แบบนี้ เขาก็จะแกล้งให้หนำใจล่ะนะ “งั้นถ้าไม่ได้หมายถึงฉัน ตะกี้นายหมายถึงใครล่ะ”
“ไม่เกี่ยวกับนาย…” อังกฤษตอบโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง คงเป็นเพราะไอร้อนจากร่างกายจึงทำให้ใจเขาตอนนี้เต้นรัวแรงไม่ยอมหยุด
ไม่ใช่เพราะความฝันเมื่อครู่แน่…ไม่มีทางเป็นอันขาด
“ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ เดี๋ยวก็ปล้ำซะหรอก” คุณพี่ผมบลอนด์ปล่อยมุกฝืดซึ่งคนฟังไม่ยักขำ ซ้ำยังส่งสายตาขวางๆ
“ว่างนักก็เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เจ้าบ้า…แค่กๆๆ” พูดไม่ทันจบดีเสียงไอโขลกๆ ก็เข้ามาแทนที่จนฝรั่งเศสต้องเข้ามาประคอง
“แน่ะๆ ถ้าฉันเอาตัวไม่รอด นายคงตายก่อนฉันล่ะมั้ง เฮ่ออ” คนขี้เล่นเอ่ยด้วยเสียงอ่อนใจ แม้ครึ่งหนึ่งเขาจะมาหาอังกฤษเพราะต้องการเย้าแหย่ แต่ไอ้ครึ่งที่เหลือเขาก็ยอมรับว่าเป็นห่วงไม้เบื่อไม้เมาที่ตีกันมานับร้อยปีอยู่ดี
“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก อย่างน้อยต้องกระทืบนายก่อนอีกสักรอบ” คนป่วยยังคงปากดีไม่ดูสังขารกระนั้นคนโดนพาดพิงก็ยังมีน้ำใจหาผ้าเย็นมาโปะหน้าผากอีกฝ่ายลดไอร้อนให้
“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ นายเป็นอะไรไม่ใช่แค่ฉันเป็นห่วงหรอกนะ” ฝรั่งเศสเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนตัดสินใจเอ่ยต่อ “เจ้าเด็กนั่นก็เป็นห่วงนายนะ ท่าทางอยากมาเยี่ยมใจจะขาด”
เจ้าคนปลิ้นปล้อนตรงหน้าพูดอะไรของมัน…อังกฤษนึกในขณะที่สมองเริ่มปวดจี๊ดเมื่อคำของฝรั่งเศสทำให้ใจเขานึกไปถึงวันที่ท้องฟ้ามืดมัววันนั้น
เขามันช่างน่าสมเพช…ผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังฝังใจกับเหตุการณ์วันที่พ่ายแพ้ ทุกค่ำคืนก็ยังคงฝันถึงอดีตที่เปี่ยมสุข ก่อนจะต้องลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งน้ำตาเพื่อพบกับความจริงและพิษไข้ที่รุมเร้า
แน่ล่ะที่ร้องไห้เพราะอาการป่วย…เด็กคนนั้นไม่มีทางมีอิทธิพลกับจิตใจเขาขนาดนั้นหรอก
“ทำไมทำหน้าไม่เชื่อแบบนั้นล่ะ อเมริกาอยากมาเยี่ยมนายจริงๆ นะ” นัยน์ตาขี้เล่นเสมอมาตอนนี้กลับฉายแววจริงจังกว่าที่เคย เขาสบตากับนัยน์ตาสีเขียวขุ่นขวางตรงๆ
แล้วไง…
“ได้จดหมายใช่มั้ย หมอนั่นอยากมาเยี่ยมด้วยตัวเองแต่กลัวนายจะแย่เลยส่งจดหมายมาแทน”
เจ้านกบ้านั่นบินมาแทบจะทุกเดือน ทำไมเขาจะไม่รู้ ติดว่าปวดหัวจนแทบบ้าน่ะแหละ ไม่งั้นจะหักคอเจ้านกนั่นไม่ก็เอากองจดหมายพวกนั้นไปเล่นมนต์ดำแล้ว
ฝรั่งเศสมองคนที่นอนแบ่บบนเตียงอย่างอดเห็นใจไม่ได้ เอ…หรือเขาควรจะเห็นใจเจ้าเด็กที่เขาไปเยี่ยมเมื่อเดือนที่แล้วไม่รู้ ได้แต่คิดอย่างปวดหัวพลางส่ายหน้าน้อยๆ “พูดก็พูดเถอะนะ นี่ก็ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนายยังโกรธหมอนั่นอีกเหรอ”
“ฉันไม่ได้โกรธ!! ไม่ได้เสียใจอะไรทั้งนั้น!!” ถ้อยคำของฝรั่งเศสนั้นแทงใจจนคนที่เงียบมาตลอดต้องลุกพรวดขึ้นตะโกนเกรี้ยวกราด “เจ้านั่นอยากจะทำอะไรก็เรื่องของมัน เดิมทีฉันก็ตัวคนเดียวมาตั้งแต่แรก กับแค่ถูกหักหลังแค่นี้ฉันน่ะชินแล้ว ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นหรอก…อึ่ก…”
อาการคลื่นเหียนจุกขึ้นมาในลำคอ ภาพตรงหน้าหมุนติ้วจนคนโวยวายเริ่มโงนเงนเกือบล้มหัวฟาดกับหัวเตียงเข้าซะแล้วถ้าฝรั่งเศสไม่เข้ามาประคองเสียก่อน
“บ้าเลือดซะแล้ว ให้ตายเถอะ…นายยังเสียใจมากขนาดนั้นเหรอ”
ฉันไม่ได้เสียใจ…อังกฤษคิดในใจ อยากจะเถียง อยากจะด่าทอคนตรงหน้าว่าจะมาวอแววุ่นวายกับเขาไปถึงเมื่อไร หากร่างกายก็ไม่อาจสั่งการได้อย่างใจคิด แถมน้ำตาเจ้ากรรมยังพาลเอ่อคลอแทนเสียอีก
ทำไมนะ แค่คิดว่าเด็กคนนั้นหักหลังเรา ทำไมเราถึงต้องร้องไห้ออกมาด้วย นี่เราอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร
“เด็กมันโตแล้วก็แค่นั้นเอง เหมือนตอนที่นายแยกไปจากฉันน่ะแหละ” คุณพี่พยายามหาคำปลอบที่ดีที่สุดก่อนจะจัดแจงห่มผ้าให้อีกฝ่าย “ขอโทษแล้วกันที่ทำให้นายไข้หนักกว่าเดิม ฉันขอตัวกลับดีกว่า”
รู้ตัวก็ดี จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย…อังกฤษนึกขณะมองภาพรอบข้างที่เริ่มพร่าเลือน
“อย่างที่บอกอเมริกาโตแล้ว มากๆ ด้วย หมอนั่นไม่จำเป็นต้องให้พี่ชายอย่างนายดูแลอีกแล้ว” ถ้อยคำของฝรั่งเศสเปรียบเสมือนยาขม เขารู้…เขารู้ดีว่าเรื่องมันผ่านไปหลายปีแล้ว การที่อเมริกาจะแยกตัวไปจากเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สำคัญการพบพานแล้วจากลานั้นเขาก็ชินชาจนไม่รู้สึกอะไรมาตั้งแต่เด็กแล้ว
ทั้งที่ตั้งแต่ถือกำเนิดมา ความโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด
แต่ไม่รู้ทำไม…ความสูญเสียครั้งนี้ถึงทำให้หัวใจของเขาปวดร้าวได้ขนาดนี้
เพราะอะไร…ทำไมฉันถึงต้องอาวรณ์เด็กคนนั้นมากขนาดนี้
ทำไมเพียงแค่คิดว่านายไม่ต้องการฉันแล้ว…น้ำตามันถึงพาลจะไหลออกมาเสียให้ได้
“นอนพักเถอะ อย่าคิดมากเดี๋ยวไข้จะยิ่งขึ้นหนักกว่าเดิม…” เสียงของฝรั่งเศสช่างดูห่างไกลในขณะที่อีกด้านหนึ่งของความฝันกลับช่างใกล้แสนใกล้ ทั้งที่ภาพตรงหน้าพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นอะไรหากดวงตาสีฟ้าและรอยยิ้มบริสุทธิ์กลับแจ่มชัดในจินตนาการ
อังกฤษฮะ สัญญานะครับว่าจะกลับมาหาผม
ทั้งที่ฉันไม่เคยผิดสัญญากับนาย ทั้งที่อยู่ห่างกันอีกฟากของมหาสมุทร ฉันก็ยังอาศัยดาวดวงนั้นพาฉันกลับไปหานายได้ทุกครั้ง…
ทั้งที่เป็นอย่างนั้น…แต่นายกลับผิดสัญญากับฉัน ทำไมนายถึงเลือกจะทิ้งฉันไป
ม่านหมอกจางๆ ปกคลุมทับภาพในวันวาน ในความมืดเสียงหัวเราะและรอยยิ้มนั้นเลือนหายไปสิ้นด้วยสายฝนในวันนั้น หยดน้ำหยดแล้วหยดเล่าพร่างพรู ร่วงหล่นกระทบลงหัวใจของเขา ทั้งที่สายฝนนั้นเย็นเยียบหากขอบตาทั้งสองเขากลับร้อนผ่าว
แน่ล่ะน้ำตานี้เป็นเพราะพิษไข้เท่านั้น…ไม่ใช่เพราะเจ้าเด็กคนนั้นเป็นอันขาด อังกฤษได้แต่กระซิบบอกตัวเองเช่นนั้นขณะยืนเปียกปอนกลางสายฝนอย่างเดียวดาย
เพียงลำพัง…ไม่มีใครอื่น
TBC...
Postscipt : เนื้อหาไม่ค่อยมีไรเลยเนอะ ^^;; แต่รู้สึกจะเขียนม้วนเดียวจบให้ท่านอาเธอร์เข้าใจอะไรมากขึ้นมันดูเร็วๆ ไปอ่ะ (ไม่มีเวลาเขียนด้วย) แต่ทำให้รู้แล้วว่า ตอนที่แล้วไม่ได้ดั่งใจเพราะเขียนถึงแต่อัลฟ์ข้างเดียว 55 ทีงี้มีแต่ท่านอาเธอร์ ขอสองตอนเถอะ จ๋าขออออ ซะงั้น ฮ่ะๆ เขียนไปแอบรู้สึกอยากบีบคออัลฟ์ไงไม่รู้แฮะ 555 กับรู้สึกนี่มัน...พี่ชายติดน้องเป็นบ้า =w=;;
โอ๋เด็ก

อืม.....ตอนอ่านถึงฉากที่ อังกฤษบอกว่า อเมริกาให้นกบินเอาจดหมายมาส่ง...แว๊บนึงเผลอคิดไปถึง....
ผู้ชายใส่แว่น ให้นกสักสายพันธุ์บินเอาจดหมายไปให้หนุ่มซึนที่เล่นตัวไม่ยอมให้พบหน้า
สมการลงตัวดีจังเลยน้า~
(เหมือนเห็นภาพซ้อนเลย 555)
เวลามีไข้ แล้วมองคุณพี่ฝรั่งเศส อังกฤษจะใจเต้นกับความใจดีแบบลุงๆไม๊คะเนี่ย
#1 By minatan+minamo on 2008-11-30 05:53