[APH] 99 Years Promise (Hetalia Fanfiction)
posted on 03 Dec 2008 07:59 by chibiแฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title : 99 Years Promise
Pairing : ชื่อเรื่องน่าจะบอกคู่มั้ง (ว่าแต่ผิดแกรมม่ามั้ยเนี่ย เขียนตอนไม่มีสติแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาดู OTL)
Rate : อ่านจนจบจะระบุเรทได้
Preface : ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา งอกขึ้นมาได้ไงวะ นั่งเขีย 4 หน้า เดี๋ยวต้องรีบไปนอนแล้ว ความเครียดทำให้บีบคั้นเป็นฟิคสินะ ฮือๆๆ คอมเม้นตอนที่แล้วขอดองก่อนนะคะ
อยากอ่านฟิคยังไม่ทันเลย (แล้วแต่งมาทำม๊ายยยยยย)
เรื่องนี้เขียนด้วยความอยากโมเอ๊ท่านอาเธอร์เลี้ยงเด็กล้วนๆ (หนีความจริงมากก) มันคงผิดตรึม เพราะงั้นอย่าคิดมากกันเน้อ ^^;;
.
.
.
คลื่นทะเลซัดสาดกระทบหินโสโครกครั้งแล้วครั้งเล่าท่ามกลางพายุฝนซึ่งพัดโหมกระหน่ำ ที่แห่งนี้เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ซึ่งเอาไว้ใช้หลบฝนและพายุ
เขาไม่มีอะไรเลย…ไม่มีค่าอะไรสักอย่าง เด็กน้อยคิดขณะขดตัวอยู่ใต้โขดหินเพื่อหลบอากาศหนาว กระนั้นไอเย็นก็ทำให้ร่างในชุดปอนๆ ตัวสั่นเทากอดเข่าตัวเองแน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลอันว่างเปล่า ผ่านม่านฝนนั้นไปจะมีแผ่นดินใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ถ้าเป็นที่แห่งนั้นจะมีกองไฟอุ่นๆ อาหารอร่อยๆ ที่นอนนุ่มๆ ให้เขากินอิ่มท้อง และนอนหลับสบายมั้ยนะ
เปรี้ยง!!!
ฟ้าผ่าร้องก้องคำราม ประกายแสงแลบแปลบปลาบดังเหนือน่านฟ้าปลุกให้เขาได้ระลึกถึงความจริง ถามในสิ่งที่เราไม่มีสิทธิอีกแล้ว…เด็กน้อยสะบัดหน้าแรงๆ สองสามทีก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าอันมืดมัวแทน เอาเถิด…อีกประเดี๋ยวฝนคงซา และพระอาทิตย์คงสาดแสงให้เขาออกไปจากที่มืดๆ แบบนี้ได้เสียที
“มาหลบอยู่ที่นี่เอง…” ชั่วขณะที่คิดเช่นนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มนุ่มใจดีก็ดังเหนือหัว เด็กน้อยเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตกใจ บนเกาะนี้ไม่น่าจะมีใครอื่นนอกจากเขานี่นา หรือถ้าจะมีคนแวะมาก็เป็นพวกโจรสลัด ไม่ก็พ่อค้าเร่ที่นำเรือมาพักสินค้าเท่านั้น และคนพวกนั้นก็ไม่เคยสนใจเขาเลย
ถ้าเช่นนั้นเสียงเมื่อครู่เป็นของใคร ---?
เป็นครั้งแรกที่คำถามของเขาได้รับคำตอบ เมื่อใบหน้าหนึ่งก้มมองมายังเขาซึ่งขดตัวซ่อนอยู่ใต้โขดหิน แวบแรกเขารู้สึกตื่นตกใจกับคนแปลกหน้า ทว่าเพียงครู่เดียวบรรยากาศชวนหวาดหวั่นก็พลันเลือนหาย หัวใจซึ่งเต้นรัวบัดนี้กลับสงบลงอย่างน่าประหลาด
เพราะอะไรนะ...เพราะนัยน์ตาสีเขียวมรกตซึ่งมองมาอย่างเป็นมิตรคู่นั้นหรือ
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้มาทำร้ายเธอ” เสียงของคนๆ นี้ช่างอ่อนโยน อ่อนโยนเสียจนหยดน้ำใสๆ เอ่อรื่นที่ขอบตา
ที่แท้ความรู้สึกที่อยู่กับเราก่อนหน้านี้คือความเหงา
เข้าใจแล้ว…การอยู่โดดเดี่ยวลำพังมันช่างน่าเศร้าแบบนี้นี่เอง
“ธ…เธอเจ็บตรงไหนเหรอ หรือว่าลุกออกมาไม่ได้ ให้ฉันช่วยมั้ย” น้ำเสียงลนลานด้วยความเป็นห่วงทำให้น้ำตาพร่างพรู ดวงตาที่พร่าเลือนจับจ้องมือใหญ่หนาที่ยื่นมาหาเขา
“อา…หรือว่ายังกลัวฉันอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันเป็นคนที่จะมาดูแลเธอเอง” เสียงทุ้มต่ำกล่าวย้ำเพื่อให้เขาเกิดความไว้วางใจ “ฉันตกลงกับจีนเรียบร้อยแล้ว เอาเป็นว่าเรียกฉันว่าอังกฤษก็ได้นะ”
อังกฤษ…คุณคืออังกฤษเหรอครับ
เด็กน้อยยังคงจ้องมองชายผมทองที่ส่งมือไม่วางตา อาจจะเป็นภาพลวง ในตอนนั้นเขาเหมือนเห็นแสงสว่างส่องประกายอยู่ด้านหลังชายคนนี้
มือน้อยๆ เอื้อมไปจับมือของอังกฤษอย่างลังเล แม้จะไม่มั่นใจหากความอบอุ่นในแวบแรกที่สัมผัสก็ทำให้เด็กน้อยกระชับมือนั้นแน่นโดยไม่ยอมพูดอะไรสักคำ
“ชื่อของนายคือฮ่องกง…ตกลงนะ” สิ่งที่อังกฤษพูดไม่ได้ลอยเข้าหูเขาในตอนนั้น สิ่งเดียวที่จำได้คือร่างทั้งร่างได้ก้าวออกมาจากใต้โขดหิน แสงแดดที่สาดส่องลงมาได้เปลี่ยนให้ความหนาวเย็นเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องโกหก
ฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อไรนะ?
***********
เพราะคุณผมถึงมีวันนี้
เพราะคุณผมถึงได้ค้นพบว่าตัวเองไม่ใช่คนไร้ค่า
เด็กหนุ่มร่างเพรียวบางยืนละล้าละลังอยู่หน้าบานประตู มือข้างหนึ่งกำลังประคองถาดอาหาร ส่วนข้างที่เหลือก็ยกค้างอยู่กลางอากาศ
ถ้าเคาะประตูไปจะรบกวนการทำงานของอังกฤษมั้ยนะ? แต่นี่ก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้วอังกฤษอาจจะนึกหิวอยากทานอะไรก็ได้นี่นา? สมองของเด็กหนุ่มมัวแต่ขบคิดตัวเลือกสองอย่างจนไม่ทันสังเกตว่าบานประตูตรงหน้านั้นเปิดออกแล้ว
“เอาอาหารเย็นมาให้ฉันเหรอ ขอบใจนะ” น้ำเสียงที่ดังแทรกความคิดทำให้ฮ่องกงสะดุ้งจนมือไม้เกือบทำถาดอาหารตกพื้นแล้วถ้าอังกฤษไม่รีบคว้าไว้ก่อน
“ขอโทษทีไม่ได้ตั้งใจทำให้ตกใจนะ” ชายหนุ่มสูงวัยกว่าเอ่ยก่อนจะก้มมองอาหารที่นำมาเสริฟ “โอ้โห ดูน่ากินมากเลย นี่ฝีมือนายทั้งหมดเหรอ ฮ่องกง”
เด็กหนุ่มพยักหน้าไม่ตอบอะไร กระนั้นภายใต้ใบหน้าที่เยือกเย็นเพียงแค่รอยยิ้มของคนตรงหน้าหัวใจเขาก็ยินดีอย่างเปี่ยมล้น
“อยู่กับนายนี่ดีจังเลยได้กินอาหารดีๆ ทุกวัน ไม่เหมือนตอนอยู่กับอเมริกาฉันสิต้องเป็นฝ่ายทำซะเอง” อังกฤษหัวเราะเบาๆ
ถึงคุณจะบ่น…แต่คุณก็พูดถึงเขาแทบจะทุกวันนะครับ ฮ่องกงได้แต่นึกในใจ ตั้งแต่วันที่พบกัน ไม่ว่าอังกฤษมาเยี่ยมเขาครั้งไหน แน่ล่ะหัวข้อสนทนาที่อังกฤษมักจะกล่าวถึงต้องมีใครคนนั้นเสมอ
อเมริกา…คนๆ นั้นเป็นใครนะ
อังกฤษ…คุณจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าคุณปล่อยให้เขามีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณมากขนาดนี้
“ฮ่องกงมาทานด้วยกันสิ” คำเอ่ยชวนทำให้ความคิดของเขาพลันสะดุดลง ใบหน้าเงียบขรึมเงยขึ้นนึกอยากปฏิเสธออกไปแต่อีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นซะก่อน
“ฉันอยากกินข้าวกับนาย กินข้าวเป็นเพื่อนฉันได้มั้ย” เพียงคำของ่ายๆ ถ้อยคำเมื่อครู่ก็กลืนหายไปในลำคออย่างรวดเร็ว
ถ้าคุณต้องการเช่นนั้น ผมก็ยินดี
มาคิดดูอีกที…ผมเองก็ปล่อยให้คุณมีอิทธิพลเหนือจิตใจผมไม่ต่างกันสินะ
***********
อาหารมื้อค่ำเสร็จสิ้นลงพร้อมกับคำเอ่ยชมไม่หยุดปากของอังกฤษ ทั้งที่ได้ฟังแทบทุกครั้งแต่เขาก็ยังนึกขอบคุณจีนที่ถ่ายทอดพรสวรรค์นี้มาถึงเขาอยู่ไม่คลาย
เด็กหนุ่มเตรียมเก็บถ้วยชามเตรียมนำไปล้างทำความสะอาดทว่าคนตรงหน้าก็ฉวยข้อมือเขาไว้ “นั่งคุยกันก่อนก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นเลย”
“เข้าใจแล้วครับ…” เพียงแค่ขอก็ยินยอมอย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มนั่งลงในขณะที่อังกฤษถอนหายใจ
“มีอะไรหรือเปล่า ดูนายไม่ค่อยพูดเลยนะ” น้ำเสียงนั้นเอ่ยถามด้วยความหวังดี
“ไม่มีอะไรครับ…แต่ถ้าอังกฤษอยากให้ผมพูดมากกว่านี้ ผมจะพยายามครับ” คำพูดที่ตอบมาซื่อตรงทำให้คนถามรีบโบกไม้โบกมือ
“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่เอ่อ…เป็นห่วงเท่านั้นแหละ ที่สำคัญยังไงวัฒนธรรมของพวกเรามันก็ต่างกันใช่มั้ยล่ะ บางทีฉันอาจจะทำอะไรให้นายไม่สบายใจโดยไม่รู้ตัวก็ได้”
“เรื่องอย่างนั้นไม่มีหรอกครับ” ฮ่องกงตอบกลับรวดเร็วผิดวิสัย “สิ่งที่คุณมอบให้ผมทั้งหมด ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้ผมเสียใจสักครั้งเดียว”
นั่นคือความสัตย์จริง นับตั้งแต่อังกฤษเลี้ยงดูเขามาแต่เล็ก อังกฤษให้เขาแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งสอนภาษาอังกฤษให้กับเขา ไหนยังวิทยาการความรู้ต่างๆ ที่เปิดโลกของเขาให้กว้างไกล
“ฉันดีใจที่ได้เป็นคนเจียระไนนายนะ…” อังกฤษเคยเอ่ยขึ้นครั้งหนึ่ง และนั่นยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความภูมิใจ
เพื่อตอบแทนสิ่งที่คุณมอบให้ผม ผมทำได้ทุกอย่าง
เพื่อคุณ…ผมไม่ต้องการสิ่งอื่นใดบนโลกนี้แล้ว
“ได้ยินนายพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจ…” รอยยิ้มซื่อๆ ปรากฏบนใบหน้า มืออันอบอุ่นตบบ่าเขาเบาๆ “แม้ฉันจะได้ดูแลนายไม่ถึงร้อยปี แต่ฉันก็ดีใจที่ได้พบนาย”
คำพูดไม่คิดอะไรหากหัวใจกลับเจ็บปลาบเมื่อได้ยิน หว่างคิ้วบางย่นเล็กน้อย “ถ้าสัญญาจบลง คุณจะไม่มาหาผมอีกแล้วเหรอครับ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น…อ่า…ไม่สิ ฉันไม่รู้” นัยน์ตาสีเขียวฉายแววลำบากใจ เมื่อมองลึกลงไปฮ่องกงสัมผัสได้ว่าอังกฤษกำลังเก็บงำความรู้สึกบางอย่างไว้
อยากจะถามออกไปแต่ความอดทนก็ทำให้เขาเลือกจะซ่อนความสงสัยไว้ใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ และฟังคนตรงหน้าพูดต่อไป
“เรื่องในอนาคตมันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะฮ่องกง ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกที่ถูกสร้างขึ้นมา…มนุษย์น่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุด บางทีในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าเราอาจจะต้องเป็นศัตรูกันสักวันก็ได้…ไม่เหตุผลใดก็เหตุผลหนึ่ง”
“มันจะไม่มีทางเป็นแบบนั้น!” เพียงได้ยินคำว่าศัตรู ความตั้งใจที่จะเงียบก็พลันพังทลาย ฮ่องกงเอ่ยเสียงชัดเจน “ต่อให้โลกทั้งใบเป็นศัตรูกับคุณ ผมจะไม่มีวันหักหลังคุณ”
สิ้นคำพูดนั้น ใบหน้าของคนผ่านโลกมานานก็ซีดผาดจนเจ้าของวาจาได้แต่นึกฉงน…
“ไม่มีวันหักหลังงั้นเหรอ…เหมือนตอนนั้นไม่มีผิด” เรียวปากได้รูปเอ่ยพึมพำ นัยน์ตาสีเขียวดูเหม่อลอยคล้ายกับคำพูดนั้นไม่ได้พูดกับเขา
คุณพูดกับใครเหรอครับ…อังกฤษ
ราวกับคนตรงหน้าจะอ่านใจเขาออก ชายหนุ่มผมทองชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงละลักละล่ำ “ขอโทษที…พอดีฉันนึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”
เรื่องเก่าๆ ของคุณก็มีอยู่แค่คนเดียว…
“เอาเป็นว่าฉันดีใจนะที่นายคิดอย่างนั้น แต่นั่นแหละนายยังเด็กนัก ถึงบอกไม่อยากทำ ไม่อยากเป็นศัตรูแต่เชื่อเถอะสักวันนายอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกก็ได้”
ถึงตอนนั้นผมก็จะเลือกคุณอยู่ดี…ฮ่องกงนึกอยากจะพูดออกไป ทว่าคนดูแลกลับตัดบทเสียก่อน “เอาเป็นว่า เดี๋ยวฉันทำงานต่อแล้วล่ะ นายเก็บจานชามพวกนี้เถอะ”
เจอดักคอไม่ให้โต้เถียงอะไรต่อ เด็กหนุ่มก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำสั่งอีกฝ่าย น้อยครั้งนักที่อังกฤษจะหนี และเลี่ยงเขาแบบนี้
คงเพราะเขาไปสะกิดแผลใจเข้าสินะ…
…ผมอยากมีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณแบบนี้บ้าง แม้เพียงสักนิดก็ยังดี
***********
พระจันทร์ดวงโตส่องแสงอยู่บนผืนฟ้า นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองก่อนจะทอดถอนใจ ช่างเป็นความสวยงามที่คนเราไม่มีวันจะเอื้อมถึงจริงๆ
มือผอมบางเคาะประตูเบาๆ หากเมื่อไม่มีเสียงตอบรับรอบนี้เขาก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ไม่ได้เจตนาจะเสียมารยาท หากเพราะคืนนี้อากาศหนาว ผ้าห่มหนาๆ สักผืนน่าจะทำให้คนที่เขารักไม่เป็นหวัด
ในห้องนั้นมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงซึ่งวางอยู่บนโต๊ะส่องสว่างฉายให้เห็นร่างโปร่งเพรียวที่นอนฟุบหลับอยู่คากองเอกสาร
คิดแล้วไม่ผิดว่าจะต้องทำงานจนหลับไปทั้งอย่างนี้…เด็กหนุ่มนึกในใจขณะห่มผ้าให้อย่างเบามือไม่ให้อีกฝ่ายตื่น นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าของคนที่หลับใหลชวนให้นึกถึงฑูตสวรรค์ในหนังสือภาพที่อังกฤษเคยอ่านให้เขาฟังยามที่เขายังเด็ก
มันอาจจะจริงอย่างที่คุณว่า อาจจะมีเรื่องที่ผมยังไม่รู้อีกมาก สักวันอนาคตการแยกจากกันก็คงจะมาถึง
แต่อย่างน้อยในวันฝนตกวันนั้น ในวันที่ผมอยู่เพียงเดียวดาย คุณก็เป็นเหมือนทูตสวรรค์ของผมจริงๆ
ในตอนนี้ และขอภาวนาแด่อนาคตข้างหน้า ขอให้ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณจะคงอยู่ตลอดไป
เป็นเพียงความคิดคำนึงขณะที่เด็กหนุ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้ จูบเบาๆ ที่แก้มเหมือนดั่งขนนกที่ลอยละล่อง เพียงเท่านี้หวังว่าอังกฤษจะไม่ถือโทษโกรธอะไรผม
แม้สัญญาระหว่างคุณกับผมจะมีไม่ถึงร้อยปี
แต่หัวใจของผมก็อยากจะอยู่กับคุณตลอดไป
END...
Postscript : เกรียนโคด อยากเขียนฮ่องกงอังกฤษจัง พอดีนั่งอ่านวิกิแก้เบื่อ อ่านวิกิฮ่องกง โมเอ๊ค่ะ จิ้นเป็นวรรคเป็นเวร ไอ้ที่บอกเป็นหินไม่มีค่า นี่แม้ ให้อารมณ์เหมาะๆ ดี เลยไปนั่งอ่าน LJ ว่าตกลงฮ่องกงคาแรกเตอร์ยังไง เพราะงั้นที่เขียนคงจะมั่วไปเยอะทีเดียว เพราะคิดเอาเองจากการจิ้นหน้าตา แหะๆ เขียนตอนแรกกลัวท่านอาเธอร์จะรุกด้วยซ้ำ โฮกกก แต่จริงๆ เรื่องนี้มันก็เบย์เอย์อยู่ดีเนอะ (ฮา)
ไปนอนแล้วล่ะค่ะ T^T พรุ่งนี้อ่านหนังสือยาวนรกอีกละ


)
ช่วงนี้ฟิคเฮตะผุดเป็นดอกเห็ดเลยเหวยยยย
(พูดไปงั้น แต่ตรูก็อ่าน)
ฮ่องกงคู๊งงงงงงงงงงงงงง อยู่เป็นผู้สังเกตการณ์เงียบๆไปแหล่ะดีแล้วนะจ๊ะ
ปล่อยกิริคุงเป็นของไอ้สมองแฮมเบอร์เกอร์ไปดีกว่า
#1 By カフカ on 2008-12-03 09:56