[APH] 99 Years Promise (Hetalia Fanfiction)

posted on 03 Dec 2008 07:59 by chibi

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title : 99 Years Promise

Pairing : ชื่อเรื่องน่าจะบอกคู่มั้ง (ว่าแต่ผิดแกรมม่ามั้ยเนี่ย เขียนตอนไม่มีสติแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาดู OTL)

Rate : อ่านจนจบจะระบุเรทได้

Preface : ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา งอกขึ้นมาได้ไงวะ นั่งเขีย 4 หน้า เดี๋ยวต้องรีบไปนอนแล้ว ความเครียดทำให้บีบคั้นเป็นฟิคสินะ ฮือๆๆ คอมเม้นตอนที่แล้วขอดองก่อนนะคะ อยากอ่านฟิคยังไม่ทันเลย (แล้วแต่งมาทำม๊ายยยยยย) 

 เรื่องนี้เขียนด้วยความอยากโมเอ๊ท่านอาเธอร์เลี้ยงเด็กล้วนๆ (หนีความจริงมากก) มันคงผิดตรึม เพราะงั้นอย่าคิดมากกันเน้อ ^^;;

.

.

.

 คลื่นทะเลซัดสาดกระทบหินโสโครกครั้งแล้วครั้งเล่าท่ามกลางพายุฝนซึ่งพัดโหมกระหน่ำ ที่แห่งนี้เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ซึ่งเอาไว้ใช้หลบฝนและพายุ

 เขาไม่มีอะไรเลย…ไม่มีค่าอะไรสักอย่าง เด็กน้อยคิดขณะขดตัวอยู่ใต้โขดหินเพื่อหลบอากาศหนาว กระนั้นไอเย็นก็ทำให้ร่างในชุดปอนๆ ตัวสั่นเทากอดเข่าตัวเองแน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลอันว่างเปล่า ผ่านม่านฝนนั้นไปจะมีแผ่นดินใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ถ้าเป็นที่แห่งนั้นจะมีกองไฟอุ่นๆ อาหารอร่อยๆ ที่นอนนุ่มๆ ให้เขากินอิ่มท้อง และนอนหลับสบายมั้ยนะ

 เปรี้ยง!!!

 ฟ้าผ่าร้องก้องคำราม ประกายแสงแลบแปลบปลาบดังเหนือน่านฟ้าปลุกให้เขาได้ระลึกถึงความจริง ถามในสิ่งที่เราไม่มีสิทธิอีกแล้ว…เด็กน้อยสะบัดหน้าแรงๆ สองสามทีก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าอันมืดมัวแทน เอาเถิด…อีกประเดี๋ยวฝนคงซา และพระอาทิตย์คงสาดแสงให้เขาออกไปจากที่มืดๆ แบบนี้ได้เสียที

 “มาหลบอยู่ที่นี่เอง…” ชั่วขณะที่คิดเช่นนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มนุ่มใจดีก็ดังเหนือหัว เด็กน้อยเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตกใจ บนเกาะนี้ไม่น่าจะมีใครอื่นนอกจากเขานี่นา หรือถ้าจะมีคนแวะมาก็เป็นพวกโจรสลัด ไม่ก็พ่อค้าเร่ที่นำเรือมาพักสินค้าเท่านั้น และคนพวกนั้นก็ไม่เคยสนใจเขาเลย

 ถ้าเช่นนั้นเสียงเมื่อครู่เป็นของใคร ---?

 เป็นครั้งแรกที่คำถามของเขาได้รับคำตอบ เมื่อใบหน้าหนึ่งก้มมองมายังเขาซึ่งขดตัวซ่อนอยู่ใต้โขดหิน แวบแรกเขารู้สึกตื่นตกใจกับคนแปลกหน้า ทว่าเพียงครู่เดียวบรรยากาศชวนหวาดหวั่นก็พลันเลือนหาย หัวใจซึ่งเต้นรัวบัดนี้กลับสงบลงอย่างน่าประหลาด

 เพราะอะไรนะ...เพราะนัยน์ตาสีเขียวมรกตซึ่งมองมาอย่างเป็นมิตรคู่นั้นหรือ

 “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้มาทำร้ายเธอ” เสียงของคนๆ นี้ช่างอ่อนโยน อ่อนโยนเสียจนหยดน้ำใสๆ เอ่อรื่นที่ขอบตา

 ที่แท้ความรู้สึกที่อยู่กับเราก่อนหน้านี้คือความเหงา
เข้าใจแล้ว…การอยู่โดดเดี่ยวลำพังมันช่างน่าเศร้าแบบนี้นี่เอง

“ธ…เธอเจ็บตรงไหนเหรอ หรือว่าลุกออกมาไม่ได้ ให้ฉันช่วยมั้ย” น้ำเสียงลนลานด้วยความเป็นห่วงทำให้น้ำตาพร่างพรู ดวงตาที่พร่าเลือนจับจ้องมือใหญ่หนาที่ยื่นมาหาเขา

“อา…หรือว่ายังกลัวฉันอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันเป็นคนที่จะมาดูแลเธอเอง” เสียงทุ้มต่ำกล่าวย้ำเพื่อให้เขาเกิดความไว้วางใจ “ฉันตกลงกับจีนเรียบร้อยแล้ว เอาเป็นว่าเรียกฉันว่าอังกฤษก็ได้นะ”

อังกฤษ…คุณคืออังกฤษเหรอครับ

 เด็กน้อยยังคงจ้องมองชายผมทองที่ส่งมือไม่วางตา อาจจะเป็นภาพลวง ในตอนนั้นเขาเหมือนเห็นแสงสว่างส่องประกายอยู่ด้านหลังชายคนนี้

 มือน้อยๆ เอื้อมไปจับมือของอังกฤษอย่างลังเล แม้จะไม่มั่นใจหากความอบอุ่นในแวบแรกที่สัมผัสก็ทำให้เด็กน้อยกระชับมือนั้นแน่นโดยไม่ยอมพูดอะไรสักคำ

 “ชื่อของนายคือฮ่องกง…ตกลงนะ” สิ่งที่อังกฤษพูดไม่ได้ลอยเข้าหูเขาในตอนนั้น สิ่งเดียวที่จำได้คือร่างทั้งร่างได้ก้าวออกมาจากใต้โขดหิน แสงแดดที่สาดส่องลงมาได้เปลี่ยนให้ความหนาวเย็นเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องโกหก

 ฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อไรนะ?

***********

 เพราะคุณผมถึงมีวันนี้
 เพราะคุณผมถึงได้ค้นพบว่าตัวเองไม่ใช่คนไร้ค่า

 เด็กหนุ่มร่างเพรียวบางยืนละล้าละลังอยู่หน้าบานประตู มือข้างหนึ่งกำลังประคองถาดอาหาร ส่วนข้างที่เหลือก็ยกค้างอยู่กลางอากาศ

 ถ้าเคาะประตูไปจะรบกวนการทำงานของอังกฤษมั้ยนะ? แต่นี่ก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้วอังกฤษอาจจะนึกหิวอยากทานอะไรก็ได้นี่นา? สมองของเด็กหนุ่มมัวแต่ขบคิดตัวเลือกสองอย่างจนไม่ทันสังเกตว่าบานประตูตรงหน้านั้นเปิดออกแล้ว

 “เอาอาหารเย็นมาให้ฉันเหรอ ขอบใจนะ” น้ำเสียงที่ดังแทรกความคิดทำให้ฮ่องกงสะดุ้งจนมือไม้เกือบทำถาดอาหารตกพื้นแล้วถ้าอังกฤษไม่รีบคว้าไว้ก่อน

 “ขอโทษทีไม่ได้ตั้งใจทำให้ตกใจนะ” ชายหนุ่มสูงวัยกว่าเอ่ยก่อนจะก้มมองอาหารที่นำมาเสริฟ “โอ้โห ดูน่ากินมากเลย นี่ฝีมือนายทั้งหมดเหรอ ฮ่องกง”

 เด็กหนุ่มพยักหน้าไม่ตอบอะไร กระนั้นภายใต้ใบหน้าที่เยือกเย็นเพียงแค่รอยยิ้มของคนตรงหน้าหัวใจเขาก็ยินดีอย่างเปี่ยมล้น

 “อยู่กับนายนี่ดีจังเลยได้กินอาหารดีๆ ทุกวัน ไม่เหมือนตอนอยู่กับอเมริกาฉันสิต้องเป็นฝ่ายทำซะเอง” อังกฤษหัวเราะเบาๆ

 ถึงคุณจะบ่น…แต่คุณก็พูดถึงเขาแทบจะทุกวันนะครับ ฮ่องกงได้แต่นึกในใจ ตั้งแต่วันที่พบกัน ไม่ว่าอังกฤษมาเยี่ยมเขาครั้งไหน แน่ล่ะหัวข้อสนทนาที่อังกฤษมักจะกล่าวถึงต้องมีใครคนนั้นเสมอ

 อเมริกา…คนๆ นั้นเป็นใครนะ
 อังกฤษ…คุณจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าคุณปล่อยให้เขามีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณมากขนาดนี้

 “ฮ่องกงมาทานด้วยกันสิ” คำเอ่ยชวนทำให้ความคิดของเขาพลันสะดุดลง ใบหน้าเงียบขรึมเงยขึ้นนึกอยากปฏิเสธออกไปแต่อีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นซะก่อน

 “ฉันอยากกินข้าวกับนาย กินข้าวเป็นเพื่อนฉันได้มั้ย” เพียงคำของ่ายๆ ถ้อยคำเมื่อครู่ก็กลืนหายไปในลำคออย่างรวดเร็ว

 ถ้าคุณต้องการเช่นนั้น ผมก็ยินดี
 มาคิดดูอีกที…ผมเองก็ปล่อยให้คุณมีอิทธิพลเหนือจิตใจผมไม่ต่างกันสินะ

***********

 อาหารมื้อค่ำเสร็จสิ้นลงพร้อมกับคำเอ่ยชมไม่หยุดปากของอังกฤษ ทั้งที่ได้ฟังแทบทุกครั้งแต่เขาก็ยังนึกขอบคุณจีนที่ถ่ายทอดพรสวรรค์นี้มาถึงเขาอยู่ไม่คลาย

เด็กหนุ่มเตรียมเก็บถ้วยชามเตรียมนำไปล้างทำความสะอาดทว่าคนตรงหน้าก็ฉวยข้อมือเขาไว้ “นั่งคุยกันก่อนก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นเลย”

“เข้าใจแล้วครับ…” เพียงแค่ขอก็ยินยอมอย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มนั่งลงในขณะที่อังกฤษถอนหายใจ

“มีอะไรหรือเปล่า ดูนายไม่ค่อยพูดเลยนะ” น้ำเสียงนั้นเอ่ยถามด้วยความหวังดี

“ไม่มีอะไรครับ…แต่ถ้าอังกฤษอยากให้ผมพูดมากกว่านี้ ผมจะพยายามครับ” คำพูดที่ตอบมาซื่อตรงทำให้คนถามรีบโบกไม้โบกมือ

“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่เอ่อ…เป็นห่วงเท่านั้นแหละ ที่สำคัญยังไงวัฒนธรรมของพวกเรามันก็ต่างกันใช่มั้ยล่ะ บางทีฉันอาจจะทำอะไรให้นายไม่สบายใจโดยไม่รู้ตัวก็ได้”

“เรื่องอย่างนั้นไม่มีหรอกครับ” ฮ่องกงตอบกลับรวดเร็วผิดวิสัย “สิ่งที่คุณมอบให้ผมทั้งหมด ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้ผมเสียใจสักครั้งเดียว”

นั่นคือความสัตย์จริง นับตั้งแต่อังกฤษเลี้ยงดูเขามาแต่เล็ก อังกฤษให้เขาแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งสอนภาษาอังกฤษให้กับเขา ไหนยังวิทยาการความรู้ต่างๆ ที่เปิดโลกของเขาให้กว้างไกล

“ฉันดีใจที่ได้เป็นคนเจียระไนนายนะ…” อังกฤษเคยเอ่ยขึ้นครั้งหนึ่ง และนั่นยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความภูมิใจ

เพื่อตอบแทนสิ่งที่คุณมอบให้ผม ผมทำได้ทุกอย่าง
เพื่อคุณ…ผมไม่ต้องการสิ่งอื่นใดบนโลกนี้แล้ว

“ได้ยินนายพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจ…” รอยยิ้มซื่อๆ ปรากฏบนใบหน้า มืออันอบอุ่นตบบ่าเขาเบาๆ “แม้ฉันจะได้ดูแลนายไม่ถึงร้อยปี แต่ฉันก็ดีใจที่ได้พบนาย”

คำพูดไม่คิดอะไรหากหัวใจกลับเจ็บปลาบเมื่อได้ยิน หว่างคิ้วบางย่นเล็กน้อย “ถ้าสัญญาจบลง คุณจะไม่มาหาผมอีกแล้วเหรอครับ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น…อ่า…ไม่สิ ฉันไม่รู้” นัยน์ตาสีเขียวฉายแววลำบากใจ เมื่อมองลึกลงไปฮ่องกงสัมผัสได้ว่าอังกฤษกำลังเก็บงำความรู้สึกบางอย่างไว้

อยากจะถามออกไปแต่ความอดทนก็ทำให้เขาเลือกจะซ่อนความสงสัยไว้ใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ และฟังคนตรงหน้าพูดต่อไป

“เรื่องในอนาคตมันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะฮ่องกง ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกที่ถูกสร้างขึ้นมา…มนุษย์น่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุด บางทีในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าเราอาจจะต้องเป็นศัตรูกันสักวันก็ได้…ไม่เหตุผลใดก็เหตุผลหนึ่ง”

“มันจะไม่มีทางเป็นแบบนั้น!” เพียงได้ยินคำว่าศัตรู ความตั้งใจที่จะเงียบก็พลันพังทลาย ฮ่องกงเอ่ยเสียงชัดเจน “ต่อให้โลกทั้งใบเป็นศัตรูกับคุณ ผมจะไม่มีวันหักหลังคุณ”

สิ้นคำพูดนั้น ใบหน้าของคนผ่านโลกมานานก็ซีดผาดจนเจ้าของวาจาได้แต่นึกฉงน…

“ไม่มีวันหักหลังงั้นเหรอ…เหมือนตอนนั้นไม่มีผิด” เรียวปากได้รูปเอ่ยพึมพำ นัยน์ตาสีเขียวดูเหม่อลอยคล้ายกับคำพูดนั้นไม่ได้พูดกับเขา

คุณพูดกับใครเหรอครับ…อังกฤษ

ราวกับคนตรงหน้าจะอ่านใจเขาออก ชายหนุ่มผมทองชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงละลักละล่ำ “ขอโทษที…พอดีฉันนึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”

เรื่องเก่าๆ ของคุณก็มีอยู่แค่คนเดียว…

“เอาเป็นว่าฉันดีใจนะที่นายคิดอย่างนั้น แต่นั่นแหละนายยังเด็กนัก ถึงบอกไม่อยากทำ ไม่อยากเป็นศัตรูแต่เชื่อเถอะสักวันนายอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกก็ได้”
ถึงตอนนั้นผมก็จะเลือกคุณอยู่ดี…ฮ่องกงนึกอยากจะพูดออกไป ทว่าคนดูแลกลับตัดบทเสียก่อน “เอาเป็นว่า เดี๋ยวฉันทำงานต่อแล้วล่ะ นายเก็บจานชามพวกนี้เถอะ”

เจอดักคอไม่ให้โต้เถียงอะไรต่อ เด็กหนุ่มก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำสั่งอีกฝ่าย น้อยครั้งนักที่อังกฤษจะหนี และเลี่ยงเขาแบบนี้

คงเพราะเขาไปสะกิดแผลใจเข้าสินะ…
…ผมอยากมีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณแบบนี้บ้าง แม้เพียงสักนิดก็ยังดี

***********

พระจันทร์ดวงโตส่องแสงอยู่บนผืนฟ้า นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองก่อนจะทอดถอนใจ ช่างเป็นความสวยงามที่คนเราไม่มีวันจะเอื้อมถึงจริงๆ

มือผอมบางเคาะประตูเบาๆ หากเมื่อไม่มีเสียงตอบรับรอบนี้เขาก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ไม่ได้เจตนาจะเสียมารยาท หากเพราะคืนนี้อากาศหนาว ผ้าห่มหนาๆ สักผืนน่าจะทำให้คนที่เขารักไม่เป็นหวัด

ในห้องนั้นมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงซึ่งวางอยู่บนโต๊ะส่องสว่างฉายให้เห็นร่างโปร่งเพรียวที่นอนฟุบหลับอยู่คากองเอกสาร

คิดแล้วไม่ผิดว่าจะต้องทำงานจนหลับไปทั้งอย่างนี้…เด็กหนุ่มนึกในใจขณะห่มผ้าให้อย่างเบามือไม่ให้อีกฝ่ายตื่น นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าของคนที่หลับใหลชวนให้นึกถึงฑูตสวรรค์ในหนังสือภาพที่อังกฤษเคยอ่านให้เขาฟังยามที่เขายังเด็ก

มันอาจจะจริงอย่างที่คุณว่า อาจจะมีเรื่องที่ผมยังไม่รู้อีกมาก สักวันอนาคตการแยกจากกันก็คงจะมาถึง
แต่อย่างน้อยในวันฝนตกวันนั้น ในวันที่ผมอยู่เพียงเดียวดาย คุณก็เป็นเหมือนทูตสวรรค์ของผมจริงๆ
ในตอนนี้ และขอภาวนาแด่อนาคตข้างหน้า ขอให้ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณจะคงอยู่ตลอดไป

เป็นเพียงความคิดคำนึงขณะที่เด็กหนุ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้ จูบเบาๆ ที่แก้มเหมือนดั่งขนนกที่ลอยละล่อง เพียงเท่านี้หวังว่าอังกฤษจะไม่ถือโทษโกรธอะไรผม

แม้สัญญาระหว่างคุณกับผมจะมีไม่ถึงร้อยปี
แต่หัวใจของผมก็อยากจะอยู่กับคุณตลอดไป

END...

Postscript : เกรียนโคด อยากเขียนฮ่องกงอังกฤษจัง พอดีนั่งอ่านวิกิแก้เบื่อ อ่านวิกิฮ่องกง  โมเอ๊ค่ะ จิ้นเป็นวรรคเป็นเวร ไอ้ที่บอกเป็นหินไม่มีค่า นี่แม้ ให้อารมณ์เหมาะๆ ดี เลยไปนั่งอ่าน LJ ว่าตกลงฮ่องกงคาแรกเตอร์ยังไง เพราะงั้นที่เขียนคงจะมั่วไปเยอะทีเดียว เพราะคิดเอาเองจากการจิ้นหน้าตา แหะๆ เขียนตอนแรกกลัวท่านอาเธอร์จะรุกด้วยซ้ำ โฮกกก แต่จริงๆ เรื่องนี้มันก็เบย์เอย์อยู่ดีเนอะ (ฮา)

ไปนอนแล้วล่ะค่ะ T^T พรุ่งนี้อ่านหนังสือยาวนรกอีกละ 
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอร๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ช่วงนี้ฟิคเฮตะผุดเป็นดอกเห็ดเลยเหวยยยย

(พูดไปงั้น แต่ตรูก็อ่าน)

ฮ่องกงคู๊งงงงงงงงงงงงงง อยู่เป็นผู้สังเกตการณ์เงียบๆไปแหล่ะดีแล้วนะจ๊ะ
ปล่อยกิริคุงเป็นของไอ้สมองแฮมเบอร์เกอร์ไปดีกว่า

#1 By カフカ on 2008-12-03 09:56

ต้อยยยยยยยยยยยยยยยยย

ต้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

พยายามทำตัวเสะสุดชีวิตสินะ.....

“ไม่มีอะไรครับ…แต่ถ้าอังกฤษอยากให้ผมพูดมากกว่านี้ ผมจะพยายามครับ” <-- โอ้ชิท ฮ่องกงจังโมเอ๊ะะะะะะะะะ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก เด็กดีว่าง่ายซื่อๆ แอร๊งงงง

มีหึงด้วยอะ กริ๊วๆๆๆๆๆ ทำไมคะ!!! ฮ่องกงคุงงงงง คุณจีนไม่ดีตรงไหนคะ!!! แค่ติดแพนด้ากะชินัตตี้เอง!!! ไปซบคุณจีนก็ได้ค่ะ กรี๊ดดด

#2 By KeeChan on 2008-12-03 10:46

ยากนะคะคุณกี

เอาชนะชินัตตี้เนี่ย (กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮ่องกงงงงงงงงงงง โมเอ้ โมเอ้มากๆ แอบเห็นด้วย กิริแอบพยายามเสะ แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ คิ /โดนท่านอาเธอร์เป่าดับ

ชอบฮ่องกงนะฮ้าาาา น่ารักอะอั๊งหัวใจมากมายยยยยยยยยย

จะซบเหยาซังต้องผ่านชินัตตี้(และอื่นๆอีกมากมาย)ไปก่อนนะ อั๊งcry

#3 By .:HANA~hanachiko:. on 2008-12-03 11:27

มาแปะไว้ก่อน ไว้จะมาอ่านนะคะ T{}T

#4 By 『 フェロン 』 on 2008-12-03 13:43

มาอ่านแล้ววววววววววววววววววววววววว

เพื่อคุณ…ผมไม่ต้องการสิ่งอื่นใดบนโลกนี้แล้ว << น้ำตาจะร่วง เฟล่อนแพ้ประโยคแบบนี้ค่ะพี่มิ้นนนนน แอร๊~~~~~~~ อ่านแล้วมันเศร้าโคดดดดดดดดด
ตอนนี้ฮ่องกงคุงได้ใจไปเต็มๆ

แถมให้อีกคะแนนเต็มล้านกับ

เรื่องเก่าๆ ของคุณก็มีอยู่แค่คนเดียว… << โหยยยย คิดได้ยอดเยี่ยมมากกกกกกกกกก ฮ่องกงคุงน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก (กรี๊ดดด)

อ่านแล้วดูเศร้าใจดีจัง
อยากจะให้ฮ่องกงมีบทบาท แต่คาแรคไม่ให้แล้วล่อนก็ไม่ยอมด้วย (ฮา)

กลายเป็นว่าตอนนี้นอกจากจะสื่อฮ่องกงแล้ว ยังสื่อถึงการมีใจให้ (ไม่ก็คิดถึง) เมริของกิริด้วยยยยย (ยิงทีเดียวสองต่อ!)

อย่าเพิ่งหลั่งน้ำตานะพี่ แต่งมาเรื่อยๆเล้ยยยยย
อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงง cry

#5 By 『 フェロン 』 on 2008-12-03 15:09

โมเอ๊

สองประโยคสุดท้ายกระชากใจมาก

เอ๊ะๆ เพิ่งเห็นหัวบล็อคค่ะ ดูๆแล้วเหมือนจะรีเวิร์ส cry RS

#6 By ffr -_- on 2008-12-03 16:37

ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่โลก Hetalia นี่ ได้ทดสอบความรู้ทางปวศ. กันอย่างมากมายทีเดียว

ฮ่องกงน้อยแอบหึงอเมริกา >///<
ชอบความรู้สึกแนวใสๆแบบนี้จัง
ส่วนอังกฤษออกแนวให้อารมณ์ว่า ต้อยเดิมมันปีกกล้าขาแข็งแล้ว
เอาต้อยใหม่ก็แล้วกัน 55+

#7 By Lady R. (124.121.40.210) on 2008-12-03 17:19

น้องเซียงงงง
เหมือนเห็นฝันเป็นจริงเลยค่ะได้อ่านฟิคฮ่องกงอังกฤษเนี่ย
ได้อ่านวิกิเหมือนกัน ช่วงนั้นบ้าไปเลยค่ะ เหมือนโดนคุณอาเธอร์ซึนใส่ บอกว่าเป็นเด็กไม่ได้ความแล้ว สอนหลายๆอย่าง เลี้ยงดูแบบเข้มงวด (ขนาดอยู่ชายหาดยังไม่ให้เล่นจานร่อน orz)

พอช่วงที่ต้องปล่อยมือแล้วยังมีตกลงกับจีน ให้ฮ่องกงปกครองตัวเองต่อไปก่อนอีก
โอ๊ยยย ไม่ไหวแล้วค่ะ cry แดมน์คิ้ววว
คล้ายๆกับ "พอฉันไม่อยู่แล้วดูแลตัวเองให้ดีๆนะ" เลยค่ะ
....ชักเพ้อเจ้อ ขอโทษนะคะ (ยังอยากเม้าท์ต่อแต่มันเพ้อเจ้อ ^^;)

“แม้ฉันจะได้ดูแลนายไม่ถึงร้อยปี แต่ฉันก็ดีใจที่ได้พบนาย” <<ตอนอ่านถึงตรงนี้ อิฉันตายไปแล้วค่ะ

ดีใจที่น้องเซียงดูจะเป็นเมะมากๆ question
เห็นคุณอาเธอร์เลี้ยงเด็กคน คิดถึงเด็กโข่งอีกคน ชักอยากเห็นคาโอรุคุงเอาประทัดไปป่วนอัลฟ์จังค่ะcry

ป.ล. อ่านหนังสือสู้ๆนะคะ sad smile

#8 By รอนสัน on 2008-12-03 18:11

น้องฮ่องกง นึกถึงวลีนี้

รับหนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มมั้ยครับ



หรืออ ผม.......(เอ๊ะ ดูเคะๆช๊อบกล)

ชอบตรงนี้ค่ะ

ผมอยากมีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณแบบนี้บ้าง แม้เพียงสักนิดก็ยังดี

อ่านแล้วแอบเหงาเล็กๆ

แม้สัญญาระหว่างคุณกับผมจะมีไม่ถึงร้อยปี
แต่หัวใจของผมก็อยากจะอยู่กับคุณตลอดไป

อ้ากกกก

#9 By ป้าแดง underground on 2008-12-03 20:48

"ฉันดีใจที่ได้เป็นคนเจียระไนนายนะ…” อังกฤษเคยเอ่ยขึ้นครั้งหนึ่ง และนั่นยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความภูมิใจ

<<< ฮา สารภาพค่ะ ว่ามิอ่านถึงประโยคนี้แล้วแอบตกใจ...555 เหมือนว่าเห็นภาพฮ่องกงเสียเอกราชให้อังกฤษซังเลย (แล้วก็ขยี้ตา พยายามคิดว่า หมายถึง ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ทรงอำนาจต่างหากล่ะ...)

=////= เห็นชื่อฟิคครั้งแรกก็รีบอ่านโดยพลันค่ะ 555 คิดอยู่เลย ว่าจะมีใครแ่ต่งฮ่องกงไม๊น้า~

#10 By minatan+minamo on 2008-12-03 21:52

ก๊ากกกกแอบอ่านเรื่องนี้อยู่ที่โรงเรียนแล้วกรี๊ดๆๆอยู่คนเดียวค่ะก๊ากกกกกกกกกกก คุณchibi ขา made my dayมากค่ะ ก๊ากกกกกก รักสามเศร้า ฮ่องกงน่ารักมากๆ เอาใจไปเลยสามพันล้านค่ะ แต่ฮ่องกงค่ะ คุณน้องเอาซึนเดเระคนนี้ไม่อยู่เหรอค่ะ ต้องได้ลูกตื้อกับลูกบ้าของเมกาเท่านั้นค่ะ ทางป้าขออภัยจริงๆที่ไม่อาจเชียร์ขึ้น ก๊ากกกกกกกกกกกก
สู้ๆเรื่องอ่านหนังสือนะคะคุณchibi แล้วก็ถ้ารีเควสอีกเยอะๆจะเป็นอะไรไหมคะ (ก๊ากกกกกได้คืบจะเอาศอกและมือและแขน)

#11 By songsage on 2008-12-03 23:20

งืดง๊าดๆๆๆๆๆๆ มาแปะบอกไว้ก่อนว่าตอนนี้ยุ่งๆอยู่แต่ตามอ่านมาถึงเอ็นทรี่นี้เลย (ยังไม่ได้เมนท์ตอนที่แล้วๆเลย หงิงงงงง) ตอนนี้เห็นมีฟิคเฮตะโผล่มาเยอะเหมืือนกันแต่อ่านจริงๆก็มีแค่ของเจ๊ที่เดียว เด๋วไว้เสร็จงานคงต้องไปเยี่ยมงานคนอื่นบ้าง (ส่วน 4 ช่องเบย์เอย์ของตัวเองต้องเก็บพับไปก่อน งานเข้า หงิงงง)
โอ้ยยยยย เห็นชื่อแล้วพุ่งหลาวชนหน้าจอ
อ่านแล้วก็พลังโมเอะแตกซ่านจริงๆเลย ฮึ่ยยยยยยย
แต่ขอให้พลังเบย์เอย์จงสถิตย์อยู่กับท่านต่อไปปปปป!!!


…ผมอยากมีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณแบบนี้บ้าง แม้เพียงสักนิดก็ยังดี

ORZ~ TKO!!!! ประโยคแบบนี้โดนเจรงๆ

#12 By moreproject on 2008-12-03 23:53

แวะมาที่บล๊อกคุณจิบิหลายครั้งแล้วค่ะ ขออนุญาติเมนท์นะคะsurprised smile

ประทับใจมากๆค่ะ กับเรื่องของสองคนนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลฮ่องกงของอังกฤษ ส่วนตัวแล้ว เราว่าอังกฤษดูแลฮ่องกงดีกว่า ตอนที่เลี้ยงอเมริกาจริงๆค่ะ(ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลทางด้านผลประโยชน์อะไรก็เถอะ) แล้วฮ่องกงก็ติดและรับอิทธิพลของอังกฤษมามากกว่าด้วย

"หัวใจของผมก็อยากจะอยู่กับคุณตลอดไป" >>ตรงนี้ตรงใจมากที่สุดเลยค่ะ เพราะเราเชื่อว่าตอนนั้นคาโอรุคุงไม่อยากกลับไปหานีนี่เลยsad smile

#13 By Naneya on 2008-12-04 21:38

น้องฮ่องกงเป็นเด็กดีอย่างแรง (นึกหน้าประกอบไปด้วย อา...น่ารักอะไรอย่างนี้)

เหมือนอกหักตั้งแต่ในมุ้งเลยค่ะ TTwTT (นั่นสินะ...)
ฮ่วย...หมั่นไส้อีคนไม่มีบทคนนั้นอย่างไม่มีเหตุผล (ฮา)
ฮ่องกงคุงเค้าทุ่มเทขนาดนี้เลยนะเว้ยอีอัลฟ์อ้วน!
อ่านจบแล้วอยากจะสนับสนุนให้น้องฮ่องกงไปเป็นมือที่สาม (ฮา) แต่แคร์ท่านอาเธอร์ขนาดนี้ อาจจะตกเป็นพระรองโดยไม่รู้ตัว แพ้อีอ้วนแฮมเบอเกอร์แน่ๆ...โธ่...

แล้วก็...ชอบชื่อเรื่องจัง โรแมนติกมากมาย

ป.ล. อยากแยกร่างได้ ฮือออออออ เอาล่ะ ฮึบ เหลือของพี่กีอีกคน (ฮา)

#14 By Zakuro on 2008-12-05 03:45

เปลี่ยนอารมณ์มาตอบคอมเม้น (เขียนขึ้นมาแล้วชักแย่........ดันอยากเขียนคาโอรุคุงต่อซะงั้น กร้าาาา แล้วอัลฟ์ไปไหนแล้ว!!)

พีซ : จะบอกอยากทำ fanbook นะ ฉันอยากเห็นอุ้มวาดเบย์เอย์ กรี๊ดดดดดด!!! (เพ้อขึ้นมาชั่วขณะ) แต่กะกลับไทยไปเชียร์แฝดใหม่ (คือไอ้ที่แปลไทยในบ้านเรามันกระจัดกระจายเว่อร์ เราเลยแปะลิงค์ส่งให้มันอ่านไม่ถูกเลยอ่ะ)

ฮ่องกงให้เราเขียนจะมีบทแค่นี้แหละ เป็นคนดีที่เป็นผู้แพ้ไปเรื่อยๆ นะหนู 55

กีจัง : กร้ากกก เข้าใจถูกแล้วล่ะกี!! ท่านอาเธอร์เขาพยายามเสะ!! (แต่ก็เท่านั้นแหละ อิๆ)

กับนีนี่เนี่ย อยากเขียนถึงเหมือนกันนะเออ (ตั้งแต่อ่านเอนทรีเจ้านายนีนี่เติมปากชินัตตี้ เริ่มเข้าใจความโมเอะของนีนี่ละ) ติดแค่สำนวนและความสัมพันธ์ล่ะน่าาา

น้องฮานะ : สงสัยหลังจากท่านอาเธอร์เป่าฮานะดับ จะเป่าเราดับตามอีกคน ฮ๊าฮาาา question

น้องล่อน : ตอนนี้แต่งมาอีก พี่หลั่งน้ำตาแน่ (แม้ตอนนี้จะชิวไปหลายอึดใจ.........แต่เป็นคนอ่านหนังสือนานๆ ไม่ได้อ่ะ!!!!!)

ความจริงเรื่องนี้มันก็ยังเบย์เอย์อยู่ดี (ฮา)กร้ากกกก คิดเหมือนกันเลย หลงคาโอรุคุง อย่างจริงจัง แต่ไม่รู้จะให้คู่กับใคร เพราะพี่ก็ไม่ยอมท่านอาเธอร์ต้องเป็นของอัลฟ์เซ่!! แต่ไปอ่านบลอคคุณ Lynn มีคนจุดประกายเรื่อง มาเก๊า โฮกกก ขอให้มีจริงๆ เถอะ เพี้ยงๆๆ

น้อง ffr : สองประโยคสุดท้ายนี่อยากเขียนเลยล่ะ (จริงๆ อยากเขียนประโยคแรก ประโยคถัดมาคิดนาน)

มันไม่ใช่ RS น้าาา ยังไงก็ SR เท่านั้น (ซิเรียสก็แค่ทาสของคุณนายน้อยเท่านั้นแหละ อิๆ open-mounthed smile)

คุณ lady r : ความจริง ฟิคเราใช้ทดสอบประวัติศาสตร์ไม่ค่อยได้ค่ะ (ฮา) เรื่องนี้จริงๆ แอบมีสาระสุดละ เรื่องก่อนหน้านี่หามีประวัติศาสตร์ไม่ (แต่งอิงตามคอมิคบ้านหลักเป็นหลัก) จริงๆ ยังเคยแอบเฟล รุสึกเขียนมาเน้นเป็นชอตๆ มากกว่าไม่ค่อยมีประเด็นเลย เฮ่อออ (แต่ตอนนี้เลิกเฟลแล้วนะคะ หลังจากเพิ่งนึกได้ว่าสอบค้ำคอมีเรื่องอื่นให้คิด และฉันเขียนสนองนี้ดตัวเองนี่หว่า เอาเท้อออ)

ส่วนเรื่องต้อยใหม่ จริงๆ ที่อยากเขียนเรื่องในช่วงเวลานี้ต่อ เพราะอยากเขียนมุมของท่านอาเธอร์ค่ะ เราคิดเหมือนคุณ Naneya และคุณรอนสัน ตรงที่ว่า ท่านอาเธอร์ดูจะเข้มงวดกับคาโอรุ น่าจะเพราะเมื่อก่อนสปอยอัลฟ์ และทุ่มความรักให้กับอัลฟ์จนตัวเองเจ็บเสียเองหรือเปล่า สุดท้ายพอได้เลี้ยงต้อยอีกเลยออกแนว เผื่อใจไว้มากมายน่ะค่ะ (ในเรื่องเราเลยใช้คำว่าผู้ดูแล มากกว่าจะเป็นน้องชายน่ะค่ะ >>>จิ้นไปเรื่อยย)

คุณรอนสัน : อ...อย่าค่ะ ที่คุณรอนสันพูดมา จิ้นเป็นฉากๆ จนอยากเอามาเขียนใจจะขาดแล้วววว นึกภาพตอนที่ท่านอาเธอร์ดุคาโอรุคุง ห้ามเล่นประทัดนะ (ความจริงแล้วไม่อยากให้คาโอรุคุงได้รับบาดเจ็บ) โมเอ๊เกินไปแล้ว!!

โดด แทคมือ อยากเขียนช่วงเวลาตอนท่านอาเธอร์บอกนีนี่ว่าให้คาโอรุคุงปกครองตัวเองอีก 50 ปีเหมือนกันค่าาา (จริงๆ ในที่นี้ ควรแทนค่ายังไงในเรื่องนะ? อย่าเพิ่งให้คาโอรุคุงแต่งเข้า 55555555)

เพ้อเจ้อได้นะคะ เราชอบฟัง กรี๊ดดดด กับดีใจที่เห็นคาโอรุคุงเสะค่ะ เพราะเราคิดว่ากับท่านอาเธอร์ คาโอรุน่าจะเสะแน่นอนน (จริงๆ ไม่ยอมให้ท่านอาเธอร์เสะ กร้ากก) ตอนฉากแรกๆ กลัวคนจะคิดว่าอุเคะ จนต้องอัพเสะให้ตอนท้ายๆ 55

ความจริงอยากเขียนตอนอัลฟ์มาเหยียบถึงถิ่นเหมือนกันค่ะ คิดพลอตคร่าวๆ แล้วไม่อยากบอกไหลลื่นกว่า Isolation อีก sad smile

คุณป้าแดง : ประโยคนี้ให้พูดคู่กับนีนี่ ยิ่งขึ้นนะ 55 ดีใจที่ชอบประโยคนั้นนะคะ ตอนเขียนเราก็อืมม อยากได้ฟีลประมาณนี้เลย 55

น้องมิ : กรี๊ดดดดด นึกภาพตามแล้ว เออว่ะ มันตีความงั้นได้นี่หว่า OTL แต่จริงๆ แค่อยากโยงกับที่ท่านอาเธอร์เรียกคาโอรุว่าหินไร้ค่าน่ะจ่ะ แต่ความหมายคืออย่างหลังน้าาา คือทำให้เป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจน่ะจ่ะ

จริงๆ เขียนมาเพราะคิด ยังไม่มีคนเขียนสักที งั้นสนองนี้ดตัวเองซะเลย 55 (ตอนนี้อยากอ่านสุซังกับฟินนี่ แบบ NC-17 แต่ยังไม่มีคนสนองนี้ด และไม่มีปัญญาสนองตัวเอง กรรม )

น้อง songsage : ทำให้ made my day ได้ก็ปลาบปลื้มใจยิ่งนัก เห็นด้วยค่ะ คาโอรุคุงมองเงียบๆ แบบนี้ดีกว่า ปล่อยให้ลุงเขาตีกับเจ้าเด็กเนิร์ดบ้าพลังดีกว่า (ฮา)

รีเควสได้ค่ะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างคงไปหลังสอบเลยล่ะค่ะ แหะๆ

ป๋อ : จะบอกมีโคดเยอะเลยล่ะ ขอให้สนุกกับการอ่าน (ขนาดพี่เปิดคอมทุกวัน ยังอ่านไม่ทัน วันนี้จะอ่านก็มัวแต่เล่นบอร์ด OTL)

แต่รู้สึกชื่อเรื่องนี่ คนเข้าใจกันได้ทันทีเลยเนอะต้องเป็นเรื่องของใคร อิๆ

คุณ Naneya : เห็นชื่อผ่านบลอคคุณ Lynn และคุณ ohohoh มานานขอบคุณที่มาเยี่ยมบลอคเรานะคะ surprised smile ดีใจที่ชอบเรื่องนี้ เพราะเขียนแบบข้อมูลคาแรกเตอร์น้อยมากๆ กับคิดเหมือนกันเลยค่ะเรื่องไม่อยากกลับไปหานีนี่เนี่ยยย ตอนที่จากกับท่านอาเธอร์นึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไง (จิ้นเตลิดอยากเขียนอีกละ 55)

น้อง Zakuro : เขียนมาก็เพราะชื่อเรื่องน่ะจ่ะ นึกชื่อแล้ว อืมมม ประวัติอีก โอเคเขียนดีกว่าาา (เอางี้เลยนะ)

จริงๆ เขียนไปหมั่นไส้คนไม่ได้โผล่ในเรื่องเหมือนกัน 55 ขนาดตัวไม่อยู่ยังทำท่านอาเธอร์เจ็บปวดได้อีกกก คนอะไรวะเนี่ย!!

พี่ว่าฮ่องกงจะเป็นมือที่สามที่แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมเลยแหงๆ เป็นได้แค่พระรองที่มองคนเขารักกันนะหนูเอ๊ยยย

ตอบเม้นหมดแล้ว หมดเวลาอู้แล้วสิเนี่ย แงงงงง

#15 By chibi on 2008-12-05 07:03

ก... กำลังพยายามปั่นอยู่ค่ะ

ในสมองมีแต่ภาษาสวีเดน

ทางนี้ยังวันที่หกอยู่เลย ลงช้าไปวันสองวันคงไม่เป็นไร

ทำไมฟินฟินไม่เกิดซักมกรา จะได้มีเวลาเยอะๆ เขียนตามไทม์ไลน์...
(นี่มาเพ้ออะไรแถวนี้)

จะรออ่านฟิคพี่จิบิตอนอื่นๆอีกนะค้าาาcry cry

#16 By .:HANA~hanachiko:. on 2008-12-07 04:04

เรื่องนี้มันก็เบย์เอย์อยู่ดีเนอะ (ฮา) ------- กำลังจะมาเมนต์เลยค่ะว่าทำไมอ่านแล้วมันเบย์เอย์พิกล sad smile

แบบว่า..... อังกฤษอะแย่ ซึน คิดถึงเค้าตลอดเวลาเลยล่ะซี่ ปากแข็ง

/me บ้าไปแล้ว

ปล. ขอสารภาพว่า ตอนแรกที่อ่าน แอบนึกถึงสงครามร้อยปีอะค่ะ sad smile คงจะมีคุณพี่อยู่ในหัวมากไป เอิ้กส์..........

#17 By LUMiN on 2008-12-08 03:35

ลูมินส่งลิ้งค์ให้อ่านค่ะ......พลาด พลาดมาก..

ขอล่ะค่ะ ฟิกเรื่องนี้มีคาโอรุคุงด้วยยย ฮื้อออออออ

“ธ…เธอเจ็บตรงไหนเหรอ หรือว่าลุกออกมาไม่ได้ ให้ฉันช่วยมั้ย”[i] <-- กรี๊ดดดดดดด เห็นเป็นหน้าอาเต้อยื่นมือมาเลย!!!

อา โอว มาย ฮือ คาโอรุคุง ฮือ น่ารัก คูลบอย คิ้ววว

[i] อังกฤษ…คุณจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าคุณปล่อยให้เขามีอิทธิพลเหนือจิตใจคุณมากขนาดนี้
<- เรื่องปกติที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว อะฮุๆ คึๆ

ถ้าคุณต้องการเช่นนั้น ผมก็ยินดี
มาคิดดูอีกที…ผมเองก็ปล่อยให้คุณมีอิทธิพลเหนือจิตใจผมไม่ต่างกันสินะ
<- แอร๊ยย หล่ออ น่ารักกก

กร๊าซซซซ โควทมันทุกข้อความ โอ๊ยย ตายยยยยยย

“ถ้าสัญญาจบลง คุณจะไม่มาหาผมอีกแล้วเหรอครับ”

อา..ขอโทษค่ะ แบ่บว่ามัน เหลือหลาย..มาก...
อ่านแล้วนึกฉุนถึงอีตานั่น..... /แหงล่ะ ก็ฟิกเบย์เอย์นี่ โอ๊ยยย สะเทือนใจ สงสารเธอค่ะ แน่นอนว่ายังไงๆก็เป็นเมะอยู่แล้ว แต่เมะน้อยคูลคิ้ว(?)รักคุดแบบนี้นี่ ฮือออออ

โหวตคอมเมนต์คุณรอนสันค่ะ เห็นคุณอาเธอร์เลี้ยงเด็กคน คิดถึงเด็กโข่งอีกคน ชักอยากเห็นคาโอรุคุงเอาประทัดไปป่วนอัลฟ์จังค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ช๊อบบบบ ชักอยากเห็นภาพ ชักอยากอ่านอะไรอย่างนี้ซะแล้ว!

ขออภัยที่เมนต์เสียสติค่า!!!

#18 By 【いくみ】 on 2008-12-08 03:44

ไม่ได้อ่านฟิคแล้วยิ้มไปอ่านไปแบบนี้มาพักใหญ่แล้วค่ะ

นี่มันเบย์เอย์ชัดๆ(ฮา) ไม่เคยอ่านตอนของฮ่องกงมาก่อนค่ะ ดังนั้นถึงนิสัยจะเพี้ยนไปบ้าง ข้าพเจ้าก็คงไม่รู้หรอก
อยากรู้จังว่าสุดท้ายฮ่องกงจะหักหลังอังกฤษหรือไม่tongue

#19 By manta (124.122.216.186) on 2008-12-21 22:21

โอ้ยน่ารักอีกแล้ว~>W< งื๊อออ

ฮ่องกงคุงงง
ตอนแรกแอบคิดว่าท่านเธอร์จะเมะเหมือนกันนะนี่ ฮ่าsad smile

แบบว่า ชอบจังเลยแบบนี้อ๊ะ~
แต่ก็เจ็บไปกับท่านเธอร์ ฮึก พูดแบบนั้น เหมือนอีตาคนนั้นเลยเนอะ-..-

แต่ชอบให้ฮ่องกงคุงรักท่านเธอร์แบบนี้จัง น่ารักดี ถึงแม้จะรู้อยู่แล้ว ว่ามันเบย์เอย์cry

ขอบคุณสำหรับฟิกค่ะ อ๊า น่ารัก
(ตามเมนท์ข้ามปีเลยทีเดีียว พอดีเราเพิ่งพีคเฮตาเลียน่ะคะ แฮะๆ (ดีเลย์สุดๆ)

#20 By kazukazu on 2009-11-14 23:47