แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title : I need you like a heart needs a beat

Pairing : ซูซัง x ฟิน 

Rate : ใสกิ๊ง (จริงๆ นะ)

Preface : เป็นฟิคที่ลงดีเลย์ช่วงคริสต์มาสแต่คงยังไม่พ้นบรรยากาศล่ะมั้ง ^^

.

.

.

-- ไม่เคยน้อยลงมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน --
 

มีไม่กี่ครั้ง หรือแทบจะไม่มีเลยที่เขาจะหัวเสียอย่างไม่มีเหตุผล
ทว่า...บางทีอาจจะต้องขอยกเว้นเฉพาะช่วงเวลานี้

เกล็ดน้ำแข็งสีขาวร่วงหล่นจากท้องฟ้าปกคลุมผืนดินอันว่างเปล่า ค่ำคืนเหมันต์นี้ยังคงดำเนินต่อไป แม้จันทร์เพ็ญถูกลักซ่อนด้วยหมู่เมฆ หากหิมะซึ่งโปรยปรายนั้นกลับส่องประกายให้ทุกหนแห่งดูขาวโพลนงามจับตา

หิมะยังคงตกลงมาเรื่อยๆ ลมเหนือยังคงพัดพา มีบ้างบางครั้งเธอจะแวะทักทายผู้คนด้วยการเคาะบานหน้าต่างสั่นกระทบดังกึกๆ อากาศยามนี้นั้นหนาวเย็นจนจับขั้วหัวใจ ทว่าในบ้านหลังน้อยนั้นกลับอบอุ่นด้วยเปลวไฟจากเตาผิงซึ่งลุกโชติช่วง

แน่ล่ะ...ความอบอุ่นจนร้อนดังกล่าวบางทีอาจเกิดจากอารมณ์ว้าวุ่นของชายซึ่งนั่งกอดอกขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ยอย่างที่ปกติไม่เคยทำมาก่อน

“เฮ่อออ...”ชายหนุ่มผมสีทองซีดระบายลมหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน นัยน์ตาสีอเมทิสต์มองกองจดหมายของเด็กๆ ซึ่งส่งมาจากทั่วโลกอย่างวิตกกังวล

ก็เป็นเรื่องที่ทำประจำอยู่ทุกปีหรอกนะ แต่แค่ปีนี้...ไม่รู้ควรจะโทษภาวะโลกร้อนดีหรือเปล่า สภาพอากาศแปรปรวนจึงพาลส่งผลกระทบให้จดหมายของเด็กๆ บางส่วนเดินทางมาล่าช้า งานที่คาดว่าจะเสร็จก็เลยมีอันต้องล่าช้ากว่ากำหนด และเป็นเหตุให้เขายังคงง่วนอ่านจดหมายซึ่งกองท่วมโต๊ะอยู่ ณ ตอนนี้ทั้งที่อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสแล้วแท้ๆ

พูดให้ง่ายขึ้นตอนนี้จะเรียกว่าเป็นภาวะวิกฤติก็คงจะไม่ผิดเท่าไร นึกเสียดายว่าตอนประชุมโลกคราวก่อน เขาควรจะสนับสนุนแนวคิดของอเมริกาให้รู้แล้วรู้รอด (หรือเปล่านะ?)

ฟินแลนด์พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวเพ่งสมาธิไปยังจดหมายหลากสีสันแทน อันที่จริงจดหมายพวกนี้จะยกยอดไปปีหน้าก็คงไม่มีใครถือโทษอะไรเขา ทว่าพอนึกถึงใบหน้าของเด็กๆ ซึ่งตั้งหน้าตั้งตารอคอยของขวัญจากซานต้า ชายหนุ่มร่างเล็กก็ต้องสะบัดหน้าแรงๆ สองสามทีหยิบจดหมายมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่ออย่างไม่ยอมแพ้

เฉพาะวันคริสต์มาสเท่านั้น ที่เขาไม่อยากให้เด็กคนไหนต้องทำหน้าผิดหวัง...

ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมายมาขัดขวาง แต่เขาก็อยากจะทำหน้าที่ซานต้าของเด็กๆ ให้ดีที่สุด
เพราะฉะนั้นกะอีแค่กองภูเขาจดหมายพวกนี้...

“ฟิน...”

“วะ...หวา!!” ฟินแลนด์สะดุ้งโหยงทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มเนิบดังขึ้นจากเบื้องหลัง ใบหน้าอ่อนเยาว์เหลียวหันไปมองที่มาของเสียงและภาพแรกที่ปะทะเข้าอย่างจังก็ทำให้ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง

“ว้าก!!! ว้ากกก!!! ว้ากกก!!!” เรียวปากบางร้องออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อภาพที่เห็นคือใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ลอยเด่นท่ามกลางแสงสลัวในความมืด

มือใหญ่หนาเอื้อมมาแตะบ่าคนสติหลุดเบาๆ ทันทีที่สัมผัสคนขี้ตกใจจึงเริ่มตั้งสติได้ “อ่า…ซูซังเองเหรอครับ”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าถึงสิบสองเซนไม่พูดอะไร ท่าทีเยือกเย็นนั้นช่วยการันตีว่านี่แหละซูซังตัวจริง ของแท้ไม่ใช่ผี วิญญาณหรือราชินีหิมะปลอมตัวมาหลอกเขาเป็นแน่แท้ ฟินแลนด์ปาดเหงื่อทั้งที่อากาศข้างนอกออกจะหนาว “ขอโทษที่ร้องเสียงดังแบบนั้นออกไปนะครับ ว่าแต่นี่ก็เลยเที่ยงคืนแล้วซูซังยังไม่นอนอีกเหรอ”

นัยน์ตาสีเทอร์ควอยส์เขม้นมองให้คนถามชะงักไปเล็กน้อย คงเพราะอยู่ด้วยกันมานานคนร่างเล็กจึงพอคาดเดาออกว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร “เอ่อ...ผมยังไม่นอนหรอกครับ ยังเหลือจดหมายที่ต้องอ่านอีกตั้งเยอะน่ะ”

“เดี๋ยวไม่สบายหรอก...” ประโยคที่ค่อนข้างยาวกว่าปกติสร้างความตกใจให้ฟินแลนด์ไม่น้อย

“อดนอนแค่สองสามวันไม่ทำให้ผมล้มหมอนนอนเสื่อหรอกครับซูซัง” ทั้งที่อธิบายไปแบบนั้นแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าสองสามวันมานี้นอกจากจะไม่ได้นอนแล้วบางทียังมีอาการปวดหัวจี๊ดจนอยากอาเจียนมาเป็นของแถมด้วย กระนั้นด้วยสปิริตอันแรงกล้าที่มีต่องานคนมีหน้าที่จึงยืนกรานแข็งขัน

บรรยากาศกดดันแล่นวูบขึ้นมาให้คนปฏิเสธหนาววูบไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีม่วงครามแหงนมองคนที่มักเอาแต่ทำหน้าปั้นปึ่งอยู่เสมอด้วยความแปลกใจ

“ไว้วันหลังเถอะ...เข้านอนได้แล้ว” มือแข็งแรงฉวยข้อมือเขาซึ่งยังสับสนให้เดินตาม ทั้งที่อยู่ด้วยกันสนิทสนมรู้จักกันมาหลายร้อยปีซูซังไม่เคยบังคับเขาแบบนี้มาก่อนแท้ๆ

“ด...เดี๋ยวก่อนครับซูซัง ผ...ผมไม่” ทั้งที่พยายามปฏิเสธแล้วแท้ๆ หากน้ำเสียงห้วนสั้นก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ฉันไม่อยากเห็นนายป่วย”

ทั้งที่รู้ดีว่าคำพูดนั้นแฝงด้วยความห่วงใยทว่าคนฟังกลับขมวดคิ้วมุ่น “ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะครับซูซัง...”

นัยน์ตาสีน้ำเงินอมเขียวมองผ่านกรอบแว่นราวกับพินิจพิจารณา และเพียงเสี้ยววินาทีเรี่ยวแรงมหาศาลก็ฉุดเขาให้เดินต่อ ไร้ซึ่งคำพูดราวกับตัดสินให้แล้วว่าเขาสมควรได้รับการพักผ่อน

อะไรกัน? ท่าทีแบบนี้น่ะ? ฟินแลนด์นึกฉุนไม่สบอารมณ์ ยิ่งพอเหลือบมองกองจดหมายที่ยังไม่รับการเปิดอ่าน อาการปวดหัวก็แล่นปลาบ ทิฐิและอารมณ์ก่อตัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลผลักดันให้มือผอมบางสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้งในวินาทีนั้น

   “ฟิน...” ดูเหมือนซูซังจะตกใจไม่น้อยที่เห็นเขาทำแบบนี้ (ถึงแม้ขนคิ้วจะแทบไม่กระดิกสักเส้นก็เถอะ)

แต่จะทำไมล่ะ...ที่ซูซังทำมันเกินไปนี่นา

“ผมอาจจะหักโหมก็จริง แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดดูแลตัวเองไม่ได้นะครับ ที่สำคัญผมไม่ชอบที่ซูซังมาคิดตัดสินใจแทนผมไปซะทุกเรื่องแบบนี้ด้วย นี่เป็นงาน เป็นหน้าที่ของผมยังไงช่วยอย่ามาก้าวก่ายจะได้มั้ย” ถ้อยคำพรั่งพรูออกจากปากไม่อาจยั้งไว้ได้ หากเมื่อพูดไปถึงประโยคสุดท้ายเจ้าของคำพูดก็ชะงักรีบยกมือปิดปาก

ตายล่ะ...นี่เราพูดเกินไปหรือเปล่า นัยน์ตาสีท้องฟ้ายามเย็นฉายแวววิตกขณะแหงนหน้าขึ้นมอง

“...” สีหน้าถมึงทึงแผ่รังสีมาคุทำให้คนปากดีเมื่อครู่ชักนึกเสียใจที่พูดจาใช้อารมณ์ ชายหนุ่มร่างเล็กรีบอธิบายเป็นพัลวัน

“เอ่อ...ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าซูซังนะครับ ต...แต่ เผอิญช่วงนี้งานยุ่งเลยอาจอารมณ์เสีย หงุดหงิดไปบ้าง ง่า...เอาเป็นว่าผมรู้ว่าซูซังหวังดีนะครับ คือ...”

“เข้าใจแล้ว...”

“อ...” คำอธิบายที่ตระเตรียมมาเป็นอันต้องสะดุดเมื่อน้ำเสียงเรียบเรื่อยเอ่ยแทรก ใบหน้าถมึงทึงเมื่อครู่มาตอนนี้กลับพยักหน้าอย่างว่าง่ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

ปัง...

บานประตูปิดลง เสียงฝีเท้าก้าวเดินอย่างมีจังหวะค่อยๆ เบาลง...เบาจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงแต่เสียงบานหน้าต่างที่สันไหวเพราะแรงลม

และตัวเขาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่กลางห้องเท่านั้น...

---------------

ผ่านมาหลายร้อยปีนับตั้งแต่พบกันครั้งแรก ไม่เคยมีสักครั้งที่ซูซังจะโกรธเขา ---
แต่บางทีครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้

“ฟันธงเลยครับว่าโกรธแหงๆ” เด็กน้อยในชุดกะลาสีกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจอย่างล้นเหลือ

“อาจจะไม่ก็ได้มั้ง...” ฟินแลนด์ค้านเสียงเบา ขณะวางแพนเค้กลงตรงหน้าซีแลนด์

“แต่ผมว่าปะป๊าโกรธนะครับ คิดดูสิเขาเป็นห่วงมะม๊าฟินขนาดนี้ แต่มะม๊ากลับไปต่อว่าปะป๊าแบบไม่มีเหตุผลเฉยเลย” เด็กน้อยอธิบายเจื้อยแจ้วขณะราดน้ำผึ้งลงบนแพนเค้กอย่างมีความสุขตรงข้ามกับคู่สนทนาอย่างสิ้นเชิง

ถูกอย่างที่ซีแลนด์ว่า จะคิดกี่ตลบ เขาก็ไม่น่าไปต่อว่าซูซังจริงๆ น่ะแหละ ให้ตายเถอะ เมื่อวานทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นออกไปนะ ปกติเขาไม่เคยหัวเสีย หงุดหงิดอย่างนี้เลยนี่นา ถึงจดหมายบนโต๊ะจะเคยท่วมล้นห้องมาก่อนเขาก็ไม่เคยเอาอารมณ์ไปลงใส่ซูซังสักครั้ง

“แล้วสองวันมานี้ปะป๊าก็ไม่เข้ามาคุยหรือโผล่หน้ามาให้เห็นใช่มั้ยครับ อย่างนี้ก็เห็นชัดเลยว่าโกรธชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์”

คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยตรงหน้ายิ่งตอกย้ำให้ในอกปวดหนึบ ซูซังไม่โผล่หน้ามาให้เขาเห็นจริงๆ ไอ้เรื่องไม่เข้ามาคุยน่ะไม่เท่าไรหรอก ปกติซูซังก็พูดกับเขาแต่ละวันก็แทบจะนับคำได้อยู่แล้ว แต่เรื่องไม่เห็นหน้ากันเนี่ยสิ...ให้ตายเถอะเขาไม่คุ้นชินกับความรู้สึกแบบนี้เอาซะเลย

“สรุปมะม๊าฟินก็คิดเหมือนผมใช่ม๊าว่าปะป๊ากำลังเคืองอยู่ งี้มะม๊าฟินจะทำยังไงล่ะครับ” คำถามจี้ใจดำออกจากปากของซีแลนด์หลังจากจัดการแพนเค้กแผ่นสุดท้ายลงท้อง

“วันนี้ซีแลนด์ไม่ไปนั่งดูทีวีเหรอ” ฟินแลนด์พยายามส่งยิ้มบางๆ เลี่ยงทว่าเด็กชายกลับส่ายหัวด๊อกแด๊ก

“ไม่ล่ะครับ ผมว่าเรื่องของมะม๊าฟินน่าสนุกกว่าตั้งเยอะ”

ช่างเป็นเด็กที่ร่าเริงได้ทุกสถานการณ์จริงๆ ฟินแลนด์ถอนหายใจหนึ่งเฮือก “ก็คงไม่ทำอะไร...อย่างน้อยก็ตอนนี้มั้ง...”

“เอ๋...ทั้งที่ปะป๊ากำลังโกรธอยู่นะครับ” ดวงตากลมโตฉายแววฉงนสงสัย

“ก็งานยังไม่เสร็จ มีอะไรต้องจัดการอีกตั้งเยอะนี่นา” เมื่อวานเพราะทะเลาะกับซูซัง จดหมายทั้งหมดถึงเพิ่งอ่านเสร็จเมื่อเช้า หลังจากนี้เขายังต้องตระเตรียมของเล่น ห่อของขวัญให้พวกเด็กๆ อีก เรื่องจะมาปรับความเข้าใจกับซูซังในตอนนี้มันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยนี่นา

“โห! แบบนี้ปะป๊าไม่น่าสงสารแย่เหรอครับ” คำพูดซื่อๆ โพล่งออกมาไม่เกรงใจ

“ก...ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ นี่นา แต่...ซูซังก็คงเข้าใจมั้ง” คำแก้ตัวสุดท้ายเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน นัยน์ตาสีม่วงครามหลุบลงต่ำไม่ยอมสบมองเจ้าหนูจำไมตรงหน้า

“ทั้งที่ไม่ได้คุยกันแล้วจะเข้าใจกันได้ยังไงอ่ะครับ” 

คำถามง่ายๆ หากฟินแลนด์กลับจนปัญญาจะตอบ นั่นสิ...ไม่ได้คุยกัน เป็นเวลากี่ร้อยปีแล้วไม่รู้นับแต่ที่หนีออกมาจากเดนมาร์คด้วยกัน ถึงจะอยู่ร่วมกันได้ดี และเขารู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับซูซัง ทว่าระหว่างพวกเราน้อยครั้งนักที่ความคิดจะเชื่อมต่อกันด้วยคำพูดอยู่ดี...

แต่ถ้าแบบนั้นซูซังก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อนไม่ใช่เหรอ หมอนั่นพูดจาแทบจะนับคำกับเขาเอง ไอ้เรื่องที่ว่าถ้าไม่คุยกันจะเข้าใจกันได้ยังไง เขาน่าจะเป็นฝ่ายพูดประโยคนี้มากกว่าด้วยซ้ำ

ทั้งที่เป็นแบบนั้น ที่ผ่านมาพวกเราต่างเข้าใจ รู้ใจกันได้อย่างไรนะ?

คำถามวนเวียนในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นิ้วทั้งสิบจิกลงผิวเนื้อด้วยความไม่เข้าใจท่วมท้นในอก เพราะอาการปวดหัว หรือเพราะเรื่องมันเนิ่นนานแล้ว สมองจึงชาหนึบไม่อาจนึกย้อนความทรงจำเก่าๆ ได้

ให้ตายเถอะ...ทำไมตอนนี้จู่ๆ ถึงนึกไม่ออกขึ้นมาล่ะ

“มะม๊าฟินครับ...ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ” มือน้อยๆ กระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ คิ้วดกหนาขมวดเป็นโบ ดวงตากลมโตฉายแววกังวลระคนห่วงใย

“ไม่มีอะไรหรอกซีแลนด์ ฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ” ฟินแลนด์รีบเปลี่ยนเรื่องแทบจะทันควัน มือขาวเนียนลูบศีรษะเด็กน้อย “ไปนั่งดูทีวีเถอะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปทำงานก่อนดีกว่า”

ทำงานงั้นเหรอ...เขาไม่อยากตระเตรียมของขวัญให้เด็กๆ ด้วยความรู้สึกแบบนี้เลย ทั้งที่ควรจะนึกถึงรอยยิ้มของเด็กๆ ระหว่างที่จัดของขวัญลงกล่อง ผูกโบสวยๆ ใส่ความปรารถนาดี และคำอธิษฐานแก่ผู้ที่ได้รับของขวัญ

แต่ทำไมเวลานี้ภาพเดียวที่อยู่ในหัวของผมถึงต้องเป็นใบหน้าไร้อารมณ์ของซูซังด้วย
ตอนนี้...ซูซังกำลังคิดอะไรอยู่นะ
โกรธหรือเปล่า เสียใจที่ผมพูดจาแบบนั้นออกไปไหม หรือว่าไม่ได้คิดอะไร
บ้าจริง ทำไมผมถึงนึกไม่ออกที่ผ่านมาผมเข้าใจความคิดของซูซังมาตลอดได้ยังไง
บางที...สงสัยผมคงไม่สบายเอามากๆ อย่างที่ซูซังว่าไว้จริงๆ

---------------

 หิมะยังคงร่วงหล่นจนหากเหยียบย่างผืนดินตอนนี้คงบังเกิดเป็นรอยเท้า ช่างเป็นฤดูที่ไม่เหมาะกับการอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังเหลือเกิน โดยเฉพาะเหลืออีกสองวันก็จะถึงวันคริสต์มาสแบบนี้ด้วย

 “เสร็จสักที...” ฟินแลนด์เอ่ยกับตัวเองขณะจัดการห่อของขวัญชิ้นสุดท้าย พรุ่งนี้เช้าใส่ลงเทียมเลื่อนจากนั้นตกกลางคืนก็ออกเดินทางปฏิบัติภารกิจได้แล้ว ชายหนุ่มร่างบางมองข้าวของที่ได้รับการตระเตรียมอย่างพึงพอใจก่อนจะทิ้งตัวลงกับโซฟานุ่ม

 ทั้งที่ปกติทุกปีเวลาที่เขาเตรียมการเฉลิมฉลองเสร็จเรียบร้อย หัวใจเขามักจะตื่นเต้นพองโตเหมือนกับเด็กๆ ที่แขวนถุงเท้ารอคอยซานต้า  แต่มาปีนี้สิ่งเดียวที่เขารู้สึกในเวลานี้กลับมีเพียงแต่ความเงียบ และความโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 เป็นเพราะทะเลาะกับซูซังงั้นเหรอ ถึงได้เหงาแบบนี้

 “บ้าน่า...จะเป็นไปได้ยังไง” ฟินแลนด์ค้านกับตัวเองทันควันก่อนจะเอนตัวลงซุกใบหน้ากับหมอนอิง ผ้าแพรเนื้อเรียบลื่น ความเหนื่อยล้าตลอดอาทิตย์ทำให้ความง่วงงุนครอบงำได้ไม่ยาก

 ...พูดเหมือนกับว่าเราไม่เคยแยกห่างกับซูซัง ควรจะพูดว่าเดี๋ยวนี้ยังดีกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ เรื่องคราวนี้ก็เป็นแค่การทะเลาะกันเล็กน้อยเท่านั้นเอง

แต่...การอยู่คนเดียวในช่วงเวลาคริสต์มาสเป็นแบบนี้เองเหรอ
ไม่ดีเลย ไม่ชอบเอาซะเลย ยิ่งมีอาการปวดหัวจี๊ดๆ พ่วงมาด้วยยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
อา...ถ้าซูซังอยู่ข้างๆ ตอนนี้ด้วยก็คงจะดีหรอก
แต่ว่า...เรื่องเพ้อฝันแบบนั้นจะเป็นไปได้ที่ไหนกัน

กิ่งไม้ในเตาผิงแตกปะทุส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ ท่ามกลางความเงียบ ทั้งที่เปลวไฟร้อนแรงกำลังส่องสว่างให้ความอบอุ่นทว่าร่างซึ่งนอนอยู่บนโซฟากลับรู้สึกหนาวสะท้าน แม้จะเข้าสู่นิทรารมณ์ทว่าเหงื่อเม็ดน้อยๆ กำลังผุดซึมบนใบหน้าซึ่งขาวซีด

“อือ...” คนไม่สบายนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายด้วยพิษไข้ซึ่งสั่งสมมานานรุมเร้า อาการปวดหัวไปถึงฆานประสาททำให้เจ้าตัวไม่อาจสังเกตเห็นเงาดำที่ทอดยาวลงมาทับร่างของเขา

ใบหน้าซึ่งเยือกเย็นเสมอยังคงเรียบเฉยดุจผิวน้ำแข็ง จะมีเพียงนัยน์ตาสีน้ำเงินอมเขียวเท่านั้นที่สะท้อนแววสำนึกผิดเสียใจอยู่เปี่ยมล้น

มือใหญ่หนาช้อนร่างคนป่วยขึ้นมาจากโซฟา ร่างนั้นเบาหวิวจนคนอุ้มต้องโอบกระชับประคองอย่างหวงแหนก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทีละก้าวอย่างมั่นคง

ตึก...ตึก...
เสียงอะไรน่ะ...
ตึก...ตึก...
เสียงนี้มาจากไหน ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยชวนให้สงบใจอย่างประหลาด
ตึก...ตึก...
เป็นจังหวะที่เนิบนาบ แต่ก็อบอุ่น ให้ความรู้สึกมั่นคงเหลือเกิน

ท่ามกลางสติอันเลือนราง ใบหน้าขาวซีดซึ่งบัดนี้แดงระเรื่อเพราะพิษไข้เอนซบลงกับแผ่นอกกว้าง ได้แต่ปล่อยความคิดให้ล่องลอยแม้ขณะที่แผ่นหลังสัมผัสกับผืนเตียงนุ่มสบาย นัยน์ตาสีม่วงครามหลับพริ้มขณะที่มือใหญ่หนาแตะหน้าผากเขาจับดูอาการไข้

“อืม...” ฟินแลนด์ครางในลำคอเบาๆ เมื่อสัมผัสนุ่มๆ แตะเข้าที่ริมฝีปาก หยาดน้ำชุ่มชื้นไหลผ่านลงสู่ลำคอพร้อมกับอะไรบางอย่าง แวบหนึ่งเขานึกอยากปฏิเสธทว่าข้อมือกลับถูกตรึงไว้ด้วยสัมผัสอันอ่อนโยน

ทั้งที่ภาพตรงหน้ามืดสนิทแต่ในสมองเขากลับหมุนคว้าง อาการปวดหัวคล้ายจะทุเลาลงแทนที่ด้วยสติสัมปชัญญะซึ่งลอยห่างออกไปไกลขึ้นทุกที

“ซูซัง?...” เปลือกตาบางพยายามฝืนลืมขึ้นอย่างยากลำบาก หากสิ่งที่เห็นมีเพียงเงาพร่าเลือน

ไม่เอานะ...อยู่ข้างๆ ผมเถอะ

ความคิดคนึงผุดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล...เช่นเดียวกับที่มือผอมบางพยายามเหยียดคว้ายึดเหนี่ยวอีกฝ่ายเอาไว้

ตึก...ตึก...
อา...เสียงนั้น แม้กระทั่งช่วงเวลาที่หลับอยู่ผมก็ยังคงได้ยินเสียงนั้นอยู่ใช่มั้ย?

---------------

 รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว ราชินีหิมะเดินทางไปสู่เมืองอื่นแล้วทิ้งไว้แต่หิมะกองสุมและท้องฟ้าสว่างไร้เมฆหมอก ทั้งที่ควรเป็นเช้าอันสดใสให้สมกับค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่สิบชั่วโมง

 “ว้ากกกก!!!!”

ทว่าสิ่งแรกที่ต้อนรับการมาเยือนของอากาศแจ่มใสกลับเป็นเสียงตะโกนแหกปากไปซะได้ ฟินแลนด์รีบยกมือปิดปากพยายามระงับไม่ให้หัวใจตัวเองเต้นรัวแรง ก่อนจะหันกลับไปสบตากับสิ่งที่เขาเห็นอีกครั้ง

นัยน์ตาสีเทอร์ควอยส์ยังคงจ้องมองเขาอย่างขวางโลกเช่นเดิม แต่พอตั้งสติมองอีกรอบไม่ยักรู้สึกตกใจเท่าคราวแรก ฟินแลนด์ถอนหายใจโล่งอกก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆ

“ขอโทษครับ...พอดีตกใจไม่คิดว่าซูซังมานอนอยู่ข้างๆ”

“…” ไม่มีคำพูดใดๆ แต่เมื่อสายตาฟินแลนด์เหลือบมองลงต่ำก็ได้พบคำตอบ

“อ่า...ขอโทษด้วยครับ” ฟินแลนด์ตอบเสียงอ่อยขณะปล่อยมือคนที่ตัวเองเผลอกุมไว้ตลอดคืนแทบไม่ทัน ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ก็แค่เมื่อคืนไม่สบายมากๆ เท่านั้นเอง

บรรยากาศอึดอัดที่มีชื่อว่าความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ฟินแลนด์เหลือบมองคนที่นอนนิ่งไม่ยอมลุกไปไหนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

นี่เป็นโอกาสไม่ใช่เหรอ...ถ้าจะขอโทษซูซังก็ต้องตอนนี้น่ะแหละ ฟินแลนด์กำมือแน่นก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าเผชิญออกไปตรงๆ

“ขอโทษนะ...” เสียงที่เปล่งออกมายังความแปลกใจให้กับชายหนุ่มร่างเล็ก ด้วยมีอีกเสียงหนึ่งซ้อนทับขึ้นมา

ซูซัง...?

มือใหญ่หนารั้งร่างอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้ อุณหภูมิของร่างกายที่ถ่ายทอดให้กันชวนให้รู้สึกขัดเขิน เมื่อฟินแลนด์เงยหน้า ลมหายใจอุ่นๆ ก็แตะเข้าที่หน้าผากของเขา

“ไม่มีไข้แล้วนะ...” คำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงหาทำให้เข้าใจได้ทุกอย่าง เรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน

“เอ่อ...ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะครับ” ฟินแลนด์เอ่ยกระซิบ หลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาขณะถามออกไป “ซูซังรู้อยู่แล้วใช่มั้ยครับว่าผมไม่สบายเอามากๆ”

ไม่มีคำตอบนอกจากอ้อมแขนที่โอบกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ที่บอกเข้าใจแล้ว ความจริงก็คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ใช่หรือเปล่าครับ”

“…”

“แล้วที่ไม่พูดอะไร จริงๆ ก็มีโกรธผมบ้างใช่มั้ย ไม่สิ...ตลอดเวลาที่ผ่านมาบางทีคุณอาจจะโกรธผมที่ทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่หลายครั้งหรือเปล่าครับ...”

ไม่มีคำพูดเชื่อมโยงระหว่างเรา สิ่งที่ซูซังทำนั้นมีเพียงแค่ลูบศีรษะเขาก่อนจะกดให้เอนซบลงกับแผ่นอกกว้าง

ตึก...ตึก...

จังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดร้อยปีเป็นคำตอบให้แก่ฟินแลนด์ทุกอย่าง ไร้ซึ่งถ้อยคำ มีเพียงสายตาทอดมอง

กับเสียงเต้นของหัวใจที่พร่ำบอกว่าต้องการเขามากแค่ไหน...

“...เข้าใจแล้วครับ แล้วก็ขอโทษด้วย” นัยน์ตาสีท้องฟ้ายามเย็นแหงนมองใบหน้าที่เรียบเฉยดั่งรูปปั้น กระนั้นมือผอมบางก็ยังคงโอบกอดอีกฝ่ายไว้ รอยยิ้มระบายบนใบหน้าอย่างเปี่ยมสุขราวกับจะยิ้มแทนส่วนของคนตรงหน้า

นั่นสินะ ทำไมถึงลืมไปได้ เสียงที่เป็นความจริงใจซึ่งมีให้มาตลอด เสียงที่ได้ยินนับตั้งแต่วันแรกที่ซูซังกอดเขาท่ามกลางคืนอันหนาวเหน็บ...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเสียงหัวใจของซูซังก็ไม่เคยโกหกเขา

เสียงที่สามารถแทนถ้อยคำนับล้าน แทนภาษาใดๆ บนโลกได้ทั้งหมด
ขอโทษครับที่ลืมอย่างไม่น่าให้อภัย

“ฟิน...” แค่เพียงเขาเรียกชื่อ หัวใจก็เต็มตื้นด้วยความยินดีราวกับได้รับของขวัญวันคริสต์มาส

“ขออยู่อย่างนี้อีกพักหนึ่งนะครับ”

ผมเป็นซานต้าที่ใช้ไม่ได้ รู้ว่าไม่ดีแต่อยากจะอยู่ด้วยกันแบบนี้กับซูซังอีกสักหน่อย อยากจะซุกอกกว้างฟังเสียงนี้อีกนานๆ

เสียงที่บอกว่ารักผม...
ไม่เคยน้อยลง...มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

END

Postscript : กรี๊ดดดดดดดดดด จบแล้วๆๆ >< หวานเลี่ยนน้ำตาลกระจุยเหลือหลาย แถมยาวเกินหน้าเบย์เอย์อีก อ่อกก ความจริงพลอตนี้อยู่ในหัวมานานมากแล้ว (เห็นแบบนี้คู่ซูซังเป็นคู่ที่เราชอบเป็นอันดับสามนะ >< ก็ซูซังน่ารักออกจะตายนี่นา) เรื่องมาจากคำที่เป็นชื่อเปิดเรื่องน่ะแหละค่ะ ได้มาจากอ่านนิยายแจ่มใส อ่านแล้วชอบประโยคนี้แฮะ ก็มาคิดว่าคู่ไหนเหมาะกับประโยคนี้พอเอามาบวกกับเพลง Heartbeat ของ Tahiti80  เลยได้คอนเซป เสียงหัวใจเต้นคือเสียงของความรัก (อยากเอามาใส่ประกอบแต่ขี้เกียจละ แต่เนื้อเพลงเราว่าเหมาะกับซูซังมากๆ 55+)แน่ล่ะ เหมาะกับคนไม่ค่อยพูดอย่างซูซังดีอ่ะ =w= ความจริงแต่งมาทั้งหมดก็แค่อยากเขียนตอนจบของเรื่องเท่านั้นแหละ 55+ แต่กว่าจะต่อพลอตทั้งหมดออกมาได้ คิดใหม่ทำใหม่ จนเอาพลอตคริสต์มาสมาประยุกต์เนี่ยแหละค่ะ แหะๆ ^^”

 เขียนจริงๆ ตอนแรกคิดว่าเขียนซูซังคงยากสุด แต่กลับเป็นว่าฟินแลนด์ยากกว่าแฮะ เพราะซูซังแทบไม่ต้องทำอะไรกร้ากกก ถ้าทำผิดคอนเซปคาแรกเตอร์ไปก็ต้องขออภัย แค่ให้คู่นี้ทะเลาะกันเราก็ลำบากใจมากมาย เพราะคนอย่างซูซังเนี่ยนะจะโกรธฟิน  (มีแต่อึ้งทึ่งกับฟินแลนด์เซนส์สิไม่ว่า 55+) Edit : จะมีคนหลงเข้ามาอ่านมั้ยนะ รู้สึกฟิคตัวเองยังสื่อไม่ค่อยถูกแฮะ จริงๆ ในเรื่องซูซังไม่ได้โกรธอะไรฟินนะคะ ^^" ที่บอกเข้าใจแล้วก็คือเข้าใจจริงๆ มีแต่ฟินคิดไปเองน่ะค่ะ (ขอโทษที่บรรยายไม่เคลียร์อ่ะ เง้อ) หรืออย่างฟินเนี่ยนะจะหัวเสียเป็นกับเขาด้วย (ก็ได้มุกนี้มาจาก 26 คำถามเนี่ยแหละค่ะ 55+) ไหนจะเขียนถึงซีแลนด์อีก เฮ่อออ แต่ได้เขียนถึงแล้วดีจัง ได้เขียนอันดับ 1 กับ 3 แล้วคู่ที่สองอย่างลุดวิคเฟลี่ จะมีวันได้เขียนกับเขามั้ยนะ? แต่รั่วอย่างเฟลี่เขียนยากอ่ะ สงสัยเป็นเรื่องของอนาคตยาวไกล(มากกก)ล่ะมั้ง ฮ่ะๆ

สุดท้ายขอบคุณคุณ Bel สำหรับข้อมูลรายละเอียดนะคะ ^^ กับ...ไม่รู้คิดไปเองคนเดียวมั้ยนะ เวลาเขียนคู่นี้บางซีนเหมือนมันชวนให้คิดลึกติดเรทยังไงไม่รู้สิ ,,-_-,, (แอบสารภาพว่าในคู่ทั้งหมด ซูซังกับฟิน เป็นคู่ที่เราอยากอ่านฉาก NC สุดนะ 55+ ไม่รู้ทำไม)

Edit :

เห็นคอมเม้นบางคนติดจะงงๆ เรื่องที่ซีแลนด์เรียกซูซัง กับฟิน เป็น ปะป๊ากับมะม๊าฟิน เลยมาเขียนเพิ่มแล้วกันค่ะ คือในเวบหลัก ที่เป็นตอนเนื้อหาของซีคุงเนี่ย จะเป็นตอนที่ซีคุงขายตัวเองให้ออคชั่นทางเนทแล้ว ซูซังจะเป็นประเทศที่ bid ซื้อไปน่ะค่ะ เพราะงั้นในเวบหลัก ซีคุงจะเรียกซูซังว่า papa ค่ะ ซึ่งซีคุงเลยมีบทบาทเหมือนเป็นลูกชายให้คู่นี้โดยปริยายเน้ออ

 แต่ตรงส่วนที่ซีคุงเรียก มะม๊าฟิน นี่มาจากเวบแฟนฟิคเขาให้ซีคุงเรียกฟินแบบนั้นค่ะ (เวบหลักยังไม่มีพูดถึง) ซึ่งข้อมูลการเรียกตรงนี้ต้องขอบคุณคุณ Bel ที่ช่วยอธิบายมาให้ค่า ^O^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น...น่ารักมากๆเลยค่ะ เป็นฟิคที่น่ารักสุดๆไปเลย

ฟินจังผู้เอาการเอางาน(?)แถมด้วยป่วยอย่างโมเอ้นี่ยังไงก็ละสายตาไปไม่ได้ใช่มั้ยคะซูซังopen-mounthed smile

ชอบคาแร็คเตอร์ซีคุงมากๆเลยค่ะ ที่เรียกว่า ปะป๊า กับ มะม๊าฟิน ให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัวสุขสันต์ คุณพ่อเงียบขรึมแต่ใจดี คุณแม่อ่อนโยน คุณลูกน่ารักร่าเริงเลยค่ะ

ซูซังเท่>w<

#1 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-12-28 10:02

น่ารักมากกกกกกกก >[]<

ตอนอ่านนี่แอบอึ้ง เฮือก...ฟินนี่หัวเสียเป็นกับเค้าด้วย ?
แถมทำให้ซูซังน้อยใจอีกต่างหาก
เจ็บปวดค่ะ ฮ่าๆๆๆ

ชอบมากตรงที่บอกว่าทั้งที่ไม่ได้คุยกัน แต่พวกเราก็ยังเข้าใจกันได้
โฮกกกกก ตรงนี้หวานมากกกก > <
ความผูกพันธ์ระหว่างคนสองคน...อ่า..ตายอย่างสงบเลยค่ะ

ปล.1 หนูซีแลนด์ถามตรงประเด็นมาก ฉึกฉึกฉึก..
ปล.2 แอบเห็นเห็นด้วยค่ะที่อยากอ่านฉาก NC ของคู่นี้

#2 By พินสะดุ่ย on 2008-12-28 11:33

ฟินจังเนี่ย แม้จะโกรธสามีแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ช่างเป็นศรีภรรยาที่ดีจริงๆ >[]<~!!

แต่...คลอดซีคุงมายังไงล่ะเนี่ย!!?

นึกภาพฟินจังกอดแล้วก็ซบอกซูซังแล้ว.....
กว๊ากก~กกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
/me คลั่ง

#3 By ★ 【 NUT 】 on 2008-12-28 11:43

อ....ไอโซเลชั่น 2 ล่ะคะพี่จิบิ~~~ =[]=
(กรีดร้องใส่แล้วก็แวบไปอ่านฟิคตั้งแต่ต้น)

#4 By Rayrorst Har. Sigfried on 2008-12-28 21:05

อ่านตั้งแต่เมื่อคืน แต่ไม่รู้เป็นไงแฮะเมนท์ไม่ออก เลยไปนั่งดื่มด่ำหาโดเบย์เอย์(เฮ้ยยไม่ช่ายยย)
.....ไปนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศหลังอ่านฟิคจบพักนึง ให้ความรู้สึกเหมือนซาบซ่านรสหวานๆของฟิคเอาจริงๆก็หลังจากนอนฝันหวานนี่ล่ะเจ๊ ฮิ้วๆ (เหมือนคนที่ดื่มไวน์ใหม่ๆจะไม่รับรสเต็มที่ชิมิ ต้องนั่งกรึ่มๆจิบๆไปพักนึงให้รสซึมๆ มันถึงจะรับรสที่แท้จริงได้หน่อย >< )

เป็นฟิคที่ควรค่าแก่การอ่านก่อนนอนยิ่งค่ะ
โอ้ย ฝันดี ฝันยาว (และหลับยาวเกินไป 55)
เอาเข้าจริงนะเจ๊ เราก็ยังอ่านในเว็บหลัก+เก็บข้อมูลไม่หมดถึงอิมเมจของฟินฟินกับซูซังหรอกฮะ แต่เท่าที่พูดได้ตอนนี้คือ อิมเมจที่เจ๊นำเสนอมาในฟิคนี้มันตรงกับที่เราจิ้นไว้ แล้วมันก็น่ารักเอามากๆๆๆเลยครับผม ><~

ชอบสุดๆ ตรงที่หยิบมาให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาสนี่ล่ะฮ้า แถบสแกนดิเนเวีย ยังไงๆก็ต้องนึกถึงอะไรพวกนี้จริงๆนะ กระท่อมน้อยอบอุ่นกลางหิมะ (อ๊าย) --- แอบฮาจุดนึงตอนป๋อบอกว่า จิ้นฟินฟินใส่หนวดเคราชุดซานต้าไม่ออก กร๊าก ---

ตรงนี้อาจจะแปลกจากคนอื่นนะ แต่ช่วงต้นเรื่องนี่เราชอบที่สุดเลยล่ะฮะ
เป็นตอนที่เห็นชัดเลยว่าสีอบอุ่น บรรยากาศหวาน แนะนำตัวละครได้แบบชัดเจนหลายๆ (ตอนเปิดตัวฟินจังถึงกับนั่งทุบโต๊ะ เพราะเห็นเป็นภาพของอาจารย์ลอยมาจริงๆ น่าร๊ากกก)
....ถึงซูซังจะเย็นชาเหมือนปกติ แต่ที่แสดงออกนั่นล่ะ สมกับเป็นเขาจริงๆ 555 (แต่ก็ถือว่าค่อนข้างอารมณ์รุนแรงนะนี่ ซูซัง>< ไม่พูดไม่จาเท่าไหร่ ใช้กำลัง กี๊ซๆ)

แน่นอนว่าจุดที่เจ๊ทำได้ดีมากๆคือเรื่องการนำเสนอคีย์เวิร์ดของเรื่อง "เสียงหัวใจ" (อ๊าย)
ใครอ่านก็โดคิโดคิจริงๆนะฉากนั้นนน >///<~ ยิ่งตอนที่น้องฟินไข้ซมๆอยู่แล้วก็ได้ยิน"เสียง"....ตอนแรกที่อ่านยังจับจุดไม่ได้ทันทีอ่ะ (T_T ไม่ได้อ่านฟิคนาน เลยไม่มีสมาธิเท่าไหร่) แต่พอมาย้อนอ่านดูอีกที โอ้ยยย ลูกเล่นนี้เจ๋งค่ะเจ๋ง
เอาเข้าจริงแล้วเวลาคนเป็นไข้หนักๆ เสียงที่ได้ยินน่าจะเป็นเสียงตุบๆในหัวมากกว่าล่ะนะ(ก็เสียงหัวใจตัวเองนั่นล่ะ ห่ะๆ)
แต่นี่แบบ...เพราะถูกอุ้มอยู่เลยหัวแนบหัว(ใจ)ของอีกฝ่าย เลยได้ยินชิมิ ><~~

โอ้ย เรื่องนี้ดีกรีความหวานบานตะไทสุดยอดเจ๊

แถมพ่วงเรื่องความสุขในครอบครัวประสาเด็กเซี้ยวแก่นแบบซีคุงอีก โอ้ยน่ารักกกก

ชอบประโยคง่ายๆ แบบ "ถ้าไม่คุยกันแล้วจะเข้าใจกันได้ยังไง?" มันแบบฉึกจริงๆเจ๊
คู่ซูซังฟินฟินนี่เป็นคู่ที่เข้าประเด็นแบบนี้สุดๆ .....นั่นดิ ตลอดเวลานี่อยู่กันมาได้ยังไงหนา?? ซูซังพูดน้อยขนาดนั้น 55
......แล้วเรื่องนี้ก็มาเฉลยตอนท้ายได้แบบ อิอ๊างงง สุดยอด!!

คิดได้แฮะเจ๊ นับถือจริงๆฮ้า ><~~~b!!

อ่านฟิคจบอมยิ้ม กลับไปนอนฝันดี สุขีเพิ่มพูน โฮะๆๆ เสียดายน่าจะไ้ด้อ่านตอนคืนคริสต์มาส คงได้บรรยากาศสุขสุดๆกว่านี้น้า XD

ส่งท้ายอีกหน่อยนึง เรามีสเป็คคล้ายๆกันเลยล่ะฮะ 555 นั่งคุ้ยๆเว็บอ่านมาหลายๆคู่ ยอมรับว่าชอบหลักๆสามอันดับแรกก็เหมือนเจ๊เป๊ะเลยง่ะ ^^'' (ไอ่ป๋อก็บอก เออก็เหมือนกรุด้วย.....)

แถมที่เจ๊บอกว่าคู่นี้มันชวนให้จิ้นเรทพิกล เราก็เป็นวะคะเจ๊คะ....ตอนอ่านฟิคเรื่องนี้ ในหัวเราจิ้นไกลไปเอ็นซีแล้วจริงๆนะ >////< ทั้งๆที่รู้ว่าเรทเจ๊ใสกิ๊ง แต่ในหัวนี่ลากยาวไปนู่นนนนมากๆ 5555

คงเพราะลักษณะของฟินจังเหมือนเชิญชวนไม่รู้ตัวรึเปล่า?? (ตรงไหนนนน โอ้ย ไม่รู้ รู้แต่ว่า อ่านแล้วอยากกดฟินฟินชะมัดดด)

อ่อย สรุป ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆนะฮะเจ๊ ><~~
รู้ตัวเองดีว่าไม่ค่อยได้อ่านฟิคแล้วมันเลยปรับอารมณ์เมนท์ไม่ถูก แต่ก็อยากบอกความรู้สึกมากๆล่ะฮะ จะว่าไปนี่เป็นฟิคเรื่องแรกของฝั่งเฮตาเลียที่เราได้อ่านกระมัง? (เบย์เอย์ของเจ๊เรายังไมไ่ด้อ่านเลย 55) ถือว่าประทับใจสุดๆเลยล่ะ หงิง!

ชอบสไตล์การเขียนกับฝีมือของเจ๊มากๆอยู่แล้ว เลยดีใจที่เราโคจรมาได้ติดตามผลงานกันอีกนะฮ้า XD~ ไว้จะรออ่านอีกครับผมมม

#5 By เอส ♥ YS ! on 2008-12-28 22:10

เอ้อร์ ลืมๆว่าจะทักเจ๊ฮะ....

เสียงที่สามารถแทบถ้อยคำนับล้าน แทนภาษาใดๆ บนโลกได้ทั้งหมด

...แก้นิดเดียวล่ะฮะ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว XD
(อ้อ รู้สึกทั้งเรื่องจะมีพิมพ์พลาดไปสองที่นะเจ๊ แต่จำได้ที่เดียวน่ะฮะ ^^'' )

ยังไงก็เหอะ เท่ากับว่าเจ๊พิมพ์ไม่ผิดเลยยยนะนี่ วิ้วๆ (คือดูรู้นะว่าเป็นคำที่"พลาด"ไม่ใช่ "ผิดเพราะไม่รู้ตัวสะกด" เหมือนกรณีคนอื่น 555)
เราดันไปอยู่ในแหล่งที่คนแต่งยังเด็กๆด้วยล่ะน้า เลยเจอแต่ฟิคพิมพ์ผิดบ่อยๆ แฮะๆ

#6 By เอส ♥ YS ! on 2008-12-29 00:01

อา...ในที่สุดก็กระจ่าง...แหะๆ มิแอบสงสัยมาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ ว่าทำไม ทั้งๆที่ซีแลนด์เป็นน้องชายของอังกฤษ แต่กลับไปมีรูปคู่กับสุซังกะฟินซะมากกว่า

=//_//= ฟิคยังน่ารักอบอุ่นเหมือนเดิมเลยนะคะ (สารภาพว่า อ่านฟิคหวานๆที่พี่จิบิเขียนทีไร ก็อมยิ้มทุกที ) ชอบเวลาพี่จิบิบรรยายรายละเอียดต่างๆมากๆค่ะ แบบว่า ทุกอย่างมันลงตัวกำลังดี (อ่านนิยายหวานแหววตามแผงหนังสือ หลายเล่มเลยที่ขอปิดวางคืนชั้น...เพราะว่าทนภาษาไม่ไหว...-"-)

ยังไง สุซังก็ยังคิดถึงฟินที่สุดอยุ่ดีสินะคะ (งอนยังไง ก็ยังห่วง อ๊าง...)

เขียนด๊อยกะเฟลี่นะค๊า แอบอยากอ่านว่าจะเป็นยังไงบ้างน้า (คู่นี้หาฟิคยากใช้ได้เลยค่ะฮือ).... เรื่องฉากของสุซังกับฟิน..มิเองก็คิดว่า...เป็นคู่ที่ลุ้นตัวโกงอีกคู่นึงแน่ๆเลย....

ขออภัยนะค๊า ที่เม้นอะไรก็ไม่รุ้ ยาวใช้ได้เลย แฮะๆ

#7 By minatan+minamo on 2008-12-29 03:32

พูดไม่ค่อยเก่ง แต่รัก หมดใจ *ร้องเพลง*

ฮะฮิ้ว หวานรับคริสต์มาส

ช่างเป็นครอบครัวแสนสุขจริงๆค่า

open-mounthed smile

#8 By ffr -_- on 2008-12-29 14:46

หวานมากเลยค่า ใสกิ๊งไม่ติดเรทแบบที่เราชอบด้วย เป็นของขวัญคริสต์มาสที่วิเศษสุดๆ เลยค่ะ
ขอบคุณมากๆ นะคะ >///<

อ่านตอนแรกแอบตกใจ ฟินอารมณ์เสียwink วันนั้นของเดือนเหรอคะ (ฮา)

ซีคุงน่ารักมากเลยค่ะ ตัวเองเป็นคนเสนอให้เรียกปะป๊ากับมะม๊าฟินเองแท้ๆ แต่พอมาอ่านในนี้แล้วกลับรู้สึกว่ามันโมเอ้ยิ่งกว่าเดิม
สมกับเป็นฟิคของคุณจิบิจริงๆ ค่ะ
นิสัยของซีคุงก็แก่น(+แก่แดด)ตรงกับคาแรกเตอร์มากๆ >w<b

จังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดร้อยปีเป็นคำตอบให้แก่ฟินแลนด์ทุกอย่าง<--ตายสนิทค่ะ ><

อ่านตรงที่พูดถึงราชินีหิมะแล้วขำ เคยมีคนเปรียบสวีเดน(ประเทศ)เป็นราชินีแห่งบอลติกด้วยน่ะค่ะconfused smile

ถ้าข้อมูลที่เรารู้พอจะมีประโยชน์อะไรต่อคุณจิบิบ้างก็จะดีใจมากๆ ค่ะ >w<
ขอบคุณสำหรับฟิคสุดโมเอ้แบบนี้นะคะ ^3^

#9 By bel on 2008-12-29 15:37

มาแว้วววววว เพิ่งมาได้เมนท์ซักที (ว่าแล้วก็อ่านรอบที่ 2 ก่อนเมนท์อีก ฮ่าๆ)
ยาวกว่าเบย์เอย์ แต่...........ให้อภัยเพราะอ่านแล้วละลายต่อมโมเอะจริงๆเลย น่ารักมากกกกก เหมาะกับบรรยากาศคู่รักที่มีเปรี้ยวอมขมหวานปนไปในเทศกาลคริสตมาสจริงๆ โดยเฉพาะเจ๊มิ้นท์ที่เขียนฟิคออกมาได้หวานชุ่มฉ่ำหัวใจอีก โอ้ยยยย อ่านตอนอากาศเย็นๆสิ้นปีแล้วยังรู้สึกอบอุ่นได้เลย

ฟิคเรื่องนี้เป็นการรวมธีมหลายๆอย่างที่ป๋อชอบเลยแหะ ...คริสตมาส หิมะ ฤดูหนาว เราสอง เสียงหัวใจ ไออุ่น อ๊างงงงงง >3< แค่ชื่อฟิคก็เล่นเอาอมยิ้มแล้ว

บ้านน้อยหลังนั้น~ นึกภาพฟินนี่นั่งเก้าอี้ไม้ท่ามกลางห้องที่สะท้อนเป็นแสงสีส้มจากเตาผิงเลย ดูอบอุ่นอย่างแรงเลย แต่จริงๆต้องบอกว่าที่อบอุ่น (จนร้อน) นี่คงไม่ได้มาจากไฟที่เตาอ่ะ น่าจะมาจากกองจม.แหงๆเลย เห็นภาพเลยว่ามีเป็นหลายล้านฉบับเลยเหอะ ได้ข่าวว่ายังมาไม่ถึงอีกด้วย ตายแน่ซานต้าฟินนี่!!!! (แถมป๋อคิดแบบที่อ้อนมันเปรยไปแล้วจริงๆนะ คิดไม่ออกว่าฟินนี่ใส่หนวดเคราเป็นลุงซานต้าจะอยู่ยังไง!!! ฮ่าๆๆๆๆ)
พออ่านมาถึงที่ซูซังออกมานี่ แอบใจเต้นเหอะ อ๊างงง เห็นหน้าอย่างนั้นแต่แฝงความอ่อนโยนแบบนี้ แรกๆฟินนี่อาจจะชอบอยู่แต่โดนมากเข้าเลยคิดว่าเหมือนตัวเองเป็นเด็ก+ถูกสปอยล์ซินะ แต่ที่น่าสนใจกว่าคือปฏิกริยาของซูซัง!!! (ไม่ตบจูบตบจูบแบบพิศาลก็บุญแล้วววว)

ส่วนตอนที่ซีคุงออกมานี่ ชอบบรรยากาศการพูดคุยของฟินนี่กับซีคุงจัง คิดว่าสองคนนี้คงพูดคุยสไตล์นี้แหละนะ
ชอบพูดหรือถามอะไรตรงๆโต้งๆแทงใจชนิดเล่นเอาฟินนี่ตอบตะกุกตะกัก น่ารักเหอะ!!!!!
(ยิ่งได้คุยกับเจ๊เรื่องความสัมพันธ์ครอบครัวนี้แล้วก็รู้สึกว่าเป็นคุณลูกแสนซนกับคุณแม่แสนน่ารักจริงๆบ้านนี้ ตัวละครครบรสชาติของการเป็น "ครอบครัว" อย่างแรง)
แล้วก็ท่อนที่บอกว่าฟินนี่ต้องไปตระเตรียมของขวัญอะไรนี่ ช่างให้ของอิมเมจของฟินนี่อย่างบอกไม่ถูก~~~
เขาไม่อยากตระเตรียมของขวัญให้เด็กๆ ด้วยความรู้สึกแบบนี้เลย ทั้งที่ควรจะนึกถึงรอยยิ้มของเด็กๆ ระหว่างที่จัดของขวัญลงกล่อง ผูกโบสวยๆ ใส่ความปรารถนาดี และคำอธิษฐานแก่ผู้ที่ได้รับของขวัญ
นึกถึงใบหน้าน่ารักๆที่จัดของขวัญให้เด็กแต่ละคนที่ละชิ้นสองชิ้นด้วยความอ่อนโยนและใส่ใจแล้ว หน้าฟินนี่ลายเส้นอาจารย์ก็โผล่ขึ้นมาเลย อ๊างงงงง เหมาะมากๆเลย

จริงๆจะบอกว่าชอบตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วเลย อ่านมาถึงท่อนพวกนี้แล้วเล่นเอาป๋อแอบ doki doki ตามไปด้วยเลย
จังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดร้อยปีเป็นคำตอบให้แก่ฟินแลนด์ทุกอย่าง ไร้ซึ่งถ้อยคำ มีเพียงสายตาทอดมอง
เสียงที่บอกว่ารักผม...
ไม่เคยน้อยลง...มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ขอละลายตายกับท่อนนี้เลย orz โมเอะเว้ยยยยยย >[]<!!!!! เจ๊ช่างสรรหาคำมาทำร้ายต่อมโฮกโมเอะจริงๆเลย โดนเหอะ!!!
พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจเลยเหอะ อ๊ากกกกกกกก
อ้อ แอบชอบซีนป้อนน้ำป้อนยาทางปากจัง เห็นภาพเลยยยยยยย (ซู๊ดน้ำหมากเลียปากแผล่บๆ!!)

หวานมากเค่อะ เป็นฟิคหวานๆฉลองเทศกาลหน้าหนาวได้ดีจริงๆเลย
อยากอ่านฟิคคู่ 3 อีกเยอะๆๆๆๆนะเจ๊ (คู่ 1 ก็ต่อด้วย ขอร้องงงง!!!!)
ส่วนคู่ 2 ฝีมือการแต่งโดนเจ๊มิ้นท์นี่ ป๋อและเอสยังรออ่านอยู่้น้้าาาาาาา
(พูดง่ายๆ แต่งมันทั้ง 3 คู่เลยเหอะ ชอบฟิคหวานโมเอะหัวใจกิ๊วก๊าวจริงๆ)
อยากอ่าน NC คู่ 3 จากเจ๊อ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ (เกรียนใส่ซะเลย)
เอาแบบ NC หวานๆไปเลยนะเจ๊ (เกรียนสั่งเค้าอีก!!!)
จะรออ่านเรื่องต่อๆๆๆๆๆไปอีกน้าาาาาาาา

ปล. แอบคิดอะไรฮาๆ แต่มันตรงกับคู่โปรดของเราทั้ง 3 คู่จริงๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ซูซังฟินนี่ = Junjou Romantica (ฮ่าๆๆๆๆๆ ขำแบบเห็นภาพ)
เบย์เอย์ = Junjou Egoist (กรี๊ดดๆๆๆๆๆ อาเธอร์ซัง!!!!)
ลุดเฟลี่ = Junjou Terrorist (ก๊ากกกกก คราวนี้เจอเจ้าป่วนเฟลี่เข้าแล้วไงลุดวิค)

#10 By moreproject on 2008-12-29 16:42

มาเพิ่มเติมเรื่องซูซังโกรธ (เห็นเจ๊ดิทด้วยสีเด่นทีเดียว 5555+)

ป๋ออ่านแล้วก็เก็ทๆอยู่นะ เพราะฟินนี่เป็นฝ่ายพูดเอาๆ แล้วคีย์เวิร์ดคำว่า "โกรธ" ก็ออกมาจากฝ่ายฟินนี่ฝ่ายเดียว แถมเพราะได้แรงลูกยุจากซีคุงอีก ฮ่าๆๆๆๆ

ป๋อคิดว่าคำว่าขอโทษของซูซังไม่ได้หมายความว่าขอโทษที่โกรธ แต่หมายถึงขอโทษที่ทำให้ฟินนี่ต้องคิดมาก+เป็นกังวลอะไรอย่างนั้นเนอะ cry

ฟินนี่* ก็ซีคุงออกจะเน้นย้ำขนาดนั้นนี่นา....ก็เลยยิ่งสนับสนุนความคิดผมเข้าไปอีก....ขอโทษครับซูซัง~

#11 By moreproject on 2008-12-29 17:08

มาตอบเม้นนะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นมากๆ เลยค่า >< (เห็นความยาวของแต่ละเม้นก็อึ้งทึ่ง) หลายคอมเม้นก็ทำเราดีใจขนาดที่ แค่นี้ก็คุ้มแล้วที่ระบายความนี้ดของตัวเองออกมาเป็นฟิค ขอบคุณจริงๆ ค่ ะอิๆ

+:+:+ミーピン+:+:+ : คาแรกเตอร์ของซีคุงส่วนนึงต้องขอบคุณคุณ Bel ที่ให้ข้อมูลมาด้วยน่ะค่ะ ตอนแรกซีคุงเราเขียนให้เรียกอีกแบบด้วยซ้ำ ^^" แต่รู้สึกมันไม่ใช่ยังไงไม่รู้ พอเปลี่ยนแล้วพอใจขึ้นเยอะเลยค่ะ 55+ แล้วก็ใช่เลยค่ะ คู่นี้ครอบครัวในฝันกันสุดๆ พ่อแม่ลูกพร้อมลูกหมาสีขาวตัวน้อย (ยิ่งสามีแบบซูซังนี่ ฟินฟินน่าอิจฉาเกินไปแล้ว 55+)

พินสะดุ่ย : ลำบากใจมากมายเหมือนกันค่ะที่เขียนให้ฟินหัวเสีย TwT พยายามยกประโยชน์ว่าคนไม่สบายก็แบบนี้แหละนะ (ความจริงคู่นี้ชอบแต่เขียนยากก็เพราะไม่มีปมจะให้เขียน หรือถ้ามีก็อยากเขียนเป็นชอตสั้นๆ หวานกระจายซะหมดน่ะค่ะ ฮ่ะๆ) กับจริงๆ ซูซังไม่ได้น้อยใจนะคะ เราสื่อไม่ค่อยดีเอง ที่บอกเข้าใจแล้ว ก็คือเข้าใจจริงๆ แล้วก็ไม่มารบกวนหลังจากนั้นเพราะเคารพการตัดสินใจของฟินค่ะ (พอเขาไม่สบายจริงๆ ถึงโทษตัวเองไรแบบนี้น่ะค่ะ) พอเขียนทั้งหมดออกมา บรรยายซูซังยากจริงด้วยแฮะ ก็ซูซังเล่นไม่พูดเลยนี่น้า T^T
ทั้งที่ไม่คุยกันแต่ก็เข้าใจ >> เราชอบคู่นี้เพราะจุดนี้แหละค่ะ >_< ถูกใจคาแรกเตอร์ซูซังที่คุณฮิมะออกแบบมากเลย ไม่พูดแต่แสดงออกว่ารักนะ กรี๊ดดด ตอนที่เขียนฟิคขึ้นมาเลยอยากสื่อความไม่ค่อยพูดแต่แสดงออกว่าทั้งคู่เข้าใจกันนะ ดีใจที่ชอบในจุดนี้ค่ะ

'N' : เรื่องซีคุง มีตอบในอีดิทแล้วนะคะ ^^ ฟินนี่เขียนไปแค่ให้เคืองก็ลำบากใจนะคะ แต่ได้เขียนฟินนี่ที่คิดมากเรื่องแบบนี้บ้าง รู้สึกสนองนี้ดตัวเองจริงๆ 55+

Rayrorst Har. Sigfried : Isolation คงดองสักพักน่ะค่ะ T_T มันต่อบวกจบไม่ค่อยลง ในหัวมันออกมาเป็น 2 ตอนครึ่งเลยดองไว้สักระยะดีกว่า แหะๆ

อ้อน : เห็นเม้นตอนแรกตกใจ มาโคดยาวเลยเว้ยเฮ้ย ความจริงตอนแรกพลอตนี้ไม่ได้เป็นคริสต์มาส แต่เออไหนๆ ฟินฟินก็ทำฟินแลนด์แอร์ไลน์อยู่แล้ว ใช้มุกซานต้าเลยล่ะกันแหะๆ (แต่ที่ฟินเป็นซานต้าในเล่ม 1 ก็มีมุกนี้ไปแล้ว นึกฟีลแบบนั้นได้เน้อ ^^)

กร้ากก ซูซังจริงๆ ก็ไม่ได้เย็นชาน้าา แค่หน้าดุ+ขวางโลกเท่านั้นเอง แต่ถึงหน้าดุแต่จริงๆ ใจดีออกจะตาย (ตอนที่กอดฟินฟิน นี่ดูแล้วกรี๊ดดด คนอะไรน่ารักชะมัด T^T)

ตอนเป็นไข้ภาพตามนั้นเลยจ่ะ -w-++ อยากเขียนอะไรหวานกระจายแบบนี้แหละ 55+

เรื่องเรทนี่อยากอ่านเอง แต่อยากอ่านคนอื่นเขียน 55+ คงเพราะอย่างที่อ้อนว่า "คงเพราะลักษณะของฟินจังเหมือนเชิญชวนไม่รู้ตัวรึเปล่า?? " >>> เชิญชวนให้เราจิ้นโดยไม่รู้ตัว คงเพราะฟินดูจะซื่อเรื่องแบบนี้มั้ง เลยชอบคิดสถานการณ์ NC ขึ้นมาอยู่เรื่อย 555+

แล้วก็ขอบคุณที่ทักเรื่องคำผิดเน้ออ ตอนเห็นนี่อยากกรีดร้อง TOT ผิดตรงไหนไม่ผิดดันผิดประโยคคีย์ของเรื่อง โฮกกกกก ปกติพี่เขียนแล้วอ่านทวน 2-3 รอบอ่ะ เลยแก้ประจำ เวลาเจอฟิคพิมพ์ผิดเยอะๆ ก็หงุดหงิดเหมือนกัน ปวดใจ เง้ออ

น้องมินาโมะ : นั่นสิ ท่านอาเธอร์อาจน้อยใจลึกๆ น้องชายที่หน้าเหมือนรับคำสาปคิ้วขนาดนั้นสุดท้ายไปเป็นลูกชายประเทศอื่นซะได้ (ฮา)

ดีใจที่ชอบในรายละเอียดของเรื่องจ่ะ (แค่นี้ก็รู้สึกคุ้มแล้ว เห็นฟิคเหมือนไม่มีอะไรไม่ได้อิงช่วงเวลา แต่จริงๆ พี่นั่งเก็บดีเทลเยอะเหมือนกันนะ TvT แก้ไปหลายทีอยู่ ได้ยินแบบนี้ดีใจค่ะ) แล้วก็ถ้าชอบสำนวนก็ขอบคุณจริงๆ ถ้ารู้สึกกำลังพอดี เพราะจริงๆ ก็ไม่อยากให้รู้สึกพูดจากันหวานมากเกินไป 55+ กลัวคนจะว่าเลี่ยนด้วย พยายามไม่เพ้อมาก แหะๆ

ลุดวิคเฟลี่ อยากเขียนน้าา แต่พลอตยังเบาๆ กับยังคิดไม่ออกว่าเฟลี่จะเรียกลุดวิคยังไงดี (พี่ก็ติดสำนวนแบบแปลแล้ว จะเขียน ด๊อย ก็ยังไงดีหว่า) คู่นี้คนเขียนฟิคน้อยเนอะ ทั้งที่เป็นคู่หลักแท้ๆ แต่เข้าใจว่าการถ่ายทอดคาแรกเตอร์เฟลี่มันยากนี่นา 55+ (หรือพี่ควรเขียนแบบนิยายไอคอน โดยมีเฟลี่เป็นคนเล่าเรื่องดีเนอะ ท่าจะฮากร้ากกก)

ffr : ตามเพลงนั้นเลย 55+ ซูซังเหมาะกับเพลงนี่สุดๆ ฮิ้ววว

คุณ Bel : ดีใจที่คุณ Bel ชอบค่ะ (ถ้าแฟนคู่นี้อ่านแล้วโมเอ๊ในใจ เราก็ดีใจที่เขียนออกมาแล้วค่ะ >w<)

อ่านตอนแรกแอบตกใจ ฟินอารมณ์เสีย วันนั้นของเดือนเหรอคะ (ฮา) >>> 555+ งั้นต้องเป็น วัน(คริสต์มาส)ของ(ปี) สิเนอะ >w< เป็นซีนที่ลำบากใจจริงๆ น่ะแหละค่ะ ยังว่าเลยคนคงสะดุดซีนนี้กันเยอะแหง ^^"

ประโยคที่ Quote มานั่นแหละค่ะ สิ่งที่ทำให้อยากเขียนเรื่องนี้ 55+ (จริงๆ ช่วงท้ายๆ นั่นคือทั้งหมดที่อยากเขียนค่ะ อิๆ) ส่วนตรงราชินีหิมะ นี่จำได้ตอนเด็กๆ เคยอ่านหนังสือนิทานยุโรปทางเหนือ รู้สึกบรรยายแล้วเข้ากับเรื่องเลยใส่มา เพิ่งรู้ว่าสวีเดนมีสมญานี้ด้วย ฮ้าาา ลงตัวได้อีกก ดีใจๆ ><

เรื่องเรท คุณ Bel ไม่ชอบแต่แอบสารภาพว่าจริงๆ เราคิดเรื่องต่อจากตอนจบเรื่องนี้ไปอีกหน่อย และมันเรทค่ะ (ฮา) คงไม่ได้เขียนแต่เล่าทิ้งไว้เผื่อคนที่กลับเข้ามาอ่าน ความจริงอยากเขียนหลังจากฟินไปส่งของขวัญเสร็จแล้วกลับมาซูซังรอต้อนรับ (ซีคุงเข้านอนไปแล้ว) ทีนี้ก็ถึงตอนที่ฟินต้องให้ของขวัญซูซังบ้าง แล้วฟินดันไม่ได้เตรียมเนี่ยแหละค่ะ 55+ ในหัวนี่คิดไว้แบบ อยากให้ซูซังพูดว่า "นอนด้วยกัน" ให้ฟินตกใจเล่น (แต่จริงๆ นอนด้วยกันของซูซังก็ตรงตามความหมายน่ะแหละ แค่ชวนให้คิดลึกกัน) หรือไม่ก็ขอให้ฟิน "จูบได้มั้ย" จากนั้น....ไม่รู้มันคงกลายเป็นฉาก ,,-__-,,

เล่าแบบเพ้อๆ คงไม่ได้เอามาเขียนจริงถือว่าเขียนเป็นโอมาเกะแล้วกันนะคะ แหะๆ

ป๋อ : ยาวระดับโลกมากป๋อ =[]= แต่ขอบคุณมากๆ น้าา เม้นละเอียดโคดๆ เลยอ่ะ ตอนเขียนซีคุงคุยกับฟินนี่สนุกเหมือนกัน แบบต่อบทง่ายกว่าที่คิด (คงเพราะคาแรกเตอร์ซีคุงชัดมากด้วยมั้ง เลยจับบุคลิกได้ง่าย)

ชื่อเรื่องจริงๆ มันมีเวอชั่นภาษาไทยด้วยนะ (ในนั้นเขาจะเขียนประมาณ ผมต้องการเธอเหมือนหัวใจที่ต้องการเต้น >>> ช่วงนี้สารภาพอ่านพวกนิยายปกการ์ตูนแล้วหลายเรื่องอารมณ์ เฮ้ยย ชอบอ่ะ โมเอะดีแฮะ)

ดีใจที่ชอบสองประโยคสุดท้ายจ้า เป็นประโยคเปิดที่คิดไว้แล้วอยากมาเฉลยประโยคนี้ตอนปิดพอดี ถ้าทำให้โมเอ๊ได้ก็ดีใจยิ่งนัก 55+

ลุดวิคเฟลี่ อยากเขียนแต่พลอตแบบทำให้เสี้ยนอยากพิมพ์ยังไม่มาแหะๆ ส่วน NC ดูท่าจะยาก ^^" ยังไม่มีพลอตช่องว่างให้นี้ดพีคขึ้นมา 55+

จะบอกที่แทนค่าจุนโจวนับถือป๋อโคดด คิดได้ไงเนี่ยยย พี่คิดแค่เบย์เอย์ กับคู่ฮิโระซังเองนะ (คือคิดว่า ยังไง้ยังไงก็แพ้ทางคู่แนวนี้ทุกรอบเลยเว้ยเฮ้ย 55+) แต่ซูซังฟินนี่ ซูซังเท่ากับอุซามิ แอบสงสารซูซังแฮะ 5555555+

ส่วนเรื่องที่อธิบายเพิ่ม ฮาา ตามที่ป๋อว่าน่ะแหละ เรื่องนี้เล่าผ่านความคิดของฟินข้างเดียว มันเลยชวนให้เข้าใจว่าซูซังโกรธ ทั้งที่ความจริงไม่โกรธน่ะแหละจ้า

แฮ่กๆ อย่างเหนื่อยแต่ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเม้นให้เราได้มีโอกาสเม้าเพิ่มนะคะ อร๊างง

#12 By chibi on 2008-12-30 11:11