[APH] The Way I Say I ♥ You [Hetalia Fanfiction]

posted on 13 Jan 2009 03:20 by chibi

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

Title: The Way I Say I ♥ You

Pairing: Alfred x Arthur

Rate: ใสกิ๊งเช่นเคย

Preface: อะไรดี…เรื่องไม่ค่อยมีอะไรอ่ะ ^^” เอาเป็นว่าแปะเลยแล้วกัน อ่อ ในเรื่องพอดีเป็นช่วงจิบิอัลฟ์ ในเมื่อเขาเขียนให้เรียกอังกฤษไม่ชัด ลงท้ายเลยเป็น อังกิด อ่ะเน้อ

.

.

.

 อเมริกากำลังทำอะไรอยู่นะ ---? 

 อังกฤษนึกสงสัยขณะทอดมองเด็กชายตัวน้อยซึ่งกำลังนั่งหันหลังง่วนทำอะไรบางอย่างอยู่บนพื้น พอเอี้ยวตัวไปอีกนิดนัยน์ตาสีเขียวก็เหลือบเห็นมือน้อยๆ กำดินสอสีขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ

 วาดรูปอยู่งั้นเหรอ…ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ด้วยความใคร่รู้ตามประสาคุณพี่เห่อน้อง ทว่าเพียงแค่ก้าวเดินได้ไม่กี่ก้าว พื้นไม้ก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดให้ร่างน้อยๆ สะดุ้งโหยงหันขวับมาทันที

 “วาดอะไรอยู่น่ะอเมริกา…” อังกฤษถามพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้ หากเพียงแค่ชะโงกมองเด็กชายก็คว้ากระดาษไปซ่อนไว้ข้างหลังพร้อมกับถอยห่าง

  คนเป็นพี่หน้าเสียไปถนัดเมื่อเจอปฏิกิริยาแบบนี้เข้า คิ้วดกหนาขมวดมุ่น “ไม่อยากให้ฉันดูขนาดนั้นเลยเหรอ”

 “เปล่าฮะ คือ…” แก้มเนียนใสแดงเรื่อเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววว้าวุ่นชวนให้คนขี้ใจน้อยคิดมากขึ้นไปอีก

 “ถ้าไม่อยากให้ฉันดูก็ช่างมันเถอะ ฉันก็ไม่ได้อยากดูมันมากนักหรอก” ใบหน้าหยิ่งทะนงเชิดขึ้นทั้งที่ต้องพยายามข่มความผิดหวังเอาไว้

 “ไม่ใช่อย่างที่อังกิดคิดนะฮะ!!” ราวกับรู้ว่าในใจอีกฝ่ายคิดอะไร เด็กน้อยโพล่งออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มหน้าพูดเสียงเบา “คือผม…ยัง…ยังวาดไม่เสร็จฮะ”

 วาดไม่เสร็จแล้วทำไมล่ะ…เขาก็แค่ขอดูเฉยๆ นี่นา ดูเสร็จแล้วจะวาดต่อก็ได้ไม่ใช่เหรอ อังกฤษได้แต่งุนงงหากความสงสัยก็อยู่ไม่นานเมื่ออเมริกาเดินเตาะแตะมาหาพร้อมกับยื่นกระดาษมาให้

 “ม…ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากดูแล้วล่ะ” มือใหญ่หนาโบกปฏิเสธขณะตอบเสียงตะกุกตะกัก

 “ดูเถอะนะฮะ…” เด็กน้อยยังคงคะยั้นคะยอ ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายจนอังกฤษต้องเบือนหน้า

 “ไม่ต้องหรอก เอากลับไปวาดต่อเถอะ นี่มันรูปของนาย ฉันไม่มีสิทธิจะยุ่งอยู่แล้วนี่นา”

 “แต่ผมวาดให้อังกิดนะ!!”

 คำโพล่งซึ่งทะลุกลางปล้องทำให้อังกฤษซึ่งคิดจะเดินหนีชะงัก นัยน์ตาสีเขียวเหลียวกลับมามองก่อนถามซ้ำราวกับคนไม่รู้ภาษา “วาดให้ฉัน?”

 อเมริกาไม่ตอบคำถาม สิ่งที่เขาทำมีเพียงแค่คลี่ม้วนกระดาษออกพร้อมกับชูกระดาษขึ้นไปสุดแขนเพื่อคนสำคัญของเขาจะได้มองเห็นถนัดตา

 ภาพที่ปรากฏสู่สายตายังความประหลาดใจมาให้กับอังกฤษเป็นล้นพ้น แน่นอนว่าไม่ได้ประหลาดใจว่ารูปที่อเมริกาวาดมันสวยงามวิจิตรพิสดารหรอกเพราะรูปที่ว่านี้เป็นรูปวาดแบบเด็กๆ ธรรมดาๆ เท่านั้น

 ใช่…รูปวาดธรรมดาเส้นโย้เย้ที่มีเด็กชายผมทองตาสีฟ้า หัวใจสีแดงอันโตๆ และผู้ชายผมทองตาสีเขียว…ที่ทำให้หัวใจของเขาพลอยยิ้มตาม

 แน่ะ มีการลงคิ้วซะหนาปึ๊ดไว้อีกแน่ะ แถมลงแค่ข้างเดียวซะด้วย อังกฤษหัวเราะพรืดอย่างอดขำไม่ได้

 “ก็บอกแล้วยังวาดไม่เสร็จ” เด็กชายทำแก้มป่องเมื่อเห็นปฏิกิริยาขบขันจากคนที่เขาตั้งใจวาดให้

 “ฮะๆ ขอโทษๆ เอาไปวาดต่อเถอะนะ” เจ้าของคิ้วหนาโน้มตัวลงมาใกล้ มือใหญ่หนาลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูพลางชี้ถาม “รูปนี้คือฉันเหรอ”

 เพียงแค่ความอบอุ่นของฝ่ามือ เด็กชายก็อารมณ์ดีขึ้นในพริบตา รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนที่นิ้วป้อมจะจิ้มบนกระดาษ “ฮะ! รูปนี้คืออังกิดผมตั้งใจวาดเลย ส่วนรูปนี้ก็คือผมนี่ผมก็ตั้งใจมากๆ เหมือนกัน…”

 “แล้วหัวใจล่ะ…”

 “หัวใจก็คือรัก ผมรักอังกิดไงฮะ” เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาทว่าคำพูดง่ายๆ จริงใจกลับทำให้คนฟังรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ

 รัก…รักฉันงั้นเหรอ?

 “ผมรักอังกิดฮะ” ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเขาไม่ได้หูเฝื่อน อเมริกากล่าวซ้ำอีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้าทอประกายก่อให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ

 บ้าน่า…แค่คำพูดของเด็กไม่กี่ขวบ หวั่นไหวขึ้นมาได้ยังไง

 “อังกิดฮะ…และอังกิดล่ะ รักผมบ้างมั้ยครับ”

 “ด…เดี๋ยวก่อนสิ จ…จู่ๆ ถามอะไรขึ้นมาน่ะ” อังกฤษเอ่ยเสียงละลักละล่ำโดยไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าตนเองตอนนี้แดงก่ำแค่ไหน

 กระนั้นเด็กน้อยก็ไม่สนใจ เขายังคงฉีกยิ้มใสซื่อถามคำถามเดิมไม่หยุดปาก “ว่าไงฮะ อังกิดรักผมมั้ย รักผม รักผมมากที่สุดในโลกใช่หรือเปล่า…”
 .
 .
 .
 “จะนอนกินบ้านกินเมืองอีกนานมั้ยลุง”

 น้ำเสียงกวนประสาททำให้นัยน์ตาสีเขียวอยากหลับลงไปนอนต่อให้รู้แล้วรู้รอด แย่จริง เมื่อกี้ยังฝันดีอยู่แท้ๆ ไหงตอนนี้กลายเป็นฝันร้ายไปซะได้นะ

 “ยังไม่ตื่นอีก สงสัยเมื่อคืนดื่มหนัก…” ร่างสูงใหญ่ถือวิสาสะปีนขึ้นเตียง เรียวปากได้รูปบ่นงึมงัมขณะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ “เฮ่อออ ต้องให้ปลุกวิธีนี้อยู่…”

 พูดไม่ทันขาดคำหมอนใบโตก็ลอยละลิ่วมาจูบหน้าพร้อมกับเสียงก่นด่า “วิธีบ้าบออะไรของนาย อย่ามาพูดจาชวนให้เข้าใจผิดนะ”

 “อ้าว! ตื่นแล้วเหรอ” แม้จะโดนฟาดด้วยหมอนแต่ใบหน้าของอเมริกายังคงอารมณ์ดีไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ถ้าตื่นแล้ว งั้นก็ลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าสิ”

  “พล่ามบ้าอะไร ทำไมฉันต้องทำอาหารเช้า ห๊ะ?” นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองคนตรงหน้าอย่างขุ่นมัว ให้ตายเถอะสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนแบบนี้แหละมันน่าโมโหนัก

 “ทำไมน่ะเหรอก็นี่เป็นตอนเช้า ก็ต้องเป็นอาหารเช้าไง อย่าถามเรื่องไม่เป็นเรื่องน่า ฉันหิวแล้วนะ”

 ไอ้ท่าทีแบบนี้น่ะมันอะไร มาทำวางก้ามในบ้านคนอื่นแบบนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัด อังกฤษก่นด่าในใจพลางแหวใส่ “แล้วนายหิวมันเกี่ยวกับฉันตรงไหนมิทราบ เออ เดี๋ยวก่อนสิ แล้วนายโผล่มาอยู่ที่นี่ได้ไง เข้าบ้านฉันมาได้ไงด้วย ล…แล้ว…แล้ว…”

 แม้คนเพิ่งตื่นจะยิงคำถามเป็นชุด แต่อเมริกายังคงปั้นหน้ายิ้มๆ ชวนให้อารมณ์เสียหนักกว่าเดิม อังกฤษกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะโพล่งถามอย่างสุดกลั้น “บ้าเอ๊ย!! หูหนวกเป็นใบ้รึไง ได้ยินที่ฉันถามรึเปล่าว่านายมานั่งยิ้มบ้าตรงนี้ได้ยังไง”

 “ก็เราสองคนแต่งงานกันแล้วนี่นา♥”

 อเมริกาเฉลยด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายผิดกับอังกฤษที่นั่งตาค้างไปสามวินาทีก่อนจะแหกปากลั่น

 “เป็นไปไม่ได้!! ไม่มีทางเด็ดขาด!! เมื่อกี้นายพูดเล่นใช่มั้ย!!”

 “อืม ก็ล้อเล่นน่ะสิ” สารภาพหน้าตายประโยคเดียวแต่เล่นเอาอังกฤษลื่นพรืดลงไปนอนกับเตียงอีกรอบ ท่าทีเช่นนั้นทำให้อเมริกายิ่งขำ “ไม่คิดว่าจะเชื่อเข้าไปจริงๆ นะเนี่ย”

 “ทีหลังจะล้อเล่นอะไร ดูกาลเทศะซะบ้างเซ่!!” คนโดนหยอกโวยวายจนใบหน้าแดงก่ำเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ

 “หน้านายตอนนี้ตลกชะมัด” อเมริกาหัวเราะเสียงร่าไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจวนเจียนปรอทแตกแค่ไหน แถมยังวกกลับไปถามเรื่องเดิมหน้าตาเฉย “ว่าแต่ตกลงนายจะลุกขึ้นไปทำอะไรให้ฉันทานได้ยัง”

----------

 เถียงกับคนบ้า เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางยังไงก็มีแต่แพ้กับแพ้…
 
ติ๊งงง…

 เสียงไมโครเวฟร้องเตือนให้อังกฤษปลงตกได้สักที เขาถอนหายใจอีกหนึ่งคำรบก่อนจะเอาซุปครีมซึ่งเหลือจากเมื่อวานออกมาจากเวฟ จากนั้นก็วางขนมปังลงไปเป็นอันเสร็จพิธี

 “เอ้า! เสร็จแล้ว…” เจ้าบ้านกระแทกเสียงพร้อมกับวางสิ่งที่เรียกว่าอาหารเช้า (?) ลงบนโต๊ะ ใบหน้าหยิ่งทะนงเชิดขึ้น “เสียใจด้วยนะที่ไม่มีกาแฟ แต่ถ้าจะเอาชาก็พอมีให้คนอย่างนายน่ะนะ”

 “แน่ใจนะว่านี่อาหารเช้า” เสียงที่เอ่ยแทรกชวนให้เส้นเลือดตรงขมับปูดขึ้นได้ดีนักแล

 “นี่เป็นคำพูดของคนที่มากินมื้อเช้าบ้านคนอื่นฟรีๆ งั้นเรอะ” อังกฤษเอ่ยเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เป็นอย่างท้องฟ้าในเช้าวันนี้

 “ไม่เอาน่า พูดแค่นี้ไม่เห็นต้องโกรธเลย” อเมริกาว่าพลางหยิบช้อนมาตักซุปเตรียมรับประทาน

 นั่นสิ…ทำไมเราต้องโกรธเจ้าเด็กเมื่อวานซืนด้วย เย็นไว้อังกฤษ ใจเย็นไว้…

 “ห่วยชะมัด…รสชาติไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม”

 “นี่!!” ความอดทนที่เหลือเพียงน้อยนิดขาดผึงทันทีเมื่อถูกจี้ใจดำ สองมืออังกฤษกระชากคอเสื้ออเมริกาขึ้นพร้อมกับตวาดใส่ “ตั้งใจจะกวนประสาทกันแต่เช้าใช่มั้ย!!”

 ทั้งที่เขาโกรธแทบเป็นแทบตายแท้ๆ ทว่านัยน์ตาสีฟ้ากลับยังคงฉายแววขี้เล่นน่าโมโหไม่เปลี่ยน “ไม่ได้มาหาเรื่องสักหน่อย มาหาก็เพราะอยากเจอต่างหาก”

 แค่คำพูดง่ายๆ หากก็มากพอให้ลมหายใจของอังกฤษสะดุดลง เขากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะโพล่งเสียงลั่น “จะล้อฉันเล่นอีกหรือไง!”

 “แล้วแต่จะคิด…”

 ไม่ต่อปากคำอะไรต่อ เจ้าคนปากดีก็แกะมือของเขาออกหันไปนั่งกินอาหารเช้าต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองปฏิกิริยาอีกฝ่ายด้วยความงงงัน ทว่าเมื่อคู่กรณีไม่ต่อล้อต่อเถียง อังกฤษก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากลงไปนั่งตรงข้ามและรับประทานสิ่งที่เรียกว่าอาหารเช้าเช่นกัน

 ไม่อยากจะยอมรับให้เสียหน้าหรอกนะ…เฮ่อ ก็รู้หรอกว่ามันไม่อร่อย แต่ว่ามันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดต้องประนามกันขนาดนั้นนี่นา

 “มันห่วยจริงๆ นะ” ราวกับล่วงรู้ความคิดของเขา นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองเขาผ่านเลนส์แว่น “เตือนด้วยความหวังดี อย่าริไปทำอาหารให้คนอื่นทานเชียว ฉันสงสารพวกเขา”

 แล้วไม่สงสารคนที่นายกำลังด่าเลยใช่มั้ย อังกฤษนึกโอดครวญ หากก็ไม่มีปัญญาจะเถียงคนตรงหน้า

 “ปลงซะเถอะ นายน่าจะรู้…บนโลกนี้มีแค่ฉันคนเดียวแหละที่ทนอาหารฝีมือของนายได้” มือใหญ่หนาผลักถ้วยซุปที่ว่างเปล่าออก “ยังไม่อิ่มเลยมีอย่างอื่นอีกมั้ย”

 ถ้าให้จัดโพลประเทศที่หน้าด้านที่สุดในโลก เขาไม่ลังเลเลยจะให้คนตรงหน้าเป็นอันดับหนึ่ง อังกฤษกัดฟันกรอดขณะเก็บจานแล้วตรงกลับไปห้องครัว

 ให้ตายเถอะ…เด็กน้อยน่ารัก คนที่เคยบอกรักเราด้วยใบหน้าใสซื่อนั้นหายไปไหน ทำไมถึงโตมาเป็นคนแบบนี้ได้นะ สงสัยชะมัด วิธีเลี้ยงดูของเรามันผิดตรงไหนเนี่ย

 ในขณะที่อังกฤษได้แต่นึกถึงความหลังด้วยความเสียดายสุดซึ้ง ชายหนุ่มไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยว่าตนเองนั้นกำลังถูกคนข้างหลังจับจ้องด้วยสายตาแบบไหน

 นัยน์ตาสีฟ้าซึ่งทอดมองไม่ต่างจากเมื่อครั้งยังเยาว์วัย

 “ก็บอกแล้วมีแค่ฉันคนเดียวที่ทนอาหารฝีมือนายได้” อเมริกาเอ่ยพึมพำกับตนเองขณะยิ้มบางๆ

 ถ้าไม่รักน่ะทำไม่ได้หรอกนะ…
 .
 .
 .
 เป็นเพียงความคิดหนึ่งที่ล่องลอยท่ามกลางท้องฟ้าอันขุ่นมัว ถึงสภาพอากาศจะชวนหดหู่ ถึงจะเป็นมื้อเช้าที่แสนเลวร้าย

 แต่แค่ได้อยู่กันสองคนแบบนี้ ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องวิเศษได้นี่นา…

END…

Postscript: จริงๆ อยากเขียนอะไรแก้เบื่อ Proposal เลยเอาเรื่องที่ท่าจะสั้นที่สุดมาเขียน แต่สุดท้าย มันก็ยาวกว่าที่คิดแฮะ เรื่องนี้ใจความมีแค่ประโยคเดียวที่อยากเขียนแหละ ^^” คือคำบอกรักของอัลฟ์ตอนเด็ก และตอนโต ไม่รู้ทำไมในหัวชอบจิ้นว่า อัลฟ์ตอนโตแล้วไม่น่าบอกรักท่านอาเธอร์ เลยรู้สึกสนุกในการคิดวิธีแสดงออกว่ารักนะแบบฉบับอัลฟ์ ฮะๆ แต่เขียนแล้วรู้สึก ตอนเด็กกับตอนโต ทำไมอิมเมจมันต่างกันแบบนี้เนี่ยยย (ก็เป็นคนเขียนเองไม่ใช่เรอะ =_=)

 จริงๆ เพราะอยากเขียนแค่ประโยคเดียวเนี่ยแหละ รู้สึกเหมือนกันบางช่วงบทสนทนาเหมือนไม่ค่อยต่อเนื่องเลย Y_Y แถมยิ่งเขียนยิ่งแน่ใจ คู่ที่ชอบสุดมักจะเขียนไม่ลื่นเท่าคู่รองจริงด้วย T[]T รู้สึกตอนเขียน คาโอรุคุง หรือตอนซูซังฟินนี่ มันลื่นกว่าอ่ะ แง

 แต่เอาเถอะ มันนึกอยากเขียนนี่นา ฮ่าๆ กับพยายามให้ตอนจบกับตอนต้นเหมือนจะเป็นมุมกลับนิดหน่อย จากท่านอาเธอร์มองจิบิอัลฟ์ ก็เป็นอัลฟ์มองท่านอาเธอร์แทน อิๆ (เพื่อ?)  ยังไงก็ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านนะคะ กับไหนๆ ขอแปะ Mad ตัวนี้ มีนานแล้วล่ะ แต่มันเป็นแรงจิ้นส่วนนึงให้เขียนเรื่องนี้จบ (ฟังไปเขียนไป 55) 

ใน Mad เบย์เอย์ทั้งหมดเราชอบอันนี้ที่สุดเลยยย ทั้งน่ารักทั้งอบอุ่น
ยิ่งตอนจบอยากให้อัลฟ์ดึงท่านอาเธอร์ไปกอดแบบนี้บ่อยๆ จัง TvT ชอบฟีลคู่นี้แบบนี้ค่ะ
Edit : อ่านเม้นอ้อน เออ ตอนจบเขียนตกไปจริงด้วย กรี๊ดดดด คนอ่านก่อนหน้าจะงงกันมั้ยนั่น ^^" แก้เติมประโยคเข้าไปให้แล้วนะ ขอบคุณมากจ่ะ ส่วนอันอื่นๆ ไว้คืนนี้จะมาไล่ตอบรีพลายนะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮูลาฮู้ปปปปป cry
^
^
ไม่มีอะไรค่ะ มันคืออารมณ์ตอนนี้หลังอ่านจบ cry

“จะนอนกินบ้านกินเมืองอีกนานมั้ยลุง” << อึ้งแทนอังกฤษตอนที่กำลังฝันดีแล้วตัดฉึบมาเป็นลุง กร๊ากกกกก

ลุงคะลุงซึนมากค่ะ อร๊ายยยยย ตอนนี้อเมริกามึนได้ใจมากค่ะ ทำเนียนเข้าบ้านคนอื่น ปลุกเค้าลุกมาทำอาหารเช้า กร๊ากกกก แล้วก็ประโยคนี้

“เตือนด้วยความหวังดี อย่าริไปทำอาหารให้คนอื่นทานเชียว ฉันสงสารพวกเขา” << จะหวงทางอ้อมไปไหนกันพ่อคุ้ณณณ cry

ให้ตายเถอะ…เด็กน้อยน่ารัก คนที่เคยบอกรักเราด้วยใบหน้าใสซื่อนั้นหายไปไหน ทำไมถึงโตมาเป็นคนแบบนี้ได้นะ สงสัยชะมัด วิธีเลี้ยงดูของเรามันผิดตรงไหนเนี่ย << ยังไม่รู้อีกเหรอคะ กร๊ากกก

ถ้าไม่รักน่ะทำไม่ได้หรอกนะ… << อาหารของอังกฤษ "ถ้าไม่รักก็กินไม่ได้" 555 (นึกถึงเพลง "...ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้" ค่ะ กร๊ากกกก) เป็นประโยคบอกรักที่น่ารักโคดๆ

ขอบคุณค่าสำหรับฟิกหวานๆ confused smile

#1 By rainorshine on 2009-01-13 04:14

โหยยยยยยยย

เอาจิบิอัลฟ์คืนมา แล้วเตะโด่งอิอ้วนออกไปนอกโลกได้มั้ยคะ

ตอนเด็กๆออกจะน่ารักน่าเอ็นดูแท้ๆ แล้วไหงโตขึ้นมาถึงเป็นแบบนี้......*ถอนหายใจเฮือก*



ปล. จริงๆอ่านจบนานแล้วแต่มัววนดู MAD อยู่ค่ะ แหะ...

#2 By ::.::Taraki::.:: on 2009-01-13 08:44

จะเรียกว่าซึน ก็ซึนพอกันนะเนี่ย

ท่านอาร์เธอร์คงไม่ต้องไปถามใครหรอกว่าเลี้ยงมายังไงทำไมเป็นแบบนี้ เหมือนกันจะตาย 555
ง๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อัลฟ์บ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
แกโตขึ้นมาทามม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

โอย ขำประโยคทิ้งท้าย ใครๆก็เป็นสินะ
"ไม่รักนี่ทำไม่ได้นะเนี่ย"

#4 By カフカ on 2009-01-13 10:28

กร๊ากกกกกกกกกก กำลังน่ารักกะน้องตอนเด็กอยู่ดีๆ ตัดฉากมาเจอผีร้ายเหมือนคุณอังกฤษเลยจริงด้วยอ่ะ

เด็กบ้าเอ๊ย ไม่น่าโตเลยว่ะ 555555555

ขำตรงมีหัวใจอิ๊อั๊ง แต่งงานกันแล้ว ว้ากกกกกก เด็กสเปรซซซซซซซซซ

กวนตีนได้โล่ห์มากอ่ะ เมกาของมิ้น พูดแต่ละอย่างน่าต่อย....

แต่ก็เพราะรักชิมิล่าาาาาาาาาาาาา ฮิ้ววววววววว เว้ยยยย แบบนี้แล้วต่อยไม่ล๊งงงง แต่ก็อยากต่อยยยย

#5 By KeeChan on 2009-01-13 11:48

เด็กเปรสสสสสเอ๊ย โอยชอบ

#6 By kiyono on 2009-01-13 12:29

/ฟัดหมอนกระจุยกระจายด้วยความหมั่นเขี้ยว >>>___<<<

ฮือออ ดาเมจร้ายแรงมากค่ะ ท่านอาเธอร์น่าร๊ากกกกก (ว่าแต่ว่า ตั้งแต่ชอบ Hetalia มานี่ พูดคำนี้กี่ครั้งแล้วนะ?)ฮืออ อย่าไปฟังอัลฟ์เลยค่ะ ถึงท่านจะเป็นลุงก็เป็นลุงที่น่ารักที่สุดในโลก! ส่วนอัลฟ์ตอนเด็กก็น่ารักเป็นบ้า(แม้ว่าพอโตขึ้นจะเหลือแค่คำว่า "บ้า" ก็เฮอะ เอิ๊กส์) แต่ว่าอย่าให้เด็กบ้านั่นรู้นะคะว่านอนฝันถึงแบบนี้ เดี๋ยวจะยิ่งได้ใจไปใหญ่ ว่าแต่ว่าท่านอาเธอร์นอนไม่ระวังตัว คนเข้ามาบุกถึงห้องนอนแล้วยังไม่รู้สึกแบบนี้อันตรายนะคะ ถ้าคุณพี่ฟรานซิสมาเจอล่ะ? (หรือนี่เป็นเหตุผลให้อัลฟ์บุกมากันท่าแต่เช้า?)โอย ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน

ส่วนที่ว่า “เตือนด้วยความหวังดี อย่าริไปทำอาหารให้คนอื่นทานเชียว ฉันสงสารพวกเขา” นี่ เป็นคนอื่นคงรู้ไต๋หมดแล้วล่ะอัลฟ์เอ๊ยยยยยย

ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆค่ะ แม้ว่าในฟิคนี้จะมีแต่คนปากแข็งที่ไม่ยอมพูดคำว่ารัก แต่พออ่านแล้ว ในหัวมีแต่คำว่า รัก รัก รัก รัก ฟุ้งไปหมดเล้ยยยย

ปล. พึ่งคลั่งวิดีโอ sm5782400 ที่นิโก้มาค่ะ เหมือนเป็นพาร์ทท่านอาเธอร์ของฟิคนี้เลย >>__<< เพลง 「素直になれたら」ของ JUJU feat Spontania สุดยอด โดยเฉพาะท่อนที่ว่า ※いつだって本当はずっと I wanna say I love you
cry
ปลล. อิฮั้นบ้าไปแล้ววววว

#7 By [WINDY] on 2009-01-13 12:59

โอียจะบ้าตาย ไอ้เด็กเวรนี่ทำไมโตามันถึงกวนบาทาขนาดฟะ!!

ตาอัลฟ์ซึนเนียนได้ใจดีจริงๆ คุคุคุคุคุคุคุคุคุคุ~ (รักเค้าก็ไม่บอก ตาอ้วนเอ๊ย!!)

ท่านเท่อจะน่ารักไปแย้ว>x<"

#8 By ★ 【 N 】 on 2009-01-13 15:51

อ๊ากกกก~(กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง)

น่ารักค่ะ น่ารักม๊ากก--ก ไม่ไหวแล้ว คู่อะไรจะน่ารักขนาดนี้(ก็คู่เบย์เอย์ไง~)

อังกฤษซึนมากค่ะ โมเอ๊อย่างแรง อ่านไปแล้วจิ้นไปนี่แตงดองจะเป็นบ้าเพราะความซึน อรั๊ง~

อเมริกาขี้แกล้งจัง อังกฤษคุงไม่ได้เลี้ยงผิดหรอกค่ะ คงผิดที่ตัวมันเองมากกว่า ที่โตมาแล้วเสะได้น่าหมั่นไส้ขนาดนี้ ฮ่า~

แต่อาหารของอังกฤษคุง ไม่อยากคิดค่ะว่ารสชาติจะขนาดไหน ไม่รักนี่ทำไม่ได้ งั้นอเมริกาคงจะรักอังกฤษคุงมากใช่ไหมคะเนี่ย? เล่นทานซะหมดถ้วยเลย ฮ่า~

#9 By C-ornichon on 2009-01-13 17:50

I Love You I Love You I Love You 君を幸せにしたい

TT[]TT!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เจ๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ๊ทำเอาเราคลั่งเพลงนี้ (ขึ้นออริอ้อนชาร์ตโดยพลัน) กร๊าซซซซซซซซซ
สาบานเจ๊ ว่าเกิดมาเราไม่เคยอ่าน song fic ไหนแล้วอินได้ขนาดนี้
.......แต่ฟิคนี้ไม่ได้แต่งเป็น song fic นี่หว่า (เจ๊บอกก็ใช่ดิวะะะะ)
.......แต่เราดันอ่านไปมีเพลงคลอไป อ๊ากกกกกเบย์เอย์บันซ๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
(เกี่ยวซักนิดกับเนื้อเรื่องไหมน่ะ?)

โอ้ย ตาย คลั่งทั้งเพลงทั้งแมดที่มันรวมเป็นอารมณ์ของฟิคเรื่องนี้ทั้งหมดเลยล่ะเจ๊
ว่าไงดี อ่านฟิคจบไปรอบนึง ดูแฟนเมดรอบนึง หาเพลงฟังรอบนึง วิ่งกลับมาเปิดคลออ่านฟิคไปอีกรอบ โอ้ย

เออ เหมือนฟิคเรื่องนี้จะเป็นซับเซ็ทของแฟนเมดอันนี้ล่ะเจ๊ คิดแบบนั้นผิดไหม? :P มันเป็นเรื่องราวสั้นๆระหว่างเบย์เอย์อีกครั้ง ที่....โอ้ย น่ารักกก หวานแดเมจสไตล์พ่อหนุ่มมะกัน กี๊ซซซซ

ชอบแนวความคิดเปิดตัวด้วยมุมมองท่านอาเธอร์จบด้วยมุมมองอัลฟ์ >//////<
เอ้อ แต่อ่านตัวฟิคแล้วไม่ต้องอ่านตรงทอล์คก็รู้นะเจ๊อยากสื่อตรงนี้

เข้าใจนะว่าที่เจ๊บอกว่ายากมันอะไร (เราก็เป็น กร๊าก) โดยรวมทั้งฟิคนี้ก็ต้องบอกแหละว่ามันมีอะไรตะหงิดๆอยู่บ้าง แต่เราก็ยังนึกไม่ออก...(โดนมนต์ตราแห่งเสียงเพลงครอบงำไปแล้ว กร๊าก) อ้อ ถ้าให้พูด การตัดจังหวะของเรื่องมั้งเจ๊ มันดูเป็นการ์ตูนหรือหนังมากกว่าที่จะเป็นนิยายน่ะฮะ (แต่อาจจะด้วยภาวะมุมมองพระเจ้าก็ได้ใช่ไหม )

มาว่ากันตั้งแต่แรกๆดีกว่า ตอนที่อัลฟ์นั่งวาดรูปท่านอาเธอร์ โอ้ยแหมมมมมม ไอ่เราก็ลุ้นว่าอีหนูกำลังวาดโดเอ็นซี18 หรือเยี่ยงไรทำไมให้ผู้ปกครองดูไม่ได้ ไปๆมาๆ อ้อ ขาดคิ้วไปข้างสินะ กร๊ากๆๆ เข้าใจคิด ช่วงจิบิอัลฟ์กับคำพูดแบบ"อังกิดๆ" มันน่ารัก+ได้ยินเสียงเลยทีเดียวเจ๊ฮ้า

เพราะโดนสปอยล์มาก่อนหรือไร พอท่อน"อังกิดรักผมมั้ย"และเหตุการณ์ต่อจากนั้น... มันเลยแดเมจเราไม่มาก แต่ก็อร๊างงงนะ!! คือถ้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อน เราก็กรี๊ดแตกอ่ะเจ๊ (อันนี้แค่กรี๊ดกัดฟัน <<? )

พอเข้าช่วงกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง (= =; ) เราชอบนะเจ๊ ถึงคำพูดอัลฟ์ช่วงสองสามประโยคแรกดูขรึมๆผิดปกติ แต่พอท่อน“ก็เราสองคนแต่งงานกันแล้วนี่นา♥” แดเมจร้ายกาจจจจจจจจจจจจ (สาบานว่าอึ้งตามท่านอาเธอร์ กร๊ากก เราหลอกง่ายสินะ )

เป็นช่วงที่ทำเอาอ่านแล้วอ่านอีกอ่ะเจ๊ ชอบปฏิกิริยาท่านอาเธอร์กับอัลฟ์ยวนประสาทแบบนี้ชะมัดดดด (ได้ยินมาเป็นเสียงทีเดียวเชียว)

ช่วงอาหารเช้า(?) เราว่าบรรยากาศโอเคนะ นิ่งๆแต่ก็แทรกบทหวานส่งท้ายได้ ตรงนี้มันก็คือเมนไอเดียของเรื่องล่ะเนาะว่าเป็นการสื่อความรู้สึกสไตล์แบบอัลฟ์อัลฟ์ (สรุปว่า เจ๊ส่งหมัดได้ถูกจังหวะแล้วฮ้า)

เอ้อร์..........บอกไม่ถูก คำว่า "ปลงซะเถอะ" ตอนแรกเราเข้าใจผิดล่ะเจ๊ นึกว่าท่านอาเธอร์พูด (ไม่รู้จะมีใครคิดเหมือนเราไหม กร๊าก) แต่พอบอกว่าเป็นอัลฟ หมอนี่แอบพูดขรึมๆนะนี่ ห้าห้า

ชายหนุ่มไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยว่าตนเองนั้นกำลังถูกคนข้างหลังจับจ้องด้วยสายตาแบบไหน
ท่อนนี้แหละเฉลยทุกสิ่งงง >< เป็นการกลับบทบาทจนได้ แต่ว่านะฮะเจ๊ ตรงนี้มันควรเป็น คนข้างหน้า? คนตรงหน้า? เพราะนั่งกินอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน....?

.....อ่อ พอมานั่งนึกอีกที ถ้าให้เดาคือ ท่านอาเธอร์รับจานเปล่าของเจ้าอัลฟ์ไปเก็บในครัวป่ะ แล้วตอนเดินออกไป อัลฟ์มันก็มอง...(อ๊างงง คิดตามแล้วเขิน)

อย่างนี้มันอาจจะไม่ชัดไปหน่อย ควรมีฉากบรรยายแบบ "นึกกร่นด่าอยู่ในใจระหว่างที่เดินไปในครัวเพื่อหาอะไรมาอุดปากเจ้าเด็กบ้า...."อะไรแบบนี้รึเปล่าฮะ?
(เจ๊อย่าบ้าจี้เห็นดีงามกับเรานะ มันล้อเล่นนนน 555)

เออใช่ พอจุดนี้แล้วนึกออก สไตล์แต่งฟิคเจ๊จะไม่ค่อยนวยนาดยืดเยื้อ แต่ละประโยคมันจะมีเหตุผลในการดำเนินเรื่องนะ แต่ก็ไม่ถึงกับว่า แข็ง ไปซักทีเดียว แต่ก็ยอมรับฮะว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ยาวหรือบรรยากาศรักเต็มร้อยเท่าซูซังฟินนี่ ^^''

ก็นะ...มันเป็นเบย์เอย์(เอ่ะ?) แล้วก็แค่สั้นๆ จับแค่ห้วงเวลาหนึ่งมาเล่าเองล่ะเนอะ แค่นี้ก็สื่อคำตามชื่อเรื่องได้ดีแล้วอ่ะเจ๊ ยิ่งประโยคเด็ดๆทั้งหลาย มันก็ยิงมาได้โดนใจแล้วก็เหมาะในสถานการณ์ของมันล่ะฮะ

อย่างน้อยก็อ๊างๆกับเบย์เอย์ไปได้มากโขเหอะะะ (พูดจริงๆ XD ) เออ แต่ไม่แน่ว่า ถ้าเจ๊จงใจแต่งอันนี้เป็น song fic อาจจะได้อารมณ์หวานเต็มขั้นไปอีกแบบก็ได้นะ (กร๊าก)

อ่าใช่ แอบส่งซิงเกิ้ลของเพลงนี้ไปให้เจ๊ ใน ems นะเพราะไม่รู้เจ๊มีรึยัง (เดี๋ยวนี้ชอบขุดหาเพลงประกอบของพวกแมดต่างๆมาฟัง = =+ )
ฟังเต็มๆชัดๆแล้วอินดีจริงๆ ฟังเพลงคลออไปอ่านฟิคนี้ไปอีกรอบก็น่าวิ่งไปวาดโดเบย์เอย์ซักที (กร๊าก เพ้อละ)

โอยๆ สุดท้ายก็จะบอกว่าเมนท์ยากมากอ่ะฮะฟิคเรื่องนี้ อารมณ์ตีๆกันด้วยแหละ ถึงงั้นก็บิวท์อารมณ์เบย์เอย์กันสุดๆเลยอ่ะเจ๊ ทั้งฟิคทั้งเพลง ><~
(ที่ตีๆนี่คือหิริโอตัปปะว่า งานยังไม่เสร็จที = =' )
ขอบคุณนะฮะเจ๊สำหรับฟิคชวนกรี๊ดแบบนี้
รอโปรเจ็คต่อไปนะฮ้า แฮะๆ XD

ปล.จริงจังเหอะ
君が生まれて君に出逢えて君と歩いてゆく きっと奇跡なんだろう
ท่อนนี้มันคือความรู้สึกลึกๆของเบย์เอย์จริงจัง
(คิดเอาเอง = =+ แต่นึกถึงความคิดของอัลฟ์ในฟิค -tion ของเจ๊จริงๆนะ) ...โอ้ย เจ๊ประสบความสำเร็จในการปล่อยของค่ะ

#10 By เอส ♥ YS ! on 2009-01-13 18:37

ฟิคน่ารักมากๆๆค่ะ แอบสงสารท่านอาเธอร์ 5555+ โดนว่าซะขนาดนั้น แต่นะ เพราะอัลฟ์คุงปากไม่ตรงกะใจตังหาก ถึงพูดอย่างนั้นนนน ><

น่ารักกกกก ชอบจิบิอัลฟ์จังเลยค่ะ 55555+ ทำไมโตมาเป็นแบบนี้ไปได้ละนั่นนนนน 5555+ กลายเป็นตาลุงไปซะแล้ววว อัลฟ์ซัง ><

ชอบอ่านฟิคพี่จิบิ เพราะอ่านแล้วมันจั๊กจี้ในใจดีค่ะ ชอบบบบบบบบบ 55555+ น่ารักมากๆๆๆๆๆค่ะ ><

#11 By Nokorichan on 2009-01-13 19:25

โอยย ต้องการอินซูลินด่วน!!!

อะไรจะหวานปานนั้น อัลเอ้ย แกล้งคนแก่มากๆเด่วเค้าจะหัวใจวายไป ทำไงเนี่ย

อัล--รักดอกจึงหยอกเล่น
อาเธอร์(นึกในใจ)--หยอกแรงแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าเป็นคนอื่นคงต่อยคว่ำแล้ว ชิ

ชอบหวานๆแบบนี้

#12 By ป้าแดง underground on 2009-01-13 19:55

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออ
พี่จิบิอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

นี่มันฟิคอะไรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร


ฮืออออออออออออออออออออออออออออออ



“ก็บอกแล้วมีแค่ฉันคนเดียวที่ทนอาหารฝีมือนายได้” อเมริกาเอ่ยพึมพำกับตนเองขณะยิ้มบางๆ

ถ้าไม่รักน่ะทำไม่ได้หรอกนะ…
<----- me ลงไปตาย.......


อาเต้อน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ค่ะ!!!!!!! แบบว่า อ่านไปนี่ ตายทุกประโยคทั้งคำบรรยายทั้งคำพูดเลยทีเดียว


me อยากเอาหัวโขกจอคอมแก้บ้า

#13 By LUMiN on 2009-01-13 19:57




กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

จิบิอัลฟ์น่ารักโคดดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!
น่ารักได้อีกกกกก

ไม่น่าเชื่อว่าจะโตมาเป็นคนแบบนี้ 555

นั่นสิ ท่านอาเธอร์เลี้ยงมายังไงน้า 555

ฟิคน่ารักมากค่ะ ไม่ไหวๆๆ
พาลจะไปสู่สุคติได้ง่ายๆเลยเรา

กร๊ากกกกกกกก

รักเบย์เอย์ > <

#14 By พินสะดุ่ย on 2009-01-13 21:06

อา น่ารักมากๆ เลยฮะ อ่านแล้วอมยิ้มไปตลอด หยุดไม่ได้เลย cry

ประโยคของอัลเฟรด... เป็นอัลเฟรด เอฟ โจนส์แห่งยูเอสเอมากๆ ! (ใส่เต็มยศเพื่อย้ำ ฮา) รู้สึกว่า... นี่แหละ อัลฟ์มากๆ เลยฮะ ยอกย้อนขนาดนี้
แค่ประโยคปลุกก็โดนใจ อา ลุงแล้วไง? ลุงแล้วรักไหมล่ะ! รักใช่มั้ยล่ะฮะ!!
วิธีบอกรักตอนเด็กนี่น่ารักสุดๆ เลยฮะ ยิ่งพูดไม่ชัดนี่ยิ่งน่ารัก เป็นเสน่ห์ของเด็กๆ เลยนะนี่ cry

“ก็เราสองคนแต่งงานกันแล้วนี่นา♥” -- อย่าแค่ล้อเล่นสิฮะ อัลฟ์ แต่งเลย แต่งเลยยย (...เอาล่ะ เริ่มพูดจาแปลกๆ แล้ว ขออภัยฮะ ...ฮา)
ประโยคนี้ดาเมจรุนแรง ไม่ใช่แค่ท่านอาเธอร์นะครับ คนอ่านเองก็คิดว่าแต่งกันแล้วจริงๆ นะ ...เอ๊ะ ว่าแต่ พวกท่านไม่ได้แต่งกันแล้วหรอกเหรอครับ??

“ก็บอกแล้วมีแค่ฉันคนเดียวที่ทนอาหารฝีมือนายได้” อเมริกาเอ่ยพึมพำกับตนเองขณะยิ้มบางๆ

ถ้าไม่รักน่ะทำไม่ได้หรอกนะ…

-- ฆาตกรรมฮะ อัลฟ์ ประโยคบอกรักโตขึ้นมาถึงจะน่าหมั่นไส้ก็ยังได้ใจอยู่ดี นี่สินะฮะ... ที่เขาว่า คนหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด
(ไม่ใช่ล่ะ...)

#15 By bvxvinn on 2009-01-13 21:19

(กรี๊ดดดดดดดด)วงเล็บไว้เพื่อบอกว่าต้องแอบไปสครีมเบาๆ(เกรงใจคนที่บ้าน 55+)

...

นะ..น่ารัก น่ารักมาค่า อาร์เธอร์ TvT
น่าจับอัลฟ์ตอนเด็กมาตีก้น โตมาเปลี่ยนไปคนละคน
ชอบตอนอาเธอร์คิดว่า สงสัยชะมัด วิธีเลี้ยงดูของเรามันผิดตรงไหนเนี่ย น่ารักมากค่ะ
ฟิกใสกิ๊งเป็นอะไรที่สูบฉีดเลือดจริงๆ

เอาจริงๆมาคิดวิธีิแสดงออกของอัลฟ์ตอนโตก็น่าสนุกได้อีก..

อะไรมันจะน่ารักได้ขนาดนี้ T//v//T
(ใส่อิโมร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งและปลาบปลื้ม 55+)

#16 By ชิน on 2009-01-13 21:25

กรี๊ดดดดดดแย่แล้วค่ะคุณchibi อ่านไปที่โรงเรียน กรี๊ดไปด้วย ก๊ากกกก พยายามอุดปากเอาไว้ตัดฉากจากความฝันมาเจอคำว่าลุงอย่างนี้มันเฮิร์ทนักกกกก ต้องยุให้ตบจูบ (เฮ้ย ไม่ใช่แล้ว) แต่ท่านอาเธอร์จะทำได้ไหมนะ งืมมม แหม๋ ไอ้คำว่าลุงเนี่ยมันบาดใจ คิคุไม่ปู่เลยเรอะอัลฟ์ เกินหน้าเหลือเกิน แต่เพราะร้ายงี้เลยรักหรือเปล่านะ ก๊ากกกกกกกกกก ตายดิฉันเพ้อมากค่ะก๊ากกกกกกกกกกกก แต่บ่นอย่างนี้ไม่น่ารักเลยอัลฟ์! ต้องทำโทษด้วยการพาอาเธอร์ไปอาบน้ำตอนเช้า!! (ก๊ากกกกกกกกกกกกอะไรกันเนี่ยๆๆๆดิฉัน ไปไกลแล้วค่ะก๊ากกกกกกกกกกก) จริงๆไม่เห็นต้องใจร้ายขนาดนั้นก็ได้เลย เค้าซึนมา เราก็หวานกลับสิคะอัลฟ์ (ก๊ากกกกกกกกกก อะไรเนี่ยๆๆ) ไม่เอาแล้วค่ะไม่พิมพ์แล้ว ยิ่งพิมพ์ยิ่งเพ้อค่ะก๊ากกก
ก๊ากกก MAD เป็นเพลงที่ชอบออกโฆษณา ได้ใจนักกกกค่าาาา ตอนแรกๆดูไปเหมือนคุณพ่อsingle parentมากค่ะน่ารักก๊ากกกก ตอนหลังกลายเป็นโดนกด! ฮ่า! (ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) แต่กี่ทีกี่ทีก็ไม่อยากเชื่อเลยนะ อัลฟ์ นายจะโตมาได้เมพขิงๆขนาดนี้ แบบเมพได้อีกอะค่ะก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตอนเด็กๆออกจะน่ารัก ขำไม่ไหวแล้ววว ขอบคุณนะคะที่เอามาให้ดูกันค่ะ XDDD

#17 By songsage on 2009-01-13 21:28

กี๊ซซซ มายแองเจิ้ลลลล cry << อารมณ์นี้เลยค่ะกับหนูอัลฟ์ เจอตาใสๆอ้อนถามว่ารักไหมๆ ใครจะปฏิเสธลงคะ แค่จะเมินยังทำไม่ได้เลย

ถ้าเราเป็นคุณอาเธอร์นี่คงรู้สึกแหม่ ไม่น่าตื่นมาเล้ยยยย กำลังฝันหวาน
แต่ตื่นมาแล้วก็ดีนะคะลุงopen-mounthed smile ท่าทางไม่เหงาดีออก

ตอนเจอประโยค “ก็เราสองคนแต่งงานกันแล้วนี่นา♥” เข้าไปขำถึงกับพ่นพรืด
ชอบค่ะ
รู้สึกเหมือนอัลฟ์พูดความจริงในความคิดตัวเองชอบกล (เรื่องที่เหมาว่าเป็นรัฐที่ 51น่ะค่ะ)
ยิ่งอ่านยิ่งแฮ่กค่ะ ขี้หวง ขี้หวงเอ๊ยย
ทำตัวแบบนี้ไม่กลัวเขาโดนใครคาบไปใช่ไหมคะ confused smile
(แบบดูเหมือนตะแกมั่นใจมากว่าอาเธอร์อยู่มือตูแล้ว open-mounthed smile ไม่ต้องไปทำกับข้าวให้ใครเลยนะ)

ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ น่ารัก~ double wink

#18 By รอนสัน on 2009-01-13 23:43

เข้ามาตอบ ขอบคุณทุกคอมเม้นค่ะ เห็นรีพลายและความยาวตกใจ =[]=;; แล้วก็ดีใจที่มีคนมาให้ร่วมเม้า อรั๊งง

คุณ rainorshine : ฮ่าๆ ตอนเขียนอยากตัดฉับแบบนี้เลยน่ะค่ะ รู้สึกมันทำลายฝันหวานๆ ของท่านอาเธอร์ดี (สรุปก็คืออยากแกล้งท่านอาเธอร์ กร้าากกก)

ที่เรารู้สึกเขียนไม่ลื่นก็เพราะอัลฟ์น่ะแหละค่ะ ตัวดี T^T ทำไมเขียนมาทำตัวมึนขนาดนี้เนี่ย ตอนแรกอยากจะเขียนเหตุผลให้ แต่รู้สึก......อัลฟ์น่าจะมั่วและมึนเอง ออกมาเลยเป็นงี้แหละ กับดีใจที่รอบนี้สามารถสื่อความซึนออกมาได้สักที (เรารู้สึกตอนก่อนหน้ายังซึนไม่สะใจเรา 55)

ฮาากับ ถ้าไม่รักก็กินไม่ได้ 5555 งั้นต้องร้อง แต่กับเธอคนดีรู้มั้ย ฉันกินลงได้ง่ายดาย สินะ (ชักไปกันใหญ่)

น้อง taraki : รู้สึกมีแต่คนอยากสาปส่งฮีโร่เนอะ อิๆ คิดเหมือนกันโตมาทำไม แต่เอ๊ะ ถ้าไม่โตก็ปล้ำไม่ได้นะ (คิดอะไรเนี่ยเรา อรั๊งง)

นั่นสิ ปริศนาของโลกเลยเนอะ โตมาทำไมเป็นคนแบบนี้ ^^" จริงๆ พอจะรุแล้วว่า เขียนเบย์เอย์ยาก เพราะเราไม่เข้าใจอัลฟ์เท่าไรแฮะ (ท่านอาเธอร์ดูออกง่ายกว่าอ่าา)

MAD นี่พอเอามาเขียน ดูใหม่ไปหลายรอบเหมือนกัน เป็น Mad ที่รู้สึกอัลฟ์ล้อหล่ออ ชอบอ่ะ TvT

คุณ เทราสเฟียร์ : เห็นด้วยค่ะ เราว่าอัลฟ์นอกจากจะ AKY แล้วก็ยังซึนด้วย อิๆ พอทักมางี้ จริงด้วยแฮะ เลี้ยงมาให้ซึนเองนี่นา ช่วยไม่ได้ กรั่กๆ

พีซ : คิดซะว่า โตแล้วจะได้ทำอะไรดีๆ เยอะกว่านี้ไง กร้ากกกกกกกก (อยากเขียนนะ แต่ไร้พลอตโดยสิ้นเชิง แฮ่ๆ)

ประโยคนี้รู้สึกฮอต จริงๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจใส่นะเนี่ย ^^;;

กีจัง : นั่นสิ ผีร้ายส่งมาเลยเนอะ แต่คิดว่ายังไม่เท่าคุณพี่ กร้ากกก

หัวใจตอนแรกไม่ใส่ รู้สึกไม่ได้ใจ พอใส่รู้สึกเข้ากับอัลฟ์อย่างน่าประหลาด 555

กับอัลฟ์นี่ ท่านอาเธอร์คงไม่กล้าต่อย (แต่เราและอีกหลายคนคงอยากต่อยแทนเนอะ 55) จริงๆ เขียนมาตอนแรกไม่คิดว่าจะกวนประสาทนะ แต่ออกมา เออออ กวนได้อีกนะอัลฟ์

พี่เอ๋ : ถึงเป็นเด็กเปรตแต่ก็น่ารักชิมิล่า ;)

คุณ windy : เห็นด้วยค่ะ ตั้งแต่พีคเฮตาเลียรู้สึกต้องเอ่ยคำว่า ท่านอาเธอร์น่ารักวันละหนึ่งรอบเป็นอย่างน้อยยังไงไม่รู้แฮะ 55

เรียกลุง นี่อยากเขียนให้อัลฟ์ลองเรียกมาพักแล้วค่ะ (ผลจากการดูแฟนอาร์ท เรียกแล้ว พลังโอจิขึ้นอย่างประหลาด 55) แต่ใช่เลย เป็นลุงที่น่ารักอย่างรุนแรงเลย อรั๊งงง

แต่นั่นสิ ถ้าอัลฟ์รู้ว่าท่านอาเธอร์ฝันถึงตัวเอง อัลฟ์อาจจะล้อก็ได้นะ (ไม่ก็...ของมันแน่อยู่แล้วที่ต้องฝันถึงฉันน่ะ)

นั่นสิ ถ้าเป็นคุณพี่มา สถานการณ์อาจเป็นอีกแบบก็ได้แฮะ น่าคิดจริงๆ

ดีใจที่รู้สึกถึงบรรยากาศเลิฟเลิฟเลิฟ ในเรื่องค่ะ ^^ อยากเขียนฟีลที่ไม่บอกรักกัน ไม่พร่ำเพ้อ แต่ก็รู้นะว่ารักน่ะค่ะ

ส่วนคลิป ไปดูแล้ว แบบ ,,><,, ขอต่ออีกหน่อยได้มั้ยยยย เสียดายเขาเฟดน้อยไปหน่อย ไม่งั้นยิ่งโมเอะได้อีกก XDDD

คุณ 'N' : เขียนเองยังแปลกใจเหมือนกันค่ะ ทำไมเขียนออกมากวนประสาทได้ขนาดนี้ ^^" แถมยังขี้เนียนซะด้วย อิๆ

คุณ C-ornichon : ไม่ใช่แค่ทานซะหมดถ้วยนะ มีการบอกขอเพิ่มด้วย ฮ่าาา ไม่รักทำไม่ได้นะเนี่ย อิๆ ส่วนที่ชอบแกล้ง ก็นะแกล้งท่านอาเธอร์สนุกออกจะตายยย หุๆ

อ้อน : เม้นระดับโลกมากอ้อน =[]=;; แต่ขอบคุณไฟล์เพลงหลายๆ (ตอนเขียนนี่ต้องใช้เปิดyoutube แล้ววนเอา อนาถมาก) แล้วก้ Thx ชื่อเพลง ชื่อวงด้วย ไปหาคำแปลมาอ่านแล้ว โคดจะโมเอะ!!! หลายประโยคนี่ กรี๊ดดด อยากทำเป็น songfic แทนแล้วว (ได้ข่าวไม่ได้เป็น songfic)

จะบอกเป็นซับเซทก็ใกล้เคียงนะ ^^ เพราะเอาฟีลจากเพลงนี้มาอ่ะ (ดูกี่ทีก็ชอบ อัลฟ์หล่ออออ)

จริงๆ รู้สึกติดเรื่องสำนวนด้วยแหละ อย่างที่อ้อนว่าอ่ะ พี่ว่าสำนวนพี่ไม่ค่อยพลิ้วอ่ะ ติดจะแข็งนะอาจเพราะเริ่มจากการเขียนแบบสำนวนแปล แต่เออมันเป็นสไตล์ไปแล้วด้วยน่ะนะ จริงๆ ถ้าอยากปรับคงเป็นใช้ภาษาง่ายๆ แต่สื่อชัดเจนมากกว่านี้อ่ะ (ช่วงนี้ชอบสำนวนแบบนี้) แต่นั่นแหละประเด็นส่วนใหญ่คืออยากเขียนเพราะ โมเอะเป็นชอทๆ ว่ะ 555 สำนวนบางทีเลยชอบเลยตามเลยล่ะนะ (เลวววว)

จะบอกคิดได้ไงว่ะ วาดเอ็นซีกร้ากกก ตอนนั้นจิบิอัลฟ์ยังใสกิ๊งน่อออ 555555 กับเออ ดันเผลอไปสปอยซอรี่ๆ ;p ส่วนมุกขอแต่งงานจริงๆ ก็มาจากผ้ากันเปื้อนเจ้ากรรมนั่นแหละ อิๆ

จริงๆ อัลฟ์ก็พูดขรึมมั้งนะ?? อย่างที่บอก พี่ว่าเบย์เอย์เขียนไม่คล่องติดที่อัลฟ์แหละ เหมือนเวลาเขียนบทสนทนาอัลฟ์ มันยังไม่ใช่ซะเต็มร้อยน่ะ เลยแบบผีเข้าผีออก แหะๆ ไม่เหมือนซูซัง เข้าใจง่ายเพราะไม่ต้องพูด เฮ้ย ไม่ใช่ แบบนิสัยเข้าใจง่ายน่ะ

จริงๆ ตอนแรกยังคิดเลยหรือเปลี่ยนเป็น ทำใจซะเถอะดีกว่านะ แต่ความหมายก็คงเดิมอ่ะเน้ออ ส่วนเรื่องสำนวนบอกไปแล้ว กับใช่เลยยย เบย์เอย์ พี่ไม่ค่อยมีพลอตในหัวยาวๆ น่ะ มีแต่ชอตสั้นๆ เรื่องเลยมักมาเป็นแบบนี้ บางทีพอใส่ส่วนเสริมให้เรื่องมันต่อกัน เลยรู้สึกไม่ลื่นอ่ะ กรี๊ดดด อยากวาดรูปเป็นขึ้นมากระทันหัน ^^"

โปรเจ็คต่อไป ไม่รู้จะได้เขียนเมื่อไร ต่อไปคงเป็นลุดวิคเฟลี่ มั้งนะ (Isolation2 นี่ลืมโลกไปเลยสินะ แว้กกก)

ว่าแต่มาแปลประโยคให้ฟังด้วย เง้อออ (อันแรกน่ะรู้เพราะพอจับคำออกแต่อันนี้ไม่รุอ่ะ แง)

น้อง Nokorichan : อัลฟ์เขาซึนให้สมกับที่ท่านอาเธอร์ซึนจ่ะ กิกิ ท่านอาเธอร์ก็น่าสงสารจริงๆ อ่ะนะ แต่พอแกล้งให้เสียใจ น้ำตาคลอ แหม่ ยิ่งน่าแกล้งเข้าไปอีกนี่นา ฮะๆ

คุณป้าแดง : ฮ่าา บลอคเราทุกเรื่องจะหวานหมดน่ะค่ะ (ชอบเขียนแต่ฟิคไอติม หวานๆ เรื่อยๆ ฮ่ะๆ)

ถ้าเป็นคนอื่นคงต่อยคว่ำ >>> นึกถึงคุณพี่เลยค่ะ 55 (กับคนนี้ท่านอาเธอร์ซัดแน่ๆ) ถ้าอัลฟ์บอก ถ้าไม่รักทำไม่ได้นะเนี่ย อาเธอร์คงบอก >>> ถ้าไม่ใช่นายฉันต่อยคว่ำไปแล้วล่ะ

น้องลูมิน : มันเป็นฟิคเบย์เอย์จ่ะ (กร้ากก น้องลูมินโดดถีบ) ดีใจที่อ่านแล้วโดนน้าาา จริงๆ ประโยคที่ quote มานี่แหละ คำสารภาพรักของอัลฟ์ อิๆ

คุณพินสะดุ่ย : นั่นสิ ปริศนาโลก ทำไมโตมาเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ยย รักเบย์เอย์เช่นกันค่าา

คุณ[bvxvinn ] : ฮ่าาา เรียกลุงนี่ ก็แค่หยอกๆ ล่ะน่าาา :p ดีใจที่อ่านแล้วรู้สึกสมกับเป็นอัลฟ์นะคะ ^^ (เพราะเป็นจุดที่เราไม่ลื่นมือเอาซะเลย) ส่วนตอนบอกรักภาคจิบิอัลฟ์ รู้สึกว่าเพราะเป็นเด็กเนี่ยแหละ ถึงจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองได้น้าา เพราะงั้นพูดไปซร้าา ก่อนโตแล้วจะปากหนัก หุๆ

แต่งงาน เนี่ยย ตามจริงคงแต่งกันไม่ไหว อยู่กันคนละทวีป ^^" แต่ถ้าเอารัฐที่ 51 ล่ะก็ อัลฟ์ทำมึนจับท่านอาเธอร์แต่งกับตัวเองแล้วมั้งค่ะ 5555

คุณชิน : จิบิอัลฟ์ตอนเด็กไม่ผิดน้าาา ต้องเอาอัลฟ์มาตีต่างหาก 555 ถ้าฟิคใสกิ๊งสูบฉีดเลือด งั้น NC เลือดก็พุ่งเลยเปล่าคะ (ฮาาาาา)

จริงๆ อยากคิดวิธีบอกรักของอัลฟ์อีกค่ะ แต่พลอตยังลอยละล่องอยู่เลยแหะๆ

น้อง songsage : คำว่า ลุง โมเอะเนอะ (ขอบคุณคุณรอนสันที่ช่วยแปลศัพท์มาให้เราเพิ่มพลังจิ้น ฮ่าๆ) แต่นั่นสิ คิคุจะไม่โดนเรียกว่าปู่เหรอออ แต่จะว่าไป อัลฟ์คงเรียกให้คนพิเศษมั้ง (ท่านอาเธอร์โวย ไม่ต้องการ!!!)

เรื่องหวานกลับ อัลฟ์คงจะทำตอนที่ท่านอาเธอร์เมามั้งค่ะ 55 ตอนมีสติไปทำ อาจจะโดนท่านอาเธอร์ถามว่าผีเข้าหรือเปล่า ^^"

MAD นี่พอทักมา กลับไปดูใหม่ อืมเหมือนคุณพ่อเลยแฮะ 555 ลุงได้อีกนะ ท่านอาเธอร์ :p

คุณรอนสัน : เป็นเราตื่นมาเจอคำพูดนี้รับอรุณ คงรู้สึกว่าขอไปฝันต่อได้มั้ยเนี่ยยย ทักทายมาซะ หุๆ

จริงๆ เราไม่ตั้งใจเรื่อง รัฐที่ 51 นะคะ แต่พอคุณรอนสันทักมา กรี๊ดดดดดดดดดด ใช่เลย มันต้องเป็นแบบนั้นแหละค่ะ อัลฟ์เหมาไปเรียบร้อยแล้วล่ะ ว่าแต่งกันแล้วนะ โฮกกกกก (เขียนเอง เพิ่งจะรุสึกตัวเอง เรานี่ช่าง.... ==;;)

นั่นสิ อัลฟ์เหมือนรู้แต่แรกอยู่แล้วว่า ท่านอาเธอร์คิดถึงแต่เขาคนเดียวไงไม่รู้เนอะ (แต่เราชอบแบบนี้อ่ะค่ะ ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็สำคัญกับตัวเองที่สุดโฮกๆๆ) แต่จริงๆ พอเขียนอัลฟ์มั่นใจมากๆๆ แบบนี้ ก็นึกอยากเขียน แบบที่ อัลฟ์ไม่ใช่คนแรกของท่านอาเธอร์ขึ้นมาเลยล่ะค่ะ (เอาแบบคุณพี่เคยสอนเรื่อง...กับท่านอาเธอร์) พอจิ้นถึง คนที่ชอบเป็นที่หนึ่ง พอรู้ว่ากับเรื่องนี้ตัวเองไม่ใช่ที่หนึ่งจะเป็นไงแฮะ คงแซ่บไม่เลววว ฮ่าๆ >>> พล่ามมาเนี่ย เขียนขึ้นมาเองจะพาลปวดตับเองสิไม่ว่า กรี๊ดดด

ตอบกลับอย่างเมามันส์ ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ดีใจมากๆ เลยค่ะ

#19 By chibi on 2009-01-14 03:19

จิบิอัลฟ์น่ารักมากๆเลยค่ะ ฮื้อออ นี่ล่ะนะ เด็กมันใสซื่อบริสุทธิ์จนอดรักไม่ได้ (ถึงจะเป็นแค่ความฝันของท่านอาเธอร์ก็ตาม กระซิก)ขำที่วาดคิ้วหนาๆข้างเดียวแล้วบอกไม่เสร็จจังค่ะ อยากเห็นฝีมือวาดรูปด้วย 55

เถียงกับคนบ้า เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางยังไงก็มีแต่แพ้กับแพ้…<<<อ่านประโยคนี้แล้วรู้สึกว่าท่านอาเธอร์ซึนมากๆเลยค่ะ เหมือนแบบ ถึงจะเถียงถึงจะหงุดหงิดแต่ก็ยอมทำแต่โดยดี อ๊า-- ช่างโมเอ้

“ปลงซะเถอะ นายน่าจะรู้…บนโลกนี้มีแค่ฉันคนเดียวแหละที่ทนอาหารฝีมือของนายได้” มือใหญ่หนาผลักถ้วยซุปที่ว่างเปล่าออก “ยังไม่อิ่มเลยมีอย่างอื่นอีกมั้ย”
^
ทำไมอ่านแล้วรู้สึกเหมอนคำสารภาพรักที่สุดแสนจะซึนของอัลฟ์จังค่ะ ฮื้ออ น่ารักแบบปนน่าหมั่นไส้ ชักเข้าใจความรู้สึกของท่านอาเธอร์ที่เกลียดไม่ลงซะแล้ว...

#20 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2009-01-14 17:59

อเมริกาน่ารักอย่างแรง

#21 By lady-rabbit on 2009-01-17 00:14

น่ารักมากกกกกกกกกกกกก มากๆๆๆๆเลยค่ะ >////<
ชอบมากๆเลยค่ะเรื่องนี้ จิบิอัลฟ์น่ารักสุดๆ ท่านอาเธอร์..แหม ยังจะซึนกับเด็กอีกเหรอคะ
ตอนแต่งงานก็เผลอเชื่อไปเหมือนกันค่ะ เรื่องอาหารก็โมเอ้มากค่ะ เห็นด้วยจริงๆค่ะเรื่องหน้าด้านนี่ต้องยกให้อัลฟ์เลย5555 เมื่อไหร่ท่านอาเธอร์จะเข้าใจความหมายของ"หิวแล้วนะ"ของอัลฟ์ซะทีน้า~

ขอโทษนะคะที่เพิ่งจะมาเมนท์เอาป่านนี้ >< เพิ่งมาตามไล่อ่านได้ไม่นานนี้เองค่ะ อ่านเรียงมาหมดแล้วขอบอกว่าชอบมากๆเลยค่ะ >///< ทั้งน่ารัก ทั้งโมเอ้ ทั้งดราม่า (ตอนอัลฟ์ฝัน ที่แอบเรทๆ ก็สนุกมากค่ะ >< อ่านแล้วลุ้นจริงๆตอนนั้น) แบบว่าปกติไม่ใช่คนอ่านนิยายเท่าไหร่แล้วก็เมนท์ไม่ค่อยเก่ง แต่ชอบมากจริงๆค่ะ >//////< แถมอ่านรวดเดียวติดต่อกันด้วยอารมณ์ "อยากอ่านต่อๆๆๆ" เลยล่ะค่ะ (ทั้งๆที่ปกติเป็นโรคแพ้ตัวหนังสือเยอะๆsad smile)

ขอบคุณมากค่ะสำหรับฟิคสนุกๆ จะติดตามต่อไปแน่นอนค่ะcry

#22 By Yuzu on 2009-01-18 00:43

อ๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

อ่านไปกรี๊ดไปจนท่านแม่รำคาญ

มีแต่ประโยคชวนให้กรีดร้องด้วยความโมเอ้ที่พุ่งขึ้นมาเต็มอกเลยล่ะค่ะ

แต่เราชอบความซึนของเบย์เอย์มากๆ เลยค่ะ แบบว่าวิธีบอกรักฉบับอัลฟ์ๆ เนี่ยมันทำให้ต่อมความโมเอ้แทบแตกซะยิ่งกว่าอัลฟ์เด็กน้อยบอกว่ารักอังกิดที่ฉู้ดซะอีก >w<

ยิ่งตอนบอกว่าอย่าไปทำอาหารให้คนอื่นทานเชียว<<<หวงชัดๆ สินะคะ! กับ ในโลกนี้มีฉันคนเดียวที่ทนทานอาหารฝีมือนายได้เนี่ย<<<แปลว่าในโลกนี้ฉันนี่แหละรักนายที่สุดใช่มั้ยคะ! นี่มันสารภาพรักกันชัดๆ แล้วนะคะ! ท่านอาเธอร์! 気がついてよ!!!

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในการทำงานค่ะ

#23 By renme on 2009-01-20 19:50

เพิ่งจะได้เข้ามาอ่าน (อนาถจริงหนอ...)

อ่านไปยิ้มไปได้อีกกกกกกกกกกกกกกกกกก
พี่จะแต่งน่ารักไปไหนค๊า~~~~~~
อ่านแล้วชีวิตสดชื่น มีกำลังใจอู้งานอีกสามสิบหน่วย (ดีแน่หรือ?)

ขอกดโหวตก่อนเลย..

ถ้าให้จัดโพลประเทศที่หน้าด้านที่สุดในโลก เขาไม่ลังเลเลยจะให้คนตรงหน้าเป็นอันดับหนึ่ง
<< ถูกใจโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด (ฮา) แต่อังกิดต้องเข้าใจนิดนึงนะฮะ มัน "ด้านได้อายอด" อ่ะ แล้วยิ่งแบบอังกิดเนี่ย ถ้าหน้าไม่หนาเท่านี้ จะเป็นอย่างปัจจุบันนี้ได้เหรอ??? (หัวเราะจนปวดท้อง)

แล้วไอ้ที่บอกว่า "ต้องให้ปลุกด้วยวิธีนี้อยู่เรื่อย" นั่นมันอาร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย แกไปปลุกเค้าบ่อยๆเพื่ออออออออออออออออออออออออ??? (กรีดร้อง)
สีหน้าเมกาเจ้า้เล่ห์สุดๆ (หื่นสุด) นี่ถ้าไม่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นอังกิดนี่ไม่ยอมนะเนี่ย (ไม่ใช่ละ...)


วิธีเลี้ยงดูของเรามันผิดตรงไหนเนี่ย
<< ผิดที่นายน่ารักเกินไปจนอดใจไม่ไหวน่ะแหละ (ฮา...ล่อนก็ตอบเองเป็นฟิคเลยเว้ยเฮ้ยยยยยยย sad smile )
วิธีเลี้ยงอ่ะถูก แต่ไอ้คนถูกเลี้ยงนั่นแหละที่มีวงจรความคิดผิดๆ (อาจจะเป็นเพราะฝรั่งเศสก็ได้ ใครจะรู้??)

ชอบประโยคแทบทุกอันที่เมกาพูดนะ
แต่ละคำช่างแฝงความหมายอยู่เรื่อย (ไอ้เนียนเอ๊ย)
พ่อคนขี้หวงนี่คารมดีไม่หยอกนะคะ (ฮา) เพียงแต่ว่าท่านเธอร์จะรู้ถึงความหมายแฝงรึเปล่าเนี่ยสิ? (ยิ้ม)

ท่อนสุดท้ายได้ใจไปเต็มๆ

ถ้าไม่รักน่ะทำไม่ได้หรอกนะ…
<< เหวยยยยยยย
หวานไปยันโลกหน้าเลยค่ะคู๊ณณณณณณณณณณณณ
อ่านแล้วขนลุกเหมือนมีมดไต่จากบลอคพี่มินท์ออกมาเดินเล่นแถวคีย์บอร์ดเลยเชี๊ยวววววววว


แต่แค่ได้อยู่กันสองคนแบบนี้ ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องวิเศษได้นี่นา…
<< จอร์จ... หวานได้มากกว่านี้อีกไหม? น่ารักได้มากกว่านี้อีกรึเปล่า? (โฮกฮาก)

เด็กน่ารักที่โตมาบ้าบอแบบนี้...ถ้าไม่รักก็ทนไม่ได้เหมือนกันนะเนี่ยยย (ฮา)


ขอบคุณนะคะสำหรับฟิคพาหัวใจชื่นบานแบบนี้
/กอด cry

#25 By 『 フェロン 』 on 2009-01-29 11:44

โอ้ววว

เบย์เอย์จงเจริญ
น่ารักมากๆเลยค่า

ชอบการแสดงออกที่เปลี่ยนไปจากเด็กๆ
ของอัลฟ์มากๆค่า

#26 By choc on 2009-02-21 10:01

ฟิคน่าร๊ากกก

สงสารอาเธอร์ อัลฟ์ก็อัลฟ์เถอะ

แต่คนทำอาหารก็มีหัวใจนะ555+

(ได้ข่าวว่าโดนขโมยไปแล้วนี่..)

#27 By -:Lilitto:- on 2009-05-10 00:47

อ๊าาา

น่ารักจังเลย น่าร๊ากกกกกกกกกก!!~
เสียดายเหมือนท่านเธอร์เลยค่ะ อีตาอัลฟ์ตอนเด็ก น่ารักซื่อสุดๆ บอกรักแบบซื่อๆ น่ารักเป็นบ้า~! อร๊าย

ตอนโต ราวกับคนละคน ฮ่าๆๆ(แต่ก็ยังรักกันดีอยู่นะ^^<=รึเปล่า?)

ฟิกเรื่องนี้น่ารักจังเลยbig smile
(รู้สึกว่าตัวเองใช้คำว่าน่ารักฟุ่มเฟือยมากค่ะ=w=)

#28 By kazukazu on 2009-11-14 23:32