กลับมาแล้วค่ะ
posted on 12 Apr 2009 17:14 by chibiจริงๆ ต้องบอกกลับมาถึงตั้งแต่ตีสี่ เวลาที่อังกฤษค่ะ แต่เดินกลับไม่ได้เลยไปนอนค้างบ้านเพื่อน ที่อิตาลี อากาศร้อนเหมือนเมืองไทยมากเลยค่ะ แต่ดีกว่าคือตอนเช้าอากาศจะหนาว และมีลมเย็นๆ พัดมาบ้าง (และเชื่อของเชื่อเลยว่า คนอิตาลีกับคนไทยโดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวนี่เหมือนกันชะมัดเลยอ่ะ) แต่พอกลับมาที่อังกฤษทีก็อากาศหนาวอย่างไม่น่าเชื่อ (ฝรั่งเศส กับสวิสยังอากาศสบายๆ กว่าอีกอ่ะ) อังกฤษนี่เจอฝนตกใส่เลย จะมาเป็นหวัดเพราะอีตอนกลับน่ะแหละ
เข้าเรื่องๆ ทริปนี้เป็นอะไรที่มันส์มากจริงๆ ค่ะ XDD โอยย 11 ชีวิต 12 วัน 3 ประเทศ 7 โรงแรม เปลี่ยนแผนกันกลางทาง อีกสารพัดเลยค่ะ ^^ แถมยังได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในการท่องเที่ยวแบบนี้อีกด้วย แต่เหนืออื่นใดคงเป็นการไปตระเวณเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ พอคิดว่าเมืองหรือสถานที่ที่ไปมันเป็นแรงบันดาลใจการ์ตูน หรือนิยายเรื่องไหร นี่มันโมเอะสุดๆ หลายที่เลยค่ะ (ประทับใจสุดๆ ตอนที่เที่ยวเวนิซแล้วคิดถึง วันพีซ ตอนฉากเกาะวอเตอร์เซเว่น รถไฟที่มุ่งเข้าเกาะกลางน้ำนี่มันเท่ห์มากๆ)
จะพยายามเขียนให้จบนะคะงวดนี้ แม้ดิสเซอจะค้ำคอ ขอโน้ตสถานที่แต่ละวัน ซึ่งบางจุดเราจะรวบไว้ในเอนทรีเดียว ทริปของเราพอดีเป็นแบบเที่ยวกันเองไม่ใช่ทัวร์ บางวันเลยจะหมดไปกับการนั่งรถไฟ ย้ายเมืองไปตามจุดต่างๆ ค่ะ ^^
29 Mar : ออกเดินทางจากเบอร์มิงแฮมเข้าสู่ลอนดอนเพื่อขึ้นเครื่องบิน พัก easy hotel ตอนสี่ทุ่ม
30 Mar : ตื่นตีสามขึ้นเครื่องไปปารีส เก็บของเข้าที่พักก็ลุยไป Sacre Coeur (ปีนขึ้นยอดโบสถ์นี้ด้วย) กับตะลุยขาลากที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (ได้ดูโมนาลิซ่า รูปปั้นวีนัส คิวปิดกับไซคี virgin rock และ งานของอ. ฮิโรกิ งานศิลปะท่านอื่ก็โคดยอด ^^) กินมื้ออาหารฝรั่งเศส (แพง =_=;;) แล้วก็จบที่ ประตูชัยของฝรั่งเศส
31 Mar : ตื่นไก่โห่ไปเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์ ตกบ่ายไปโบสถ์นอร์ธเธอดาม (เสียใจไปไม่ทันขึ้นยอดหอ T^T) เที่ยวเล่นชิวๆ รอเวลาหอไอเฟลยามดึกเปิดไฟ จากนั้นเดินไปดูเทพีเสรีภาพอีกตัวที่ปารีส
1 Apr : ไปยืนดู Opera House (ยืนจริงๆ) แล้วก็แยกตัวกับเพื่อนไป Moulin Rouge!!! (ไม่มีเงินไปดูจริงๆ หรอกนะ แพงอ่ะ) จากนั้นออกเดินทางไปเจนีวา >> กระเป๋าเพื่อนหายวันนี้แหละค่ะ ;^; ตลอดทริปไม่เจอขโมย แต่ดันมาเจอที่สวิส รายละเอียดจะมาเล่าทีหลัง
2 Apr : เดินเล่นในเจนีวา ชมน้ำพุกัน (หมอกลงแซรดดด) ซื้อของให้เพื่อนที่กระเป๋าโดนขโมย (โชคดีในนั้นไม่มีของมีค่าอะไรนอกจากเสื้อผ้า เพราะของมีค่าทุกคนเก็บกับตัวตลอด) จากนั้นกลับฝรั่งเศส ^^;; >>> ที่เปลี่ยนแผนกลางทางคือนี่แหะลค่ะ เพราะเวลาไป interlagen ไม่พอ ยกเลิกเที่ยว ลูเซิน อดไปพัก Jail Swiss อ่า แล้วไปเที่ยวภูเขาทองบลังต์ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ฝรั่งเศสแทน
3 Apr : ขึ้นเขามองบลังต์ของฝรั่งเศส สัมผัสหิมะ แล้วก็ไปเที่ยวธารน้ำแข็ง จากนั้นมุ่งไปซูริค
4 Apr: มีเพื่อนกลุ่มนึงแยกตัวไป Interlagen (แต่ไม่ได้ไปจุงฟาร์) ส่วนเราไปเที่ยวในเมือง ไป St. Gallen ซึ่งมีห้องสมุดที่สวยที่สุดในสวิส และติดอันดับโลก (แต่ประทับใจโบสถ์มากกว่าอ่ะ =_=;;) เที่ยวแบบตุ๋นๆ เปื่อยๆ เพราะจะชาร์จพลังลุยอิตาลี
5 Apr: ออกจากซูริค นั่งรถไฟทั้งวันข้ามสวิสไปอิตาลีเพื่อมุ่งสู่ เวนิซซซซซซ XDDDDDD
6 Apr: เที่ยวเวนิซกันทั้งวัน (โดนหลอกกินปลาราคา 80 ยูโร อร่ากกก) โมเอะสุดๆ กับฉากที่ชวนนึกถึงเกาะวอเตอร์เซเว่น รวมถึงหน้ากากคานิวัลแบบต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหุ่นใน หุ่นเชิดสังหาร XDD ได้ค้นพบว่า อิตาลี ชาร์จตุ๋นเงินนักท่องเที่ยวได้ทุกวิถีทาง =_=;; (นัยหนึ่งโจรอิตาลี แอดวานซ์กว่าโจรสวิสค่ะ)
7 Apr: เปลี่ยนแผนไปเที่ยวฟลอเรนซ์ เมืองแห่งศิลปะเร็วขึ้น ^^ ไปถึงบ่ายๆ เดินชมสะพาน (วิวสวยมากๆ) ขึ้นยอดเขาไมเคิลแองเจโลเพื่อชมวิว เดินเที่ยว squre ในเมืองตอนกลางคืน ประทับใจที่พักรอบนี้มากกก XDDD
8 Apr: อยู่ฟลอเรนซ์กันต่อ ชมรูปปั้นเดวิด (สุดยอดดดดมากกกกก) เที่ยว Doumo บ่ายเปื่อยๆ เก็บพลังลุยโรม
9 Apr: แวะไปถ่ายกับหอเอนปิซ่า (เพิ่งจะรู้ว่ามันเอนประมาณ 75-80 องศาได้มั้ง เอนน้อยกว่าที่คิดอ่ะ) แต่ถ่ายรูปกันมันส์สุดๆ (เพราะต้องแอคท่าเอนเนี่ยแหละ) ไปถึงโรมตอนห้าทุ่ม
10 Apr: ตอนเช้าแวะไปเก็บ Piazza de popolo ได้จุด Marker Earth ของ Angel&Demon / เที่ยวนครวาติกัน ผ่านจตุรัส S. Pietro ได้ Marker Air XDDD/ เข้า Museum ของวาติกัน เพื่อชมภาพ The Last Judgement (ส่วนตัวจบทริปนี้รู้สึกไมเคิลแองเจโล เทพมากๆ =[]=;;) / จากนั้นไป Pantheon (จริงๆ เก็บไปหลายจุดมากตามแผนที่ค่ะ แต่เล่าคร่าวๆ แล้วกัน) จากนั้น Piazaa Navoana เพื่อเก็บ Water / จบแต่ไม่ท้ายสุดที่ น้ำพุ Trevi เพื่อไปโยนเหรียญลงน้ำพุเพื่ออธิษฐานให้กลับมายังโรมอีกครั้ง XDDD
11 Apr: ตื่นเช้าไป ดู The Ecstasy of St. Theresa เพื่อเก็บ Makers Fire เป็นอันสุดท้าย ก่อนจะจับรถไปสมทบกับเพื่อนที่โคลอสเซียม (ของอย่างนี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อเกือบสองพันปีก่อน สุดยอดไปเลย) ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แทบจะเป็นลมกับแดดแรงกล้า ก่อนจะปิดท้าย Fori Romano (ไม่แน่ใจชื่อแต่เป็นซากเมืองเก่าของโรมค่ะ ^^) จากนั้นต้องตรงกลับ Hostel ไปเก็บข้าวของกันเพื่อตรงไปสนามบินกลับเบอร์มิงแฮม >> ประทับใจจริงๆ ได้นั่งพื้นโซ้ยข้าวผัดกันตรงหน้าจุดโหลดกระเป๋า 55
12 Apr: นั่งพิมพ์อยู่หน้าจอเนี่ยแหละค่ะ
คร่าวๆ ราวๆ นี้แหละเน้ออ เด๋วต้องเอารูปมาลงก่อน ถ่ายไปพันกว่าใบได้มั้ง ^^;; เพราะพยายามเก็บหลายมุม ให้สวยสุดเท่าที่จะทำได้ T^T ยังไงวันนี้ว่าจะลุยเขียนเลย เพราะเด๋วต้องปั่นดิสเซอแล้วอ่าาา
อ่อ ศัพท์ประจำทริปแถมๆๆ
- ภาวะไข่ตุ๋น : ภาวะที่เมื่อเพื่อนในกลุ่มเริ่มถกเถียงกันว่าต้องขึ้นสถานีไหนเวลาอะไร วางแผนดูตารางรถไฟ ไปจนถึงการวางแผนเที่ยว เมื่อถกเถียงเป็นเวลานาน กลุ่มคนที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้จะช่วยออกความเห็นอย่างไรจะเกิดอาการตุ๋น และมองหน้าเพื่อนตุ๋นๆ ด้วยกัน (ส่วนใหญ่จะหน้าเดิมๆ) คำแปลอีกอย่างคือกลุ่มไม่มีประโยชน์ มักมีหน้าที่เอาไว้เฝ้ากระเป๋า (ซึ่งเหล่าตุ๋นยังจ๊าดง่าวให้เกิดกระเป๋าหายกัน OTL) เหตุที่เรียกไข่ตุ๋นเพราะ ช่วงวางแผนครั้งนึงขณะที่เพื่อนๆ ยุ่งกันอยู่ มีเพื่อน (ซึ่งปัจจุบันได้ตำแหน่งหัวหน้าไข่ตุ๋นไปแล้ว) ซึ่งไม่รู้จะทำอะไร ก็ได้รับคำสั่ง "ไปทำไข่ตุ๋นแล้วกัน"
ทำออกมาอร่อยด้วยนะ กับจริงๆ ไข่ตุ๋นมันทำทิ้งไว้ก็ได้ แต่เราก็สามารถไปนั่งดูมันตุ๋นได้ =_=; อ่อกับเขียนมาทั้งหมด เจ้าของบลอคก็ตุ๋นเหมือนกันค่ะ 55 มีบางครั้งที่ได้เป็นกุ้งสับบ้าง
- กุ้งสับ : หรือต้มยำกุ้ง คำแปลคือกลุ่มมีประโยชน์ ใช้งานได้ บางครั้งบางคราว ตุ๋นมักกลายร่างเป็นกุ้งสับได้ ถ้ามีประโยชน์ตลอดจะเป็นต้มยำกุ้ง เหตุที่ต้องกุ้งสับ เพราะเราใส่กุ้งสับในไข่ตุ๋นกันน่ะ มีประโยชน์ต่อร่างกายดี
- ตุ๋นเนียน : ภาวะไข่ตุ๋นเข้าไปยืนเนียนกับกลุ่มมีประโยชน์ ทำตัวเสมือนรู้เรื่องกับเขา แต่จริงๆ กุก็ยังงงว่ะ?? ไข่ตุ๋นที่เีจะต้องเนียนนุ่มถึงจะอร่อยนะ
- ไม่เป็นไร อย่าเสียกำลังใจ : ไว้เอ่ยกันเวลาทำอะไรผิดพลาด ไม่เป็นตามแผน ดวงกมลทัวร์เปลี่ยนทริปกันได้ทุกห้านาที (ต้องมีซาวน์ประกอบจะได้อารมณ์มั่กๆ)
- เป๋าๆ : ไว้เวลาบอกให้ระวังกระเป๋าโดนขโมย (มักจะร้องกันถี่ขึ้นหลังจากเจอเหตุที่เจนีวา)
- มะม่วงไม้ๆ : มาจาก fwd mail เป็นรหัสที่แอร์ไว้คุยกันเวลาบอก ฝรั่งหล่อ (ไม้มาก แปลว่า หล่อมาก) ตลอดทริปรู้สึกพวกเราจะเป็นปลวกกันได้ยินแต่ไม้ๆๆ
หมดแล้วมั้ง ฮาาา ไว้จะเขียนเต็มๆ แบบมีสาระ(เหรอออ) ในเอนทรีหน้าค่ะ ^^

แย้กกกกกกกกก อ่ากกกกกกกกกกกกกก
โมเอ้! โมเอ้แบบที่เจ๊ว่า
คร่าวๆคือ ถ้าได้ไปเยือนสถานที่ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดของอะไรต่างๆที่เรารู้จัก มันจะ โมเอ้มากก กี๊ซซซซ
(เราว่าเจ๋งอ่ะที่เจ๊มีความรู้รอบๆเกี่ยวกับหนังสือหลายประเภท มันเลยโยงกันได้หมด โฮก)
อ่านคร่าวๆแล้วนึกภาพตาม น่าสนุกชะมัด!! อ่ากกกก ฝันไว้สักวันจะไปเที่ยวแบบนี้ล่ะฮ้า โฮกกกกกกกก (ตังค์ล่ะ)
อุ่ย มัวแต่กรี๊ด ลืม โอคาเอริ๊~~!! กลับมาแล้วเหรอฮ้า ยังไงก็ต้อนรับสู่โลกแห่งเนตเหมือนเดิมครับผม 555+
โอย ยังชอบเกร็ดเล็กน้อยข้างบนอยู่ กรี๊ด
รออ่านทริปเต็มๆอีกทีนะฮ้า
ปล.จริงๆลืมฝากเจ๊ถ่ายรูปสไตล์สบายๆ แบบผู้คนในเมืองเดินกันขวั่กไขว่ล่ะ ห้าห้า แต่คิดว่าอาจจะมีบรรยากาศที่ว่าหลุดมาบ้างแหละ จะรอชมนะฮ้าาา
ปล.อีกที เมืองไทยกำลังร้อนจัด
ยังไงก็ขอสาดน้ำเพิ่มความเปียกให้คนที่นู่นนะฮ้า (เกี่ยว?55)
#1 By เอส ♥ YS ! on 2009-04-12 18:29