หอบกระเป๋าตะลุยยุโรป: ตอนท่องปารีส (1)
posted on 12 Apr 2009 21:57 by chibiออกตัวนิดนึงเราเที่ยวแบบใช่ว่าจะเชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์อะไรมากมาย ส่วนใหญ่อาศัยจำได้ลางๆ จากการ์ตูนหรือนิยาย กับความรู้ที่เคยเรียนมา หากผิดพลาดประการใดขอผู้รู้ช่วยชี้แจงนะคะ เผื่อไปรอบหน้าจะเก็บรายละเอียดใหม่ค่ะ ^^
อัพวันแรกค่ะ ส่วนตัวยังเปื่อยๆ อยู่เลยคงเน้นสาดรูปเป็นหลักมากกว่า อาจเพราะส่วนนึงที่ Sacre Couer เราไม่ค่อยรู้ประวัติมากเท่าไรนอกจากที่อ่านในหนังสือว่าเป็น Monument สงคราม France-Prussian แล้วก็มีรูปปั้น Joan of Arc (แต่หาไม่เจออ่าา) แต่โบสถ์สีขาวหลังนี้ก็สวยจริงๆ นะให้ตายเถอะ
ชักนอกเรื่องแฮะ เอาเป็นว่าเราบินจากลอนดอนมาลงที่สนามบินปารีสค่ะ จากอังกฤษบินมาใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ เน้อ ก็ไปซื้อตั๋ว Paris Pass แล้วก็ตรงดิ่งเข้าตัวเมืองกัน ซึ่งแผนที่รถไฟใต้ดินของฝรั่งเศสขอสารภาพค่ะ อ่านตอนแรกปวดตับมากก เพราะไม่มีความรู้ภาษาฝรั่งเศสเลย T_T ก็ตุ๋นไปค่ะ เพื่อนนั่งอ่านทางไปโรงแรมก็จัดการตรงไปที่สถานีลูมิแอร์ (จริงๆ มีทางไปได้หลายทางน่ะนะ)
ซึ่งวันแรกที่เดินทางเหนื่อยมากๆ เพราะก่อนหน้าคือนอนบนรถโค้ท นอนพักโรงแรมไม่กี่ชั่วโมง มานั่งเครื่องบินต่อปารีส จากนั้นก็แบกกระเป๋าร่วมสิบโลขึ้นลงตลอด............ซึ่งปารีสก็น่ารักมากค่ะ ทางขึ้นรถไฟไม่มีบันไดเลื่อนขึ้นเลยเง้อออ T[]T เลยได้ยกกระเป๋ากันอย่างหนุกหนานมากๆ
ส่วนตัวเราว่าเมืองปารีสสกปรกกว่าอังกฤษนะคะ แต่อากาศดีกว่าเยอะ แล้วคนก็นิยมขี่จักรยานกันมาก ผิดกับอังกฤษที่เราแทบจะไม่ค่อยเห็นคนขี่จักรยานเลย (หรือเพราะลมฝน?) ที่แรกที่เราพักคือ Christopher's Inn ค่ะ ก็อยู่สบายดีไปแชร์กับชาวบ้าน ห้องนอนจะมีผ้าม่านกั้นเป็นส่วนตัวกันอีกที วันที่สองมีหนังสดด้วย โอ้วแม่เจ้า!!!...ซึ่งเอาล่ะ เราจะไม่พูดถึงหนังสดกัน แต่เราจะไปเที่ยวกันดีกว่า ^^

Hostel ที่ไปพักค่ะ ทริปนี้เน้นประหยัดที่พัก แต่ไปล้มเหลวล้มละลายตอนกิน OTL
เหตุที่เราเลือกไป Sacre Coeur ก่อนเพราะมันใกล้กับที่พักเราด้วยน่ะค่ะ นั่งรถไฟไปไม่กี่สถานี โผล่ออกมาปุ๊ปก็เจ๊อะกับโบสถ์สีขาวซึ่งเด่นสะดุดตา ผู้คนเดินขวักไขว่มาก (แต่ถ้าไปเจอแวร์ซายส์หรือที่อื่นในอิตาลีขอบอกเลยค่ะว่าที่นี่ชิดซ้าย) สำหรับโบสถ์นี้ก็เข้าชมฟรีค่ะ มีเสียเงินก็ตรงจุดปีนหอคอยสามร้อยกว่าขั้นเพื่อไปยืนชมวิวทั้งเมืองของปารีสกัน

Sacre Couer ค่ะ โบสถ์ของจริงสีขาวสง่ามาก มองจากภายนอกเขาดูแลได้ดีจริงๆ

เหมือนตามประเทศอื่นๆ จะมีนักดนตรีมาเล่นแสดงโชว์กัน
แต่เราเพิ่งเคยเห็นคนเล่นฮาร์ป
นอกนั้นจะมีพวกพี่มืดพยายามคว้าแขนนักท่องเที่ยวบังคับขายสร้อยน่ากลัวมาก
วิธีที่ดีคือเดินหลบให้ไกลที่สุดค่ะ เพราะพวกนี้จับสะบัดไม่หลุดเลย
มีหนักข้อมากก็ตอนเราเดินลงบันได พี่แกถ่ายรูปแล้วบังคับขายเลย โอ แม่เจ้า =[]=;;

ไต่บันไดแฮ่กๆ เดินมาถึงแล้วเน้ออ ตอนนี้มาดูรูป รู้สึกคนแค่นี้ธรรมดาค่ะ เจอแวร์ซายส์อึ้งกว่า
ส่วนรูปข้างในไม่มี เพราะเขากำลังทำพิธีกันอยู่ค่ะ

บานประตูทางเข้า ^^ เข้าชมข้างในจากนั้นก็ได้เวลาปีนหอล่ะ
คนอื่นส่วนมากด้วยสภาพร่างกายไม่ไหวแล้วเลยมีเรากับเพื่อนอีกคนปีนขึ้นไปชมค่ะ ชอบอากาศปารีสวันนี้มาก ฟ้าใสสีสวยสุดๆ ทีเดียว (จริงๆ ทริปนี้ดีใจที่อากาศดีตลอดทั้งทริปจนกระทั่งกลับมาอังกฤษเนี่ยแหละค่ะ หนาวสุดๆ เลย)

ภาพมองจากตัวโบสถ์ลงไปค่ะ (ลืมปรับรูปที่ถ่ายทั้งเมือง กรรม)
ภายในตัวหอคอย (ที่เลอะด้วยขี้นกและคนมือบอน<< คนมือบอนนี่มีทุกประเทศที่ไปค่ะ)
ทางเดินจะวนไปรอบๆ เพื่อให้เรามองเห็นปารีสได้ทุกทิศ
ถ่ายเสาด้านนอก
มองไปอีกฟากหนึ่งจะเห็นยอดหอซึ่งใช้ตีระฆัง
เมืองที่มองผ่านจากเสา
โดมซึ่งอยู่ด้านล่าง
วันนี้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสจริงๆ
กากอยส์ซึ่งกำลังเฝ้ามองเมืองปารีสค่ะ (อยากถ่ายของนอร์ธเตรอดามส์ กร๊าซซ T[]T)
อยู่ที่นี่ได้พักนึง ก็ต้องทำเวลาไปต่อที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์แล้วค่ะ หลายคนคงคุ้นหูกับชื่อนี้ดีจากหนัง Davinci Code และภาพโมนาลิซ่าอันมีชื่อเสียงโด่งดังก็เก็บไว้ที่นี่นั่นเอง (แน่นอนรวมถึงงานภาพอื่นๆ ด้วย) ซึ่งไปไม่ยากเช่นกันค่ะ เพราะจะฝรั่งเศสหรืออิตาลีก็ดี ส่วนใหญ่สถานที่สำคัญจะมีขึ้นบนป้ายรถไฟ หรือแผนที่บอกทางให้หมดค่ะ และพวกเมโทรทั้งหลายจะไปลงตรงที่แบบแกขึ้นไปปุ๊ป สถานที่ก็กระแทกหน้ากันปั๊ปเลยค่ะ 55 แบบไปง่ายมากๆ เราเข้าลูฟร์โดยทะลุขึ้นจากรถไฟใต้ดินค่ะ บอกตามตรงเลยให้อารมณ์............นึกว่าเดินเข้าห้าง =_=;; คือมันเดินมาปุ๊ปเจอปิระมิดแก้วกลับหัว อยากเกาหัวตามว่า เอ๊ะนี่ของทำปลอมเหรอ จนเดินเข้าไปอีกหน่อย เฮ้ยย ถึงแล้วเรอะ ข้างใน หอชั้นใต้ดินยังกะห้างแน่ะ ซึ่งตรงใจกลางชั้นใต้ดินนี่ก็จะมีบันไดแยกออกไปอีกหลายห้องมากๆ ว่าจะเลือกไปชมห้องไหนก่อน (แต่ความจริงทุกส่วนทุกตึกสามารถเดินเชื่อมกันได้หมดนะคะ ไม่ต้องย้อนกลับมาใหม่) เรากับเพื่อนเลือกซื้อตั๋วที่สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด สนนราคา 14 ยูโร ซึ่งทริปคราวนี้สอนให้เรารุว่า ซื้อแบบถูกสุดดีกว่าอ่ะ เอาเข้าจริงของฝรั่งเศส ส่วนที่ปิดต้องเสียเงินเข้ามักจะเป็นนิทรรศการเฉพาะกิจค่ะ ภาพหลักๆ อย่างโมนาลิซ่า รูปปั้นเทพีวีนัส ราคาถูกสุดดูได้ ซึ่งตรงจุดนี้เราว่าตรงข้ามกับอิตาลีค่ะ ที่พี่แกอันไหนดัง เก็บเงินเฉพาะส่วนกันอีกที แถมที่ลูฟร์หนักกว่านั้นซื้อตั๋วมาแล้ว ตอนยื่นพี่แกยังไม่มองเลย แบบว่าจะเนียนเข้าก็เข้าได้เฉยเลยอ่ะ อะไรก๊านนนน โฮกกกก!!
บรรยากาศภายในลูฟร์ค่ะ พอดีมาช่วงบ่ายคนเลยไม่มาก
ลืมถ่ายส่วนชั้นล่างที่เราว่าเหมือนห้าง อันนี้ชั้นที่จัดแสดงภาพโมนาลิซ่าค่ะ
เพดานของลูฟร์
จะไงก็แล้วแต่ก็เข้ามาแล้วน่ะนะ ^^;; แน่นอนต้องไปชมภาพโมนาลิซ่าก่อน อ่อ ส่วนตัวลูฟร์มาตอนบ่าย คนไม่แน่นค่ะ เดินสบายมากๆ ไม่ต้องต่อคิวเลย ส่วนแรกที่เราไปชมก่อนจะเป็นส่วนพวกรูปปั้นต่างๆ แต่ขอผ่านนะคะ เพราะไม่ได้สนใจมาก ด้วยอยากทำเวลากันเลยเลือกไปชมรูปโมนาลิซ่า ก็ต่อลิฟท์ขึ้นไปนับ floor ไม่ถูก = =;; แต่เป็นชั้นแสดงภาพวาดน่ะค่ะ ซึ่งเดินไปเรื่อยๆ ตามคนหมู่มากไปก็จะเจอภาพโมนาลิซ่าเอง
รอยยิ้มของโมนาลิซ่าอยู่ไกลค่อดๆ ถ่ายรูปคู่ได้ในระยะไกล
เขาจะจัดเก็บไว้แบบนี้ค่ะ คนมามุงไม่ขาดสายแต่ฝ่าไม่ยากค่ะ
ส่วนตัวเราว่าคนน้อยนะวันที่เราไป มุงไม่นานก็เข้าไปอยู่ข้างหน้าได้ ส่วนตัวรูปเล็กกว่าที่คิดกับวางห่างจากจุดชมใช้ได้เลย เอาเข้าจริง เฉยๆ กับรอยยิ้มโมนาลิซ่าอ่ะ ^^; แต่เข้าใจว่าภาพนี้ดังเพราะไม่ว่าจะมองภาพนี้จากมุมไหน โมนาลิซ่าจะยิ้มให้เราเสมอ >> เหมือนอ่านมาจากการ์ตูนสักเรื่อง เรื่องจริงเปล่าอ่ะ ส่วนตัวเราประทับใจรูปอื่นมากกว่าค่ะ กับดีใจที่ได้เห็นรูป Virgin Rock แอบไปยืนมองความหมายภาพที่ใน Davinci Code เอามาเขียนด้วยอิๆ
รูปนี้ค่ะ ประทับใจมากขนาดซื้อเป็นโปสการ์ดส่งให้พี่สาว
สาวน้อยในภาพสวยมาก คอมโพสแจ่ม โดยสีผิวน้ำสะท้อนสุดยอด!!

Virgin of the Rocks ผลงานอีกชิ้นของลีโอนาโด ดาวินชี่จัดแสดงไม่ไกลจากภาพโมนาลิซ่าค่ะนอกจากนี้ยังมีภาพวาดบุคคลสำคัญต่างๆ ของฝรั่งเศสอีกด้วย
Joan of Arc วีรสตรีผู้ได้ยินเสียงของพระเจ้าค่ะ
นโปเลียน โบนาปาร์ตค่ะ จากที่อ่านคำบรรยายดูเหมือนจะเป็นตอนปราชัยที่รัสเซีย
ในส่วนของรูปปั้นประทับใจรูปคิวปิดกับไซคีค่ะ ปั้นได้โรแมนติคมาก >____< วีนัสที่แขนขาดไปข้างก็น่าสนใจนะ เพิ่งเคยเห็นของจริง ปกติเห็นล้อในการ์ตูนกันบ่อยๆ มีงานของไมเคิลแองเจโลด้วย ลูฟร์นี่กว้างจริงๆ ค่ะ สารภาพว่าเราเองก็เดินไม่หมด ขาดตรงส่วนชั้นบนสุดที่เป็นงานภาพเขียนของเยอรมัน เนเธอร์ แลนด์ ฮอลแลนด์พวกนี้น่ะค่ะ แล้วภาพกับรูปปั้นก็เยอะมากๆ บางครั้งเดินไปก็ชวนให้นึกถึงเรื่อง Cat's eyes ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

เซ็งหลบอาเจ๊ข้างหลังไม่ได้อ่า T_T รูปปั้นนี้ก็ตามตำนานค่ะ ไซคีหญิงงามซึ่งผู้ชายหลงใหล
จนวีนัส เทพีแห่งความงามขุ่นเคืองเลยสั่งให้คิวปิดลูกชายไปยิงศรความรักใส่ไซคีให้ตกหลุมจัดคนจรจัด
แต่ตอนที่คิวปิดจะไปยิงศร เมื่อเห็นความงามของไซคีคิวปิดก็ตกหลุมรัก และเมื่อจะก้มลงจูบลูกศรก็ไหลมาปักที่อกของคิวปิดนั่นเอง
(เล่าผิดตรงไหนวานแก้นะคะ ^^;) : เมย์สวยช่วยแก้ให้แล้วขอบคุณมากจ้า vvv
ดูลูกแล้วก็ต้องดูแม่ เทพีวีนัสค่ะ ถ้าอ่านการ์ตูนหลายท่านคงคุ้นเคยกับรูปปั้นวีนัสไม่มีแขนกัน

งานปั้นของไมเคิลแองเจโล ท่าโพสนี้อาจคุ้นเคยกันดีนะ เห็นการ์ตูนล้อกันเยอะ ^^

รูปนี้ก็ล้อเยอะค่ะ ตามการ์ตูนดิสนีย์ วอร์เนอร์ก็ล้อเหอะ
ตอนที่ชมโมนาลิซ่าและภาพอื่นๆ เป้าหมายต่อไปของเราคือไปดูนิทรรศการที่งานของ อ. ฮิโรฮิโกะ คนเขียนโจโจน่ะค่ะ ซึ่งอยากบอกหายากมากกกกกกกกกกกกกกกก หาทางไปยากนะ ไม่ใช่ของหายาก T_T คือเดินหลงหาไม่เจอเลยค่ะ เพราะแผนที่ลูฟร์ไม่ได้ระบุโซนนิทรรศการพิเศษ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่เกทด้วยค่ะว่าเราอยากดูอะไร เพราะชื่องานเป็นฝรั่งเศส ออกเสียงไม่ถูกอ่ะ OTL จนสุดท้ายกล้องช่วยชีวิตจนได้ คือเราถ่ายรูปโปสเตอร์นิทรรศการไว้ เลยเปิดกล้องให้เขาดูว่าอยากไปงานนี้ค่ะ

รูปที่ถ่ายตั้งแต่ก่อนเข้าชมช่วยนำทางค่ะ ^^; เอาเข้าจริงการถ่ายรูปสถานที่พักถ่ายเก็บไว้จะดีมากค่ะ
เพราะเวลาเที่ยวตามยุโรปคนไม่เข้าใจภาษาอังกฤษก็เยอะ ขนาดในที่เที่ยวก็เถอะ
เพราะงั้นใช้รูปอธิบายกันก็เข้าใจง่ายกว่าจริงๆ นะ
เดินหลงแทบทุกชั้น ทำเพื่อนคนอื่นลำบากมาก T_T (คือเกรงใจสุดๆ เราจะแยกไปหาคนเดียว เขาก็บอกอยากดูกัน) สุดท้ายมันอยู่ชั้นใต้ดินที่แสดงส่วนจำลองปราสาทใต้ดินค่ะ เข้าไปถึงก็.................ห้ามถ่ายรูปค่ะ แง แถมคุมเข้มสุดๆ ชนิดไม่กล้าหยิบกล้องทีเดียว กับเราว่ามันเล็กมากๆ รูปงานของนักเขียนทั้งสี่มีลงเวบเท่าไหนก็เหมือนกันหมดค่ะ เง้อออ =_=;;
ยังไงก็ตาม งานก็เจ๋งจริงๆ เพราะนักเขียนทั้งสี่ที่เขาเลือกมามีทุกเทคนิคเลย ขาวดำ ซีจี คอปิค (งานของอ. ฮิโรฮิโกะ เป็นคอปิคค่ะ ของจริงสวยมากๆ เท่ห์ด้วย) อย่างซีจีนี่จะมีทีวีจอแบนโชว์ขั้นตอนการวาดให้ดูแบบสดๆ แล้วก็งานทุกชิ้นจะเชื่อมโยงกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ทั้งหมดด้วย (อย่างภาพที่อ โรฮังยืนอยู่บนหลังคาปีระมิดของลูฟร์เป็นต้น)
ยืนดูอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะไปนั่งแหมะที่สตาร์บัคส์ ก็เลยโชคดีได้ถ่าย 1 ใน 4 งานที่นำมาจัดโชว์ คือหนังสือมีขายค่ะ แต่ที่สตาร์บัคส์มีวางให้อ่านฟรีเลยได้ดูเต็มเล่มเลย ^^ ก็เลยถ่ายรูปที่สื่อถึงลูฟร์มาให้ชมค่ะ

หนังสือเล่มที่ว่าเหมือนจะเป็นอนาคตกาลที่ลูฟร์จมใต้กองทราย
ภายในลูฟร์ที่จมกองทราย

อย่างตัวฟอนที่เห็นในพิพิธภัณฑ์

ก็ปรากฏตามในรูปเช่นกัน
นั่งแช่สักพักก็ออกไปถ่ายรูปข้างนอกกัน ฟ้าเริ่มมืดแหล่ว =[]=;; แต่ข้างนอกลูฟร์กว้างมากอีกเช่นกัน แบบถ่ายเก็บยังไงก็ไม่หมดจริงๆ

ใต้หลังคาปิระมิดของลูฟร์ค่ะ

เพิ่งจะออกมาดูด้านนอก นี่เป็นแค่ส่วนเดียวนะคะ มันกว้างกว่านี้เยอะมาก
ตกกลางคืนก็จะเปิดไฟสว่างไสว

ตรงด้านหลังจะเป็นน้ำพุเน้อ (ไม่ค่อยอยากเอารูปตัวเองลงเลย มีแต่ขึ้นอืด T^T)
จากนั้นเดินออกมา ก็ไปหาข้าวกินในตัวเมืองกัน ก็ถ่ายบรรยากาศมาลงเน้อ

ถนนในเมืองปารีสยอมบลอคเบี้ยวเพื่อลงเลยนะ
จากนั้นแวะมาเพื่อชม Arc de triumph

สถานีนี้ดูจะมีการตกแต่งใหม่ เลยไม่ซกมกเท่าสถานีอื่น อันนี้ทำสวยดีเลยถ่ายมาค่ะ ^^

นึกถึง ถนนราชดำเนินบ้านเรา (ขออภัยค่ะ ถ่ายไม่สวยเลย OTL)

ผ่าน National Art Gallery เขามีจัดแสดงพอดี เสียใจด้วยเจ๊ปุ๋ม เรามะได้ไปอ่ะ
เดินสักพักหิวมาก มื้อนี้ตั้งมั่นมากอยากกินอาหารฝรั่งเศสเลยเลือกร้านนี้ ตอนแรกอยากไฮโซนั่งนอกร้านตั้งริมถนนกัน ปรากฏหนาวโคดดดดด ทนไม่ไหวเลยเข้ามาในร้านแทน แหะๆ เมนูก็ตามในรูปกัน

ภายในร้านค่ะ

ขนมปังให้รองท้อง

ซุปหัวหอมค่ะ ข้างบนโปะชีส รสชาติโอเคเลยล่ะ

อันนี้ของเพื่อนค่ะ เป็นพวกของทะเลสดๆ จิ้มกับมะนาว
แต่เพื่อนทุกคนเห็นพ้องกันว่า อยากได้น้ำจิ้มซีฟู้ด =_=
ส่วนตัวชอบหอยแมลงภู่อ่ะ อร่อยดี เพื่อนบางคนบอกคาวแต่เราชอบอ่ะ

จานของเพื่อนค่ะ หอยเชลล์กับมันฝรั่ง

แซลมอนของเพื่อนค่ะ

ขาหมูค่ะ
ของเราเป็นจานเป็ดค่ะ...แต่ปวดเฮดกับคอมตัวเอง และเอกทีนเดี้ยงบ่อยมาก (สามรอบแล้วโมโหเว้ย)
ไว้ลงทีหลังนะคะ
สำหรับเรา เราชอบนะ อร่อยดี แต่เพื่อนในทริปไม่ถูกปากกัน บ่นกันระนาวทีเดียวกับรสชาติอาหารฝรั่งเศส มีเพื่อนในกลุ่มทนไม่ไหวทิ้งเงินไว้แล้วไปหาแฮมเบอเกอร์กินแทนกันเลยทีเดียว ^^;; ด้วยความที่อาหารมาช้ามากกก เลยเกือบไปดูประตูชัยสายแน่ะ ;^;

ประตูชัยยามค่ำคืนค่ะ (แซรดดทำไมปรับแล้วรูปเล็กอ่ะ แง)
ประตูชัยถ้าจำไม่ผิดแอบเสียดายได้แต่ถ่ายรูประยะไกลกัน OTL อยากเข้าไปดูรายละเอียดที่เขาแกะสลักกันสุดๆ ที่สำคัญอยากเห็นสัญลักษณ์ความเกรียงไกรของฝรั่งเศสใกล้ๆ อ่าาา แต่สภาพร่างกายตอนนั้นก็เหนื่อยจนเดินไม่ไหวกันแล้วอ่ะนะ =_=;; ก็เลยเอาแค่ถ่ายรูปแล้วก็นั่งรถไฟกลับที่พักกัน แต่ระหว่างทางก็ไม่วายขอแวะเข้าร้านขนมเค้กซื้อไว้เป็นข้าวเช้า(?) ก็แล้วกัน อยากลงรูปเค้กแต่คอมเดี้ยงไม่ไหวแล้ว ไว้จะมาอีดิทวันหลังค่ะ ^^;
เอาเป็นว่าจบทริปไปหนึ่งวัน เอนทรีหน้าจะเล่าแวร์ซายส์ โบสถ์นอร์ธเตอดาร์ม(เขียนผิดขอภัยนะคะ) หอไอเฟล แล้วก็ควบมูแลงรูจไปเลยค่ะ
PS/ แค่วันเดียว คอมเดี้ยงไปหลายรอ T_T ยังไงจะพยายามเล่าให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำไหวนะคะ แง
ปิ้วๆ
ได้ดูของเมนๆ เจ๋งๆ ทั้งนั้นเลย กู้ดดดดด
อยากไปเที่ยวม่างงงงง
#1 By KeeChan on 2009-04-13 00:38