[APH Fanfiction] Never Ever

posted on 03 Jun 2009 19:17 by chibi

 เนื้อหาในเอนทรีนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริงของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ     

Preface: เรื่องนี้จริงๆ เคยเขียนทิ้งลงบอร์ดไว้ สาเหตุที่เอามาลง...จริงๆ อยากทดสอบอัพ 2 เอนทรีในหนึ่งวัน ต้นไม้ข้างๆ จะโตขึ้นมั้ยน่ะค่ะ 555 (จริงๆ ของคืนนี้มีเตรียมแล้วล่ะ จะขุดทริปเที่ยวสวิสมาลงเน้ออ) แต่อ๊ะ! อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นกัน ^^" เอาจริงๆ เลือกเรื่องนี้มาลงเพราะสืบเนื่องจากเอนทรีที่แล้ว ก็ที่บอกพอได้อ่านอะไรที่จิ้นตรงมันโมเอะ แถมเป็นเซอเคิลที่ชอบด้วยน่ะแหละ XDD เรื่องนี้เขียนขึ้นหลังจากได้อ่านเมล์ที่คุณโอ๋คุยให้ฟัง แล้วก็สรุปแนวคิดคู่นี้ออกมาเป็นฟิคนี้น่ะนะ จริงๆ ย้อนกลับมาอ่านใหม่ รู้สึกมันดูลอยๆ ไปหน่อยแฮะ (เขียนดราม่าคู่นี้ยากจัง) แต่ก็นะ ความสัมพันธ์ของเบย์เอย์คิดแบบดราม่า เราจะมองแบบนี้น่ะแหละ ^^ โอยเขียนซะยาวแปะดีกว่า

Title: Never Ever
Pairing: เบย์เอย์
Genre: Drama

รักเธอ

รักเธอ

ฉันรักเธอ

เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันอาจเคยบอกเธออยู่ทุกคืนวัน

แต่ในตอนนี้ ฉันจะไม่มีวันพูดคำนี้ให้เธอฟังอีกต่อไป

นั่นเป็นเพราะ…



“เฮ้! อังกฤษ” เด็กหนุ่มวัยสิบเก้าส่งเสียงทักทายพร้อมกับถือวิสาสะเดินเข้าบ้านอีกฝ่ายโดยไม่รอคำเชื้อเชิญ (สำคัญด้วยเหรอ ก็นี่มันรัฐที่ 51 ของเขานี่นา)

ถ้าเป็นยามปกติถ้อยคำประชดประชันจะต้องลอยออกมาต้อนรับเขาตามด้วยใบหน้าบูดบึ้งราวกับโกรธแค้นเขามาสักสิบชาติแท้ๆ ทว่าวันนี้กลับตรงข้าม…ภายในบ้านหรูหราตกแต่งอย่างมีรสนิยมกลับมีแต่ความเงียบ

ไม่สิ…ไม่เงียบสักหน่อย

“ฟี้…ฟี้…” เสียงกรนเบาๆ ดังมาจากห้องนั่งเล่นอันแสนกว้างขวาง เดินไปไม่กี่ก้าวก็เห็นร่างสูงโปร่งผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังนอนหลับสบายบนโซฟากำมะหยี่สีแดง หนังสือเล่มโตยังคงเปิดค้างอยู่บนอกซึ่งสะท้อนขึ้นลงตามลมหายใจ

“อะไรกัน! แขกมาเยี่ยมถึงบ้านหลับได้ยังไงน่ะ” คนอ่อนวัยกว่าตำหนิ แต่ดูเหมือนวันนี้อังกฤษจะหลับลึกกว่าที่เคย ทั้งที่ส่งเสียงเอะอะขนาดนี้คนตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นมาต่อล้อต่อเถียงกับเขาเลยสักนิด

“เฮ่อ…หลับไม่ระวังแบบนี้อันตรายนะ เธอนี่มันใช้ไม่ได้เลย” อเมริกาเปรยกับตัวเองก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งข้างๆ

นัยน์ตาสีฟ้าใต้แว่นกรอบสี่เหลี่ยมทอดมองคนที่นอนหลับใหล ร่างซึ่งเขาเคยต้องแหงนมอง ได้แต่วิ่งไล่ตามแผ่นหลังกว้าง มาตอนนี้…กลับเหลือตัวนิดเดียว ดึงเข้ามากอดเต็มสองมือได้ง่ายแสนง่ายเหลือเกิน เด็กชายซึ่งเติบใหญ่คิดท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายอันอบอุ่น สายลมเย็นลอดผ่านหน้าต่างให้ผ้าม่านปลิวไสว แม้จะปล่อยความคิดล่องลอยไปไกล ทว่าเขาไม่อาจละสายตาจากคนตรงหน้าได้เลย

ไม่เคยเลย…เป็นแบบนี้มากี่ร้อยปีแล้ว…

“อังกฤษ…” คงเป็นเพราะความเงียบ น้ำเสียงที่เอ่ยขานจึงฟังดูต่างจากที่เคย

ฟี้…ฟี้…

“นี่…อังกฤษ” เอ่ยชื่อนั้นซ้ำอีกครั้งพร้อมกับที่ใบหน้าคมโน้มเข้ามาชิดใกล้ ลมหายใจผะผ่าวเคลื่อนมาต้องผิวแก้ม

ฟี้…ฟี้…กระนั้นคนตรงหน้ายังคงหลับลึกไม่รู้เรื่องราว

“อังกฤษ…ฉันน่ะ…”

ถ้อยคำซึ่งเปล่งออกจากลำคออันแห้งผากเลือนหายเมื่อริมฝีปากอุ่นนุ่มจรดแนบลงที่เรียวปากบางเบื้องหน้า…

เพียงเสี้ยววินาที แค่ริมฝีปากแตะกัน คนฉวยโอกาสก็ผละออกทันทีราวกับต้องของร้อน มือใหญ่หนายกขึ้นเช็ดริมฝีปากลวกๆ ไม่ยอมสบตากับร่างซึ่งยังหลับไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว

“บ้าชะมัด…นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย” อเมริกาสบถกับตัวเองก่อนจะผลุนผลันเดินจากไป

ทำอะไรโง่ๆ…
โง่เง่า…ก็รู้อยู่แต่แรกแล้วนี่นา
ถึงจะรักมากสักแค่ไหน
แต่ตราบใดที่เธอยังเห็นฉันเป็นแค่น้องชาย
จะผ่านไปกี่ร้อยปีความรู้สึกของฉันก็ไม่มีวันส่งไปถึงเธออยู่ดี


รักเธอ

รักเธอ

ฉันรักเธอ

เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันอาจเคยบอกเธออยู่ทุกคืนวัน

แต่ในตอนนี้ ฉันจะไม่มีวันพูดคำนี้ให้เธอฟังอีกต่อไป

นั่นเป็นเพราะ…

เธอไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของฉันเลย

.

.

.

รักเธอ

รักเธอ

ฉันรักเธอ

ตั้งแต่ได้พบเธอ ความคิดนี้ยังคงอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน

แต่ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสักกี่ร้อยปี ฉันจะไม่มีวันบอกคำนั้นออกไป

นั่นเป็นเพราะ…

 

จนถึงตอนนี้บางครั้งเขาก็ยังฝัน…ฝันถึงวันคืนเก่าๆ อันเปี่ยมสุข ฝันถึงรอยยิ้มอันสดใส เสียงหัวเราะระรื่นชวนเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย ในตอนนั้น…เด็กคนนั้นคือโลกทั้งใบของเขา

ก่อนภาพฝันทั้งมวลจะจบสิ้นลงด้วยภาพเดิมไม่เคยเปลี่ยน…ร่างของอังกฤษสั่นสะท้าน หัวใจถูกบีบรัดจนหายใจแทบไม่ออกเมื่อสายฝนเย็นจัดสาดกระหน่ำลงมาบนร่าง

ช่างเสื่อมเสีย น่าขายหน้าที่ต้องพ่ายแพ้…ตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบนี้
…หากเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคงจะเป็นหัวใจของฉัน
ทั้งที่นายทรยศหักหลังฉันอย่างร้ายกาจ
แต่หัวใจของฉันกลับบอกว่า…ความจริงแล้วฉันไม่เคยเกลียดนายเลย

“อังกฤษ…”

ใครน่ะ…อเมริกาเหรอ?
ถือวิสาสะเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตอีกแล้วนะ

“นี่…อังกฤษ”
เรียกอยู่ได้…นี่ฉันหลับอยู่นะ เลิกรบกวนคนนอนสักทีได้มั้ย

“อังกฤษ…ฉันน่ะ…”
ด…เดี๋ยวก่อนอเมริกา…นั่นนายคิดจะทำอะไรน่ะ?

อังกฤษนึกอยากร้องถามเมื่อสัมผัสหวานล้ำแตะลงที่ริมฝีปาก ใจนั้นอยากโวยวายไม่ก็ยกเท้ายันร่างที่คร่อมตัวเขาให้ลงไปนอนกับพื้นหากก็ไม่อาจทำได้ด้วยไม่งั้นเจ้าคนฉวยโอกาสจะจับได้ว่าเขาแกล้งหลับ

ไม่สิ…เขาโกหก…ความจริงแล้วเป็นเพราะหัวใจตอนนี้สั่นไหวเสียจนไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านต่างหาก

เป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของอังกฤษ ร่างทั้งร่างได้แต่นอนตัวแข็งทื่อขณะได้ยินเสียงอเมริกาสบถออกมาเบาๆ

“บ้าชะมัด…นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย”

ใช่…อเมริกานายทำบ้าอะไร อังกฤษนึกตำหนิอีกฝ่ายในใจขณะฟังเสียงฝีเท้าซึ่งดังห่างออกไปทุกที ในตอนนี้เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งดวงหน้า

ฝัน…เมื่อกี้เราแค่ฝันไป
อเมริกาไม่มีวันทำแบบนั้น
หรือถึงจะเป็นความจริง ฉันก็จะถือว่ามันเป็นแค่ความฝัน เป็นเรื่องไม่เคยเกิดขึ้น

อาจจะเป็นความจริงที่ฉันไม่เคยเกลียดนายแม้นายจะทรยศฉัน
แต่ก็เป็นความจริงอีกเช่นกันว่าฉันเองก็มีศักดิ์ศรีในแบบของฉัน
ฉันน่ะ…ไม่อยากจะเจ็บซ้ำสองอีกหรอกนะ
ถ้าหากบอกคำนั้นออกไปแล้วอนาคตข้างหน้าจบลงด้วยความฝันแบบเดิมๆ
ฉันขอเลือกให้ระหว่างเราคงอยู่แบบนี้ตลอดไปเสียดีกว่า

รักเธอ

รักเธอ

ฉันรักเธอ

ตั้งแต่ได้พบเธอ ความคิดนี้ยังคงอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน

แต่ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสักกี่ร้อยปี ฉันจะไม่มีวันบอกคำนั้นออกไป

นั่นเป็นเพราะ…

หัวใจของฉันไม่อาจเชื่อในตัวเธอได้เลย

END

Postscript: ตัดตอนของเก่าที่ talk มา

ความจริงเรื่องนี้อยากจบน่ารักๆ แต่สุดท้ายไหงเขียนไปกลายเป็นดราม่าซะได้นะ ^^" แต่มันเป็นมุมมองเบย์เอย์ดราม่าแบบเราน่ะค่ะ เคยคิดว่าบางทีท่านอาเธอร์น่ะอาจจะรู้ หรือคิดกับอัลฟ์มากกว่าน้องชายก็ได้ แต่ด้วยความซึนเดเล่ และเรื่องในอดีตคงทำให้ท่านไม่มั่นใจที่จะยอมรับอัลฟ์ในฐานะนั้น ข้างฝ่ายอัลฟ์เองก็คงยังนึกเสมอว่า ตนเองยังถูกมองว่าเป็นน้องชายอยู่ดี (แถมทำ AKY ใส่เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นน้องชายอีก ซับซ้อนไงไม่รู้แฮะ)

ในแง่ดราม่า ส่วนตัวเราว่าอัลฟ์น่าสงสารอ่ะ ถ้าไม่ประกาศอิสรภาพ ฐานะตนเองก็ยังคงเป็นแค่น้อง แต่เมื่อประกาศออกไปก็ต้องเสียความเชื่อใจไปทั้งหมดแบบนี้ เรียกว่าเลือกทางไหนก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างอยู่ดี แถมไม่มีโอกาสได้รู้ด้วยว่าท่านอาเธอร์คิดยังไงกับตัวเอง (หรืออาจรู้....แต่ก็ไม่มีวันได้ยินจากปากท่านอาเธอร์ตรงๆ หรอก) สรุปเลยมาเป็นความสัมพันธ์แบบปัจจุบัน ซึนกันไป อยู่ดัวยกันแบบนี้น่ะแหละนะ ^^a

ของใหม่

เรื่องนี้รู้สึกตอนสนุกสุดจะเป็นตอนเขียนคอมเม้นถกกับคนในบอร์ดที่เป็นแฟนเบย์เอย์กันอ่ะแหละ แบบได้นั่งร่ายความชอบและตีความกันมันโมเอะมากๆ ^^ ส่วนตัวเม้นฟิคถ้าเขียนคุยกันถึงคู่ที่ชอบ ไม่ต้องพูดถึงเนื้อเรื่องที่เขียนแต่มาคุยถึงความเป็นคู่นี้ เราก็คิดว่านี่ก็เป็นเม้นมีคุณภาพแล้วอ่ะ

 

รู้สึกจะอัพทดสอบทำไมยาวเว่อร์ =[]=;;; กับคอมเม้นไว้จะมาอีดิทนะคะ เดี๋ยวไปหาไรกินก่อนเง้อ บ่ายแล้วเหรอเนี่ย TwT

Edit: โอเครู้แล้วล่ะ ไม่โตจริงๆ ด้วย (ก็น่าจะอย่างนี้อ่ะเนอะ ^^a) ข้างล่างงานโน้ตเพิ่ม เห็นคนบอกติดสอบกันเยอะ ตกลงว่าจะเลื่อนงานออกไปนะคะ (ไว้จะประกาศคอนเฟิร์มกันอีกที)

  

 ตอบเม้นค่ะ

คุณชิงช้า&ม้าหมุน : ขอบคุณที่มาเยี่ยมบลอคค่ะ
คุณเทราสเฟียร์: ใช่แล้วเบย์เอย์น่ะแหละค่า
น้อง nekoi: แม่นแล้วน่ออ ตอนเพื่อนแปลให้ฟังนี่กรี๊ดดแตกไปเลย แต่ก็ไม่ได้แปลละเอียดมาก รู้แค่คร่าวๆ เอง ช่วงที่น้อง nekoi เพิ่มมาให้ยังเพิ่งอ่านเลย 55 แต่เล่มนี้โมเอะมากๆ เลยเนอะ (ส่วนตัวชอบมากิซังเวลาเขียนดราม่ามากกว่าใสๆ อ่ะ)

เจ๊ปุ๋ม กับพี่เอ๋ : ก็แหม 55

น้องเนม: เหนด้วย มันเป็นประโยคที่โคตรดามเมจ อ่านแล้วมันอร้ากกก มาก (และแน่นอนไม่นิยมเอย์เสะ เช่นกัน 5555)

น้องแนร์: กร้ากก เพื่อนพี่แปลให้เป็นชอทๆ เท่านั้นเอง แปลไม่ครบอ่ะจ่ะ ^^a แต่ประโยคที่ตัดมาเป็นส่วนที่ชอบกันมากที่สุดน่ะแหละเน้ออ ความรู้สึกที่รับปากไม่ได้นะ แต่ยังไงก็ชอบน่ะ มันฟังดูใช่ หวานแบบขื่นๆ ดีอ่ะ

กัปปี้: โดดกอดกัปปี้ โฮกกก ไม่เจอกันนานเลย คิดถึงเน้ออ TwT ขอโทษที่หายไปนานเน้อ

คุณpau:รู้สึกต้องเปิด firefox ถึงจะคิดอ่ะค่ะ ไออีเดี้ยงตลอดเลย ไดอารี่เนี่ย ตอนเราเขียนส่งเขียนวันละห้าบรรทัดด้วยซ้ำ 55 รู้สึกพอสั่งให้ทำมันขี้เกียจอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ 55

คุณเส่ง : ขอบคุณที่แวะมารดน้ำให้ค่ะ

คุณ lilac: เห็นด้วยค่ะว่าขนาดอ่านไม่ออก ลำดับภาพ สีหน้าอารมณ์เล่มนี้ดีมากๆ เลย (สีหน้าท่านอาเธอร์นี่แบบอร้ากกกมากกก) รู้สึกอยากรู้เรื่องแบบเต็มๆ สุดๆ เลยทีเดียวค่ะ TwT

คุณดาร์ค: อยากจะ quote ประโยคคุณดาร์คจริงๆ เห็นด้วยค่ะ ที่ว่าบางสิ่งจะไม่มีวันเปลี่ยน ที่ชอบประโยคนี้เพราะ มันดูไม่เป็นสัญญาแบบโอเวอร์จนเกินไประหว่างสองคนนี้ดีน่ะค่ะ คือไม่ได้รับปากร้อยเปอร์เซนต์แต่ความรู้สึกที่มั่นคงมาแต่แรกกลับตอบได้อย่างชัดเจนมาก เราชอบมุมมองของอัลฟ์ที่เป็นแบบนี้แหละค่ะ โมเอ โคดๆ vvv

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กะ...กรี๊ดดดดดดดดดดด

เบยเอย์ ไม่ไหวแล้วค่ะ

อ่านแล้วแบบ...โฮรกกกกกกกกกกกกกกก

หลงหนักกว่าเก่าTwTb

#1 By -||+Lynix_Xense+||- on 2009-06-03 21:33

พี่จิบิคะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


ฟิคนี้มันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน


ฆาตกรรมกันชัดๆเลยค่ะ!!!!!

นี่มันฟิคดราม่าจริงๆหรือคะ ทำไมอ่านแล้วอารมณ์แบบ สองฝ่ายทำตัวเขินหลบตากัน ไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็ใจระทึกกับมือที่วางอยู่ใกล้ๆกัน ว่าอยากจับมือ แต่ไม่กล้า เพราะเขิน <--- อธิบายได้คนละทางกับฟิคข้างบนเลย 55555555555+

ชอบที่เล่นกับคำว่า รักเธอ รักเธอ มากเลยค่ะ

#2 By LUMiN on 2009-06-03 21:36

confused smile open-mounthed smile มารดต่อไปconfused smile

#3 By wesong on 2009-06-03 23:20

แวะมารดน้ำให้โตไวๆค่าdouble wink

ฟิคเบย์เอย์เรื่องนี้อ่านกี่ทีก็ก๊าวใจอ้ะ นี้ขนาดเคยไปถกกะพี่ที่บอร์ดแล้วนะ 555

เผลอแปปเดียวพี่อัพไปตั้งเยอะแล้วอ่ะ ตามเม้นไม่ทัน
sad smile แต่จะแวะเข้ามารดน้ำให้บ่อยๆนะจ้า

#4 By hikikomori on 2009-06-03 23:26

ชอบเรื่องนี้มากๆๆเลยค่ะ ชอบฟิคทุกเรื่องของพี่ chibi มากๆเลยค่ะ เพราะทุกเรื่องพี่จิบิสามารถจับอารมณ์ของเบย์เอย์ได้ดีมากๆ ชอบมากๆค่ะ

TTvTT ชอบตรงที่ท่านอาเธอร์นอนเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่จิงๆรับรู้ทุกการกระทำมากๆๆค่ะ TTvTT โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แวะมารดน้ำให้ด้วยค่ะ ^^

#5 By Nokorichan on 2009-06-03 23:51

ถึงคุณจิบิว่ามันดูลอยๆ ไป แต่เราก็ชอบเรื่องนี้มากนะคะ เบย์เอ๊ย์ เบย์เอย์ดีออก confused smile

#6 By lilac on 2009-06-04 11:41

อ่านกี่รอบก็ยังชอบเหมือนเดิม ><

ชอบตรงที่มีความเป็นเบย์เอย์สูงมาก(และโดนมากๆด้วยฮ่ะ) รู้สึกว่านี่แหละ มันต้องอย่างนี้สิคู่นี้ เบย์เอย์ของพี่จิบิมันก๊าวและโมเอะมากๆค่ะ อั๊งง

#7 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2009-06-04 17:30