หอบกระเป๋าตะลุยยุโรป: ตอนท่องสวิส (1)
posted on 04 Jun 2009 00:55 by chibiขอบคุณโครงการ June Write ที่ทำให้เราขุดโหลเที่ยวยุโรปมาอัพต่อ (จริงๆ คือขี้เกียจทำดิสเซอบ้างอะไรบ้าง) มาเขียนต่อจากตอนที่แล้วคนลืมกันหมดแล้วยังเนี่ย แต่จริงๆ เริ่มลืมบางช่วงไปเหมือนกัน แต่จะเล่าทบทวนตัวเองไปด้วยน่อ
ตอนนั้นเขียนถึงบ่ายวันที่สามจบทริปที่ปารีสแล้ว ก็เดินทางไปสวิสกันต่อลงที่เจนีวาค่ะ แต่คราวนี้ไปขึ้นสนามบินอีกที่แทน ซึ่งมีปัญหามึนๆ กับเจ้าหน้าที่นิดหน่อย (แต่ออกมาเจ้าหน้าที่น่ะแหละมั่ว เฮ่ออ = =;;) ก็จับเครื่องบินกันตอนบ่ายสามไปลงที่สนามบินเจนีวากันใช้เวลาไม่นานเท่าไร แต่ไปเสียเวลากันตอนจัดการซื้อ Swiss Pass มากกว่า ซึ่งในบรรดาพวกตั๋วทั้งหมด สวิสพาสนั้นคุ้มในการท่องเที่ยวสุดแล้วค่ะ เพราะมันใช้ได้กับรถไฟทุกประเภทจริงๆ (ยกเว้นแต่เป็นตั๋วชั้นสองกับชั้นหนึ่งเท่านั้นแหละ) ส่วนอิตาลีพาสนี่ขอบอกว่าเข็ดไปอีกนานแสนนานเฮ่อออ ตรงนี้ไว้ไปถึงจุดนั้นจะเล่าให้ฟัง
ออกจากสนามบินก็จับรถไฟเข้าเจนีวา ส่วนตัวแล้วรถไฟของสวิสนั้นดีกว่าปารีสมาก (แต่ที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยไปมาก็ต้องของญี่ปุ่น กับเราว่าอังกฤษดูดีกว่าของสวิสนะ ถ้ารถไฟข้ามเมืองอ่ะ ไม่ใช่รถไฟใต้ดิน) ก็มาถึงเจนีวาลากกระเป๋าเข้าพักโฮสเทลกันซึ่งไอ้จุดนี้แหละที่มีเรื่องเข้าจนได้
คือกระเป๋าเพื่อนเราโดนขโมยค่ะ และมันโดนขโมยในโฮสเทลเนี่ยแหละ =[]=;; แบบทั้งอึ้งทั้งเหวอกันสุดๆ รู้ตัวกันตอนที่เช็คอินเสร็จแล้วจะไปหอบหิ้วกระเป๋าขึ้นห้องพัก ถึงได้…เฮ้ยหายไปไหนวะ?? จนหนุ่ย(เจ้าของกระเป๋า) กับปูต้องไปดูที่กล้องวงจรปิดของโรงแรมถึงเห็นว่ามีมือดีสองคนมาฉกกระเป๋าไปนั่นเอง…ตรงนี้ให้เล่าขยายอีกหน่อยคือ ที่พักเนี่ยจะเป็นบริเวณด้านหน้าโรงแรม และเดินเข้าไปจะมีส่วนห้องรับแขก และลึกเข้าไปอีกจะเป็นส่วนเช็คอินอ่ะ ซึ่งเที่ยวรอบนี้หนุ่ยเป็นคนถือบัตรที่ต้องรูดจ่ายค่าที่พัก (จริงๆ ต้องบอกก่อนไปบัตรของเพื่อนที่ทุกคนโอนค่าใช้จ่ายไว้ก็มีปัญหาอีกน่ะแหละTvT) หนุ่ยกับปูเลยเข้าไปจัดการ แล้วกลุ่มมีประโยชน์อย่างพวก ปลากับหนูก็ไปจะดูเรื่องด้วย ไอ้พวกตุ๋นทั้งหลายก็เฝ้ากระเป๋าน่ะแหละ แต่คราวนี้ด้วยความที่คิดว่าเป็นสวิสเลยพลาดอย่างแรงอ่ะ เพราะมีช่วงที่บางคนไปเข้าห้องน้ำ เดินไปสำรวจโฮสเทลแล้วเกิดช่วงคลาดสายตาขึ้นมาน่ะแหละ OTL
สรุปคือโจรเล่นบุกมาถึงโฮสเทลเลย ซึ่งในตอนหลังลูกเกดก็บอกว่า จริงๆ ก็เหมือนเห็นสองคนนี้เดินตามพวกเรามาตั้งแต่ออกจากสถานีไม่เท่าไรแล้ว =[]=;; ซึ่งเออว่ะ…ตอนนั้นก็มีคิดกันว่าแขกของโรงแรม?? ซึ่งคิดผิดอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี โชคดีว่าในกระเป๋าหนุ่ยไม่ได้ใส่ของมีค่าอะไร เป็นพวกเสื้อผ้า และของชาร์ตแบตต่างๆ มากกว่า สุดท้ายเลยไปแจ้งความกันตอนนั้นก็สามสี่ทุ่มแล้วมั้ง เพราะจำได้ว่ากลัวร้านอาหารปิดกันมากเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลย แถมต้องมาหาสถานีตำรวจกันอีก ลงท้ายเลยแบ่งคนอีกกลุ่มไปหาร้านอาหารเพื่อดักไว้ก่อน ตอนแรกจะซื้อข้าวกล่องกันด้วยซ้ำ แต่ไปเจอร้านอาหารไทยใจดีเปิดร้านจนถึงเที่ยงคืนเลยมาถึงตีหนึ่งให้เลย ก็เลือกกินอาหารไทยกันน่ะแหละ พี่เขาก็ช่วยเปิดครัวให้นะ ระหว่างนั้นได้คุยๆ ถึงรู้ว่า สวิสเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรในช่วง 2-3 ปีนี้ เพราะพวกโมรอคโคไรเงี้ยลักลอบเข้ามาขโมยของนักท่องเที่ยวแบบนี้แหละ TvT โอวว ไม่อยากบอก ภาพลักษณ์ความปลอดภัยของสวิสแทบมลายในใจเลยทีเดียวล่ะ แต่พี่ร้านเขาก็ใจดีคุยกัน ทำกับข้าวแบบถูกปากคนบ้านเดียวกัน แถมมีลดราคาให้ด้วยใจดีมากๆ (มื้อนี้จริงๆ กินกันหมดคนละ 70 ฟรังซ์ แต่จริงๆ แล้วไอ้ที่กินทั้งหมด มีสิทธิคนละทะลุร้อยอ่ะนะ = =;; เพราะตอนนั้นอดอยากถึงขั้นสั่งข้าวกล่องกันเพิ่มตอนเช้า แถมพี่เขามีใจดีทำพริกน้ำปลาให้ด้วย)
จบประสบการณ์โดยขโมยกระเป๋า แต่สรุปกว่าจะจบเรื่องทั้งหมดเวลาล่วงเลยมาถึงตีหนึ่ง ตามแผนเดิมนั้นคือต้องไปอินเตอร์ลาเก้น และขึ้นจุงฟาร์ ซึ่งต้องตื่น 6 โมงเช้า OTL แต่พอดีมีเรื่องกระเป๋าหนุ่ยขึ้นมาเลยต้องปรับเปลี่ยนแผนกัน ก็เลยเปลี่ยนขึ้นเขาใหม่ หลังจากเลือกไปเลือกมาก็เลยไป มองบลังต์
.
.
.
ซึ่งเป็นเขาซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ฮา สรุปกลับไปฝรั่งเศสกันอีกรอบอ่ะน้า 55 ทริปในช่วงวันนี้ขอบอกเราไข่ตุ๋นสุดเดชอ่ะ เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย วันที่ 4 ตื่นสายด้วยเพราะล้ามากๆ ซึ่งไอ้ที่ว่าสายก็ไม่เกินเก้าครึ่งอ่ะนะ เพราะมันเวลาเช็คเอาท์โรงแรมอ่ะ ตื่นมากินข้าวกล่องเอาแรงก่อนจะเอากระเป๋าไปฝากที่ลอคเกอร์สถานี อ่อ เวลาไปเที่ยวในสวิส ลอคเกอร์ มีแทบทุกไซส์ ถ้าไม่ได้แบกอันเท่าบ้านมาฝากได้สบายมาก ราคาก็ลืมแล้ว แต่ก็สมเหตุสมผลกว่าห้องน้ำราคาสองฟรังซ์ล่ะวะ
เจนีวานี่จุดเด่นที่เที่ยวคือ น้ำพุค่ะ…(ให้วิจารณ์ก็ ไม่มีจุดเที่ยวก็สร้างจุดเที่ยวขึ้นมาซะเอง =_=) แต่ในรูปสวยมากกกก ของจริงก็………สวยค่ะ แต่หมอกลงค่ะ แซรดดดด ถ่ายไม่ได้เลยจริงๆ แบบมัวไปหมด เพื่อนเราที่เล่นกล้องก็ถ่ายไม่อยู่เหมือนกัน TvT จากนั้นก็เข้าเมืองไปซื้อของให้หนุ่ยกัน (วันนี้เรามาดูหนุ่ยแคทวอล์กน่ะเองกร้ากก) อ่อ มีผ่านจุดท่องเที่ยวอีกจุดคือ นาฬิกาดอกไม้…วิจารณ์ส่วนตัว เราว่ามันก็ไม่มีอะไรเท่าไรอ่ะนะ = =;; (คนรีพอร์ทชิวกับสวิสสุด เลยเขียนออกมาแบบนี้อ่ะ แหะๆ ^^”)

น้ำพุที่ว่ามัวโคดๆ นี่ถ่ายแบบพยายามแล้วนะ
(สังเกตเรือข้างๆ ได้ว่าใหญ่ขนาดไหน)

นาฬิกาดอกไม้ที่กลับมาเพิ่งรู้ว่าเป็นจุดถ่ายรูป
ความเห็นส่วนตัวเราว่าธรรมดาอ่ะ (รู้สึกที่อื่นสวยกว่าก็มี)
ไปเจนีวา จริงๆ ต้องบอกสวิสกระตือรือร้นสุดๆ ตอนซื้อชอคโกแลตเนี่ยแหละ ก็เข้าเมืองหลังจากซื้อเสื้อผ้าเรียบร้อยก็แวะไปซื้อชอคโกแลตกัน ส่วนตัวที่ถือแบบแบรนด์ชอบของ Villas นะ อร่อยมากๆ กลับมาที่นี่กินเล่นหน้าคอมทุกวัน 55 ที่เป็นของโอวัลตินเลยก็อร่อย (แต่นมโอวัลตินของสวิสอร่อยจัง เสียดายอยากกินอีก รู้สึกมันเข้มข้นชอคโกแลตดีอ่ะ TvT) แต่ประทับใจอีกอย่างก็ชอคโกแลตสดที่เขาตัดเป็นแท่งๆ ขายอ่ะ รสสตอเบอรี่อร่อยอ่า (กินหมดตั้งแต่อยู่ที่เวนิซ ซื้อแล้วซื้ออีก) จริงๆ ส่วนตัวรู้สึกชอคโกแลตพลาดไปหลายอย่าง เหมือนไม่ได้กินแบบสดๆ ที่ของร้านโดยตรงอ่ะ พลาดอย่างแรงแต่ไปที่เขาแนะนำไม่ทันอ่ะ ตอนอยู่ซูริค สรุปเลยได้แวะแค่ร้าน Mecca อ่อ แต่ขอแนะนำนะคะ ถ้าไปแล้วเจอร้านประเถทสหกรณ์เข้าไปซื้อร้านแนวนี้แทนที่จะเป็นร้านเฉพาะทางจะดีกว่า เพราะพวกสหกรณ์ราคาถูกกว่าค่ะ แถมมีไม่ต่างกันด้วย (เราแบบ โอ๊ยย ความจริงที่เพิ่งรู้หลังจากซื้อไปแล้วน่ะน้า แต่ซื้อนมโอวัลตินกินที่นี่น่ะแหละ)

ร้านนี้แต่งดิสเพล์ยชอคโกแลตได้น่ารักนะ แต่ไม่ได้ซื้ออ่ะ ไปซื้ออีกร้าน 55
ช่วงที่ไปยังเป็นช่วงอีสเตอร์เลยมีแต่ชอคโกแลตไข่และกระต่าย
เขียนเรื่องชอคโกแลตแล้วหิวข้ามไปต่อดีกว่า เดินเล่นในเมืองเจนีวาจนตกเย็นเนี่ยแหละถึงเริ่มขึ้นรถไฟเพื่อจะเดินทางกลับไปฝรั่งเศสกัน วันนี้ช่วงบ่ายไม่สบายด้วย อาเจียนจนคุ้มที่จ่ายสองฟรังซ์เลยอ่ะ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีรายการ run for your life คือวิ่งขึ้นรถไฟเว้ย =[]=;; เพราะไปซื้อแมคเพื่อกินรองท้อง (อ่อ จะบอกไปเที่ยวแบบนี้ แมคจะเป็นอาหารกันตายสำคัญมื้อหนึ่งรองจากมาม่าเลยค่ะ เพราะร้านค้าแพง ถ้าจะเน้นประหยัดให้พกมาม่า กับกลางวันกินแมคเนี่ยแหละ) รอไปรอมา เวลาเกือบตกรถไฟกันแบบกรี๊ดดดมาก วิ่งลากกระเป๋าขึ้นสถานีโดดขึ้นรถไฟกันเลยทีเดียว (แต่รู้สึกที่ระทึกสุดจะเป็นตอนขากลับมากกว่านะ)
นั่งรถไฟไปจนฟ้ามืด ก็ไปพักโรงแรมที่มองบลังต์ อันนี้เป็น hotel ไม่ใช่ hostel เน้อ เพราะเนื่องจากเปลี่ยนแผนอะไรหลายอย่างตามที่เล่าข้างบน เป็นโรงแรมที่จองกะทันหัน และทำให้เราต้องยกเลิก Jail Swiss ที่เมืองลูเซิน ไปนั่นเอง TwT (แอบเสียดายนะเนี่ย อยากลองไปนอนคุกแห่งแรกของสวิสจัง) จองที่นี่ สบายอย่างตรงที่ โรงแรมห้องส่วนตัว นอนพักสบายโคดๆ อร้ากกก ดีใจมากๆ ค่ะ วันนี้เลยทำอะไรได้ก็รีบทำกันทีเดียวอ่ะนะ แถมมีอาหารเช้าที่เป็นอาหารเช้าจริงๆ ฟรีด้วย (แต่กินไม่ค่อยจะทันอ่ะน้า)

โรงแรมที่พักได้ระดับสามดาว
(แต่ดาวของโรงแรมในยุโรปเขาก็ได้กันเยอะอ่ะนะ)

วิวนอกหน้าต่างของโรงแรม ถ้าจำไม่ผิดไอ้ลิบๆ นั่นแหละที่จะไปปีนกัน

ขึ้นมาแว้ววว

ถ้ามองลองไปข้างล่างนั่นแหละค่ะกลุ่มที่มาเล่นสกี
ตอนที่เราข้ามไปเขาอีกลูกหนึ่งเหมือนจะเจอกลุ่มนี้นะ
ประมาณไถลจากเขาลูกหนึ่งมาอีกลูกหนึ่งกัน

อีกาอยู่เยอะเหมือนกัน เลยถ่ายเล่นซะหน่อย

บินซะสวยแต่ทำไมดูเหมือนลงพุง?

อันนี้ลงจากกระเช้ามาอีกจุดหนึ่ง เรากับปลาปีนลงไปถ่ายกัน
จริงๆ รองเท้าและกางเกงไม่เหมาะกับการขึ้นเขาเอาซะเลย เท้าเย็นมาก
ถ่ายรูปพอเป็นพิธี (แต่เยอะ) ก็ลงจากเขาแล้วไปขึ้นเขาอีกฝั่ง ขึ้นรถไฟคราวนี้จะไปถ้ำน้ำแข็งค่ะ อยากไปอันนี้สุดแล้วล่ะ เพราะเหมือนเขาเจาะช่องให้เขาไปดูในถ้ำแล้วผนังทั้งหมดก็เป็นน้ำแข็งเลย ภายในก็จะมีไฟสีๆ ฝังอยู่ สวยนะ แต่ถ่ายรูปยากมากเลยค่ะ =[]=;; เบลอกันแทบทุกใบเลย ถ้ำนี้เดินวนแป๊ปเดียวก็จบแต่ถ่ายรูปเล่นพอสมควรก็ค่อยปีนกลับขึ้นไปใหม่เพื่อขึ้นรถไฟลงจากเขากัน (อ่านแล้วงงมะ =w= คือถ้ำน้ำแข็งมันต้องปีนลงไปดูกันน่ะ แต่เขาทำทางเป็นบันไดเหล็กให้เดินลงไปน่ะแหละ)

ภายในถ้ำหน้าตาแบบนี้มีป้ายอธิบายให้ฟังถึงที่มา
พื้นข้างล่างมีปูเป็นผ้าใบจะได้ไม่ลื่นหัวทิ่มกัน

แต่ล่ะจุดจะมีน้ำแข็งสลักงานแต่ง ไม่ใช่ละ เรียงรายตามทาง
พูดเหมือนเยอะ จริงๆ สั้นอ่ะ แต่สวยนะ เย็นด้วย
จริงๆ เราว่านึกถึงเมืองหิมะของดรีมเวิลด์ กร้าก เปรียบซะแย่อ่ะ

บนโต๊ะน้ำแข็งวางดอกไม้เอาไว้
จริงๆ มีเชือกกั้นแต่พยายามโน้มตัวถ่าย

จุดทางเข้าและทางออก (เอาล่ะชาวทริปดูรูปแล้วรู้ใช่มั้ยว่าใคร :D)
กลับไปเอาของที่โรงแรม run for your life กันอีกวัน เพราะต้องวิ่งจับรถไฟเพื่อกลับขึ้นสวิสแล้วคราวนี้เราตรงเข้าเมืองซูริคค่ะ ในตรงจุดนี้ จะมีปลา หนู เรือง พี่กบ ซึ่งยังไม่อยากตัด อินเตอร์ลาเก้นออกจากโปรแกรม วันนั้นถึงซูริคก็มืดค่ำ (โรงแรมที่ซูริคหาค่อนข้างยาก คราวนี้ได้พักที่ youth hotel ต้องนั่งรถรางเกือบ 15 นาทีแล้วเดินต่อไปพักในโรงแรม) แต่พวกหนูก็คิดว่าจะตื่นแต่เช้าไปเที่ยวอินเตอร์ลาเก้นอยู่ดี
เหลือแต่ฝั่งเราเนี่ยแหละ เหนื่อยกันจนแทบสลบเลยตัดสินใจจะเที่ยวในเมืองซูริค ซึ่งเอาจริงๆ แทบไม่ต่างจากเจนีวาเลย =[]=; ในทีแรกเราตั้งใจจะลองเข้า ลิกเตนสไตน์ ประเทศที่เล็กเป็นอันดับสี่ของโลก เมืองพี่เมืองน้องของสวิส >w< แต่หลังจากเซิร์จเนทแล้ว…………….มันไม่มีอะไรให้เที่ยวเลยเว้ยค่ะ แสรดดด!!! TwT สุดท้ายเลยตัดแผนแล้วตกลงมุ่งหน้าเที่ยว St. Gallen ค่ะ
และ St. Gallen มีอะไรไว้เล่ารอบหน้าเน้อ ^^a คิดว่ารอบหน้าคงเล่าควบไปถึงค่ำคืนที่ถึงเวนิซของอิตาลีค่ะ ^^
ปิดท้ายจงใจไว้ข้างล่างเพราะกลัวบลอคเบี้ยว (หรือมันจะเบี้ยวอยู่ดี??) รูปถ่ายยอดเขาถ่ายแบ wide screen ค่ะ
![]()
มองจากจุดยอดของมองบลังต์
![]()

ตรงสีขาวคือก้อนเมฆค่ะ ส่วนข้างล่างคือตัวเมือง ^w^ ดูงี้เหมือนเมฆจะถล่มลงมาเหมือนคลื่นเนอะ
เฮ่อออ จบซะที อยากบอก ส่วนนึงขี้เกียจอัพเพราะอัพโหลดรูปโคตรยากเย็น เอกทีนกับโฟโต้บัคเกตมีปัญหาไรกันนักหนาเนี่ย = =;;
เม้นขอติดไปตอบดึกมากๆ ค่ะ T_T ขอไปนั่งทำงานหน่อย แงๆ
แฮ่ ตอบซะช้ามาก
ตอบซะดีเลย์ ^^"
คุณ -||+Lynix_Xense+||- : ถ้าทำให้อ่านแล้วรักเบย์เอย์มากขึ้นก็ดีใจมากเลยค่ะ
น้องลูมิน : กร้ากก พี่ชอบที่เปรียบมาแบบนี้นะ ^^ ก็เดิมทีพลอตดั้งเดิมเรื่องนี้ตั้งใจให้มันน่ารักหวานแหววอ่ะ 55 จะรู้สึกแบบนั้นไม่แปลกจ่ะ ส่วนตัวมันดูเศร้าเพราะความคิดท่านอาเธอร์ในตอนจบด้วยล่ะมั้ง
คุณเส่ง: ขอบคุณที่มารดให้เสมอค่ะ
น้องhikkikomori: ขอโทษที่ไม่ค่อยได้ตอบเลย TwT ทั้งทีตั้งใจจะตอบบางเม้นย้อนหลังให้แท้ๆ ช่วงนี้พี่จะอัพทุกวันเพราะจะปลูกต้นไม้น่ะ 55 (ตั้งใจจะให้บานอย่างมีคุณภาพ ทุกเอนทรีจะพยายามเปี่ยมด้วยสาระ...เฮตาเลีย ไม่ใช่ละ 55)
น้องnokori: ขอบคุณที่ชอบฟิคที่เขียนนะคะ ถ้ามีแฟนเบย์เอย์อ่านแล้วรู้สึกอินกับสิ่งที่อยากจะสื่อก็รู้สึกดีใจมากจริงๆ เพราะอยากให้อินคาแรกเตอร์ได้มากเท่าที่จะทำได้ (การได้เจอคนที่ตีความแบบเดียวกับเรา มันเป็นอะไรที่เยี่ยมมากจริงๆ เนอะ)
คุณ lilac : แหะๆ ที่รู้สึกลอยเพราะรู้สึกเหมือนประเด็นน้อยน่ะค่ะ กลัวคนอ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือแล้วไง อะไรแบบนี้น่ะค่ะ แหะๆ แต่ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเบย์เอย์ก็ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ (แค่นี้ก็ดีใจมากๆ เลยยย)
น้อง shadow: ถ้าเป็นไปได้อยากเขียนเรื่องแนวๆ นี้แต่มีเนื้อเพิ่มมากกว่านี้เหมือนกัน ฮาาา อย่างที่บอกคุณ lilac ถ้าอ่านแล้วโมเอและรู้สึกคู่นี้เป็นแบบนี้เราก็ดีใจมากมายแล้วค่า

โจรพวกนั้นต้องให้คุณสวิสเอาไรเฟิลไล่ยิงซะให้เข็ด
#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2009-06-04 03:18