[APH Fanfiction] เอลฟ์ของฟินแลนด์
posted on 08 Jun 2009 23:10 by chibiแบบสอบถามสำหรับทำ Dissertation
จิ้มเลยนะคะ ^^
เขียนรีพอร์ทอิตาลีไม่ทันค่ะ เศร้าใจ T__T ตอนแรกว่าจะตัดใจละ เขียนทุกวันคงไม่ไหว = =;; วันนี้มัวแต่ไปคุยงานกลุ่ม มัวแต่เวิ่นเว้อ ไม่อยากอัพบลอคซี้ซั๊วเพื่อให้ดอกไม้โตด้วย...จนน้องเนมมาบอก
"พี่คะตอนนี้มีดอกไม้เซทใหม่ด้วยนะ มีสีใหม่ๆ อ่ะ"
โอเค...เปลี่ยนใจละ อัพก็ได้ เพื่อให้ดูมีคุณภาพ(เหรอออ?) ขนฟิคเก่าที่เคยแปะบอร์ดมาลงค่ะ ^^ คราวนี้เปลี่ยนจากเบย์เอย์อย์มาซูฟินบ้าง...หลังๆ ไม่ค่อยได้เขียนฟิคคู่นีเลยแฮะ เลือกเรื่องนี้เพราะมันสั้นแต่ตอนเขียนรู้สึกสนุกดีอ่ะ 55
เนื้อหาในเอนทรีนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริงของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ
Title: เอลฟ์ของฟินแลนด์
Pairing: Sweden x Finland
Rate: ใส และ ใส และ ใส
Preface: ชื่อเรื่องสิ้นคิดมาก สั้นๆ หน้าครึ่งค่ะ อยากเขียนขึ้นมาเพราะเมื่อสองวันก่อนหิมะตก กับเรื่องกาแฟไม่รุ้ว่าซูซังกินกาแฟแบบไหนอ่ะ เมคเองล้วนๆ
.
.
.
“อ๊ะ น้ำตาลหมด” ฟินแลนด์อุทานขึ้นมาเบาๆ ขณะเปิดตู้กับข้าว ใบหน้าอ่อนเยาว์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหนักใจท่ามกลางเสียงน้ำเดือดปุดๆ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับทำกาแฟแสนอร่อย
“แย่ชะมัด จะออกไปซื้อตอนนี้หิมะก็ดันตกอีก…” นัยน์ตาสีอเมทิสต์เหลือบมองออกไปยังนอกหน้าต่างซึ่งหิมะกำลังตกโปรยปรายปกคลุมทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นสีขาวโพลน อากาศหนาวขนาดนี้จะออกไปข้างนอกเพื่อซื้อแค่น้ำตาลก็กระไรอยู่
“เอาไงดี ถึงจะรู้ว่ากาแฟแบบไหนซูซังก็ดื่มได้ไม่เคยบ่นก็เถอะ” ได้แต่บ่นกับตัวเอง แน่ล่ะรู้ดีว่าคนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงห้องรับแขกจะไม่เคยวิจารณ์รสมือเขา (ถึงจะมีทำหน้าตื่นตกใจให้เขาตกใจกลัวได้ยิ่งกว่าก็เถอะ) แต่ถึงยังไงซูซังก็ชอบกาแฟใส่น้ำตาลมากกว่ากาแฟดำนี่นา
น่าเสียดายจังเลย…ถ้าเวลาแบบนี้มีภูตรับใช้ช่วยเราไปซื้อของบ้างก็คงจะดี ฟินแลนด์คิดไปเรื่อยเปื่อย นึกไปถึงคุณอังกฤษ หรือนอร์เวย์ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กัน สองคนนั้นคงสะดวกน่าดูในสถานการณ์แบบนี้
“ฮะๆ คิดอะไรไร้สาระจังเลยเรา” ชายหนุ่มหัวเราะกับตัวเองก่อนจะหันไปยกกาน้ำ เมื่อนั้นเองนัยน์ตาสีม่วงครามต้องฉายแววประหลาดใจ
“เห?” มือขาวเนียนหยิบถุงน้ำตาลซึ่งวางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ทำไมมีน้ำตาลวางอยู่ตรงนี้ล่ะ เมื่อกี้ยังไม่เห็นมีเลยนี่นา
“แปลกชะมัด” ถึงจะยังสงสัยว่าน้ำตาลเจ้ากรรมนั้นเสกมาจากไหนหากฟินแลนด์ก็หยิบน้ำตาลไปใช้อยู่ดี ไม่ช้าไม่นานกาแฟร้อนๆ หอมกรุ่นก็พร้อมเสริฟให้คนเป็นเจ้าของบ้าน
“ซูซัง กาแฟครับ” เสียงใสๆ ร้องบอก
“…” ไม่มีคำตอบนอกจากใบหน้าเฉยสนิท นัยน์ตาสีเทอร์ควอยส์ใต้กรอบแว่นยังจับจ้องข้อความบนหนังสือพิมพ์ต่อไป ซึ่งคนนำกาแฟมาให้ก็คิดว่าดีแล้วเพราะถ้าถูกนัยน์ตาดุๆ จ้องมองตัวเขาคงทำอะไรไม่ถูก
ว่าแต่แล้วน้ำตาลมันมาจากไหนหว่า…ยังคงสงสัยไม่เลิกราขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง ข้างนอกหิมะยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย ทั่วทุกหนแห่งนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ
ยกเว้น…? มือเพรียวแตะบานหน้าต่างจับจ้องถนนอันขาวโพลน นัยน์ตาสีอะเมทิสต์กะพริบปริบด้วยไม่อยากจะเชื่อสายตา
ถึงหิมะจะร่วงหล่นกลบทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ช่วงเวลาสั้นๆ มันก็ไม่เพียงพอจะลบเลือนรอยเท้าเหล่านั้นได้ ฟินแลนด์วิ่งไปตรงหน้าบ้าน คว้าเสื้อโค้ทซึ่งแขวนอยู่ตรงประตูขึ้นมาดู
โค้ดสีน้ำเงินเข้มเปียกชื้น เกล็ดหิมะสีขาวซึ่งติดอยู่ตามตัวเสื้อนั้นเป็นหลักฐานอย่างดี ใบหน้าอ่อนเยาว์คลี่ยิ้มจางๆ สองมือโอบกอดเสื้อโค้ทไว้แน่น หัวใจนั้นพองโตด้วยความสุข
…ไม่เคยรู้มาก่อนว่าผมเองก็มีเอลฟ์ประจำตัวอยู่ข้างกายมาตั้งนานแล้ว .
.
.
“มะม๊าฟินคร้าบบบ” เสียงของซีแลนด์ร้องเรียก ฟินแลนด์รีบแขวนเสื้อโค้ทเก็บเข้าที่เดิมก่อนจะวิ่งตรงไปหา
“ครับ…มีอะไรเหรอครับ” น้ำเสียงใจดีเอ่ยถามเด็กชายซึ่งนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าโทรทัศน์
“ผมอยากกินแพนเค้กอ่ะครับ” นัยน์ตากลมแป๋วจ้องมอง
“อ๋อ! ได้สิครับ”
“ใส่น้ำผึ้งได้มั้ยครับ” เด็กน้อยยังคงร้องขอ
“ฮื้อ ได้สิ ได้อยู่แล้ว” ฟินแลนด์ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“งั้นใส่กล้วยแบบในทีวีด้วยนะครับ” นิ้วเล็กๆ ชี้ไปยังหน้าจอ กล้วยเหลืองอร่ามดูหอมหวานน่ากิน “เนี่ยเป็นกล้วยจากเกาะแดนใต้เลยนะครับ น่ากินสุดๆ ใส่กับแพนเค้กต้องอร่อยแน่ๆ เลย”
มาถึงตรงนี้คนฟังเริ่มเหงื่อตก “เอ่อ ซีคุงบ้านเราไม่มีกล้วยนะครับตอนนี้”
“อ๊า….จริงเหรอ” ซีแลนด์โอดครวญ
“ไม่มีจริงๆ ครับ จะไปหาซื้อตอนนี้ก็…” พูดไม่ทันจบดีความคิดหนึ่งก็วูบขึ้นมา ฟินแลนด์รีบหันไปมองตรงห้องรับแขกทันที
ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกันแน่เมื่อสิ่งที่เห็นคือหนังสือพิมพ์ กาแฟซึ่งวางไว้บนโต๊ะและความว่างเปล่าเท่านั้น
“ซูซังครับ!!!”
END
Postscript: สั้นๆ ง่ายๆ ไม่ค่อยมีอะไรเนอะ ^^” แต่อยากเขียนมุกนี้เพราะส่วนตัวเรามองซูซังแนวๆ นี้แหละ อารมณ์เหมือนสามีไม่ค่อยพูดแต่ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ 55 ส่วนที่เขียนเรื่องของเอลฟ์ก็เพราะ หิมะตก >>> ขี้เกียจเข้าเมือง >>> ของกินหมด TOT เหตุผลการเขียนเล่นง่ายจริงๆ ตอนแรกกะเขียนให้ซูซังไปซื้อของอีกรอบด้วยแต่ขี้เกียจเลยตัดทอนไปแหะๆ มันคงไม่ดูห้วนนะคะ
++++++
ถ้าอัพไม่ทันอีก แปลว่าจะแปะฟิคมาลงอีก 5555 (เป็นแบบนี้จะดีเรอะ ^^" ) แต่อยากเห็นดอกไม้ลอตใหม่อ่าาาา ^O^


#1 By kiyono on 2009-06-08 23:36