[APH Fanfiction] Hear the Wind Song
posted on 25 Jun 2009 04:03 by chibiหายหมด.......บ้าเอ๊ย!!!
หาเรืองดันกระทู้ลงไปด้านล่าง ขอบคุณทุกรีพลายมากๆ เลยค่ะ TwT แล้วก็ขอโทษที่ถ้าทำให้ใครกังวลไม่สบายใจนะคะ ปกติไม่อยากนอยลงบลอคเหมือนกัน T___T แต่วันนี้นั่งเก็บของทั้งวัน ดูแมดแก้เซ็ง ก็ดีขึ้นเยอะอ่ะนะ...ได้บ่นบ้างอะไรบ้างก็โอเคแล้วอ่ะ งือออ ที่น้อง alamode พูดถึงเจ้าชายน้อย เออเนอะ เปรียบอย่างนั้นก็ได้เหมือนกัน ทำให้นึกถึงตอนที่ว่าด้วย ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์อะไรกับใคร ขึ้นมาเลยอ่ะ....
จะดันลงไปแต่ไม่รู้จะทำยังไงเลย....เอาฟิคมาอัพแทน...จริงๆ ต้องบอกอยากอัพแมด 555 ดูแมดก็ดีอย่างแก้อารมณ์บุ่ยได้ดี (แต่ต้องอย่าดูมากเกินจนงานเข้า OTL) ก็ไปนั่งดูแมดแก้เซ็งเจอแมดตัวนึง......อร้ากกก!!!! ช่วงต้นกับช่วงท้ายนี่เหมือนฟิคที่เคยเขียนเลย ชอบบบบ คือตอนเขียนเรื่องนั้นจบใหม่ๆ ก็คิดอยากเห็นเป็นแมดมากกว่า น่าจะซึ้งมากกว่าวุ้ย พอมาเจออะไรที่คล้ายๆๆ แถมดีกว่าที่ตัวเองจิ้นเป็นล้านเท่า รู้สึกประทับใจโคดดดด (ความจริงดูเพราะฉากปลูกต้นไม้อย่างเดียวอ่ะนะ........พอดูไปตอนหลังๆ อร้ากกกก ช-อ-บ มากกกกกกเลยค่ะ TvT)
เนื้อหาในเอนทรีนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก หากท่านมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับประเทศ หรือความสัมพันธ์เกี่ยวกับประเทศ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ทิ้งด้วยค่ะ ^^
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริงของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ
Title: Hear the Wind Song
Pairing: Alfred x Arthur
Preface: เพ้อเสร็จแล้ว ^^ ตอนแรกอยากให้ยาวกว่านี้น่ะค่ะ แต่ เวลาไม่พอ บวก ดราม่าได้เท่านี้อ่ะ (อยากให้พูดอะไรอีกเยอะ แต่ก็ อ๊า คิดไม่ออกแล้ว) ถ้ามันอ่านแล้วรู้สึกคลุมครือขออภัย
ถึงตอนนี้เรื่องยาวที่เขียนจะฟุตสึเอย์สุดๆ และอัลฟ์แย่มากๆ แต่ยังไงเราก็ยังเบย์เอย์เท่านั้นนนนเน้อออ เขียนเรื่องนี้ก็ยังรักอัลฟ์ไม่เปลี่ยน (แต่รักท่านอาเธอร์มากกว่า ^^) เราชอบความผูกพันของอัลฟ์และท่านอาเธอร์ รวมถึงความรู้สึกของการที่อัลฟ์ลุกขึ้นมาประกาศอิสรภาพ ซึ่งแน่นอน……ชอบมากทีไร เขียนไม่ได้ดั่งใจทั้งปี OTL (แต่เรื่องนี้ก็พยายามเขียนทุกอย่างที่อยากสื่อลงไปแล้วน่ะนะ ^^)
ความจริงในหัวเรื่องนี้ จริงๆ อยากให้เป็น Mad MV สุดๆ ฟังเพลงแล้วมันอินน่ะ 55 โอยยพล่ามเยอะ เดี๋ยวค่อยว่ากันตอนท้าย อ่อ แล้วก็เรื่องนี้ timeline เป็นช่วงยังไม่ได้รัฐเท็กซัสเพราะงั้นอัลฟ์ยังไม่สวมแว่นเน้ออ
.
.
.
พระอาทิตย์ยังคงส่องแสงแรงกล้าให้กับทุกสรรพสิ่ง บนเนินเขากว้างใหญ่ ณ ทุ่งหญ้าอันเขียวขจี มือน้อยๆ กำลังขุดดินอย่างขะมักเขม้น จนเมื่อได้หลุมลึกพอประมาณดวงตาสีฟ้าสดใสก็แหงนมองร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนเหนือหัว
“เรียบร้อยแล้วครับ อังกฤษ” อเมริการ้องบอกก่อนจะอมยิ้มเมื่อมือใหญ่หนาลูบศีรษะเขา
“เก่งมากอเมริกา…งั้นเรามาฝังเมล็ดนี้ด้วยกันนะ” ชายสูงวัยกว่าคุกเข่าลงมานั่งเคียงข้าง
“มันคือเมล็ดอะไรหรือฮะ” เด็กชายถามด้วยความสงสัย หรือถ้าพูดให้ถูกต้องบอกว่าสงสัยตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วที่อังกฤษพาเขาขึ้นมายังเนินเขาแห่งนี้….ทั้งที่เรือของอังกฤษจะแล่นออกจากท่าไปสู่ท้องทะเลเพื่อกลับบ้านเกิดในอีกไม่กี่ชั่วโมงแท้ๆ
รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนดวงหน้า “เมล็ดของต้นโอ๊กน่ะ”
“ต้นโอ๊ก?” เด็กชายทวนถามซ้ำขณะที่สายลมโบกพัดให้อากาศยามนั้นเย็นสบายไม่ร้อนจนเกินไป
“ฮื่อ ต้นโอ๊ก…นายอาจจะเคยเห็นมันอยู่บ่อยๆ แต่นายเคยได้ยินความหมายของต้นโอ๊กบ้างหรือเปล่า”
อเมริกาสั่นหัว ถึงแม้อังกฤษจะทิ้งหนังสือมากมายให้เขาอ่านคลายเหงายามที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังแต่เขามั่นใจว่าเรื่องราวของต้นโอ๊กไม่เคยผ่านตาเป็นแน่
แล้วความหมายของต้นโอ๊กเกี่ยวอะไรกับที่อังกฤษพาเขามาปลูกต้นไม้ ณ ที่แห่งนี้กันนะ
“ต้นโอ๊กเป็นไม้ใหญ่ แถมยังแข็งแรง ไม่ว่าจะเจอกับลมพายุ ฝนฟ้าคะนองมันก็ยังยืนหยัดอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปี ที่ประเทศของฉันน่ะถือว่าต้นโอ๊กเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งและความอดทนรู้มั้ย?” นัยน์ตาสีเขียวสบมองเด็กน้อยก่อนเอ่ยเบาๆ “ฉันเองก็อยากให้นายเติบโตอย่างเข้มแข็งเหมือนต้นโอ๊กนะ”
“…”
“เห็นนายร้องไห้เมื่อคืนฉันก็เป็นห่วง…จริงๆ ก็ไม่อยากปล่อยนายให้อยู่ที่นี่คนเดียวลำพังหรอกนะ” คงเพราะสายลมทำให้คำพูดพรั่งพรูออกมาง่ายแสนง่าย อังกฤษถูจมูกด้วยความขัดเขิน “ฉัน…ก็แค่อยากให้รู้ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะกลับมาหานายอีก ต้นไม้นี้ถือเป็นคำสัญญาแล้วกันนะว่าฉันต้องกลับมาแน่ๆ”
“…”
“ตกลงนะ อเมริกา จะไม่ร้องไห้ จะเข้มแข็ง องอาจกล้าหาญเหมือนดั่งต้นโอ๊ก สัญญากับฉันได้มั้ย” อังกฤษเอ่ยถาม
“ครับ…อังกฤษ ผมสัญญา ผมจะเข้มแข็งให้เหมือนต้นโอ๊ก” ทั้งที่บอกออกไปแบบนั้นหากนัยน์ตาสีฟ้ากลับเอ่อรื้นด้วยน้ำตา
ก็ความห่วงใยแทรกซึมลงสู่หัวใจ…จะให้เขาทำอย่างไร
“แน่ะ…ปากบอกจะเข้มแข็งแต่ดันร้องไห้ซะแล้ว” ตัวการให้เขาเสียน้ำตาหัวเราะพร้อมกับดึงเขาเข้ามาโอบกอด “ไม่ร้องไห้น่า แป๊ปเดียวเอง เดี๋ยวฉันก็กลับมา”
“อังกฤษ…ถึงตอนนั้นคุณจะกลับมาดูต้นไม้ด้วยกันกับผมใช่มั้ยครับ” อเมริกาถามเสียงสะอื้น
“กลับมาสิ…ต้องกลับมาแน่ๆ” มือใหญ่หนาปาดน้ำตาช้าๆ
“สัญญานะครับ”
“ฮื่อ…สัญญาสิ ตอนนี้เรามาปลูกต้นโอ๊กด้วยกันนะ”
เด็กชายพยักหน้า ภายใต้ดวงอาทิตย์ทอแสง พวกเขาต่างช่วยกันฝังเมล็ดลงสู่พื้นดินไปพร้อมกับความรักความห่วงใยที่มีให้กัน ฝากคำมั่นสัญญาไว้กับสายลมที่แม้นว่าจะอยู่ห่างไกลกันอีกฟากสมุทร เราต่างจะได้ยินถ้อยคำกระซิบเหล่านั้น
…สัญญา เราจะกลับมาพบกันอีก…
-----------------
- คศ. 1794 -
“ทางฝรั่งเศสส่งข่าวมาแล้วว่ากระบวนคอนวอยเดินทางไปถึงเบรสท์โดยสวัสดิภาพ” เจ้านายของเขากล่าวในขณะที่ดวงตาสีฟ้าสว่างยังคงจับจ้องปิแอร์หมายเลขสามซึ่งกำลังโผบินจากไป
“ดูเหมือนอังกฤษจะหัวเสียน่าดูที่ฝรั่งเศสอ้างว่าการรบครั้งนี้ตนเป็นฝ่ายชนะเพราะเขาสามารถคุ้มกันเรือของพวกเราได้โดยปลอดภัย”
“มันก็ถูกอย่างที่ฝรั่งเศสพูดแหละครับ ถึงอังกฤษจะได้รับชัยชนะในการรบแต่ในแง่วัตถุประสงค์ก็ถือว่าเขาแพ้” อเมริกาเอ่ยเสียงเรียบ
“พูดตรงไม่อ้อมค้อมสมกับเป็นเธอนะ เอาเถอะ…ยังมีเอกสารอื่นต้องจัดการอีก เรื่องของพวกยุโรปก็ปล่อยให้เขาตีกันไป พวกเรายังมีอะไรต้องทำอีกมาก”
“ครับ…ยังมีอะไรต้องทำอีกมาก” ชายหนุ่มซึ่งย่างผ่านวัยรุ่นได้ไม่นานว่าพลางหยิบเอกสารอื่นมาดูต่อราวกับเหตุการณ์ที่รายงานเมื่อครู่เป็นเพียงอากาศธาตุ
“เหนื่อยหน่อยนะอเมริกา” น้ำเสียงเป็นห่วงดังขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกครับ…” ใบหน้าคมสันยังคงกวาดตามองเอกสารไม่ยอมเงยหน้า “ก็ยังมีอะไรต้องทำอีกมากจริงๆ นี่นา…”
.
.
.วันคืนหมุนเวียนไปอย่างน่าใจหาย แต่ละวันผ่านไปรวดเร็วจนน่ากลัวเมื่อความทรงจำทั้งหลายทั้งปวงได้ผันแปรกลายเป็นอดีต…
พระอาทิตย์จวนเจียนลาลับขอบฟ้าอีกครั้ง ทั้งที่เขาควรจะตรงกลับบ้าน กินให้อิ่มท้องแล้วเข้านอนเพื่อลืมตาตื่นต้อนรับวันใหม่เหมือนอย่างเคยแท้ๆ หากไม่รู้เป็นเพราะอะไร เขากลับเลือกที่จะเดินเล่นชมทุ่งหญ้าซึ่งเอนไหวไปกับสายลมฤดูร้อน
ร่างสูงใหญ่ทอดมองหมู่ต้นสนซึ่งปลูกไว้เป็นแนวยาว ความเขียวขจีของต้นไม้ชวนให้นึกถึงภาพในวัยเยาว์ ก่อนนี้ตรงต้นสนฟากนู้นดูเหมือนจะเป็นทุ่งหญ้า
“นับจากนี้นายต้องเป็นน้องชายของฉัน!”
“อื้ม ถ้างั้นให้ผมเรียกคุณว่าพี่ชายดีมั้ยฮะ”
“พ…พี่ชายงั้นเหรอ…ไม่ล่ะ ไม่เป็นไร เรียกอังกฤษเถอะ แค่อังกฤษก็พอ”
นึกถึงทีไรก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ คนๆ นั้นมักเป็นแบบนั้นเสมอ แต่ถึงยังไงช่วงเวลาที่อยู่กับเขาคนนั้นก็ช่างเป็นสุข แม้จะหลับตาลงสักกี่ครั้งก็สามารถวาดภาพรอยยิ้มของอังกฤษขึ้นมาในใจได้เสมอ
หากมันก็คงหมุนย้อนได้แค่ในความคิดเท่านั้น…
“อยากจะแยกตัวไปก็เชิญเลย ยังไงฉันก็คิดอยู่แล้วว่าสักวันต้องเป็นแบบนี้” ถ้อยคำกราดเกรี้ยวยังคงฝังแน่นในความทรงจำ หากก็รู้ดีว่าในคำพูดเหล่านั้นแฝงด้วยความปวดร้าวเอาไว้มากมายแค่ไหน
ผมขอโทษ…ผมเสียใจ…
“ถ้าผยองคิดว่าตนเองเอาชนะฉันได้ล่ะก็ ฉันจะทำให้นายสำนึกเอง…”
เสียใจจริงๆ…ที่ต้องเหยียบย่ำเกียรติยศที่คุณภาคภูมิ
“ไปให้พ้น! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า! ฉันเกลียดนายได้ยินมั้ย! ฉันเกลียดนาย”
แต่ผมรักคุณ…อยากให้รู้ว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครรักคุณมากไปกว่าผม
แม้ว่าความรู้สึกซึ่งเอ่อล้นนี้จะไม่ได้พูดออกไปให้คุณรับรู้ก็ตาม
อเมริกาแหงนมองท้องฟ้า เดินขึ้นเนินเขาสูงไปเรื่อยๆ ผ่านแสงแดดลาลับเป็นราตรี ผ่านสายลม ผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ก่อนจะเดินมาถึงยอดเขาอันเป็นปลายทาง
ที่แห่งนั้นเมล็ดน้อยๆ บัดนี้ได้กลายเป็นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแก่ผู้เดินทาง ผ่านไปเป็นร้อยปีมันยังคงเติบโตได้อย่างงดงาม…ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาไม่เคยเปลี่ยน
อเมริกาแหงนมองต้นโอ๊กก่อนจะซบหน้าลงกับลำต้นแกร่งกระด้าง ชั่วขณะที่สองมือเอื้อมไปโอบกอดหยาดน้ำใสๆ ก็ไหลอาบแก้ม
อยากกอด…ผมอยากกอดคุณเหลือเกิน
แต่ในตอนนี้คุณคงไม่ต้องการอ้อมกอดของผม
คุณอาจจะเกลียดผม เกลียดทุกสิ่งที่ผมกระทำ
แต่ผมก็อยากให้คุณรู้…ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปี
ความรู้สึกที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ของคุณกับผมนั้นคือความสัตย์จริงที่จะไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยน
พระอาทิตย์ลาลับแสงทิ้งไว้เพียงความมืดนานแล้วหากร่างสูงใหญ่ยังคงยืนอยู่เช่นนั้น ลมยังคงพัดพาให้กิ่งไม้สั่นไหวเหมือนเช่นวันวาน กิ่งไม้โบกสะบัด ใบไม้ร่วงโปรย บ้างก็ลอยละล่องขึ้นไปเบื้องบนราวกับหอบความรู้สึกทั้งมวลขึ้นไปบนฟากฟ้า
ณ อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทร ใครอีกคนหนึ่งนั่งอยู่เพียงลำพังในสวนกว้าง ท่ามกลางท้องฟ้ากว้าง…นัยน์ตาสีเขียวได้แต่ทอดมอง…ไม่มีคำพูดใดๆ…
นอกจากทอดมองต้นโอ๊กซึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า…
.
.
.
“สัญญานะครับว่าเราจะกลับมาดูต้นโอ๊กด้วยกัน”
“ฮื่อ…ฉันสัญญา”
“ตกลงแล้วนะครับ ต้องกลับมาจริงๆ นะ รู้มั้ย ผมรักอังกฤษที่สุดในโลกเลย”
“จริงเหรอ? งั้นฉันจะบอกความลับเรื่องหนึ่งให้ฟังนะ”
“ครับ?”
“ความลับที่ว่า…ฉันก็รักนายมากเหมือนกันอเมริกา…”
END…
Postscript: ในที่สุดมีเขียนเรื่องแทรกประวัติศาสตร์บ้างซะที แหะๆ เหตุการณ์ช่วงนี้คือ Glorious First of June หรือยุทธนาวีที่ อูชันท์ ครั้งที่ ๓ หรือ Bataille du 13 prairial an 2 สงครามนโปเลียนเน้ออ เป็นช่วงที่คุณพี่กำลังออกอาละวาด โดยมีท่านอาเธอร์ยังไงก็ไม่ยอมแพ้มันหรอก ซึ่งเหตุการณ์นี้เล่าคร่าวๆ คือ เกิดภาวะขาดแคลนอาหารในฝรั่งเศส อเมริกาเลยส่งข้าวโพดมาทางเรือจำนวน 117 ลำ ในฐานะที่ฝรั่งเศสเคยช่วยอเมริกาตอนประกาศอิสรภาพไว้ แน่นอน อังกฤษก็ต้องมาขัดขวาง โดยโจมตีเรือของฝรั่งเศส ซึ่งผลครั้งนี้ ในแง่การรบฝรั่งเศสเสียกำลังพลไปมากในแบบที่จำนวนหน่วยที่สูญเสียคนละหน่วยกับอังกฤษเลยอ่ะ แต่สุดท้ายเรือของอเมริกาก็ส่งเสบียงไปถึงฝรั่งเศสได้อย่างปลอดภัยอยู่ดี ซึ่งทั้งสองประเทศต่างก็อ้างว่าตนชนะ (นึกภาพคุณพี่กับท่านอาเธอร์ทุ่มเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย 55) เลยดึงเหตุการณ์ช่วงนี้มาเล่นว่าทั้งสองคนก็คงปวดใจกันอยู่ดีน่ะนะ โดยเฉพาะท่านอาเธอร์ที่น้องชายตัวเองดันส่งเสบียงให้คู่สงครามน่ะ
ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องของต้นโอ๊กแรกทีเดียวจะไม่กำหนดต้นไม้ แต่รู้สึกอยากให้มีความหมายเพราะธีมเรื่องนี้คือ ความรักที่เติบโตและความผูกพันที่สื่อผ่านต้นไม้ เลยใส่ใจหน่อยเต๊อะ ^^ เลยไปเลือกต้นไม้มาดูก็มาลงเอยที่ต้นโอ๊กเพราะอยู่เป็นร้อยปีได้ และที่สำคัญเป็นต้นไม้ประจำชาติของทั้งอเมริกา และอังกฤษด้วย (ประเทศอื่นด้วยนะ แต่เราขอข้ามล่ะกัน55) นอกจากนี้ยังมีความหมายถึงความเข้มแข็ง ความอดทนอีกด้วย ก็โยงเหตุการณ์กันไปอีกทีหนึ่ง >__<
เป็น Talk ที่ยาวชะมัด =[]= แต่ปิดท้าย ใครอยากอ่านสงครามนโปเลียนไปตามลิงค์ได้เลย สนุกมากแซ่บสุดๆ นอกจากจะได้ดูความยิ่งใหญ่คุณพี่ แล้วก็ยังได้เห็นว่าทำไมฟินฟินถึงถูกอีวานพรากไปจากอกซูซัง ^^ ไปจนถึงช่วง Fire in Moscow ที่อีวานทำคุณพี่ซะเข็ดหลาบ (จริงๆ หลายคนอาจเคยอ่านเหตุการณ์พวกนี้มาแล้ว แต่บลอคนี้เล่าโยงทั้งหมดได้ชัดเจนดีมากค่ะ
Credit : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=hummel&month=09-2007&date=23&group=7&gblog=7
ประวัติศาสตร์ก็ไม่แม่น จะดราม่าด้วยความยาวเพียงไม่กี่หน้าก็ทำไม่ถึงอีก เพราะงั้นพอได้ดูแมดที่เติมเต็มจิ้นแทนเลยลัลล้ามาก
ประโยคตอนจบนี่ฆ่ากันให้ตายเลยเถอะ ขอร้อง ชอบมาก
นี่แหละสิ่งที่อยู่ในหัวและอยากเห็นเป็นภาพ แล้วเราก็ได้เห็น TvT
และก็เพราะเบย์เอย์บทจะดราม่าก็ซับซ้อนได้อีก เลยโมเอทุกทีสิเนี่ย

)
ไว้จะรอดูว่ามินต์จะเขียน thai x ?? บ้างหรือเปล่า 5555 ได้ข่าวว่าจะมีคาแรกเตอร์ไทยเพิ่มมาด้วยนี่ ความรู้สึกอยากอ่านเลยพุ่งขึ้นมาซะอย่างนั้น
#1 By frodo_slave on 2009-06-25 14:29