[aph Fanfiction] Love Flu

posted on 31 Oct 2009 13:06 by chibi

เนื้อหาในเอนทรีนี้ ไม่ได้มี ส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก หากท่านมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับประเทศ หรือความสัมพันธ์เกี่ยวกับประเทศ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ทิ้งด้วยค่ะ ^^ 

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ

 ตอบเม้นก่อน

คุณป้าแดง: หนังสือข้างบนส่วนใหญ่ขายตามร้านหนังสือทั่วไปน่ะค่ะ มีแค่นิทานพื้นบ้านที่เราว่ามันออกไปทางเซลล์ลดราคาน่ะค่ะ (แต่อยากได้หนังสือแบบนี้อีกจังน้าา)

คุณแหนมเน่า: แอบสารภาพช่วงนี้มีตามบลอคคุณแหนมเน่าเหมือนกันค่ะ สเปนโรม่าวาดได้น่ารักมากเลยค่ะ (ลงสีสวยมากก) ขอบคุณที่แอดบลอคนะคะ เล่ม talk to the snail แนะนำค่ะ ข้างในมีจิกกัดกันแรงกว่านี้เยอะ ที่พิมพ์มาคือเลือกที่พิมพ์คัดลอกไหวน่ะค่ะ 55+

น้อง Firodendon : ดีใจที่ชอบที่รีวิวจ้าา ไว้อ่านแล้วคิดยังไง อัพบลอคเล่าสู่กันฟังได้จ่ะ

น้องเรนเมะ : ชอบหนังสือประเภทจิกกัดคนประเทศต่างๆ เหมือนกัน แต่ปกติพี่หาไมค่อยเจอนะ ตอนอยู่ที่นู่นก็ไม่เจอเล่มที่คิดว่าใช่ (กลัวซื้อมาขี้เกียจอ่านด้วยแหะๆ) เล่มนิทานพื้นบ้านเยอรมันอ่านแล้ว ชอบมากๆ เลย อยากเขียนฟิคให้กิลนั่งอ่านให้รูทฟังเลยทีเดียวล่ะ 555+ แต่เล่มราชวงศ์อังกฤษท่าจะใช้เวลาอ่ะ น่าจะยาวโฮกก ช่วงนี้อ่านเล่มอื่นคั่นไปด้วยอ่ะ 55

คุณ kok : หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปค่าา

คุณ hakkun: เรื่อง silent night อ่านแล้วประทับใจมากเหมือนกันค่ะ (ชอบอ่านเรื่องราวสั้นๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามแบบนี้อ่ะ) ตอนนี้อ่านนิทานพื้นบ้านเยอรมันจบแล้วแต่กะรวบรวมให้ได้หลายเล่มก่อนแล้วว่าจะอัพรีวิวทีเดียวน่ะค่ะ (คิดว่าอาจจะรวมเล่มที่ซื้อจากอังกฤษด้วยจะได้อัพได้เยอะ) แล้วก็ขอบคุณที่แอดนะคะ XDD


เอาล่ะ ช่วงนี้กำลังคิดว่าอาจจะเปลี่ยนมาอัพฟิคลงบลอคบ้างเพราะหลังๆ เป็นผีบอร์ดไปเรียบร้อย เข้าไปทีไรโพสแต่ฟิคอย่างเดียวรู้สึกเกรงใจ =_=;;  (ยังคิดอยู่ว่าจะจัดหมวดหมู่ฟิคให้เรียบร้อยกว่านี้ดีมั้ย) แต่ปัญหาคือเรื่องยาวที่ลงบอร์ดบางเรื่องมันไม่จบเนี่ยสิ เลยคิดๆ อยู่จะขนแต่เรื่องสั้นมาลงดีมั้ย

งวดนี้เลยว่าเอาเรื่องสั้นแต่งเมื่อเช้ามาลงก่อนแล้วกัน ขอบคุณไข้หวัดเมื่อเช้าทำปวดหัวนอนเป็นไข้จนออกมาได้หนึ่งเรื่องเลย..

 Title: Love Flu

 Pairing: USxUK

 Rate: G (เรื่องไม่มีอะไรเลยจริงๆ...)

 Notice: มาคิดดูวันฮัลโลวีนไหงเราดันแต่งเนื้อหาเป็นวันชาติเมริกาเนี่ย ดีเลย์ไปมั้ยเธอ??

 

ใกล้ถึงวันนั้นทีไรต้องรู้สึกปวดหัว เป็นไข้ ไม่สบายทุกที...

 อังกฤษรำพึงเงียบๆ ในใจเพียงลำพังขณะจ้องมองเพดานซึ่งกำลังหมุนติ้ว ได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามครืนๆ ดังก้อง ดูเหมือนฝนทำท่าจะตก...ไม่ชอบเอาซะเลย ใกล้จะถึงวันนั้นก็ทำให้เขารู้สึกแย่แล้ว ยิ่งฝนตกก็ทำให้ยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่

"แค่กๆๆ" อาการคลื่นเหียนเข้าจู่โจมจนอังกฤษไอเสียงดังโขลก แย่ชะมัด ไข้หวัดงี่เง่ารุนแรงมากกว่าที่คิด ร่างซึ่งนอนอยู่บนเตียงพลิกตัวกระสับกระส่าย อากาศรอบกายเย็นสะท้านเสียจนสองมือต้องกระชับผ้าห่มแน่น คนหนาวสั่นไปทั้งกายขดตัวนิ่งราวกับตัวเองเป็นดักแด้ที่ไม่อยากจะลอกคราบออกมาพบกับโลกภายนอก

เกลียดชะมัดเวลารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแบบนี้ แล้วยังไอ้อาการปวดหัวราวกับสมองจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ นี่อีก เมื่อไรความทรมานบ้าๆ นี่จะจบไปสักที

หนึ่งวัน...สองวัน ไม่สิอีกตั้งสามวันกว่าจะผ่านพ้นวันนั้น บ้าจริง เรื่องนั้นมันผ่านไปสองร้อยกว่าปีแล้วนะ เขาไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย เมื่อไรจะเลิกเก็บมาคิด หวั่นไหว ทำตัวน่าสมเพชแบบนี้สักทีนะ

คงเพราะพิษไข้ หัวใจจึงไหววูบขึ้นมาเมื่อจินตนาการไปว่าบางทีเขาคงจะนอนป่วยหนักแบบนี้ไปเรื่อยๆ ปีแล้วปีเล่าแม้จะผ่านไปอีกกี่ร้อยปีข้างหน้าก็ตาม

ต้องร้องไห้ ไม่สบาย ปวดหัวพอนึกถึงเรื่องวันนั้นตลอดไปงั้นเหรอ...

ไม่เอาด้วยหรอก!! ขืนนอนป่วยไม่สบายแบบนี้ทุกปีล่ะก็ เจ้าเด็กนั่นต้องหัวเราะเยาะเขาแน่ๆ ไม่มีทาง! ไม่มีทาง! ไม่มีทาง!

"ไง อังกฤษ!!" น้ำเสียงสดใสร่าเริงดังแทรกผ่านอาการฟุ้งซ่าน นัยน์ตาสีเขียวซึ่งพร่าด้วยม่านน้ำตาจ้องมอง นี่อาการป่วยเขาหนักถึงขั้นฝันร้ายเห็นเจ้าเด็กนี่งั้นเหรอ

"อะ...เมริกา" อังกฤษเรียกเสียงแผ่วโหย เขากลั้นใจนานก่อนจะร้องเรียกออกไป "ไป...ตาย...ซะ..."

"บ้าจัง เดี๋ยวนี้บ้านเธอเขาทักทายแขกกันแบบนี้เหรอ" อเมริกาทำหน้าบูดๆ ใส่ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ "อังกฤษ...เธอเป็นอะไรน่ะ"

...มองไม่ออกหรือไง ว่าคนกำลังไม่สบาย เจ้าบ้า...นึกอยากจะตะโกนด่าออกไป หากความร้อนในกายและลำคอซึ่งแห้งผากทำให้ไม่สามารถส่งเสียงออกไปได้ สิ่งที่อังกฤษทำได้จึงมีเพียงขึงตาใส่คนร่างกายแข็งแรงตรงหน้าเท่านั้น

นัยน์ตาสีฟ้ายังคงจ้องมองเขาซึ่งนอนป่วยไม่เลิก ให้ตายสิ ถูกมองด้วยสายตาแบบนี้ไม่ชอบเอาซะเลย...โดยเฉพาะเวลาที่ตัวเขาอยู่ในสภาพอ่อนแอแบบนี้...

"ไม่สบายเหรอ?" คำถามซึ่งหลุดจากปากอีกฝ่ายนั้นโง่เง่าเสียจนเขาอยากจะอาละวาดหรือระเบิดเสียงหัวเราะประชดประชันเหลือเกิน

ใช่...ฉันไม่สบาย ป่วยหนักใกล้ตายเลยล่ะ แล้วคิดว่าเป็นเพราะใครกันล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้

แน่ล่ะ ถึงตายก็ไม่มีวันจะบอกสิ่งที่ครุ่นคิดตอนนี้ให้เจ้าเด็กตรงหน้าฟังเด็ดขาด ตัดสินใจได้เช่นนั้นคำพูดที่ออกมาจึงตรงกันข้าม "งี่เง่า...ฉันสบายดี สบายดีสุดๆ ไปเลย แค่กๆๆ"

ทั้งที่อยากจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงกว่านี้ แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นพร่าจนตัวเองได้แต่เศร้าใจ

"เธอนี่นะ..." อเมริกาถอนหายใจใส่เขา ไร้มารยาทเสียจริง เป็นเด็กเป็นเล็กมาทำท่าทีแบบนี้กับผู้ใหญ่ใช่ได้ที่ไหนห๊ะ "ถ้าสบายดีล่ะก็ ไอ้ที่โทรศัพท์มาหาฉันตอนดึกดื่น แล้วมาทำเสียงหอบๆ หายใจระทวยใส่นี่แปลว่าเธอโรคจิตถึงขั้นอยากโทรศัพท์คุกคามทางเพศกับฉันงั้นเหรอ"

ไอ้ข้อกล่าวหาบ้าบอนี่มันอะไรของแกวะ...แล้วใครที่ไหนโทรศัพท์ไปหากัน นัยน์ตาสีเขียวตวัดมองไปรอบๆ ที่ริมหน้าต่างนั้นเอง แฟร์รี่ตัวน้อยซึ่งลอยละล่องต่างพากันสะดุ้งเฮือก รีบบินหนีออกไปจากห้องทันที

สาเหตุที่อเมริกามาหาเป็นเพราะพวกเธอนี่เอง อังกฤษเหม่อมองโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่ข้างตัว...จินตนาการได้ไม่ยากเย็นว่าแฟร์รี่ของเขาคงช่วยกันหยิบโทรศัพท์มาวางใกล้ๆ แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ของอเมริกา

บ้าเอ๊ย! แฟร์รี่ของฉันยุ่งมากเกินไปแล้ว ที่สำคัญจะเรียกเจ้าตัวไร้ประโยชน์แบบนี้มาทำไม หมอนี่ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ถ้าจะตามคนมาช่วยทำไมไม่ไปเรียกญี่ปุ่นหรือคนอื่นที่ดีกว่านั้น คนอย่างอเมริกาน่ะจะเรียกมาทำไม หมอนั่นมีปัญญาแค่เอาแฮมเบอเกอร์มาโปะหัวฉัน ไม่ก็พูดจาโหดร้ายชวนให้ฉันรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมเท่านั้นเอง
.
.
.
โอเค...ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันโกหก ความจริงแล้วฉันไม่อยากให้อเมริกามาที่นี่เพราะฉันกลัว...กลัวที่จะให้อเมริกามาเห็นสภาพอันน่าสมเพชของฉัน กลัวว่าอเมริกาจะเข้ามาพูดจาเยาะเย้ยตัวฉันที่กำลังอ่อนแอ...

ถ้าเป็นฉันยามปกติอาจจะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับท่าทีแย่ๆ ของอเมริกาได้ แต่ตัวฉันในตอนนี้...วันฝนตกแบบนี้ ฉันไม่สามารถทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าหมอนี่ได้ดีหรอกนะ

"นี่..." คงเพราะเอาแต่คิดฟุ้งซ่าน ดวงตาสีฟ้าจึงเคลื่อนเข้ามาประชิด ใกล้เสียจนขยับตัวนิดเดียวริมฝีปากของเราคงชนกันเป็นแน่ "เธอตัวร้อนมากเลยนะ..."

ก็คนไม่สบายนี่นา...คนไม่อยากจะยอมรับความจริงบ่นอุบในใจก่อนหัวใจทั้งดวงกระตุกวูบเมื่ออเมริกาลูบใบหน้าของเขา

"ท...ทำบ้าอะไรของนาย" ได้แต่ประท้วงเสียงแหบครือขณะที่มือใหญ่หนายังคงลูบไล้แก้มร้อนผ่าวไปเรื่อยๆ...

มือของอเมริกานั้นเย็น...ให้ความรู้สึกดีจนน่าเจ็บใจนัก

"เป็นยังไงบ้าง..." เสียงของอเมริกาดังข้างหู ใกล้เสียจนเขาจะไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจตนเองดังเต้นโครมครามอยู่แล้ว

"รู้สึกแย่สุดๆ เลิกจับหน้าฉันซะทีเหอะ" ทั้งที่บอกออกไปแบบนั้นแท้ๆ แต่ดูเหมือนเจ้าเด็กอวดดีจะแปลคำพูดของเขาไม่ออกเลยสักนิด คงเพราะพิษไข้เขาจึงเห็นรอยยิ้มบางฉาบอยู่บนใบหน้าอเมริกา...ก่อนที่เตียงทั้งเตียงจะไหวยวบ

"อเมริกา...นาย...เล่นอะไรของนาย!!" อังกฤษร้องโวยวายขณะที่ร่างใหญ่โตรวบตัวเขาเข้าไปกอดจนร่างทั้งร่างจมหายเข้าไปในแผ่นอกกว้าง

"เธอนี่ตัวอุ่นมากๆ เลยนะ" น้ำเสียงของอเมริกายังคงร่าเริง มือใหญ่หนาทั้งสองลูบแผ่นหลังซึ่งเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ "ยิ่งอากาศเย็นๆ แบบนี้ กอดเธอแล้วอุ่นสบายจัง"

"พูดอะไรไร้สาระ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย" อังกฤษนึกอยากดันอีกฝ่ายออกไปให้พ้นๆ หากอ้อมแขนของร่างสูงนั้นแข็งแรงเสียจนตัวเขาในตอนนี้ไม่อาจทำอย่างใจคิดได้

"เดี๋ยวฉันหายหนาวเมื่อไรก็ปล่อยเองน่า" อเมริกายังคงไม่ยี่หระ เรียวปากได้รูปแตะที่หว่างคิ้วหนา "ไม่ทำอะไรเหมือนที่ลุงลามกหวังไว้หรอก"

"คะ...ใครเขาหวังอะไรมิทราบ!! โขลกๆๆ"  พอจะโวยวายอาการหวัดก็กำเริบ อังกฤษรีบยกมือปิดปากก่อนจะบอกเสียงเขียว "เลิกกอดฉันได้แล้ว เจ้างี่เง่า!"

"ทำไมล่ะ" นัยน์ตาสีฟ้าหลุบลงต่ำจ้องมองเขา อยากจะแก้ตัวว่าเพราะพิษไข้จึงรู้สึกว่าท้องฟ้าในดวงตาอเมริกาจึงดูใจดีกว่าปกติ "หรือกลัวฉันจะติดหวัด...ไม่เอาน่า ไม่เคยได้ยินหรือไงว่าฮีโร่ไม่เป็นหวัดหรอก"

เคยได้ยินแต่คนบ้าไม่เป็นหวัดมากกว่า อังกฤษนึกค้านแต่ไม่อยากจะโต้เถียงกับเจ้าเด็กพูดไม่รู้เรื่องไปมากกว่านี้เพราะรู้ดีว่าถึงจะยกเหตุผลกี่ร้อยแปด คนตรงหน้าก็คงดึงดันหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองไม่เลิกราเป็นแน่

คิดได้เช่นนี้อังกฤษจึงนอนนิ่งๆ ซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง เรียวปากได้รูปเอ่ยงึมงัม "ถ้านายติดหวัดไปเลยก็ดี ฉันจะได้หัวเราะเยาะนายตอนนั้นให้สะใจเลย"

"แต่ฉันว่าสภาพเธอตอนนี้น่าหัวเราะกว่าอีกนะ" เหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะยียวนดังแว่วในโสตประสาท หากอ้อมแขนที่โอบกระชับทำให้อังกฤษไม่ใส่ใจเสียงเหล่านั้น

คิดดูแล้ว...ตั้งแต่ตอนไหนที่เราไม่ปวดหัวตอนได้ยินเสียงฝน
คิดดูแล้ว...ไอ้อาการหวัดงี่เง่านี่มันเริ่มทุเลาลงตั้งแต่เมื่อไรนะ...
ตั้งแต่ตอนที่อเมริกาโอบกอดเรางั้นเหรอ
.
.
.
ไม่อยากจะยอมรับเลย แต่เอาไว้ตอนตื่นมาอีกทีค่อยแก้ตัวกับอเมริกาว่าที่หน้าเราแดงก่ำเป็นเพราะพิษไข้ก็แล้วกัน

END...

(แถมท้าย)

-วันต่อมา-

โทรศัพท์ดังกรีดเสียงท่ามกลางความเงียบ ญี่ปุ่นเอื้อมมือไปรับก่อนจะกรอกเสียงตามสาย "ฮัลโหล...ครับ งั้นเหรอครับ เข้าใจแล้วครับตอนนี้เยอรมันกับอิตาลีก็มาพักบ้านผมพอดีเดี๋ยวจะบอกพวกเขาให้นะครับ...ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กแค่นี้เอง ถ้าอย่างนั้นฝากบอกอเมริกาให้รักษาสุขภาพด้วยก็แล้วกันนะครับ"

"ญี่ปุ่นนน มีอะไรเหรอ เกิดอะไรขึ้นอ่ะ" อิตาลีร้องถามด้วยน้ำเสียงเริงร่าหลังจากที่เขาวางสาย

"อ้อ อังกฤษโทรมาน่ะครับ บอกว่างานเลี้ยงวันเกิดของอเมริกาพรุ่งนี้ยกเลิกแล้ว" ญี่ปุ่นตอบน้ำเสียงเรียบเรื่อย ผิดกับอิตาลีซึ่งแสดงสีหน้าลนลานอย่างไม่ปิดบัง

อิตาลีซึ่งตั้งใจจะแวะมาเยี่ยมญี่ปุ่นก่อนจะเดินทางไปวันเกิดของอเมริกาทำหน้าประหลาดใจก่อนจะยิงคำถามเป็นชุด "เอ๋? ว่าไงนะ อังกฤษที่น่ากลัวคนนั้นโทรมาเหรอ แล้วทำไมอเมริกายกเลิกวันเกิด แล้วๆๆ...วันเกิดของอเมริกาทำไมเป็นอังกฤษบอกยกเลิกอ่ะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลยอ่ะเยอรมัน"

"นายก็ใจเย็นๆ รอให้ญี่ปุ่นเล่าก่อนสิอิตาลี" เยอรมันที่เดินทางมาเยี่ยมญี่ปุ่นพร้อมอิตาลีดุเสียงดังจนอีกฝ่ายทำหน้าจ๋อยไปถนัด

ญี่ปุ่นส่งยิ้มบางๆ ให้คนทั้งสอง "อังกฤษแค่บอกว่าอเมริกาเป็นหวัดน่ะครับ"

"เห? คนแข็งแรงอย่างอเมริกาเนี่ยนะ" อิตาลีส่งเสียงครางด้วยความประหลาดใจขณะหยิบพิซซ่าซึ่งกินค้างขึ้นมากินต่อ

"ครับ ดูเหมือนจะป่วยตอนไปเยี่ยมอังกฤษ อาการไม่หนักเท่าไรแต่คงหายไม่ทันฉลองกับพวกเราน่ะครับ"

"เหรอ...น่าเสียดายจัง แต่แข็งแรงอย่างอเมริกาเดี๋ยวก็หายเนอะ" คนอารมณ์ดีเอียงคอก่อนจะคว้าพิซซ่าชิ้นต่อไปขึ้นมาหม่ำ

"เห็นว่าตอนนี้อังกฤษกำลังดูแลอยู่น่ะครับ"

"เหวออออ งั้นอเมริกาน่าสงสารแย่เลยอ่ะ" อิตาลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงพรั่นพรึงก่อนหันไปทางเยอรมัน "งั้นของขวัญของพวกเราที่จะให้อเมริกาจะเป็นหมันมั้ยอ่ะเนี่ย"

"ไว้ค่อยส่งให้ทีหลังก็ได้มั้งครับ" ญี่ปุ่นพูดพลางแหงนมองท้องฟ้าซึ่งปลอดโปร่งไร้เมฆผิดกับเมื่อวาน รอยยิ้มรู้ทันผุดขึ้นบนริมฝีปากคนผ่านโลกมานาน "แต่ดูเหมือนตอนนี้อเมริกาจะได้ของขวัญที่ตัวเองต้องการมากที่สุดแล้วมั้งครับ"

END (Again)

postscript: ให้ตายสิ รู้สึกชอบเขียนแต่เรื่องสั้นมากกว่า เรื่องยาวนี่จะดองไปสักกี่เรื่องถึงจะพอใจเนี่ย T_T เอาล่ะขอเขียนกับเรื่องนี้นิดนึง พอดีเมื่อวานไม่สบายมาก ไอหนัก เป็นไข้เข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่มแน่ะ เมื่อเช้าตอนที่นอนไม่สบายเลยเพ้อๆ ออกมาเป็นฟิคเรื่องนี้แล้วก็เอามานั่งเขียนจบในหนึ่งวันเลย พออาการเริ่มดีขึ้นแอบรู้สึก น่าจะป่วยแล้วเขียนได้แบบนี้บ่อยๆ แฮะ <<< จะดีเร้อออ

 เรื่องนี้เขียนด้วยอารมณ์เพ้อๆ เหมือนไม่ค่อยมีสาระเท่าไรเลย อยากเน้นหวานๆ ไม่รู้ว่าเขียนแต่มุมมองอังกฤษอย่างเดียวจะเคลียร์มั้ยว่า อเมริการีบบึ่งมาหาอังกฤษที่ไม่สบายนะคะ >_< แล้วจริงๆ ก็รู้ด้วยว่าอังกฤษนอนป่วยเพราะอะไรเลยไม่ค่อย AKY เท่าไร จริงๆ รู้สึกว่าถ้าเป็นอเมริกาตัวจริงน่าจะไม่ดีกับอังกฤษแบบในฟิคเรื่องนี้หรอกนะ ตอนที่ดึงเข้าไปกอดทั้งตัวยังคิดเลยตอนติดเกาะอเมริกาก็ไม่ยอมทำนี่หว่า ^^a อยากเขียนให้แกล้งอังกฤษจนร้องไห้มากกว่านี้จังเลย ฮากกก

เรื่องนี้จริงๆ มีตอนจบในหัวอีกแบบ แบบดาร์คๆ เป็นแบบที่อเมริกาจ้องมองอังกฤษซึ่งนอนหลับในอ้อมแขนตนเองแล้วคิดว่า พอได้จ้องมองอังกฤษที่นอนป่วยแบบนี้แล้วรู้สึกดีใจ แม้จะรู้สึกไม่ดีที่เห็นอังกฤษนอนป่วย แต่พอคิดว่าอังกฤษในตอนนี้เป็นของเขาคนเดียว...ในใจของเขาก็รู้สึกยินดีอย่างน่าประหลาด....อยากเขียนแบบนี้แหละ!! แต่รู้สึกถ้าอย่างนี้มันโหมดอีวานนี่นา? เลยให้จบน่ารักสมชื่อเรื่องดีกว่า ฮ่าๆ 

 ไว้ว่าจะย้ายเรื่องสั้นเก่าๆ ที่เคยเขียนเรื่องอื่นมาลงบลอคดีกว่า ^^

 

  Edit: ว่าลืมอะไร ไปลอยกระทงในเอกทีนแล้วลืมเอามาลง ฮาที่มีของปีที่แล้วให้อ่านด้วย เลยขอเป็นสเตปต่อเนื่อง อยากได้ที่งานใกล้ๆ บ้านจังเลย พรากกกกกกกก

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านประโยคแรก คิดขึ้นมาเลยฮะว่า ท่านฮะ ท่านป่วยการเมืองอ๊ะป่าว... (ขอโทษฮะท่าน)

อ่านแล้วแอบอมยิ้มหลายที่เลย XD ท่านซึนได้เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เว้นแม้วันฝนตกและป่วยหนัก บรรดาแฟรี่ก็ช่างรู้ใจท่านแท้ๆ ถึงปากกับใจจะบอกไม่อยากเห็น แต่เอาเข้าจริงเขามาแล้วไข้ก็ลดเลยนี่นะฮะ open-mounthed smile

"ไป...ตาย...ซะ..."
"บ้าจัง เดี๋ยวนี้บ้านเธอเขาทักทายแขกกันแบบนี้เหรอ"

นึกภาพแล้ว ท่านอาเธอร์แอบหลอนอะฮะ แต่ก็ฮาาา XD

"ถ้าสบายดีล่ะก็ ไอ้ที่โทรศัพท์มาหาฉันตอนดึกดื่น แล้วมาทำเสียงหอบๆ หายใจระทวยใส่นี่แปลว่าเธอโรคจิตถึงขั้นอยากโทรศัพท์คุกคามทางเพศกับฉันงั้น เหรอ"
อัลฟ์ ที่คิดแบบนี้ได้เนี่ย แสดงว่าจริงๆ แล้วตัวเองต้องเคยคิดอยากทำ (หรือทำไปแล้ว?) ใช่มั้ยฮะ...

สารภาพว่าอ่านไปถึงช่วงที่อัลฟ์เริ่มแตะหน้าท่าน ทางนี้คิดไปไกลแล้วฮะ (นึกว่าจะมามุก หนาวเนื้อห่มเนื้อ...) ต้องย้อนกลับไปดูข้างบน... มันเรท G นี่นา...

แถมท้าย อิตะจังน่ารักได้อีกฮะ ลนๆ ลานๆ น่ารักอ้าาา
ส่วนคุณคิคุก็รู้ทันเขาไปหมดเลยนะฮะ (หัวเราะ)

ตอนจบอีกแบบ... แบบว่า โหมดท่านอีวานจริงๆ ฮะ นึกหน้าท่านอีวานแล้วช่างเข้าเสียนี่กระไร sad smile

#1 By bvxvinn on 2009-10-31 13:39

อ๊างงงง เปิดมาเจอฟิคเฮตะ ดีใจ๊~

ก่อนอื่นก็แปลกใจเลย 55+
พี่จิบิแอบตามบลอคด้วยหรอคะ (ฮา)แอบปลื้ม~
งั้นหนูก็ต้องสารภาพว่าแอบตามฟิคพี่อยู่เหมือนกัน ตั้งแต่ในบอร์ดเฮตะแล้ว ที่จริงต้องย้อนไปฟิคแฮร์รี่เลยมั้ง ซื้อเก็บไว้ด้วย (ฮา)

แอบอ่านแล้วไม่กล้าคอมเม้นท์(เลวอีก) มาเม้นท์ตอนนี้ก็ไม่สายใช่มั้ยคะ กร๊ากกกก

เรื่องนี้อ่านแล้วยิ้มทั้งเรื่องเลยค่ะ (น้องชายที่นั่งข้างๆหาว่าบ้า)ชอบท่านอาเธอร์ที่ซึนได้น่ารักน่าหยิกแบบนี้มากกกก ดูน่าแกล้งบอกมิถูก


ส่วนอัลฟ์ดูสุภาพบุรุษเว่อร์~ แต่ชอบคร่า ถ้าให้อัลฟ์ AKYนี่ไม่ไหว พี่จิบิอย่าแกล้งท่านอาเธอร์ไปมากกว่านี้เลย ให้อัลฟ์เค้าบริการหน่อย 555+

ชอบที่สองคนนี้ดูเป็นห่วงเป็นใยกันแบบซึนๆดีนะ ปากแข็งกันทั้งคู่ เลยต้องอยู่กันแบบมึนๆแบบนี้ แต่ก็น่ารักดีแล้วล่ะเนอะ กัดกันไปกัดกันมา (ปลากัด??) ดูแล้วชื่นใจคนอ่าน กร๊ากๆ

ชอบอิตาจังโผล่มาแอ๊บๆตอนจบ น่ารักเน้อ ~

ส่วนตอนจบอีกแบบ นึกว่าอีวานมาพูดเอง กร๊ากกกก เห็นหน้าอีวานลอยมาเลยค่ะ

จะรอเอาเรื่องใหม่(?)เก่ามาลงบลอคนะคะ รอเสมอๆ หิหิ

#2 By แ ห น ม น้ อ ย on 2009-10-31 13:57

เป็นฟิคเบย์เอย์ที่น่ารักมากๆเลยค่ะ

อ่านๆไป ก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว (แถมยิ้มแบบยกมุมปากข้างเดียวอีก เอิ้กก ชักปลงตัวเองซะแล้วสิ sad smile)

ชอบอัลเฟรดที่ใจดีแบบนี้จัง อุบอุ่นมากๆเลย แต่อีกใจนึง ก็แอบเชียร์ให้จบแบบดาร์กๆ แบบนั้นก็โฮกไปอีกแบบนะคะ (ฮาา)

ตอนที่อ่านถึงช่วงที่ อาร์เธอร์รู้สึกว่าอาการทุเลาลง หลังจากที่ถูกอัลเฟรดกอด แล้ว อดคิดไม่ได้ว่า
ที่อาร์เธอร์ป่วย อาจเป็นเพราะผลกระทบจากแผลเก่าในใจรึเปล่า (กี๊ดดดดด โรแมนติก) ยิ่งอ่าน ยิ่งชอบค่ะ! ฟิคแนวนี้!!cry

แล้วจะรออ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ สู้ๆค่ะ! confused smile

#3 By hakkun on 2009-10-31 15:08

อ้ากกกกก น่ารักจังเลยค่ะ
เคยคิดจะทำเอมวีคู่นี้ แนวนี้เลยอ่ะ แต่สลับกัน กั่กๆๆๆๆ ตอนนั้นเพิ่งเกิดเหตุการณ์ที่อเมริกาเศรษฐกิจตกต่ำจนมีผลไปทั่วโลกเลยล่ะค่ะ
แต่ชอบของคุณจิบิแต่ง แบบได้อารมณ์น่ารักและลักษณะการกระทำของแต่ละคนน่าจะตรงกับอุปนิสัยจริงๆมากกว่าด้วย
ชอบตอนท้ายของกลุ่มอักษะ โดยเฉพาะเยอรมัน เพราะคิดถึงอ่ะ เหตุผลง่ายๆ กั่กๆๆๆ

นึกถึงฟิคเก่ารักสาม-สี่เส้า ที่บอร์ด ไม่ได้ตามเลย ก็ไม่รู้ว่ามีตอนจบยัง ยังไม่มีก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลองถามดูเฉยๆ
ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะsurprised smile

#4 By ป้าแดง underground on 2009-10-31 18:17

พระเจ้าเบย์เอย์ โมเออะไรอย่างนี้คะ!

อ่านแล้วกรี๊ดสามสิบห้าตลบพร้อมหัวเราะอีกสองครั้ง โมเอไปไหนคะเนี่ย! แม่ยกท่านใจอ่อนมากเลยเวลาที่อัลฟ์ทำแบบนี้น่ะค่ะ ดูอ่อนโยนผิดปกติ โฮก~ ยิ่งท่านอาเธอร์สภาพเป็นไข้ซึนๆยิ่งโมเอใหญ่เลยล่ะค่ะ พอเห็นอย่างนี้แล้วอยากเชียร์ให้ท่านเป็นหวัด ไม่สบายบ่อยๆนะคะท่านอาเธอร์

แฟร์รี่กับเฟลี่(ชื่อคล้ายกันด้วย ฮา)เป็นตัวประกอบที่ขโมยซีนมากเลยค่ะ รู้สึกโมเอพิกล น่ารักอย่างนี้ฆ่ากันเลยดีกว่าค่า!!!

ปล. อ่านฟิคพี่จิบิทีไร คำว่าโมเอนี่นับไม่หวาดไม่ไหวเลยล่ะค่ะ โมเอ

#5 By C-ornichon on 2009-10-31 18:31

ตอนแรกรู้สึกเหมือนอัลฟ์กินยาผิด เดเระเดเระมากเป็นพิเศษ
พออ่านเฉลยว่าแอบรู้แล้วนี่มัน....อร๊ายยยย พระเอกเกินไปแล้วน้า

ชอบตรงที่ท่านปากแข็งว่าไม่อยากให้อเมริกาไร้ประโยชน์มาหาตอนตัวเองป่วย แต่ก็ยอมรับว่าความจริงแล้วไม่อยากให้อเมริกาเห็นตัวเองที่อ่อนแอ นั่นมันโมเอ้สุดๆเลยค่ะ

ฟิกนี้อัลฟ์อ่อนโยนมากเลยค่ะ แอบหลงรัก แต่ก็ยังไม่ลืมความเป็นตัวของตัวเอง แขวะท่านได้อีก

อัลฟ์ดาร์คของพี่จิบิก็น่าสนใจนะคะ...แต่ก็ดูอีวานจริงๆล่ะค่ะ ฮา

ว่าแต่ตอนติดเกาะนั่น แอบมีเวอร์ชั่นของเยอรมันอิตาลีออกมาเปรียบเทียบด้วยล่ะ แต่คู่นั้นไม่ต้องสืบว่าเยอรมันเซอร์วิสไปสุดๆ เลยมีผีแค้นฝังหุ่นมาโหยหวนอยู่ใกล้ๆ (ท่านอิจฉามากๆสินะคะ ที่เป็นซีนเดียวกันเด๊ะ แต่ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายต่างกันราวฟ้ากับเหวนี่มัน...)

คู่นี้จะซึนไปไหนคะ!!

#6 By Raven Mr. on 2009-11-06 00:08

โฮกกกก
น่ารักก!! อบอุ่นจังเลยย งื๊ออ~~~
อัลฟ์เท่ค่ะ โฮก

ชอบอาเธอร์ที้่ปากแข็งซึนๆแบบนี้จัง น่ารัก น่ากด(?) แอร๊ยยย

ขำเฟรี่โทรศัพท์มากค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

#7 By kazukazu on 2009-11-14 21:45