[Short Story] Happy Birthday to Our Love

posted on 05 Nov 2009 21:07 by chibi

หาของมาดันลงตั้งนาน ไม่อยากโพสฟิคเฮตาเลียหลังจากเอนทรีที่ผ่านมา ^^" แล้วก็อืมม คิดหนักเรื่องการโพสชื่อประเทศขึ้นมาบ้างแล้วสิ อืมม อืมมม

เอาเถอะ เรื่องที่จะโพส...........เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองเขียน จำไม่ค่อยได้ว่าเขียนตอนไหนหว่า และเคยไปโพสที่อื่นมั้ยแต่น่าจะไม่มีหรือมีน้อยมากมั้ง ออริเรื่องอื่นก็โพสบ่อยจนคนเบื่อแย่ กลับมาอ่านเรื่องนี้ชักอยากขุดนิยายออริมาเขียนต่อจัง >w< 

ตอบเม้นฟิค 2 เรื่องก่อนไว้จะมาตอบงวดหน้านะคะ จริงๆ นะ TwT(คราวนี้มีประเด็นอะไรจะอยู่แต่ในนั้นแล้วขี้เกียจหาของดัน แล้วก็เริ่มขี้เกียจพิมพ์อธิบายน่ะนะพูดที่อยากพูดแทบจะหมดแล้วอ่า) นอกเรื่องละโพสดีกว่า

Title : Happy Birthday to Our Love
Notice : เรื่องสั้นเขียนเอาสนุกๆ ^^;; แต่ผับนี้อาจหลุดไปวงโคจรที่ไหนสักเรื่องได้จ่ะ


เราพบกันเมื่อสิบปีก่อน
และอีกห้าปีถัดมาเราก็คบเป็นแฟนกัน
แต่จะห้าปี หรือสิบปี เรื่องบางเรื่องเขาเป็นคนอย่างไรก็ยังคงเป็นคนแบบนั้น
ผมชินแล้วล่ะ ก็รู้มาตั้งนานแล้วนี่นาว่าเขาเป็นคนแบบนี้
กะอีแค่วันเกิดน่ะ จะลืมสักห้าปี สิบปี หรือจะร้อยปีมันก็ไม่เห็นจะต่างกันจริงมั้ยล่ะ?

“สุขสันต์วันเกิดครับคุณพี” กุหลาบพร้อมกับแก้วก้านยาวบรรจุน้ำสีสวยถูกวางลงต่อหน้าอย่างนุ่มนวล

“ขอบคุณครับ...” พีรพล หรือคุณพีเอ่ยเสียงขุ่นก่อนจะยกแก้วนั้นขึ้นมาดื่มรวดเดียวโดยไม่สนใจว่า ฤทธิ์เหล้าในแก้วนั้นจะแรงเพียงใด ส่วนกุหลาบน่ะเหรอนอนสงบนิ่งอยู่ที่ใด ก็ยังอยู่แบบนั้นแหละ

“ใจร้ายเหมือนเคยนะครับ คุณทิ้งกุหลาบที่ผมให้เป็นของขวัญวันเกิดมาสามปีแล้ว น่าสงสารดอกไม้แย่” มาสเตอร์ตัดพ้อ หากใบหน้ายังยิ้มละไม สายตายังคงจ้องมองคนเป็นแขกด้วยความเอ็นดู

“ก็ไม่เห็นอยากจะได้นี่นา...ผมน่ะไม่สนใจวันเกิดตัวเองมาตั้งนานแล้ว” คนเป็นเจ้าของวันเกิดตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจางสบตากับมาสเตอร์ เมื่อนั้นเหล้าอีกแก้วก็ถูกนำมาเสริฟอย่างรวดเร็ว

“ทะเลาะกับคุณเคนมาเหรอครับ”

“ยุ่งน่า!” แก้วที่สองหมดไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับคำก่นด่า “ทำไมฉันต้องทะเลาะกับมันในเมื่อมันไม่อยู่ให้ทะเลาะ ห๊ะ!!”

เหล้าแก้วที่สามถูกเสริฟตามต่อ “โอเคๆ ขอโทษที่พูดจาเสียมารยาทออกไป ยังไงดื่มแก้วนี้ก็กลับบ้านได้แล้วนะครับ เดี๋ยวจะเมาจนกลับบ้านไม่ถูก”

“ยุ่งอีกแล้ว บอกให้รู้ไว้เลยคืนนี้ให้ตายยังไงฉันจะไม่กลับบ้านเด็ดขาด” นายพีประกาศกร้าว ไม่เกรงใจแขกเหรื่อในร้าน เพราะร้าน Full Moon วันนี้ปิดให้บริการสำหรับลูกค้าคนสำคัญของมาสเตอร์นั่นเอง

“ไม่กลับผมก็แย่สิครับคุณพี” มาสเตอร์ยังคงโปรยยิ้ม หากนัยน์ตาสีเหล็กนั้นกลับฉายแววเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก “ผมไม่รับประกันนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณพีอยู่กับผมจนถึงเช้าน่ะ”

“ลองคุณทำอะไรที่ว่าสิ เคนแล่นมาฆ่าคุณถึงที่แน่” คนเป็นลูกค้าคนสำคัญคำรามก่อนจะล้มฟุบลงกับโต๊ะ เหล้าแก้วที่สามพร่องไปแล้ว

“ใจร้ายเหมือนเคยนะครับ ทั้งที่รู้ว่าผมรู้สึกกับคุณยังไง” มาสเตอร์หนุ่มถอนหายใจ กระนั้นมือเรียวสวยก็เอื้อมไปลูบเรือนผมสีดำที่เรียบแปล้เป็นเงามัน เหล้าสามแก้วก็เมาแอ๋ง่ายดาย นอกจากหน้าอ่อนไม่สมวัย คนตรงหน้าก็ยังคออ่อนไม่เปลี่ยน ทั้งที่อายุอานามก็เฉียดเลขสามแท้ๆ นัยน์ตาสีเหล็กมองแก้มซึ่งตอนนี้ถูกย้อมเป็นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับริมฝีปากที่ราวกับมีแรงดึงดูดให้โน้มเข้าไปชิดใกล้

“ตั้งสติไว้ๆ ไอ้นอร์ท ทะเลาะกับไอ้คุณเคนมันไม่สนุกนักหรอก” คนไม่เมาสะบัดหน้าแรงๆ เรียกสติ ก่อนจะเปลี่ยนมาเขย่าร่างบาง

“คุณพีครับกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง...”

“อืม...ไม่เอาน่ะ ง่วงจะนอนมันตรงนี้แหละ” ชายหนุ่มตอบเสียงอ้อแอ้ก่อนจะนอนขดเป็นลูกแมวต่อ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตอนนี้ดูฉ่ำเยิ้มจนทำให้คนสบมองต้องหักห้ามใจตนเอง

“คนโตๆ แล้วเขาไม่ทำแบบนี้กันหรอกครับ” นอร์ทตอบเสียงอ่อน

“ใช่สิ คนโตๆ แล้วไม่งอแงเป็นเด็กๆ พอๆ กับที่เป็นผู้ชายก็ไม่มีสิทธิโวยวายที่คนรักลืมวันเกิดตัวเองทุกปีใช่มั้ย ล่ะ” เสียงที่ดังลอดออกมาเต็มไปด้วยความน้อยใจจนคนฟังสัมผัสได้

“ไหนบอกว่าไม่สนใจไงล่ะครับ”

“ฉันพูดตั้งแต่เมื่อไรว่าไม่สนใจโอ๊ย! ยิ่งคุยยิ่งหงุดหงิด ปวดหัวชะมัด!!” คนเมาโวยวายไม่เกรงใจก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นพร่ำเพ้อตามสเตป “เฮงซวยเป็นบ้า ฉันน่าจะชินได้แล้วนะว่ามันต้องลืมแน่ๆ”

“คุณพีเป็นผู้ชายก็น่าจะรู้ว่าคุณเคนไม่ใช่คนโรแมนติคมาแต่ไหนแต่ไรนี่นา”

“เออ! ฉันรู้ว่าไอ้นักแต่งเพลงงี่เง่า นั่นเป็นคนไม่โรแมนติค ไม่โรแมนติคเลยยย แม่งเพลงรักที่มันแต่งติดชาร์ตเป็นเดือนๆ ได้นี่สงสัยต้นสังกัดยัดเงินแหงๆ!!” แก้วเหล้าถูกยื่นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีแก้วที่สี่สำหรับคนเมา

“งั้นก็คิดแบบนี้สิครับว่าคุณเคนแต่งด้วยความรักที่มีต่อคุณพีเชียวนะ” มาสเตอร์หนุ่มยิ้มหวานพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนเมา

“เหอะ! นายจะไปรู้อะไร ไอ้เพลง รักที่ขาดเธอไม่ได้ น่ะไอ้บ้าเคนมันแต่งตอนไหนรู้มั้ย ตอนมันต้มมาม่า มาม่ารสต้มยำกุ้งด้วยนะเฟ้ย ระยำเอ๊ย!! เกิดมาฉันเพิ่งเคยเห็นนักแต่งเพลงที่ไร้อารมณ์สุนทรีได้ขนาดนี้ก็มันเนี่ย แหละ”

...ที่ปรึกษาการลงทุนที่คาดหวังอารมณ์โรแมนติคขนาดนี้ผมก็เพิ่งเคยเห็น เหมือนกันครับ...นอร์ทได้แต่คิดเพราะไม่มีโอกาสพูดแทรกคนเมาที่กำลังพล่ามใน ตอนนี้ได้ เข็มนาฬิกาขยับไปตามจังหวะ ไม่ช้าไม่นาน เข็มสั้นและเข็มยาวก็มาบรรจบเลขสิบสองในที่สุด

นัยน์ตาสีเหล็กเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะหันมามองร่างเล็กที่ฟุบหลับคาโต๊ะ “หมดวันแล้วนะครับ...”

“แล้วไง...” เสียงอู้อี้ดังลอดมาเบาๆ แวบหนึ่งมาสเตอร์หนุ่มคิดว่าลูกค้าผู้น่ารักของเขาจะร้องไห้

ทว่าสิ่งที่เห็นก็มีเพียงแต่ดวงตาที่ฉายแววเบื่อหน่ายเท่านั้น เรียวปากบางหาวหวอดก่อนจะบ่นพึมพำ “ก็แค่แก่ขึ้นอีกปีก็เท่านั้นเอง...”

มันไม่ใช่แค่เรื่องลืมวันเกิด หากมาสเตอร์หนุ่มรู้ดีว่า ไอ้คุณเคนของคุณพีที่ว่ามักจะทำอย่างนี้กับคุณพีเสมอ วันสำคัญอะไรที่เกี่ยวกับคุณพีไม่เคยคิดจะจำ นานๆ ทีกว่าจะหาวันหยุดว่างตรงกันได้ ไอ้คุณเคนก็จะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนอน ปล่อยให้คุณพีได้แต่มองตาปริบๆ

แม้เขาจะเคยเจอไอ้คุณเคนแค่สองสามครั้ง แต่ด้วยการงานที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย เขาก็รู้สึกได้ว่า ไอ้คุณเคนของคุณพีนี่ช่างเป็นผู้ชายที่เฉยชาสิ้นดี

“เห็นคุณพีบอกว่ารู้จักกับเขามาตั้งสิบปีแล้ว เพราะอะไรนะถึงคบกันได้นานแบบนี้” คนรู้จักคนตรงหน้าแค่สี่ปีคิดขณะโน้มหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ นัยน์ตาสีดำปิดสนิทแล้ว หากขนตายาวเป็นแพก็ดึงดูดใจเขาให้เต้นระรัว

...บางที แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น...ชั่วขณะที่คิดระยะห่างระหว่างเขากับร่างที่หลับใหลก็ลดลงทุกทีๆ

“คิดจะทำอะไรน่ะ...”

เสียงเย็นๆ เนิบๆ เรียกสติให้มาสเตอร์หนุ่มผงะออกห่าง ใบหน้าฉายแววงุนงงเมื่อภาพใครบางคนสะท้อนอยู่ในดวงตา

“คุณเคน...มาที่นี่ได้ยังไง?”

“ก็มาตามหมอนี่กลับน่ะสิ” แขกไม่ได้รับเชิญไม่พูดเปล่าลงมือดึง ‘หมอนี่’ จากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่เจ้าของผมสีชาบ่นพึมพำ “บ้าชิบ! ปล่อยให้ฉันยืนขาแข็งรออยู่หน้าห้องตั้งนานแล้วตัวเองนอนเมาสบายใจเฉิบเนี่ย นะ ไม่ยอมบอกสักคำว่าจะฉลองวันเกิดที่นี่”

“เอ๋...วันเกิด?” มาสเตอร์หนุ่มทวนคำอย่างงงัน

“ใช่...วันนี้วันเกิดของเจ้านี่ไง นายเพิ่งรู้เหรอ” คนผมสีชาถามเสียงขุ่น

“ป...เปล่าไม่มีอะไร” แม้มีเรื่องอยากพูดมากมาย แต่เมื่อคิดถี่ถ้วนแล้วเขาน่าจะนิ่งเฉยไว้ดีกว่า

เคนหรี่ตามองคู่แข่งความรักที่ไว้ใจไม่ได้ “โชคดีนะว่าฉันไม่อยากอารมณ์เสียในวันเกิดเจ้าพี เรื่องเมื่อกี้ฉันจะทำเป็นลืมแล้วกันนะ”

“อ...” นอร์ทอ้าปากหมายจะทักท้วง หากร่างสูงใหญ่เหมือนหมีก็ประคองคุณลูกค้าผู้แสนน่ารักของเขากลับไปเสียแล้ว บานประตูปิดดังปัง ทิ้งไว้เพียงแค่ความเงียบงันให้อยู่ข้างกายเขาเท่านั้น

“เฮ่อ...ให้ตายเถอะ” มาสเตอร์หนุ่มถอนหายใจ กระนั้นใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม “ปีนี้ก๊อกหักอีกตามเคยแฮะเรา...”

----------------

สายลมเย็นๆ ตีหน้าปลุกให้คนเมาไม่ได้สติฝืนลืมเปลือกตาอันหนักอึ้ง เขาเหลือกตามองทิวทัศน์รอบข้าง ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาว ฟุตบาทว่างเปล่าไร้ผู้คน จำได้ว่าเรานอนอยู่ในร้านคุณนอร์ทนี่นา

“เอ...นี่เรา...เมา...จนกลิ้งออกนอกร้าน?”

“ฟื้นแล้วเหรอเจ้าบ้าเอ๊ย” เสียงบ่นที่ดังเหนือหัวทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยงหายสร่างเมาทันที

“เคน...นาย...มาอยู่ที่นี่ได้ไง” คนเพิ่งได้สติยังคงเง็งเป็นไก่ตาแตก

“ก็มารับนายกลับน่ะสิ! ปล่อยให้คนยืนรออยู่หน้าห้องตั้งนาน นายต้องรับผิดชอบด้วย” คนมีสติเต็มร้อยแต่แรกเหวี่ยงร่างที่ประคองเมื่อครู่เข้าไปในรถ

“นายไปรอฉันหน้าห้อง เคน?? นายเนี่ยนะ??” พีรพลทวนคำอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ทำไม คนรักมาฉลองวันเกิดให้มันแปลกตรงไหน อย่าบอกนะนายลืมไปแล้วว่าวันนี้วันเกิดนาย” คนขับรถย้อนถามให้ชวนปวดหัวจี๊ดขึ้นมาตงิดๆ

“อะไรกัน! นายต่างหากที่ลืมวันเกิดฉันทุกปี ใครใช้ให้ปีนี้ทะลึ่งจำได้ฟะ” เจ้าของวันเกิดโวยทันที ก่อนจะหน้าหงายเมื่อรถออกตัวพุ่งสู่ถนนสุดแรง

“โอเค งั้นปีหน้าจะลืมเหมือนเดิมแล้วกัน”

“หนอย! ตั้งใจจะกวนประสาทกันใช่มั้ย” พีนึกอยากโดดเข้าไปบีบคออีกฝ่ายนัก แต่ชีวิตตัวเองแขวนอยู่กับพวงมาลัยในมืออีกฝ่ายจึงไม่อาจทำอะไรได้ คารมและวาจาจึงเป็นอาวุธอย่างเดียวที่ใช้ได้ในตอนนี้ “คนอย่างนาย...ฉันเอือมที่จะบ่นแล้ว เอาเป็นว่าปีหน้าก็ส่วนปีหน้า ปีนี้ก็ส่วนปีนี้ เพราะงั้นเอาของขวัญมาได้แล้ว”

“ของขวัญ?” คนขับรถเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ประหนึ่งว่าคำถามที่เขาถามออกไปมันช่างประหลาดสิ้นดี

“ก็...ของขวัญวันเกิดฉันไง ไหนๆ จำได้ก็เอามาซะ เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อน อ...อย่าบอกนะว่า...” คนสร่างเมาหันไปจ้องหน้าคนขับเขม็งด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่มีหรอก...” ต่อคำให้เสร็จสรรพไม่เสียเวลา

“ว่าไงนะ!!”

“ก็คนมันลืมนี่นา” ถนนในยามนี้ช่างโล่ง และไร้ผู้คน เหลืออีกเพียงสองไฟแดงก็จะถึงที่หมาย

“ให้ตายเถอะ!! นายนี่มัน...พอๆๆ ฉันขี้เกียจจะพูดอะไรแล้ว” คนโดนลืมของขวัญหันไปกอดอก ในใจนับหนึ่งถึงสิบเพื่อสงบสติอารมณ์

ให้ตายเถอะ นายพีรพล ที่ปรึกษาการลงทุนด้านการเงินผู้เฉียบแหลมตัดสินใจได้อย่างเยือกเย็น กะแค่ถูกลืมเรื่องของขวัญเขาไม่เห็นจำเป็นต้องโกรธเลย
ใช่...ไม่จำเป็นต้องโกรธเลยสักนิด เคนมันก็เป็นของมันแบบนี้มานานแล้วนี่นา

รถแล่นมาจอดหน้าคอนโดเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เช่นเดียวกับที่เจ้ามนุษย์ไร้อารมณ์ดึงเขาไปกอดเมื่อไร...เขาก็ไม่ทันคิดเช่นกัน

รู้เพียงแค่เรียวปากได้รูปที่กำลังช่วงชิงลมหายใจเขาไปนั้น ช่างอ่อนหวาน และร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน เรียวแขนบอบบางเกาะบ่าหนาเมื่อร่างสูงใหญ่โอบกอดเขาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

ให้ตายเถอะ...เป็นแบบนี้ทุกที
ถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า สูญเสียตัวตนที่เยือกเย็นกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่รู้
ความรักมันน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ----?
ท่ามกลางสติอันเลือนราง นัยน์ตาของเขาสะท้อนแต่เพียงภาพคนตรงหน้าเท่านั้น

----------------

ฟ้าสางแล้ว วันใหม่กำลังจะเริ่มต้น หากร่างทั้งสองที่นอนเคียงข้างกันยังคงรู้สึกเกียจคร้านจะลุกขึ้นมาทำอะไร

“จะว่าไป...ก็ใช่ว่าจะไม่มีของขวัญวันเกิดน่ะนะ” เคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงง่วงงุนขณะนอนอยู่บนเตียงกว้าง

“มาให้ทั้งที่เลยวันจะมีประโยชน์อะไร มูลค่าตกแล้วเฟ้ย” ส่วนคนเมาหลับเมื่อครู่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายนอนตาค้างแทน

“แต่ฉันคิดว่ามันยังมีราคาสำหรับนายนะ” ร่างสูงพลิกตัวดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด

คนลงทุนชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะถามเสียงเบา “อะไรล่ะที่นายจะให้ฉัน...”

“สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังหนึ่งวัน” เคนกระซิบให้ร่างในอ้อมแขนฟังเบาๆ “จำวันเกิดได้แล้วมาอวยพรแค่นี้ก็ยอดเยี่ยมแล้วไม่ใช่เหรอ”

“บ้าชิบ...นี่นายไม่ลงทุนเลยนี่หว่า” พีเงื้อเท้าหมายจะยันอีกฝ่ายตกเตียง แต่ก็ไม่อาจทำได้เมื่อร่างสูงใหญ่เหมือนหมีควายยกขาขึ้นมาพาดเหมือนคาดการณ์ ได้ล่วงหน้า

“งั้นแถมให้อีกหน่อย ขอให้ฉันได้อยู่ข้างๆ นายแบบนี้ตลอดไป”

“นี่มันอวยพรให้ตัวเองแล้วไอ้ประสาทเอ๊ย...”

“อ้าว! ผิดตรงไหน ก็ความสุขของนายคือการที่ฉันอยู่ข้างๆ ไม่ถูกเหรอไง” คนอวยพรตอบหน้าตายๆ ก่อนจะหาวเสียงดังลั่น “ง่วงแล้ว ฉันนอนก่อนล่ะนะ”

ไม่มีโอกาสต่อปากต่อคำเพราะเจ้าหมีตัวโตเผ่นหนีเข้าสู่นิทรารมณ์ทันที พีได้แต่จ้องดวงหน้าที่หลับสนิท พูดอะไรไม่ออกสักคำ

นี่สินะ เถียงกับนักแต่งเพลงเจ้าของเพลงรักฮิตติดชาร์ตต้องเสียเปรียบแบบนี้ทุกที
ในแง่การลงทุน แม้การที่รักกับคนแบบเจ้าหมอนี่อาจจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
แต่ผลที่ได้ออกมา ก็ดูไม่เลวเหมือนกันแฮะ...

END

Postscript : จริงๆ เป็นคนชอบเรื่องบรรยากาศผู้ใหญ่แบบนี้นะ แต่แต่งให้ได้ฟีลที่ว่าไม่ค่อยได้ คงเพราะเรามีความเป็นเด็กง้องแง้งเยอะไปล่ะมั้ง 555

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้อารมณ์ใสๆดีนะคะ ง้องแง้งเหรอ ก้มีบ้างน่ะค่ะ แต่ถ้าผู้ใหญ่ไปบางทีก็เข้าใจยาก แบบนี้ก็ดีแล้ว ผ่อนคลายๆ อ่า----- open-mounthed smile

#1 By ป้าแดง underground on 2009-11-05 21:39

คุณพีนี่ชวนให้นึกถึงท่านอาเธอร์จริงๆ เลยค่ะ อ่านๆ ไปก็แอบจิ้นในหัวเป็นเบย์เอย์<ฟุทสึ อาอู... ช่างโมเอ (ฮา)

(นี่มันจิ้นสนองนี้ดตัวเองชัดๆ เลยเรา = =")

#2 By renme on 2009-11-05 22:34

แอบชอบบุคลิกตัวละครแบบ คุณนอร์ท จังค่ะ
สุขุม ยิ้มง่าย คอยเป็นที่ปรึกษา แต่ในใจก็แอบหวังเล็กๆ แบบนี้น่ารักดีค่ะ ชอบบบ

เห็นคุณพี ตอนแรกนึกถึงอาร์เธอร์ แต่ไปๆมาๆ คิดว่า
ออกไปทาง โรมาโน่ มากกว่า ฮา

แต่จะซึนแบบไหน ก็ยังน่ารักอยู่ดี !
ความซึนนี่ ไร้เทียมทานจริงๆค่ะ ฮา cry

ฟิคสนุกอีกแล้วค่ะ แล้วจะรออ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ ^^

#3 By hakkun on 2009-11-06 06:45

~~~ (=////[]////= )

/เคลิ้ม

เคลิ้มจนไม่รู้จะพูดอะไรดี...
ชอบคาแรคเตอร์ทั้งสามตัวเลยอ่ะ มันน่ารักทั้งสามตัวเลย (โฮก)

ชอบคาแรคเตอร์แบบพีเอามากๆ (ฮา) คนอะไรน่ารักขนาดนี้ (ในหัวนึกภาพเป็นของตัวเองเรียบร้อย) และมันก็ช่างเหมาะเจาะกับคาแรคเตอร์แบบเคนเสียนี่กระไร (แหม่ ที่จริงเค้าก็แอบโรแมนติกในความฮานะ นิสัยเสะสุดโปรด)

พออ่านแบบนี้แล้วชักอยากอ่านเต็มๆ (ฮา เด๋วเส้นของหลังไมค์)


เฟล่อนก็ชอบบรรยากาศผู้ใหญ่นะ แต่งไม่เคยแต่งแล้วประสบความสำเร็จเพราะติดความงี่เง่าของตัวเองนี่แหละ เลยตัดสินใจว่า...อ่านที่คนอื่นแต่งดีกว่า (ฮา)

#4 By 『 フェロン 』 on 2009-11-06 11:05