[aph Fanfiction] Silent Passion -Reason of Rose-
posted on 07 Nov 2009 23:14 by chibi
เนื้อหาในเอนทรีนี้ ไม่ได้มี ส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก หากท่านมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับประเทศ หรือความสัมพันธ์เกี่ยวกับประเทศ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ทิ้งด้วยค่ะ ^^
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ
ตอบเม้นฟิคก่อนค่ะ เฮ่อออ ได้มาตอบซะที TvT
จาก Love Flu
น้องวินด์: จริงๆ มาคิดดูเรื่องนี้มันก็ติดเรทได้นี่เนอะ 555+ แต่รู้สึกเขียนฟิคติดเรทไม่ถนัดอ่ะ กับรู้สึกมีฉากแล้วคิดบทสนทนาไม่ถูกเอาแค่ใสๆ ดีกว่าเนอะ 55+ แต่จะว่าไป sex phone อยากอ่านเบย์เอย์แบบนี้อยู่เหมือนกันนะ รู้สึกท่านอาเธอร์ที่เอโร่ยนี่ยังไงก็แซ่บ เอิ้วว
คุณแหนม เน่า: โอ้ว เพิ่งรู้ว่าตามตั้งแต่สมัยแฮร์รี่เลย ขอบคุณมากค่ะ ตกใจที่อ่านฟิคเราด้วย ขอบคุณจริงๆ (รู้สึกมักเจอคนที่แบบ เอ๋ อ่านด้วยงั้นเหรอ บ่อยเหมือนกัน) ในฟิคนี้คิดเหมือนกันค่ะว่าอัลฟ์สุภาพบุรุษจัง ^^a ปกติอยากเขียนอัลฟ์ที่รักท่านมากๆ แต่ก็แสดงออกแบบซึนๆ ใส่ไปด้วย ระยะหลังมานี้เขียนแต่เมริกาที่รักอังกฤษมากๆ อย่างเดียว หาสมดุลไม่ได้เลย 55+
ชอบที่บอก สองคนนี้อยู่กันแบบมึนๆ ฮาๆ ครือออเราว่านั่นแหละค่ะ ความสัมพันธ์แบบเบย์เอย์ที่ประเทศอื่นคงถอนหายใจว่าเมื่อไรจะจัดการให้เรียบร้อย มึนๆ คบกันอยู่นั่นแหละ อะไรแบบนี้อ่ะ
น้อง hakkun: ความจริงเราชอบอัลฟ์ที่มีมุมดาร์คในใจนะคะ เหมือนการ์ตูนเมกันฮีโร่ ก็จะมีพวกแนวดาร์คฮีโร่ใช่ม๊า เราว่าอัลฟ์ก็มีด้านนั้นซุกซ่อนในใจ ยิ่งถ้าเป็นความรักที่มีให้อาเธอร์บิดเบี้ยวจากความบริสุทธิ์ใจตอนแรกเริ่มก็ยิ่งโฮกกก เข้าไปใหญ่ (สรุปชอบ Incest น้องกดพี่เป็นที่สุดด)
ที่อาร์เธอร์ป่วย อาจเป็นเพราะผลกระทบจากแผลเก่าในใจรึเปล่า (กี๊ดดดดด โรแมนติก) >>> จริงๆ เรื่องนี้เราวางเป็นแบบนั้นนะคะ ท่านอาเธอร์จะอ่อนแอในวันแบบนี้ เหมือนในตอนวันเกิดอเมริกาที่ท่านอาเธอร์บอกเข้าช่วงนี้ทีไรไม่สบายทุกที ในฟิคนี้เลยอยากเขียนฟีลแบบนี้ล่ะค่ะ ^^
คุณป้าแดง: ขอบคุณที่รู้สึกอ่านแล้วตรงนะคะ ^^ ตอนได้เขียนถึงคิคุ คิดนานมากเลยจะให้คิคุอยู่กับใครบ้าง เลยคิดถึงพวกเฟลี่ ตอนเขียนก็รู้สึกดีใจเพราะเหมือนเดี๋ยวนี้เขียนแต่เมริกากับอังกฤษลูกเดียว ไม่เขียนถึงชาติอื่นเลย (แอบคิดถึงซูซัง ฟินฟิน เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ไม่ได้เขียนฟิคคู่นี้เลยเง้อออ)
Shattering Heart ยังดองไม่เลิกค่ะ มันอีกตอนสองตอนน่าจะจบแล้วแต่มันไม่มีฟีลจะเขียนอ่าค่ะ = =;; เง้ออ
น้องแตงดอง: ดูเหมือนเฟลี่จะขโมยซีนจริงจังแหะๆ แต่ตอนเขียนก็รู้สึก เฟลี่ นี่เขียนถึงทีไรก็อารมณ์ดีทุกที อยากเขียนอีกจัง ตอนฉากแฟร์รี่ก็แฮปปี้มาก อยากเขียนแฟร์รี่ที่เอาใจช่วยเมริกาให้ดูแลท่านเนี่ยแหละค่ะ >__<
น้อง raven: คิดเหมือนกันว่า อัลฟ์เดเระ หลังๆ ฟิคเราอัลฟ์จะใจดีเว่อร์ อยากเขียนให้ใจร้ายกับอังกฤษจนร้องไห้แต่บางทีก็รู้สึกหนักมือเว่อร์ไปหน่อยเหมือนกัน 55+ พูดถึงตอนติดเกาะ เออเนอะมีตอนต่อ ปฏิกริยาสองคู่นี้ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ก็ชอบทั้งคู่เลยอ่ะ!!
จากOnly Little Thing I Can Do
คุณป้าแดง: ไม่ทันสังเกตเลยเรื่องนี้จะทำให้ชวนเข้าใจผิดเป็นตาบอด 55+ แต่ตอนที่จะเขียนให้เข้าเรื่องมันก็ยากจริงๆ
น้องล่อน: ชอบอัลฟ์ที่คิดถึงท่านมากๆ เหมือนกัน แต่แน่นอนต้องไม่แสดงออกง่ายๆ ด้วย ประมาณว่าใครจะบอกเรื่องน่าขายหน้าแบบนั้น อัลฟ์ที่พยายามทำตัววางฟอร์มเป็นผู้ใหญ่แต่สุดท้ายก็ทำตัวเหมือนเด็ก ซ้ำร้ายท่านอาเธอร์ไม่รู้ตัวเป็นอะไรที่พี่แบบว่า เนี่ยแหละที่ต้องการ!!! อัลฟ์ที่ทำตัวประกาศอิสรภาพไปแล้วแต่หัวใจยังยึดติดท่านอาเธอร์จนน่ากลัวเนี่ยมันโมเอจริงๆ แหละเนอะ ^ ^
น้อง Hakkun: ยังไงก็แฮปปี้ที่เขียนฟิคแล้วทำให้มีภาพ fanart งามๆ ต่อยอดนะคะ ^^ ตอนที่นึกถึงเรื่องนี้ก็อยากถ่ายทอดพอยส์ที่ ของที่เคยเห็นจนชินตาอยู่มาวันหนึ่งก็หายไป ถ้าทำให้สัมผัสอารมณ์นั้นได้ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ
คุณ ]:-•Ełliη•:[: ขอบคุณที่แอดค่ะ ปกติไม่ค่อยได้อ่านฟิคคนอื่นเลย ไม่รู้เหมือนกันปกติเขาเขียนอัลฟ์กันเป็นไงแฮะ แต่เราชอบอัลฟ์ที่รักท่านอาเธอร์มากๆ แบบนี้น่ะแหละ ดีใจที่อ่านสนุกนะคะ
น้อง kyomitsu: ตอนจบนี่ปลายเปิด วันสองวันแฟร์รี่อาจจะกลับมาก็ได้ 55+ แต่ที่เหมือนตาบอด ก็อาจเหมือนตาบอดมองเฉพาะแฟร์รี่ไม่เห็นก็ได้มั้ง 555+
จากHappy Birthday to Our Love
คุณป้าแดง: จริงๆ เรื่องนี้อยากให้ออกแนวผู้ใหญ่นะเนี่ย แต่สุดท้ายก็ออกมาใสอยู่ดีแฮะ เหะๆ เรารู้สึกแนวผู้ใหญ่ถ้าเขียนได้ก็คงดีเพราะอยากให้เนื้อเรื่องมันลึกซึ้งกว่านี้น่ะค่ะ
น้องเรนเมะ: กร้ากกกกกกกกก พอน้องบอกพี่เลื่อนไปนั่งอ่านใหม่แล้วแทนค่า อยากจะบอกขำโคดๆ เหมือนมากจริงๆ ด้วยแฮะ โดยเฉพาะคุณพี่เนี่ย ^^a สุดยอดเลย
น้อง Hakkun: ตอนเขียนรู้สึกจะชอบคุณพี สุด จำได้ว่าเขียนเรื่องนี้ชอบอาชีพของพระ นายมาก ตอนนี้ยังอยากเขียนถึงสองคนนี้อยู่เลย แต่ไม่มีมุกสนุกๆ ให้เล่นอ่ะ แต่คุณพี ซึนเหรอเนี่ย?? เรารู้สึกดูพูดตรงๆ อยู่เหมือนกันนะคะ 55+
น้องล่อน: จริงๆ ตอนเขียนช่วงนั้นจริงๆ พี่ว่ามันเหมือน IR นะ แล้วคุณนอร์ทคงเป็นป้าหงิน่ะแหละ กร้ากกกก (คุณเคนเหมือนอิโนะที่ชอบเอาแต่นอนล่ะไม่ว่า) แต่เฮ้ยย นี่แหละแบบเต็มๆ พี่ไม่มีตัดอะไรเลยน้าาาา =[]=;; แต่ชอบคุณพีเหมือนกัน เป็นนิสัยที่เขียนง่ายกว่าเคนอีก อิๆ จะว่าไปก็อยากเอาออริเรื่องอื่นมาลงเหมือนกันนะเนี่ย ;)
ตอบหมดซะที เด๋วลงฟิคอีกเรื่องต่อนะคะ ^^" ช่วงนี้กระแสต้าน NC มาแรง บวกกับเรื่องวุ่นๆ และความออริจินัลในฟิคนี้ค่อนข้างสูงเลยตัดสินใจแทนเป็นชื่อคนแทนชื่อประเทศไปน่ะค่ะ จริงๆ อยากเตือนฉาก R18 ในเรื่องเหมือนกัน(อย่าเอ็ดไปมีนิดเดียวไม่มีอะไรเลยด้วยอย่ามาแบนนะเออ ^^) แต่มันก็เหมือนสปอยเอาเป็นว่ามันมีฉากแต่คิดว่าคนคงไม่ค่อยหวังกับฉากแบบนี้เท่าไรน่ะนะ (จริงๆ ถ้ามันไม่จำเป็นมากเราไม่ค่อยอยากเขียนฉาก แต่พลอตนี้การมีฉากมันสนุกกว่าเยอะนี่นา 55+)
ว่าแล้วก็ขอแปะล่ะค่ะ เรื่องนี้เขียนเสร็จตกใจในความยาวของมันแฮะ
Title: Silent Passion -Reason of Rose-
Pairing: USxUK
Rate: R18
Warning: มีตัวละครสมมติในเรื่องนะคะ
นานมาแล้วใครสักคนได้กล่าวไว้ว่าหากไม่อยากให้ความลับถูกช่วงชิง...อย่าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อหน้าดอกกุหลาบ
"เห? ทำไมล่ะฮะ" ใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีฟ้าเพ่งมองกอกุหลาบสีแดงซึ่งชูช่อผลิดอกสวยงามด้วยสายตาใคร่รู้ วันนั้นเป็นยามบ่ายที่อากาศดีเป็นพิเศษ อาเธอร์กับเขาจึงพากันออกไปเดินเล่น ขณะที่่ผ่านสวนดอกไม้นั้นเอง เมื่ออาเธอร์เห็นพุ่มกุหลาบซึ่งคนสวนกับเขาช่วยกันปลูกเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา...เจ้าตัวก็เอ่ยประโยคเมื่อครู่ออกมา
นัยน์ตาสีเขียวสบมองเขาก่อนจะย่อตัวลงมานั่งข้างๆ มือผอมบางลูบไล้กลีบกุหลาบอย่างทะนุถนอมพลางเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "เป็นความเชื่อเก่าแก่น่ะ ว่ากันว่ากุหลาบมีอำนาจลึกลับทำให้คนเอ่ยความลับที่ซ่อนไว้"
อาเธอร์มักมีเรื่องเล่าแปลกๆ ให้เขาฟังอยู่เสมอ หลายเรื่องนั้นฟังดูเป็นจินตนาการเพ้อฝันทว่าน้ำเสียงของอาเธอร์ที่เล่าเรื่องในวันนี้กลับดึงดูดใจกว่าที่เคย
"อย่างที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟัง ดอกไม้ทุกชนิดมีอาถรรพ์และเวทมนต์มากน้อยแตกต่างกัน สำหรับดอกกุหลาบนั้นเราเชื่อกันว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความลับ ในสมัยก่อนถ้ามีการประชุมลับเรามักจะใช้กุหลาบเป็นเครื่องหมายนัดพบเป็นสัญญาณว่าเรื่องที่ประชุมนั้นเป็นความลับสุดยอด"
อัลเฟรดนั่งฟังสิ่งที่คนสูงวัยกว่าเล่าอย่างตั้งใจ ท่ามกลางความเพลิดเพลินดวงตาคู่น้อยแหงนมองคนที่เขารักและเคารพไม่ห่างหาย ลึกในใจนั้นก็นึกสงสัยว่าเพราะกลิ่นหอมของกุหลาบซึ่งอวลจมูก หรือเพราะสีแดงของกุหลาบดูเข้ากันดีกับใบหน้าขาวนวลเหมือนคนไม่เคยต้องแสงกันแน่...เขาจึงไม่อาจละสายตาไปจากอาเธอร์ได้
แต่เขาก็ชอบอาเธอร์มานานแล้ว ความรู้สึกนี้...ก็เป็นเรื่องธรรมดานี่นา
"ดอกกุหลาบนั้นมีหน้าที่รักษาความลับ แต่ในทางกลับกันผู้คนก็เชื่อกันว่ากุหลาบนั้นมีพลังที่จะเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้นได้เช่นกัน ในประเทศของฉันเองก็เคยนิยมเล่นเกมบอกความลับกับกุหลาบกันช่วงหนึ่งเลยล่ะ" คนสูงวัยกว่าเล่าด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี มือใหญ่หนาเอื้อมมาขยี้หัวเขาเล่น "ว่าแต่ไหนๆ ตอนนี้พวกเราก็อยู่ตรงหน้าดอกกุหลาบกัน งั้นลองเล่นสารภาพความลับกันดูมั้ยว่านายมีความลับปิดบังฉันบ้างหรือเปล่าอัลเฟรด"
"ม...ไม่มีสักหน่อย" เด็กชายเถียงทันควันก่อนจะดันมือใหญ่ออกห่าง ไม่รู้ทำไมระยะหลังมานี้เขาไม่ชอบให้อาเธอร์ทำเหมือนเขาเป็นเด็กแบบนี้เลย
"แน่ใจเหรอ อย่างเรื่องที่นายแอบหนีไปเที่ยวในเมือง หรือเรื่องแอบกินของว่างก่อนถึงเวลาน้ำชาอะไรแบบนี้น่ะ" อาเธอร์หยอกล้อด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
ทั้งที่คนตรงหน้ากำลังยิ้มให้เขาแท้ๆ แต่ความหงุดหงิดใจกลับก่อตัวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"ผมโตแล้ว ไม่ทำอะไรเด็กๆ แบบนั้นหรอก" อัลเฟรดทำปากยื่นก่อนจะสวนกลับไป "แล้วอาเธอร์ล่ะ จริงๆ แล้วมีความลับอะไรกับผมบ้างหรือเปล่า"
เจอย้อนเข้าแบบนี้อดีตโจรสลัดผู้เกรียงไกรเป็นต้องชะงัก นัยน์ตาสีเขียวเสมองไปทางอื่น "อะไรกัน...ผู้ใหญ่อย่างฉันจะไปมีความลับได้ยังไง"
แบบนี้แหละมีแน่ๆ...เด็กชายทำหน้างอง้ำ เวลาเขาถามอะไรจี้ใจดำอาเธอร์มักไม่ยอมสบตากับเขาตรงๆ เสมอ อย่างคราวที่สัญญาว่าจะกลับมาหาภายในสามเดือนก็เหมือนกัน ตอนนั้นก็ปล่อยให้เขารอไปตั้งเกือบปีแน่ะ
ก็รู้หรอกว่าอาเธอร์เกิดก่อนเขาตั้งกี่ร้อยปี จะมีความลับที่เขาไม่รู้สักเรื่องสองเรื่องก็ไม่แปลก ทั้งที่เข้าใจความจริงข้อนี้อยู่เต็มอก...หลายครั้งอัลเฟรดก็อดไม่ได้ที่จะอึดอัดใจยามที่อาเธอร์มีด้านอื่นซึ่งเขาไม่รู้จัก
เขาผิดหรือที่อยากจะรู้จักทุกๆ ด้านของอาเธอร์ ผิดหรือ...ที่เขาอยากจะเป็นทุกอย่างของอาเธอร์
ในตอนนั้น...ตัวเขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าความอึดอัดใจจนน่าหงุดหงิดนี่มันคืออะไร
ไม่เข้าใจจนกระทั่งตอนนั้น...
"ท่านอาเธอร์ครับ ขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะ" เสียงทุ้มแหบแห้งดังแทรกขึ้นมา เมื่อหันไปก็สบสายตากับเจอร์ราร์ด คนรับใช้ซึ่งอาเธอร์ฝากให้ช่วยดูแลเขายามที่ตนต้องกลับไปยังบ้านของตัวเอง
"ไม่เป็นไร มีธุระอะไรเร่งด่วนเหรอ" ร่างสูงโปร่งผละจากกอกุหลาบเดินตรงเข้าไปคุยกับชายชรา ดวงหน้าของอัลเฟรดฉายแววไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองหันไปกระซิบกระซาบราวกับไม่ต้องการให้เขาได้ยิน
"อ้อ เลดี้โรซาลีนน์มาที่นี่งั้นหรือ" อาเธอร์พึมพัมในลำคอขณะได้รับข้อความที่อีกฝ่ายรายงาน "ฉันเข้าใจล่ะ อาจจะกระทันหันอยู่สักหน่อยแต่ช่วยไปบอกต้นห้องช่วยจัดห้องให้แขกของฉันที"
ที่อาเธอร์พูดหมายความว่าอะไร?...แม้เจ้าตัวจะเดินกลับมาหาหากในหัวของเด็กชายก็ยังคงมีแต่คำถามโดยเฉพาะประโยคต่อมา "ขอโทษนะอัลเฟรด เดี๋ยวจะมีแขกมาพักกับพวกเราสักระยะหนึ่งน่ะ เธอเป็นเลดี้ที่น่ารักมากคนหนึ่ง...ไม่แน่นะนายอาจจะชอบเธอมากกว่าที่คิดก็ได้นะ"
ในตอนนั้นเขาน่าจะเฉลียวใจสักนิดว่าสิ่งที่อาเธอร์พูดเป็นเรื่องโกหก
เขาไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นเลย...ไม่ชอบเลยจริงๆ
---------
คงเพราะเวลาผ่านไปเป็นร้อยปีแล้ว พอลองนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อครั้งกระนั้นเขาก็จำใบหน้าของเลดี้โรซาลีนน์แทบไม่ได้ แต่จะเป็นเช่นนั้นคงไม่แปลก ผู้หญิงคนนั้นมาพักอยู่บ้านเขาไม่ถึงสัปดาห์...และส่วนมากเธอมักจะใช้เวลาอยู่กับอาเธอร์เสมอ ให้พยายามนึกต่ออีกสักหน่อย จำได้ว่าตัวเขาในตอนนั้นโกรธ และไม่พอใจกับเรื่องนี้แทบทุกวัน สาเหตุง่ายๆ ก็คงเพราะผู้หญิงคนนั้นแย่งช่วงเวลาอันน้อยนิดของเขากับอาเธอร์ไปจนหมดอย่างไรล่ะ สำหรับอาเธอร์ซึ่งมักงานยุ่งและไม่ค่อยมีเวลาให้เขา การถูกแย่งความสำคัญไปอย่างไม่มีเหตุผลแบบนั้นก็น่าขัดเคืองใจไม่ใช่หรือ
แน่ล่ะความโกรธความน้อยใจก็ไปลงกับอาเธอร์ด้วย สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะอาเธอร์ในตอนนั้นดูจะเอาอกเอาใจหญิงสาววัยสามสิบผู้สูงสง่าคนนั้นเป็นพิเศษเสียเหลือเกิน ทั้งที่เขากำลังนั่งหน้างออยู่ในห้องนั่งเล่น...อาเธอร์ก็ยังเลือกจะไปนั่งอ่านหนังสือดื่มน้ำชาเป็นเพื่อนผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเขา หรือถ้ามีเวลามาเล่นกับเขาบ้าง ประเดี๋ยวเดียวผู้หญิงคนนั้นก็มาแย่งอาเธอร์ของเขาไปอีก นี่ยังไม่รวมเรื่องที่อาเธอร์โกหกว่าต้องไปประชุมงานที่นอกตัวเมืองแต่ความจริงแล้วอาเธอร์พาผู้หญิงคนนั้นไปเที่ยวในเมืองด้วย...ช่างเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดใจที่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
ใช่ นอกจากความขุ่นเคืองใจดังกล่าว...เรื่องราวของโรซาลีนน์แทบจะไม่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำ สิ่งนอกเหนือจากนั้นที่เขาพอจะนึกออกเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นมีเพียงแค่น้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่อาบร่างของเธอ และเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้น...
ทั้งที่เป็นเพียงเสี้ยวความทรงจำของเวลาเป็นร้อยปี...ทว่ามันกลับเป็นเหมือนดั่งหนามทิ่มแทงที่ไม่มีวันลบเลือนตลอดกาล
.
.
.
นอนไม่หลับ ----
เด็กชายตัวน้อยพลิกตัวไปมาบนเตียง ดวงตาทั้งสองลืมโพลงมองราตรีอันมืดมัวนอกหน้าต่าง ด้านนอกลมพัดแรงกระโชกกระทบบานหน้าต่างสั่นกึกๆ เมื่อมองเลยออกไปดวงตาซึ่งเริ่มชินกับความมืดก็เห็นกิ่งไม้ไหวโบกสะบัดชวนให้นึกถึงปีศาจกำลังกวักมือเรียก คิดถึงตรงนั้นอัลเฟรดก็รีบดึงผ้าห่มคลุมโปงกำบังกาย ร่างน้อยสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
ไม่น่าเลย เขาน่าจะเชื่อที่อาเธอร์เตือนว่าอย่าอ่านพวกหนังสือสยองขวัญก่อนเข้านอนแท้ๆ ตอนแรกเขาก็นอนหลับฝันดีอยู่หรอกนะ แต่ใครเล่าจะคิดว่าเสียงลมจะปลุดเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมานี่นา
ไปขออาเธอร์นอนด้วยดีมั้ยนะ...เด็กน้อยคิดก่อนจะส่ายหน้าพรืด อย่าดีกว่าถ้าไปล่ะก็ อาเธอร์คงหัวเราะ จากนั้นก็จะเอามือมาลูบหัวเขาแล้วบอกว่ายังเป็นเด็กไม่ยอมโตสักที ใช่เลย ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ และเขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก ถึงการได้นอนกอดอาเธอร์จะหลับสบายสักแค่ไหนแต่ทำแบบนั้นก็เสียฟอร์มแย่สิ
เขาน่ะ...อยากให้อาเธอร์มองว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ ดูแลตัวเองได้แล้วนะ
กึกๆๆ...
บานหน้าต่างยังคงสั่นด้วยแรงลม ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดแว่วตรงบานประตู เขาปิดบานประตูไม่สนิทเหรอ อัลเฟรดลุกขึ้นหมายจะเดินไปปิดประตู หากยังไม่ทันก้าวพ้นจากเตียงสายตาซึ่งคุ้นชินกับความมืดก็เหลือบไปเห็นตู้เสื้อผ้าของตัวเองเปิดแง้มอย่างหมิ่นเหม่เสียก่อน...สมองน้อยๆ เริ่มจินตนาการถึงผีร้ายซึ่งซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า
บางที...เรื่องจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ให้อาเธอร์เห็นเอาไว้วันหลังท่าจะดีกว่า...
บนทางเดินอันมืดสลัว เด็กชายก้าวเดินไปทีละก้าวทั้งที่ขาทั้งสองนั้นสั่นระริก มือน้อยแตะกำแพงอันเย็นเยียบเสมือนเป็นที่ยึดเหนี่ยวและช่วยพยุงไม่ให้ตนเองกลัวจนลงไปนั่งเข่าอ่อนอยู่ที่พื้น
วิ้ว...วิ้ว...
เสียงลมดังวู่หวิวชวนให้ร่างน้อยผวาเฮือก แน่ล่ะยามค่ำคืนไร้ซึ่งแสงดาวแบบนี้ช่างน่ากลัวจับใจหากเด็กชายก็ยังคงนึกปลอบใจตัวเอง...ไม่เป็นไรหรอกเดินไปอีกนิดเดียวเขาจะได้พบอาเธอร์...อาเธอร์อาจจะยิ้มระอาเล็กน้อยแต่เดี๋ยวก็จะจูงมือไปนอนด้วยจากนั้นเขาก็จะนอนกอดอาเธอร์แล้วหลับฝันดี
ใช่...มันมักจะเป็นเช่นนั้นเสมอ
แสงไฟที่ลอดช่องประตูจากห้องริมสุดสร้างความหวังให้กับเด็กน้อย วันนี้อาเธอร์คงสะสางงานจนดึก...แวบหนึ่งอัลเฟรดนึกเป็นห่วงอีกฝ่ายที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ หากอีกใจก็รู้สึกโล่งอกที่เขาไม่ได้เข้าไปรบกวนเวลานอนของอาเธอร์
"อาเธอร์..." เสียงใสร้องเรียกแผ่วเบาขณะเอื้อมมือไปเปิดบานประตูหากก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแผ่วแว่วดังออกมานอกห้อง
เสียงอะไรน่ะ? อัลเฟรดขมวดคิ้วมุ่นขณะเงี่ยหูฟัง หากสิ่งที่ได้ยินนั้นมีเพียงแค่เสียงหอบหายใจครางเครือ
แปลก? หรือว่าอาเธอร์จะไม่สบาย? เด็กชายตั้งคำถาม แรกทีเดียวเขานึกอยากจะตะโกนเรียกคนที่เขารักด้วยความเป็นห่วงทว่าบรรยากาศรอบกายคืนนี้กลับดูผิดแผกไปจากเดิมจนพูดอะไรไม่ออก
"รู้สึกไม่ดีเลย..." ทั้งที่รู้สึกเช่นนั้นอัลเฟรดกลับทำได้เพียงแค่กระซิบ หัวใจดวงน้อยรวบรวมความกล้าก่อนจะตัดสินใจผลักบานประตูหากแค่แง้มออกเพียงเล็กน้อย สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เด็กชายต้องนิ่งงัน
นั่นมัน...
แสงไฟในห้องนั้นมืดสลัวจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใด กระนั้นเสียงหอบครางเครือซึ่งยากจะแยกอออกว่ากำลังทุกข์ทรมานหรือสุขสมกันแน่กลับแจ่มชัดในสมอง
อะไร...นี่มันอะไร
เด็กชายตัวน้อยได้แต่ถามตัวเองในใจอย่างเงียบงันขณะที่ดวงตาสีฟ้ามองไปยังเบื้องหน้า ที่เตียงของอาเธอร์ เตียงที่เขาเคยนอนกอดอาเธอร์เสมอ แต่มาวันนี้กลับมีใครอีกคนถือสิทธิครอบครอบที่ตรงนั้นนอกจากเขา
อาเธอร์...ทำไม...นัยน์ตาสีฟ้าไหวระริก แรกสุดร่างน้อยเกือบปล่อยโฮออกมาเป็นเด็กๆ หากยังไม่ทันทำเช่นนั้นแสงไฟจากเชิงเทียนพลันสะท้อนไหววูบเผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าทั้งสองซึ่งกำลังกอดก่ายกันจนแทบเป็นหนึ่งเดียว หัวใจของอัลเฟรดกระตุกวูบเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า...มือเท้า...กายทั้งกายเย็นยะเยือกเมื่อเผลอลอบมองดวงตาสีเขียวซึ่งพร่างพราวด้วยหยาดน้ำก่อนจะเลยไปยังร่างกายของอาเธอร์ซึ่งสั่นสะท้าน
ไม่เคยเห็น...
ไม่เคยเห็นสีหน้าของอาเธอร์แบบนี้มาก่อนเลย
หัวใจซึ่งหยุดเต้นพลันสั่นไหวโดยแรง ความคิดที่อยากร้องไห้เมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างซึ่งไม่อาจอธิบายได้...
ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เริ่มรู้สึกโลกเบื้องหน้าพลันมืดลง และเราได้แต่ยืนเงียบ เฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปเพียงเท่านั้น
"อาเธอร์..." เสียงที่เปล่งหลุดลอดผ่านลำคออันแห้งผากนั้นเลื่อนลอยราวกับไม่อาจประคองสติ น่าเสียดายเสียงนั้นช่างเบาเกินกว่าที่อาเธอร์จะได้ยินเมื่อเสียงหวานอีกเสียงหนึ่งดังกลบจนหมดสิ้น
"อ...อาเธอร์ อีกสิ...มากกว่านี้" ช่างเป็นคำขอที่เปิดเผยไม่เหลือความเป็นผู้ดีสิ้นกระนั้นคนถูกร้องขอก็ยินดีในน้ำเสียงเว้าวอน ชายหนุ่มฝังหน้าลงกับซอกคอขาว สูดกลิ่นกายจากเรือนร่างที่ตัวเองกกกอด...กลิ่นหอมของกุหลาบชวนให้เมามายเหมือนตกอยู่ในห้วงของความฝันผสานรวมเข้ากับอารมณ์หวามไหวซึ่งอาบไล้ไปทั่วร่าง
"อ...อา..อื้อ..." หญิงสาวส่งเสียงครางผะแผ่ว เรียวแขนบอบบางโอบรอบลำคอเขาแน่นขณะที่ริมฝีปากอุ่นจัดแตะที่ทรวงอกอิ่มซึ่งกำลังไหวสะท้านรอการสัมผัสจากเขา เสียงหวานของเธอกรีดแว่วยามที่มือของเขาเลื่อนต่ำสู่เบื้องล่างอันเปียกชื้นราวกับรอคอยการสัมผัสจากเขา นัยน์ตาสีเขียวลอบมองสีหน้าของคู่รักในค่ำคืนนี้
ดวงตาสีน้ำตาลราวกับเม็ดอัลมอนด์หวานหยาดเยิ้มมองตอบ ใบหน้าพราวเหงื่อและเรียวปากซึ่งสั่นระริกนั้นสื่อเป็นนัยว่าหล่อนพร้อมสำหรับเขา รอยยิ้มบางประดับบนใบหน้าของอดีตโจรสลัดผู้เกรียงไกรพร้อมกับเคลื่อนไปประทับจูบปลอบโยน มือใหญ่หนาแยกเรียวขาหนั่นเนื้อทั้งสองก่อนจะถาโถมเข้าไปหาความอ่อนนุ่ม
เปลวไฟจากเชิงเทียนสั่นไหว เสียงเตียงดังลั่นเอี๊ยดอ๊าดยามร่างทั้งสองขยับกายผสานจังหวะเป็นหนึ่งเดียว ทั้งที่อากาศรอบกายนั้นเย็นหากเหงื่อกลับไหลโทรมทั่วทั้งกาย แม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งไม่สมควรหากคนบาปทั้งสองยังคงเมามัวกับความสุขตรงหน้าเรียกร้องชื่อของกันและกัน
อาเธอร์....อาเธอร์...
...อาเธอร์...
"มีอะไรเหรอ..." ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะสองมือประคองใบหน้าหญิงสาวขึ้นมาจุมพิตซับหยาดเหงื่อแห่งความสุขสม
นัยน์ตาสีน้ำตาลผละจากบานประตูอันว่างเปล่ากลับไปมองชายซึ่งเป็นคนรักของเธอในคืนนี้ หล่อนเอ่ยเสียงสั่นพร่า "ไม่มีอะไร...ฉันคงคิดไปเองน่ะ"
คิ้วหนาขมวดมุ่นเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าพูดถึงอะไร หากเรียวปากสีแดงสดกลับทาบทับไม่ให้เขาถามสิ่งใดต่อ "อย่าสนใจเรื่องนั้นเลย เธอสัญญากับฉันแล้วนี่ว่าคืนนี้เธอจะไม่ถามอะไรกับฉันทั้งนั้น"
"แม้ผมอยากจะถามคุณว่าเป็นผมจะดีจริงๆ เหรอก็ไม่มีสิทธิใช่มั้ย" นัยน์ตาสีเขียวหรี่มอง แน่ล่ะ...ความสัมพันธ์เฉกเช่นในค่ำคืนนี้เขาไม่เคยคาดหวังให้มันเกิดขึ้น แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ช้าก็เร็วเลดี้จะต้องร้องขอสิ่งนี้กับเขา...
"เป็นเธอน่ะดีแล้ว...ในบรรดาคู่รักชั่วคืนของฉัน แม้จะเพียงครั้งเดียวและคงจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่เธอน่ะยอดเยี่ยมที่สุด รู้มั้ย" หญิงสาวเอ่ยเย้าขณะพลิกตัวขึ้นมาทาบทับเบื้องบนแทน
"แต่คงไม่เทียบเท่ากับท่านไรย์ลี่กระมัง" เพียงแค่เอ่ยนามนั้น หญิงม่ายได้แต่ยิ้ม คงเป็นเพราะแสงไฟอาเธอร์จึงรู้สึกว่าใบหน้าของเธอดูหม่นวูบกว่าที่เคย
"ไม่มีใครมาแทนที่คนๆ นั้นได้หรอก" หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง ชั่วขณะที่เส้นผมสีน้ำตาลเกลี่ยละใบหน้าเรียวปากนุ่มทาบลงผิวแก้มแผ่วเบา "แต่ฉันก็รักเธอมากนะ...อาเธอร์"
เตียงใหญ่ไหวยวบขณะที่กายทั้งสองเริ่มเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นหอมซึ่งอวลล้อมด้วยราคะอันน่าหลงใหล เลดี้โรซาลีนน์เอ่ยกระซิบข้างหู "ขอบคุณที่ตอบรับคำขอของฉัน ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันได้รู้จักคนวิเศษอย่างเธอ"
คุณก็เที่ยวบอกทุกคนที่คุณร้องขอแบบนี้ทุกที...ทุกคน...ใครก็ได้ที่สามารถเติมเต็มความรักที่ขาดหายลงไปในหัวใจที่ว่างเปล่าของคุณ อาเธอร์คิดขณะตอบรับจุมพิตอันหวานชื่นราวกับกลีบกุหลาบต้องน้ำค้าง
กระนั้นผมก็ดีใจที่ได้ใช้เวลาในค่ำคืนนี้กับคุณ...โรซาลีนน์
-------------------
เช้าวันใหม่เดินทางมาถึงพร้อมกับการจากลาของสุภาพสตรีที่เขาคงจะจดจำไปอีกนานแสนนาน แน่ล่ะไม่มีข้าราชบริพารมากมายออกมายืนร่ำลา มีเพียงรถม้าชั้นเลิศและคนขับซึ่งมายืนรอรับแขกผู้ทรงเกียรติของเขากลับที่พำนัก
"ถ้าอย่างนั้น...ลาก่อนนะอาเธอร์" หญิงสาวยื่นมือออกไปหาชายตรงหน้าซึ่งเธอให้ความรักแต่ไม่ได้ให้หัวใจ
"ลาก่อนครับเลดี้โรซาลีนน์..." ชายหนุ่มยกมือขาวบางขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา เรียวปากสีแดงดั่งกุหลาบยิ้มยั่วก่อนจะทำลายบรรยากาศเงียบขรึมด้วยการเอ่ยกระเซ้า
"แล้วก็ฝากขอโทษเด็กน้อยคนนั้นด้วยนะที่แย่งเธอมาเป็นของฉันเสียตั้งหลายวัน"
"เด็กน้อย...อ๋อ อัลเฟรด น้องชายของผมหรือครับ" อาเธอร์แสดงสีหน้าเหรอหราจนหญิงม่ายหัวเราะออกมาเบาๆ
"เพิ่งเคยเห็นเธอทำหน้าแบบนี้เป็นครั้งแรก เด็กคนนั้นสำคัญมากเลยสินะ"
เป็นคำถามง่ายๆ ที่อาเธอร์ตอบได้ทันทีโดยไม่ลังเล "ครับ...เป็นน้องชายคนสำคัญที่สุดเลยล่ะครับ"
"ชัดเจนตรงไปตรงมาไม่สมกับเป็นเธอเลย" เลดี้ผู้สูงศักดิ์ยิ้มละไมก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังรถม้า "ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปหาเขาเถอะ ป่านนี้ร้องไห้คิดถึงเธออยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้"
...คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ...อาเธอร์รำพึงเงียบๆ ในใจเพียงลำพังขณะยืนมองรถม้าซึ่งแล่นไปตามทางไกลจนลับสายตา ร่างสูงหันหลังกลับเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ เช้าป่านนี้อัลเฟรดจะตื่นแล้วหรือยังนะ...
"ป่านนี้คงงอน โมโหเราจนแก้มป่องแหงๆ" ใบหน้าซึ่งเปี่ยมด้วยความทะนงอดไม่ได้ที่จะยิ้มขัน รู้ดีว่าสองสามวันที่ผ่านมาอัลเฟรดคงน้อยอกน้อยใจที่เขาไม่ได้พาไปเที่ยวไหนเลย แต่ช่วยไม่ได้นี่นาถ้าให้อัลเฟรดอยู่ด้วย โรซาลีนน์อาจจะพูดเรื่องเก่าๆ เกี่ยวกับตัวเขาแถมซ้ำร้ายเรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่อัลเฟรดไม่สมควรจะรับฟังเสียด้วย ก็นะ...อัลเฟรดยังเด็กเกินกว่าจะมารับรู้เรื่องแย่ๆ ในอดีตของเขา ผิดตรงไหนที่เขาอยากจะให้น้องชายที่น่ารักรู้จักตัวเขาแต่ด้านดีๆ เพียงอย่างเดียว
เขาน่ะอยากเป็นพี่ชายที่ดีในสายตาของอัลเฟรดตลอดไปเพราะฉะนั้นเรื่องบางเรื่องอีกฝ่ายไม่สมควรรับรู้...อย่างเรื่องเมื่อคืนเป็นต้น
เฮ่ออ พอเป็นเรื่องของอัลเฟรดทีไร คิดมากได้ทุกทีสิเรา...อาเธอร์ยกมือคลึงขมับสองสามที เปลี่ยนเป็นนึกวิธีง้ออัลเฟรดแทนดีกว่า บางทีวันนี้ลองพาไปเที่ยวป่าด้านหลังคฤหาสน์ชวนกันเก็บลูกเบอรี่เจ้าตัวอาจจะอารมณ์ดีขึ้นกระมัง เอ...หรือว่าจะพาไปตรงริมชายฝั่งทะเลดีนะ อากาศดีแบบนี้อัลเฟรดอาจจะชอบมากกว่า
ระหว่างที่วาดแผนในใจเอาไว้อย่างมีความสุข ร่างสูงโปร่งก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาหนึ่งปรากฏอยู่ตรงบริเวณสวนดอกไม้ นัยน์ตาสีเขียวเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนความยินดีจะเต็มตื้นบนใบหน้า
"อัลเฟรด! มานั่งเล่นอยู่ที่นี่เองหรอกหรือ" อาเธอร์ส่งเสียงทักทาาย เขาสาวเท้าตรงไปหาน้องชายที่รัก พระอาทิตย์ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดยามรุ่งอรุณฉายแสงร้อนแรงต้องใบหน้า
คงเพราะเสียงของเขาเบาเกินไป อัลเฟรดจึงไม่ได้หันมาโบกมือตอบรับ คงเพราะแสงอาทิตย์ซึ่งส่องย้อนลงมาตาของเขาจึงพร่ามองเห็นเด็กชายไม่ถนัด
"นี่อัลเฟรดทำอะไรอยู่น่ะ" ในที่สุดเขาก็เดินมาถึง กระนั้นร่างน้อยๆ ยังคงนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิม ดวงตาสีฟ้าไม่ยอมหันมาสบมอง...ยังคงจดจ้องอยู่กับพุ่มกุหลาบสีแดงสดเบื้องหน้าเท่านั้น
"อัลเฟรด...มีอะไรหรือเปล่า" อาเธอร์เอ่ยซ้ำอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง แปลก...อัลเฟรดวันนี้ดูเงียบผิดจากที่เคย เกิดอะไรขึ้นกันนะ หรือว่าจะไม่สบาย?
ถูกถามเป็นครั้งที่สามเด็กชายจึงยอมหันกลับมา คงเป็นเพราะแสงแดดใบหน้าอ่อนเยาว์จึงดูเงียบขรึมกว่าทุกที "ไม่มีอะไรหรอกครับอาเธอร์"
คำพูดประหยัดคำชวนให้อาเธอร์รู้สึกใจหาย เขาถามเสียงต่ำ "ยังโกรธฉันอยู่หรืออัลเฟรด"
เด็กชายส่ายหน้า "เปล่าครับ ผมก็แค่นั่งมองกุหลาบเท่านั้นเอง"
"อย่างนั้นเหรอ..." อยากจะบอกโล่งใจในคำตอบทว่าเขารู้ดีว่านั่นคือการหลอกตัวเอง อัลเฟรดนายเป็นอะไร ปกตินายน่าจะยิ้ม พูดคุยกับฉันด้วยรอยยิ้มสดใสไม่ใช่เหรอ นัยน์ตาสีเขียวสบมองร่างน้อย ทว่าท้องฟ้าเบื้องหน้าก็ดูว่างเปล่าไม่อาจล่วงรู้ว่าในใจอีกฝ่ายคิดอะไร
ตรงกันข้าม...กลับกลายเป็นถูกอีกฝ่ายล่วงรู้ความคิด จู่ๆ เด็กชายก็เอ่ยขึ้นมา "อาเธอร์เคยเล่าใช่มั้ยครับว่าที่บ้านของอาเธอร์มีเล่นเกมบอกความลับกับกุหลาบ"
"อ่า...ใช่ ทำไมเหรอ?" คำถามที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ประเทศเจ้าของเกมนึกแปลกใจหากความประหลาดใจนั้นก็ต้องทบทวีเมื่อมือน้อยๆ ริดกุหลาบออกมาหนึ่งดอกแล้วยื่นให้กับเขา
"งั้นอาเธอร์มาเล่นเกมนี้กับผมมั้ยครับ" อัลเฟรดเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง มือน้อยๆ จับดอกกุหลาบไว้มั่น "เรามาเล่นเกมเผยความลับกับกุหลาบกันเถอะครับ"
"อ...ฉัน...ไม่..." ถูกขอโดยไม่ทันทันตั้งตัวแบบนี้ทำให้ชายหนุ่มยิ่งสับสน
แม้จะถูกปฏิเสธหากเด็กชายยังคงไม่ล้มเลิก "ทำไมถึงไม่อยากเล่นล่ะครับ"
นั่นสิ...ทำไมถึงไม่อยากเล่นนะ นัยน์ตาสีเขียวครุ่นคิดขณะจ้องมองคนอ่อนวัยกว่า บางทีคงเพราะท่าทีของอัลเฟรดทำให้เขานึกกลัวที่จะเล่นเกมนี้กระมัง อาเธอร์คิดขณะลอบกลืนน้ำลาย "ฉันก็แค่ไม่มีอารมณ์จะเล่นเกมตอนนี้เท่านั้นเอง เอาเป็นว่าไว้เล่นกันวันหลังดีมั้ย"
"ไม่ใช่ว่า...อาเธอร์กลัวที่จะบอกความลับกับผมเหรอครับ" คำถามง่ายๆ แต่มากพอให้อีกฝ่ายชะงัก
"ฉัน...ใครว่าฉันกลัวกันเล่า" อาเธอร์ปฏิเสธเสียงแข็ง
อัลเฟรดส่งยิ้มยินดีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเล่นเกมนี้กับผมได้สิ...นะครับอาเธอร์"
ใครต่อใครคงนึกขันหากบอกว่าจุดอ่อนของอดีตโจรสลัดผู้เคยครอบครองย่านน้ำทั้งเจ็ดคือรอยยิ้มตรงหน้า แต่น่าเสียดายว่าความจริงก็คือความจริง อาเธอร์ถอนหายใจขณะรับดอกกุหลาบสีสวยมาไว้ในมือ ครั้งที่เท่าไรแล้วนะที่เราใจอ่อนกับเด็กคนนี้ "แค่ยอมเล่นก็พอใช่มั้ยอัลเฟรด"
"ครับ" เด็กชายขานรับเสียงสดใสจนอาเธอร์คลายใจ บางทีเมื่อสักครู่ที่คิดว่าอัลเฟรดดูแปลกไปเราคงคิดมากไปเอง
อาเธอร์กำกุหลาบในมือแน่น "ถ้าอย่างนั้นนายต้องเป็นฝ่ายบอกความลับของตัวเองก่อนแล้วฉันจะยอมบอกทีหลังตกลงมั้ย"
"ตกลงครับ" อัลเฟรดพยักหน้า "งั้นมาเริ่มเกมของเรากันเถอะ"
กุหลาบเจ้าเอ๋ย กุหลาบสีแดง
มีความลับจะบอก...เจ้าจะเก็บมันไว้ได้ไหม
กุหลาบเจ้าเอ๋ย กุหลาบแสนสวย
สัญญาสิว่าเมื่อฉันบอกความลับเจ้าจะรักษามันเอาไว้
สัญญาสิว่าเจ้าจะไม่บอกใคร
สัญญาสิว่า ณ ตรงนี้จะมีแต่ความจริง
สายลมอ่อนๆ พัดให้กลิ่นหอมอวลของกุหลาบปกคลุมรอบกายคนทั้งสอง คงเป็นเพราะบรรยากาศนัยน์ตาสีฟ้าจึงดูลึกล้ำ "ผมมีความลับจะบอกอาเธอร์อยู่สองข้อ"
ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายตัวเองดังในหัว ไม่น่าเชื่อว่าตนเองจะถูกเกมไร้สาระเกมนี้กดดันจนได้แต่ยืนนิ่ง
"ความลับที่หนึ่งคือผมไม่ชอบเลดี้โรซาลีนน์"
"นั่น...ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นความลับ..." คนเป็นผู้ใหญ่พยายามอธิบายแต่พลันต้องเงียบเมื่อได้ยินประโยคต่อ
"ผมไม่ชอบที่เธอมาอยู่ในบ้านของผม ไม่ชอบที่เธอแย่งอาเธอร์ไปจากผม บอกตามตรงผมโล่งใจมากที่เธอไปจากที่นี่เสียที" คำพูดซึ่งเก็บมานานพรั่งพรู เด็กชายถอนหายใจก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเรียบเย็น "อันที่จริงผมไม่ชอบให้อาเธอร์พาใครที่ผมไม่รู้จักเข้ามาในบ้านของผมทั้งนั้นแหละ"
ดวงตาสีเขียวดูหม่นแสง ใบหน้าของอาเธอร์เต็มไปด้วยความเสียใจ "ฉันสัญญาว่าต่อไปจะไม่พาใครเข้ามาในบ้านของฉันกับเธออีกแล้ว ขอโทษนะที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอเลย"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ" อัลเฟรดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจไม่ต่างกัน
"แต่ก็ดีแล้วที่เธอบอกฉันตรงๆ นะ" อาเธอร์คุกเข่าลงมาสวมกอดอีกฝ่าย มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเล็กด้วยความอ่อนโยน "คราวหน้าคราวหลังถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้นายรู้สึกไม่ดีล่ะก็ บอกมาได้เลยนะ ฉันน่ะยังไงก็เห็นเธอสำคัญกว่าเสมอน่ะแหละ"
"ครับ..." เด็กชายซบหน้าลงกับบ่ากว้าง การกระทำเช่นนี้ทำให้อาเธอร์รู้สึกเบาใจ...เด็กก็ยังเป็นเด็ก บางทีอัลเฟรดคงอยากเล่นเกมนี้เพื่อสารภาพความคิดไม่ดีกับเขา อยากจะสารภาพความเอาแต่ใจความอยากออดอ้อนก็เป็นได้
ที่รู้สึกอัลเฟรดแปลกไปเราคงคิดมากไปเองจริงๆ อาเธอร์คิดในแง่ดีก่อนจะเอ่ยถาม "แล้วความลับอีกข้อที่อยากบอกฉันล่ะอัลเฟรด"
ความลับอีกข้อคืออะไรนะ? อาเธอร์คิดพลางนึกเสียดายที่พอสวมกอดแบบนี้ก็ไม่อาจมองเห็นสีหน้าของน้องชายตัวน้อยได้ถนัดตา
"ความลับอีกข้อของผม...ถ้าอยากรู้อาเธอร์ก็ต้องบอกความลับของตัวเองก่อนสิครับ"
"ความลับ...ความลับของฉัน?"
"ครับ...อาจจะเป็นความลับเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นก็ได้"
หัวใจของอาเธอร์กระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคนั้น บังเอิญ? คิดมากเกินไป? ทำไมอัลเฟรดถึงถามถึงความลับของเขากับโรซาลีนน์
"ผมรู้นะคุณมีความลับกับผม เอาล่ะ บอกความลับของคุณให้ผมฟังสิครับอาเธอร์"
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนปรากฏวาบในห้วงความคิด ความทรงจำที่ควรจะเป็นความลับไปตลอดกาล ไม่ปรารถนาให้ผู้ใดล่วงรู้โดยเฉพาะร่างในอ้อมแขนนี้
ฉันน่ะอยากเป็นพี่ชายที่แสนดีในสายตาของเธอตลอดไปนะ
"บอกผมสิครับอาเธอร์ สัญญากับผมต่อหน้ากุหลาบแล้วไม่ใช่เหรอครับ" ในตอนนี้อัลเฟรดถามเขาด้วยสีหน้าแบบไหนกันแน่นะ
หากไม่อยากให้ความลับถูกช่วงชิง...อย่าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อหน้าดอกกุหลาบ
"ความลับของฉัน..." อาเธอร์รู้สึกลำคอนั้นแห้งผาก ยากเหลือเกินที่จะเปล่งเสียงออกไปเมื่อนึกถึงรอยยิ้มบริสุทธิ์ของอัลเฟรด "ความลับของฉัน...ฉันโกหกเรื่องของโรซาลีนน์กับเธออยู่เรื่องหนึ่ง"
"ครับ...?"
"เช้าวันที่ฉันบอกว่าต้องไปยื่นเอกสารเข้าที่ประชุม วันนั้นฉันโกหก จริงๆ แล้วฉันพาเลดี้เขาไปซื้อของใช้ส่วนตัวน่ะ" อาเธอร์ดันอีกฝ่ายออกเพื่อมองดวงหน้าอ่อนเยาว์ให้ถนัดตา "ขอโทษที่ฉันปิดเป็นความลับนะอัลเฟรด"
นัยน์ตาสีท้องฟ้าดูกระจ่างใสเมื่อได้ยินคำสารภาพ "ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้อาเธอร์ก็ไม่ได้โกหกผมแล้วนี่นา"
"อัลเฟรด..." คนสูงวัยกว่าสะดุ้งเมื่อมือน้อยๆ เอื้อมมาแตะแก้มเขาก่อนจะแนบจุมพิต
"งั้นผมจะบอกความลับของผมอีกข้อ...ความลับของผมคือผมรักอาเธอร์มากกว่าใคร รักอาเธอร์ที่สุดในโลกเลย"
เป็นคำสารภาพที่ทำให้คนฟังใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล ผิวแก้มขาวบัดนี้แดงซ่านดั่งกุหลาบ เพื่อแสร้งกลบเกลื่อนความเขินอายอาเธอร์โน้มใบหน้าเข้าไปจูบแก้มอีกฝ่ายตอบ "อืม...ฉันก็เหมือนกันอัลเฟรด ฉันชอบเธอมากๆ นะ"
...โกหก...
...อาเธอร์ คุณโกหกผมนะครับ...
...แม้กระทั่งต่อหน้าดอกกุหลาบ คุณก็ยังคิดจะปิดบังความลับกับผมอยู่ดี
"เอาล่ะ งั้นเกมนี้ก็จบแล้วใช่มั้ย เราไปกินอาหารเช้าด้วยกันเถอะนะ" อาเธอร์พูดก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับส่งมือมาหาเขา "ไปกันเถอะ อัลเฟรด"
"อื้อ..." เสียงใสๆ รับคำพร้อมกับกุมมือใหญ่ตรงหน้า เขาทั้งสองเดินกลับเข้าไปยังตัวคฤหาสน์เหมือนเช่นทุกวัน ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
...อย่างน้อยก็ในสายตาของอาเธอร์
ทั้งที่คุณเป็นคนบอกเองแท้ๆ ว่ากุหลาบนั้นมีอำนาจเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้น
แต่เรื่องในคืนนั้น...เรื่องที่คุณนอนกับผู้หญิงคนนั้นคุณก็ยังเลือกจะเก็บเป็นความลับกับผมต่อไป
ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ผมน่าจะโกรธ ต่อว่าคุณให้มากกว่านี้
แต่เอาเถอะ...ไม่เป็นไรหรอก
ผมเอง...ก็ไม่ได้บอกความลับทั้งหมดให้คุณฟัง
ทั้งความลับที่ผมเห็นว่าคุณนอนกับผู้หญิงคนนั้นเมื่อคืน
ทั้งความลับที่ผมรู้สึกอย่างไรยามที่เห็นภาพเหล่านั้น
หรือจะเป็นความลับ...สิ่งที่ผมกระทำหลังจากนั้น
"หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ" อาเธอร์ก้มมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงนเมื่อร่างเล็กเอาแต่จ้องมองเขาไม่พูดอะไร
"ไม่มีอะไรหรอกครับ" ร่างน้อยเพียงแต่ยิ้ม กระชับมือใหญ่หนาแน่น "ก็แค่คิดว่าถ้าอาเธอร์อยู่ข้างผมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะดีแค่ไหนกันนะ"
ถ้าหยุดเวลาเอาไว้ได้ ถ้าคงความรู้สึกที่เคยมีต่ออาเธอร์ให้บริสุทธิ์แบบนั้นตลอดไป
...ทว่าความหวังเหล่านั้นก็แตกสลายลงไปเสียแล้ว
ความจริง...อัลเฟรดนั้นลังเลใจตลอดคืนว่าจะเล่าสิ่งที่เขาเห็นทั้งหมดกับอาเธอร์ดีหรือไม่ เกมบอกความลับกับกุหลาบคือเดิมพันครั้งสุดท้าย หากอาเธอร์ยอมบอกความจริง ไม่ปิดบังหรือมีความลับ เขาก็คงเลือกจะบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง ขอโทษอาเธอร์แล้วปล่อยให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม
แต่เมื่ออาเธอร์เลือกจะมีความลับกับเขา...เช่นนั้นแล้วเขาก็จะมีความลับกับอาเธอร์เช่นกัน ความลับในค่ำคืนนั้น อารมณ์บิดเบี้ยวซึ่งตนเองไม่อาจอธิบายได้ ความรู้สึกผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขา...
ความลับที่ว่าเขาไม่ได้ต้องการเป็นทุกอย่างของอาเธอร์อีกต่อไป
.
.
.
ความรู้สึกอันรุนแรง ความคิดคนึงที่ไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
แม้แต่ตัวอาเธอร์เอง...แม้แต่กุหลาบ...หรือต่อให้เป็นสิ่งใดบนโลกใบนี้ เขาคงไม่มีวันบอกความปรารถนานี้ให้ใครล่วงรู้
และนั่นคือสิ่งที่เรียกว่าความลับ
นัยน์ตาสีฟ้าเหลียวมองกลับไป กุหลาบสีแดงบัดนี้นอนเหี่ยวเฉาอยู่บนพื้นหญ้า กลีบสีแดงร่วงหล่นอยู่บนพื้นอย่างไร้ความหมายราวกับว่าความลับที่ใครต่อใครเคยได้กระซิบบอก จะโรยราตายจากไปพร้อมกับมัน
กุหลาบเจ้าเอ๋ย กุหลาบแสนสวย
สัญญาสิว่าเมื่อฉันบอกความลับเจ้าจะรักษามันเอาไว้
กุหลาบเจ้าเอ๋ย กุหลาบสีแดง
แม้เจ้าจะเหี่ยวเฉา แม้เจ้าจะร่วงโรย
สัญญาสิว่าเจ้าจะไม่บอกใคร
สัญญาสิว่า ณ ตรงนี้จะมีแต่ความจริง
.
.
.
To be continued in Silent Passion - Reason of Rain
Postscript:
เขียนจบแล้วกลุ้ม...ดราม่าช่างยากนัก รู้สึกมันห่างไกลจากคาแรกเตอร์ของเมริกากับอังกฤษอย่างบอกไม่ถูก T__T แต่อยากเขียนความดาร์คแบบนี้น่ะแหละ (ปัญหาคือความสามารถไม่ถึง อร้ากก)
เรื่องนี้เป็นพลอตที่มีอยู่ในหัวตั้งแต่ชอบเฮตาเลียใหม่ๆ แล้วค่ะ คิดมานานแล้วว่าอยากเขียนความรักของอัลฟ์ที่ผิดเพี้ยนจากความรักแบบพี่น้องมาเป็น Passion แต่สเกลในหัวมันใหญ่โตมากมาย แถมเขียนยุคพีเรียดไม่เป็นอีก จะเห็นเลยว่ามีตัวละครสมมติเกิดขึ้นมากมาย รู้สึกว่านี่มันหวิดจะเป็นนิยายออริอยู่รอมร่อเข้าไปแล้วนะ เฮ่อออ OTL แต่นี่แหละค่ะ เบย์เอย์ช่วงก่อนประกาศอิสรภาพแบบจริงจังในหัวของเรา ยังไงๆ ก็โมเอน้องชายที่คิดกับพี่ชายแบบเกินพี่น้อง ไอ้แบบท่านอาเธอร์ไปต้อยเด็กน่ะ ไม่ใช่สเปคเลยค่ะ ถ้าท่านอาเธอร์สมัยโจรสลัดจะเท่ห์ ก็เท่ห์แบบไม่จำเป็นต้องไปกดเด็กหรอก นิยมเด็กหน้าใส เทวดาตัวน้อยที่แปรเปลี่ยนเป็นดาร์คเพราะความบิดเบี้ยวในความรัก เยสสส!! (ถ้าใครเป็นแฟนเอย์เบย์หลงเข้ามาอ่านขออภัยนะคะ ^^a) แต่นั่นแหละเขียนออกมารู้สึกเหมือนจะใส่ความคิดตัวเองมากกว่าเรื่องอื่นจริงๆ เป็นงานฟิคที่แปลกกว่าเรื่องอื่นยังไงพิกล
เรื่องนี้จริงๆ มีต่อคือบทของสายฝนค่ะ ถ้าย่อคงเป็น R Series (เรท R18 แบบไม่มีวายซะงั้น) คิดว่าสั้นกว่าบทนี้ บทนี้ยาวเพราะดีเทลเรื่องอื่นเยอะแยะ = =;; เกมกุหลาบไม่มีจริงนะคะ เคยอ่านจากการ์ตูนหมึกจีนสมัยเด็กแล้วเอามาดัดแปลง (อยากได้เล่มนั้นจังเลย อ่านใหม่น่าจะมันส์) กลอนที่ใช้เราก็แต่งเองดัดแปลงจากที่อื่นมานิดหน่อย อ่านแล้วไม่รู้จะหลุดขำกันมั้ยเนี่ย อยากเขียนเรื่องนี้โดยเล่นธีม ความลับ กุหลาบ sex แต่ก็รู้สึกรวมออกมาได้มึนๆ ไม่น้อย ถ้าอ่านกันแล้วงงคอมเม้นได้นะคะ จะเอาไปปรับปรุง
เม้ายาวมาก เรื่องนี้จบคงต่อภาคสายฝนเลย อารมณ์จะได้ไม่ขาดช่วงอ่ะน้า
หอเน็ตเน่าาาา
พออ่านจบแล้ว รู้สึกอย่างแรงกล้าว่ามันดราม่ามากกกกก
แอบคิดว่าเรื่องนี้แปลกกว่าเรื่องก่อนๆ หรือหนูรู้สึกไปเองรึเปล่าก็ไม่รู้แฮะ แต่ชอบนะคะ มันแลดูเครียดๆ ไม่ได้น่ารักใสปิ๊ง
สงสารจิบิอัลฟ์จังเลยง่ะ ต้องมาเห็นภาพแบบนี้ ท่านอาเธอร์นะท่าน ทำอะไรไม่ระวังเลย(??)
ต่อๆไปอัลฟ์จะดาร์คแบบไหนเนี่ย อยากรู้วววว
อยากอ่านต่อ อยากรู้ว่าตอนต่อไปอัลฟ์จะรุกท่านอาเธอร์ยังไง (กร๊าก จิ้นต่อแบ่บไม่มีที่สิ้นสุด
จะรอนะคะ พี่จิบิ
#1 By แ ห น ม เ ปื่ อ ย *** on 2009-11-08 02:26