[APH] Hetalia Fairy Tale 7

posted on 09 Feb 2013 13:58 by chibi in APH-Fanfic directory Fiction
เฮ! ไม่ได้กลับมาเขียนฟิคเฮตะสักสองเดือนได้แล้วค่ะ กลับมาเขียนอีกรอบเนื่องด้วยโปรเจ็ค Fairy Tale วนกลับมาที่เราแล้ว 555 รีบปั่นมากกเพราะกลัวดองแงๆๆ 
 
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
 
 
ตอนที่ 3 โดย  เราเอง
 
 
 
 
และนี่คือตอนที่เจ็ด โอ้วยาวเหมือนกันแฮะ
 
 
 
เนื้อหาในเอนทรีนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก หากท่านมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับประเทศ หรือความสัมพันธ์เกี่ยวกับประเทศ ขอความกรุณาปิดหน้านี้ทิ้งด้วยค่ะ ^^ 

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสีโดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริงของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ

ตอนที่ 7 

ไอ้เด็กนั่นตายไปซะได้ก็ดี ไม่น่ารอดมาเลย

ประโยคแรกที่ได้ยินหลังจากฟื้นขึ้นมานั้นบาดลึก ที่เคยคิดมาตลอดว่าตนเองเป็นที่รักของทุกคนเป็นความเข้าใจผิดทั้งเพ

.

.

.

นึกเสียใจว่าทำไมมีแต่เราที่รอดชีวิต

น่าจะตายไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ตอนนั้นแท้ๆ

“อัลเฟรด… อัลเฟรดครับ”

นัยน์ตาสีฟ้าลืมโพลงขึ้น ลมหายใจสั่นสะท้านราวกับวิ่งหนีอะไรบางอย่าง เขายกมือสางผมซึ่งเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ สัมผัสนุ่มๆ ของเก้าอี้นวมตัวโปรด และลมยะเยือกยามบ่ายซึ่งลอดผ่านบานหน้าต่างทำให้นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งทะเลาะกับทางโรงแรมเรื่องดอกไม้ไฟที่สั่งมาใช้ในงานฉลอง จากนั้นว่าจะงีบสักครู่ไหงเผลอหลับไปซะได้

“หน้าคุณซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า” เสียงนั้นยังคงถามเขาด้วยความเป็นห่วง

อัลเฟรดมองใบหน้าใจดี เขาหัวเราะเสียงแห้ง “ฮะๆ ไม่เป็นไร แค่ฝันร้ายนิดหน่อยเอง เรื่องแค่นั้นทำอะไรฮีโร่ไม่ได้หรอก”

“แน่ใจนะครับ เห็นชอบฝืนอยู่เรื่อย ระยะนี้ก็ดูกินน้อยกว่าปกติ” อีกฝ่ายติง

“แหมช่างสังเกตเหลือเกิน สมกับเป็นว่าที่ภรรยาของฉัน” อัลเฟรดยิ้มร่า

“แต่ก็ยังจำชื่อคู่หมั้นตัวเองไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ยล่ะครับ”

“ฮะๆ ล้อเล่นแรงเกินไปแล้วนะ… ฉันจำได้ว่าเธอชื่อ… เอ่อ…” ถ้อยคำติดค้างอยู่ที่ริมฝีปากขณะจ้องคู่สนทนาตัวเอง

“โทริสครับ…” คนโดนลืมชื่อไปเสียสนิท ถอนหายใจหากก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร “บางทีก็สงสัยนะที่ลืมชื่อผมนี่จงใจแกล้งกัน หรือว่าไม่ใส่ใจจะจำกันแน่นะ”

อัลเฟรดหน้าเสียไปถนัด อับจนปัญญาจะแก้ตัวในความผิดข้อนี้ของตัวเอง สิ่งที่แสดงออกจึงมีเพียงความเงียบเท่านั้น

โทริสมองคู่หมั้นหมายตัวเอง ได้แต่ยิ้มเฝื่อน “ฮะๆ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ ผมล้อเล่นเอง ช่วงนี้คุณคงเหนื่อยกับการเตรียมงานเลยอาจจะเบลอไปบ้างเท่านั้นแหละ”

อัลเฟรดหวังให้ความคิดของคนรักถูกต้อง ทั้งที่ส่วนนึกในใจเขาปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เขาจดจำชื่อ และใบหน้าคนไม่ค่อยเก่งนัก แต่อีกฝ่ายเป็นถึงผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต และเป็นคนที่ตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกันด้วยแท้ๆ แต่ทำไมกลับหลงลืมชื่ออีกฝ่ายอยู่ร่ำไป

ไม่หรอก… ก็แค่เพิ่งพบกันเลยยังไม่ชินมากกว่า

โทริสเป็นคนดี… เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเราไว้ เป็นคนที่ทำให้เราซึ่งอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอดลุกขึ้นมาใหม่ได้

“นายเป็นคนเข้มแข็ง สดใสยิ่งกว่าใครไม่ใช่เหรอ ลุกขึ้นสู้แล้วใช้ชีวิตที่รอดมาได้ให้คุ้มค่าสิ!!

ถ้อยคำที่ได้ยินในห้วงเวลาสิ้นหวังที่สุด ท่ามกลางท้องทะเลอันมืดมิด ช่วงเวลาที่คิดว่าบนโลกไม่มีใครต้องการเราแล้ว

.

.

.

ถ้าเป็นคนคนนี้ล่ะก็ ถ้าได้ใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของคำพูดนี้จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตจะต้องมีความสุขแน่นอน

“นั่นสินะ… ฉันคงแค่เหนื่อย” ว่าที่เจ้าบ่าวดึงคนรักเข้ามาหอมแก้ม “ขอบคุณนะโทริส เธอใจดีกับฉันเสมอเลย”

คนโดนจู่โจมไม่ทันตั้งตัวใบหน้าแดงก่ำ “ม… ไม่หรอกครับ มันก็เรื่องธรรมดา”

“อะไรกัน แค่หอมแก้มเองทำไมต้องหน้าแดงด้วย ยังไม่ชินอีกเหรอ”

“อ่า… ข้างนอกเมฆครึ้มใหญ่เลย ผมขอตัวไปเก็บผ้าที่ตากก่อนดีกว่า” โทริสรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ฝนจะตกงั้นเหรอ ช่วงนี้อากาศไม่ดีเลยแฮะ” ร่างสูงใหญ่เดินไปยังบานหน้าต่าง แหงนมองท้องฟ้าอึมครึมไปด้วยหมู่เมฆพลางยักไหล่ “แต่ไม่ต้องกังวลหรอก ยังไงวันแต่งงานของพวกเราอากาศจะต้องแจ่มใสแน่นอน”

“ทำไมเหรอครับ พยากรณ์อากาศ?” โทริสทำหน้างง

“ฉันมักมีโชคกับสภาพอากาศ” น้ำเสียงมั่นใจตอบ

“งั้นเหรอครับ” แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดดีนักแต่ก็รับฟัง “งั้นผมไปเก็บผ้าข้างนอกก่อนนะครับ อ้อ! เมื่อวานผมเข้าไปทำความสะอาดห้องเก็บของเผลอทำขวดโหลแตกไปใบ ต้องขอโทษนะครับ”

“หือ? ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ขวดโหลอะไรเหรอ” คิ้วเรียวขมวดมุ่น ความทรงจำบางอย่างถูกนึกทบทวนขึ้นมา

“เป็นพวกเปลือกหอยน่ะครับ ของสะสมคุณหรือเปล่า” คนทำแตกอธิบาย ดวงตาสีเขียวมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ยังยืนเหม่อมอทิวทัศน์ด้านนอก “พวกเปลือกหอยผมยังเก็บไว้อยู่ที่ห้อง จะทิ้งหรือเปล่าครับ”

“อืม… เป็นของสะสมตอนเด็กๆ น่ะ แต่จะทิ้งไปก็ได้” เรียวกปากได้รูปเอ่ยพึมพำขณะเค้นความคิด เปลือกหอยที่พูดติดตลกว่ามาจากซานต้าท้องทะเล ของขวัญที่จนตอนนี้ก็นึกไม่ออกว่าใครเป็นคนให้มา

.

.

.

ไม่สิ… มีความทรงจำที่ใหม่ยิ่งกว่านั้น

เหมือนเคยพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ทั้งที่เป็นหัวข้อเรื่อยเปื่อย คุยขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แต่ทำไมพอนึกแล้วหัวใจกลับมีความสุขอย่างประหลาด

.

.

.

เมื่อนั้นเองภาพรอยยิ้มของคนคนนั้นก็ผุดวาบขึ้นมา

“โทริส!!!” อัลเฟรดผลุนผลันวิ่งออกไปจากห้อง เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของชื่อเดินออกมาจากห้องพอดี มือผอมบางนั้นกำลังกอบเปลือกหอยเตรียมจะเอาไปทิ้งตามคำสั่ง

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับคุณอัลเฟรด” โทริสดูตกใจไม่น้อยก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือใหญ่หนากุมมือเขาแน่น

“อย่าเพิ่งทิ้ง…” อัลเฟรดเอ่ยเสียงสั่น ดวงตาสีฟ้าใต้กรอบแว่นจ้องมองเปลือกหอยซึ่งเย็นเยียบในมือ “เปลือกหอยพวกนี้… ห้ามทิ้งเด็ดขาด”

.

.

.

“อาเธอร์… นายเชื่อเรื่องพระเจ้ามั้ย”

คิ้วหนาขมวดมุ่น ดวงตาสีเขียวจ้องมองเขาก่อนจะแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันมืดมิดก่อนจะพยักหน้า ระยะหลังอาเธอร์พูดน้อยลงน่าใจหาย

อาเธอร์ เคิร์กแลนด์ คนประหลาดที่ได้พบกันระหว่างงานเลี้ยงสังสรรค์งานหนึ่ง นอกจากเรื่องที่เป็นคนอังกฤษเข้ามาพักรักษาอาการป่วยในเมืองนี้ และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่นเช่นทำอาหารไม่เป็น มีงานอดิเรกสาวน้อยอย่างเย็บปักถักร้อย ประวัติส่วนตัวนอกจากนั้น ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว อาชีพการงาน ทุกอย่างเป็นปริศนาทั้งหมด

ถึงกระนั้นแม้จะไม่รู้เรื่องราวของอีกฝ่ายเลย เขาก็ยังอยากสนิท และพูดคุยกับอาเธอร์อยู่ดี ไม่มีเหตุผลอธิบายสำหรับเรื่องนี้ สิ่งที่รู้มีเพียงแค่อยู่กับอาเธอร์แล้วสบายใจ ถึงอีกฝ่ายจะโต้ตอบบทสนทนากลับมาไม่ได้มาก แต่แค่แววตาที่ทอดมอง สีหน้าท่าทางที่แสดงออกขณะฟังเรื่องเล่าของเขาเพียงเท่านี้ก็รู้สึกมีความสุขจนไม่ต้องการอะไรอีก

“ฉันก็เหมือนกัน…” อัลเฟรดยิ้มกว้าง เขากระชับมืออีกฝ่ายขณะแหงนหน้ามองหมู่ดาวไปด้วยกัน “เสียงนั้นต้องเป็นเสียงของพระเจ้า ฉันถึงรอดชีวิตจากเรืออัปปางครั้งนั้นได้ ตอนที่ฉันคิดอยากจะตายตามพ่อแม่ไปก็เหมือนกัน ฉันมั่นใจล่ะว่าเสียงที่ให้กำลังใจฉันตอนนั้นเป็นเสียงเดียวกับที่ช่วยชีวิตฉัน”

อาเธอร์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่อมยิ้ม ยิ้มที่ทำให้หัวใจเขากระตุกวูบ และหน้าร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ

“พระเจ้าคนนั้นต้องเป็นซานตาครอสแห่งท้องทะเลแน่ๆ” อัลเฟรดเอ่ย ในใจนึกขันเมื่อสังเกตเห็นแววงุนงงสะท้อนในดวงตาสีเขียวคู่นั้น

“อะไร! อาเธอร์ ไม่รู้จักซานต้าแห่งท้องทะเลเหรอ” เขาแหย่อีกฝ่าย “ฮ่าๆ แต่ฉันเข้าใจน่า เพราะคนทั่วไปรู้จักแต่ตาแก่อ้วนพุงพลุ้ยในชุดสีแดงมอบของขวัญเด็กดีในคืนวันคริสต์มาส แต่นั่นเป็นซานตาครอสทั่วไปไม่เหมือนซานต้าของฉันหรอก”

อาเธอร์ยังคงฟังเรื่องราวของเขา ไม่มีทีท่าจะเบื่อหรือรำคาญแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามดูจะสนอกสนใจเรื่องนี้มาก

“ทุกเช้าวันคริสต์มาสนอกจากของขวัญจากคุณพ่อและคุณแม่ ฉันจะได้เปลือกหอยสีสวยๆ วางตรงริมหน้าต่างทุกปี ทีแรกคิดว่าคงมีคนแกล้ง แต่ฉันก็หาเจ้าของของขวัญนั้นไม่พบ ฉันเลยสรุปว่าซานต้าจากท้องทะเลคงให้ฉัน”

.

.

.

“คงเพราะตอนนั้นฉันชอบทะเล ซานต้าเลยมอบของขวัญตอบแทนฉัน” น้ำเสียงช่วงท้ายทอดยาวออกไปคล้ายกับเกลียวคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง ตัวเขาในวัยเด็กรักทะเล ยังจดจำช่วงเวลาที่ไปเที่ยวทะเลกับพ่อแม่ทุกอาทิตย์ได้เสมอ จนตอนนี้ก็ยังคงชื่นชอบการตื่นแต่เช้าปั่นจักรยานไปดูพระอาทิตย์โผล่พ้นจากผืนทะเล ความรักที่มีต่อทะเลยังคงมีอยู่… หากบาดแผลจากความโหดร้ายของทะเลยังคงเหลือร่องรอยในหัวใจ

แม้ความผูกพันที่มีต่อทะเลก็ยังคงมีอยู่ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่าทะเลจะเป็นผู้พรากคนที่รักที่สุดไปจากเขาออกไปได้

อัลเฟรดตื่นจากห้วงความคิดเมื่อมือผอมบางจับใบหน้าเขาให้หันมา ได้ยินเสียงกระซิบ… เบาแสนเบา… เล็ดรอดจากริมฝีปาก

“เกลียด… ทะเล… หรือเปล่า…”

อัลเฟรดเลิกคิ้ว นึกประหลาดใจที่คนใบ้ดูจะอ่านความคิดเขาออกไปเสียทุกเรื่อง ชายหนุ่มหัวเราะพร้อมกับจับมือที่ประคองแก้มตนเอง “งี่เง่าน่า ฉันไม่ใช่คนพาลหาเรื่องสักหน่อย”

“ทะเลน่ะมีเรื่องราวมากมาย ทั้งเรื่องสนุก และเรื่องเศร้า จริงอยู่เรื่องเศร้าของฉันมันโหดร้ายมาก แต่ถึงอย่างนั้นการได้มองทะเลก็ทำให้ฉันมีความสุขนะ”

.

.

.

“เพราะฉะนั้น… ฉันไม่เกลียดทะเลหรอก”

มือของอาเธอร์นั้นเย็น ทว่าสายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่เข้าใจว่าทำไมอาเธอร์ถึงทำสีหน้าราวกับโล่งใจ “ดีแล้ว…”

เสียงแหบแห้งปานจะขาดใจเสียให้ได้ แต่สำหรับอัลเฟรดเสียงนั้นช่างอ่อนโยนชวนให้หลงใหลจนเผลอคิดไปว่า… ถ้าพระเจ้า… ซานต้าแห่งท้องทะเล… ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ทั้งหมดนั้นคืออาเธอร์ก็คงจะดี

.

.

.

แต่เป็นไปไม่ได้หรอก เรื่องบังเอิญราวกับนิทานชวนฝันเช่นั้นจะเป็นจริงได้อย่างไร

TBC

Postscript: เป็นเทิร์นย้อนอดีตอีกแล้ว 5555 ตั้งใจว่าจะเขียนมุมมองของอัลฟ์ค่ะ เอาจริงๆ อยากเขียนแง่มุมอัลฟ์มีเหตุผลนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจาะลึกลงไปมากเท่าไร ^^a จริงๆ อยากเขียนเพิ่มเติมว่าอัลฟ์น่าจะสะกิดใจว่า คนที่ตัวเองคิดว่าช่วยเรา แต่เรากลับจำกระทั่งชื่อเขาไม่ได้ กับอีกคนที่เราใส่ใจสังเกตเรื่องเขาไปตลอดมันต่างกันนะ แต่ก็เขียนไปเขียนมาดันยาวกว่าที่คิด ถือโอกาสส่งไม้ต่อให้ @cloud19683 ช่วยเก็บรอยต่อให้ดีกว่าอิๆๆ ฝากด้วยนะคะ!!

ตอนแรกเขียนอืดมากเพราะไม่เคยเขียนถึงโทริสเลย (ตกใจตัวเอง) แต่มาช่วงท่านกับอัลฟ์นี่เขียนอยากสนุกสนานมากค่ะ555 

 

 
 

Comment

Comment:

Tweet

สมมติว่ากลับกัน กลายเป็นท่านอาเธอร์ถูกอัลฟ์ช่วยไว้ แต่ท่านคิดว่าคุณพี่ช่วย เลยจะแต่งงานกับคุณพี่อะไรเทือกๆนั้น คุณพี่คงโดนคนอ่านรุมประชาทัณฑ์ทั้งร่างกายและคำพูดจนเละแหงๆ
แต่โทริสเป็นคนดีเกินไปปปป โทริสเลยไม่ผิด กลายเป็นอัลฟ์ผิดแทน 5555555+
(แต่ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละน้า เพราะอัลฟ์ทำไปโดยไม่รู้ความจริง ส่วนท่านก็ไม่บอก (รึบอกไม่ได้? ไม่มีหลักฐาน?))
เปลี่ยนเข้าสู่โหมดน่ารักบ้าง
ท่านที่เอาเปลือกหอยไปให้ทุกปีนี่น่าร้ากกกกกกก เอาใจใส่ได้น่ารักเกินไปแล้วค่าาาาาาา อัลฟ์ก็คิดได้น่ารักเด็กมาก ซานต้าจากท้องทะเล 5555+ แต่ก็ยังอุตส่าห์เก็บไว้อย่างดีนะ ดีมากๆ
อัลฟ์ เรื่องบังเอิญเกินขึ้นง่ายกว่าที่นายคิดนะ หึหึหึ
รอตอนต่อไปค่าาาาา ^^

#7 By | Amelishosis | on 2013-02-10 00:12

โทริสเป้นคนดีมากๆ แต่อัลฟ์ดันไม่รู้อะไรเลย

#6 By Aisouno on 2013-02-09 21:19

อ่านแรกๆแล้วรู้สึกว่าโทริสก็เป็นภรรยาที่ดีเนอะ ติดอย่างเดียวคือดันเป็นของอัลฟ์ไปซะได้ เฮ้อ (ไม่ล่ะ ถ้าไม่มีอุปสรรค เบย์เอย์จะดราม่าได้ยังไง?)

ท่านเองเนี่ย จะแหวเมกาได้ก็เฉพาะตอนออกเสียงได้เท่านั้นเนอะ พอพูดไม่ได้เลยไม่มีทั้งซึนทั้งเดเล่เลย ผิดปกติจริงๆ...

อา...เอาเปลือกหอยริมทะเลมาให้ถึงบ้าน โรแมนติกดีจัง

นั่งรอคตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อ ในมือถือมีดเตรียมฆ่าอัลฟ์ทุกเมื่อ...

#5 By Mizukiko on 2013-02-09 21:04

โอววววว ไม่คิดว่าจะต่อแบบนี้ แต่พ่อเสพเบย์เอย์มากกว่าแหละนะ=.,=
เมื่อไรอิอ้วนจะรู้สึกตัวเนี่ยยยยย
ทำไมนายเป็นคนแบบนี้ ปกติต้องAKYแกล้งท่านไม่ใช่หรอออ //เริ่มไป
พี่จิบิแต่งฟินมากเลยค่าาา>///< อร๊ายยย รอลินซังต่อ=.,=

#4 By MailJang on 2013-02-09 20:53

อาห์//ฟินนนนน 
ท่านน่าร๊ากกกๅ//ผิด
อ้วนนนน นายหลายใจ!!//ไม่ใช่มั้ง
ระ รออ่านตอนต่อไปค่ะ!!
//ชอบคำบรรยาย อ๊าาา #แต่ไม่รู้ชอบช่วงไหน สรุปชอบหมดสินะ 5555
ซานต้าแห่งท้องทะเล อาา ให้เปลือกหอยทุกวันคริสมาส ทำไมรู้สึกว่ามันโรแมนติกก็ไม่รู้สิ ฮาาา //ชอบบบ

#3 By NeJaWerud!! on 2013-02-09 17:59

อาเห็นอัลฟ์จูบโทริส
เกิดอาการอยากฆ่าอัลฟ์ค่ะ//ส่วนโทริสคนดีเกิน555
แล้วทำไมอาเธอร์ถึงไม่พูดเลยอะ...อาเธอร์น่าจะบ่นมากกว่านี้หน่อยนะ...
หรือกลัวว่าอัลฟ์จะจำตัวเองขึ้นมาได้หว่า

#2 By sora on 2013-02-09 16:12

อัลฟ์นายช่างไม่รู้อะไรเสียเลยแงงง เราชอบลิทนะแต่แบบนี้ไม่ไหวสงสารท่านอะ รอดูอันต่อไปปป ดูทุกคนขยันทำร้ายท่านเต้อQvQ

#1 By k-myst on 2013-02-09 14:16