ติดลมยังมีเรื่องอยากเขียนอีกเยอะ เลยเข็นออกมาอีกค่ะ ตอนแรกกะเอาสั้นหน้าเดียวจบ แต่เพลินมือได้มาตั้ง 3 หน้าแน่ะ -v- 

ว่าไปพอตั้งเป็นชื่อนี้ อยากข้ามไปเขียนแบบคบกันแล้ว ใช้ชื่อ "ใช่แล้ว นี่คือความรัก" อยู่เหมือนกัน << พิมพ์ออกมารู้สึก ชื่อโชโจโคตร...

Title: ยังไม่ใช่ความรักหรอกนะ 2 

Pairing: Tsurumaru x Ichigo

Remark: ขึ้นว่า ตอน 2 แต่ไม่เชื่อมโยงอะไรกับตอน 1 นะคะ เรียกว่าคนเขียนตันชื่อเรื่องมากค่ะ เลยทำเป็นรวมโมเม้นแล้วจัดหมวดให้เป็นชุดแทน TvT ถ้าเรื่องไหนคิดชื่อเรื่องได้จะพยายามแยกออกไปละกันนะคะ พรากกก

 

“ทีกับคนอื่นทำได้ แต่กลับปฏิเสธฉันได้ลงคอ อิจิโกะใจร้ายเหลือเกิน” ทสึรุมารูไม่พูดเปล่ายังแสร้งบีบน้ำตาให้สมบทบาท

“ขอค้านครับ คนอื่นที่คุณทสึรุมารูว่าเป็นน้องผมนะครับ” พี่ใหญ่แห่งบ้านโทชิโร่แย้ง แต่นั่นแหละ เถียงกับใครไม่เถียง มาเถียงกับทสึรุมารู คุนินากะ กระล่อนตัวพ่อของทีม ให้คุยกับนกกระเรียนตัวเป็นๆ ยังจะเปลืองพลังงานน้อยกว่าอีกกระมัง

เป็นดังคาด กระเรียนหนุ่มหน้าบึ้ง “อ้อ เดี๋ยวนี้แบ่งแยกกันแบบนี้เหรอ เข้าใจละ ฉันจะเดินไปบอกทุกคนว่า อิจิโกะ ฮิโตฟุริเป็นดาบเลือกที่รักมักที่ชัง”

“เดี๋ยวครับ! ไหงกลายเป็นแบบนั้น แค่ผมไม่ให้คุณนอนหนุนตักนี่ต้องโดนกล่าวหาร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอครับ!!”

เพื่อความยุติธรรมต่อดาบเพียงหนึ่งเดียว จำต้องย้อนความก่อนหน้าสักเล็กน้อยเช่นเดียวกับต้นสายปลายเหตุของการโต้เถียงครั้งนี้โดยเรื่องนั้นมีแค่ว่า มาเอดะน้องนุชสุดท้องเข้าไปกอดพี่ชายแล้วอ้อนเหมือนกับทุกที “พี่จ๋า ขอนอนหนุนตักหน่อย”

“ได้สิครับ” พี่คนโตของบ้านยิ้มใจดี ตอนนั้นเองเรื่องโกลาหลจึงเกิดขึ้น

“มาเอดะขี้โกง ผมก็อยากนอนหนุนตักพี่อิจิบ้างเหมือนกันนะ” ฮิราโนะแฝดพี่โวย

“อ๊ะ ผมก็อยากเหมือนนะครับ” อาคิตะลุกขึ้นมาพูดบ้าง

“ไม่ยอมๆ มิดาเระก็ด้วย”

“ผ... ผมก็ด้วยครับ” โกไคโตแย้งเสียงเบาจนน่าสงสารเพราะแทบไม่มีใครได้ยิน

“อ๊ะ!! แต่ผมขอก่อนทุกคนนี่นา อย่ามาเลียนแบบกันสิ” มาเอดะโวย

“ไม่ได้เลียนแบบซะหน่อย ฉันคิดก่อนแต่ไม่ได้พูดต่างหาก” ฮิราโนะค้าน

“ฉันก็เหมือนกัน” มิดาเระขึ้นเสียง

“ผมด้วยๆ ผมแค่พูดไม่ทันครับ” อาคิตะยกมือหย็อยๆ

“ผม...”

มาเอดะชิงพูดก่อนโกไคโตจะทันพูดจบ “ไม่รู้แหละ แต่ผมคิดก่อนมิดาเระแหง”

“ว่าไงนะยะ!”

เหล่ามีดน้อยแย่งกันเสียงดัง หวิดจะได้ทะเลาะกันแล้ว ถ้าพี่ใหญ่ต้นเหตุของเรื่องไม่รีบปรามเสียก่อน

“ใจเย็นนะครับทุกคน ห้ามทะเลาะกันครับ”

ประโยคเดียวหยุดการโต้เถียงทันควัน เหล่าน้องผู้ว่านอนสอนง่ายเงียบเสียงลงเพราะรู้ดีว่าถ้ายังวางมวยต่อ ต้องโดนพี่ชายดุ และลงโทษแน่นอน เผลอๆ จะมียะเกน และอัตสึมาเทศนาพวกเขาซ้ำสองไม่สนุกด้วยหรอก

แต่ถึงจะไม่เถียงแล้ว บรรยากาศมึนตึงราวกับมีกระแสไฟฟ้าส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ ก็ไม่จางหาย พี่ใหญ่แห่งโทชิโร่เองก็ดูออกในจุดนี้ เจ้าตัวจึงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “เอาเป็นว่าใครอยากนอนหนุนตักก็ได้ แต่ผลัดกันทีละคนนะครับ”

.

.

.

“เนี่ย เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอว่าใครก็ได้” ทสึรุมารูขัดขึ้นมาทันที ไม่สนใจว่าย้อนความจะจบแล้วหรือไม่

“นั่นผมพูดกับน้อง ไม่ได้พูดกับคุณทสึรุมารูนี่ครับ” อิจิโกะเถียงอย่างอ่อนใจ เรียกว่าเป็นโชคร้ายหรือคราวเคราะห์กันแน่ที่ตอนเขาคุยกับน้องๆ คุณทสึรุมารูเผอิญผ่านมาได้ยินเข้าพอดี (ถ้าพูดให้ละเอียดคือกำลังปีนเล่นบนเพดานแล้วผ่านมาได้ยินจะชัดเจนสุด) วันต่อมา อาศัยช่วงที่พวกน้องๆ เขาไม่อยู่ เจ้าตัวถึงโผล่พรวดสร้างความตกใจพร้อมกับร้องขอเรื่องที่น่าตกใจกว่า

“ขอฉันนอนหนุนตักบ้างสิ”

เช่นนั้นแล้วพวกเขาสองคนถึงโต้เถียงเรื่องอะไรไม่รู้กันไม่เลิกอยู่แบบนี้ยังไงล่ะ อิจิโกะยกมือคลึงขมับ

ทสึรุมารู คุนินากะในช่วงกาลเวลาของประวัติศาสตร์พวกเขาไม่เคยโคจรมาพานพบ แต่ในฐานะดาบด้วยกัน เขาไม่เคยเจอใครดื้อรั้น เอาแต่ใจไร้สาระแบบนี้มาก่อนเลย

ดาบทุกเล่มล้วนแต่มีนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่านิสัยแบบนี้รับมือยากเสียจริง

“ไม่รู้แหละ ลูกผู้ชายรับปากคำไหนต้องคำนั้นสิ” ทสึรุมารูยิ้มยวน หลายต่อหลายคนมักหลงใหลในรูปลักษณ์อีกฝ่ายเมื่อแรกเห็น พนันได้เลยคนพวกนั้นไม่เคยเห็นสีหน้ากวนประสาทของหมอนี่ในตอนนี้เป็นแน่

“แต่ว่า...”

“เรื่องแค่นี้ก็ยังรักษาสัญญาไม่ได้ เสียเกียรตินามฮิโตฟุริหรอก”

เถียงกับกำแพงยังเหนื่อยน้อยกว่าอีก อิจิโกะได้แต่ปลง ถ้ายอมตามใจเรื่องก็คงจบสินะ “เอายังงั้นก็ได้ครับ”

“อ๋า...?” พอตอบตกลงกลับเป็นคุณทสึรุมารูที่ส่งเสียงประหลาดๆ ออกมาเสียเอง

--------------------------------

สาบานเลยว่าฉันไม่ได้อยากนอนหนุนตักผู้ชายด้วยกันสักนิดเลยนะ

“คุณทสึรุมารูนอนนิ่งๆ สิครับ”

เสียงซึ่งดังเหนือศีรษะดึงสายตาฉันขึ้นไปมอง สงสัยแดดมันย้อนหน้าอิจิโกะจึงดูทะมึนกว่าเดิม

“ต... ตกลง” ทสึรุมารูพยายามทำตัวนิ่งกว่าเดิม ซึ่งบอกเลยว่าน่าอึดอัดมาก... คนอย่างเขาอยู่นิ่งๆ ได้เกินสามวิเสียที่ไหนเล่า

เรื่องมันมีอยู่ว่าฉันแอบได้ยินพวกเด็กบ้านโทชิโร่อ้อนขอหนุนตักพี่ชาย แค่บังเอิญเห็นหมอนั่นโปรยยิ้มให้น้องแล้วนึกหมั่นไส้บวกกำลังเบื่อพอดีเลยแกล้งแหย่เอาสนุกไปงั้นแหละ

หวังผลแค่หลุดโมโห หรืออย่างมากก็โดนเมินใส่แท้ๆ ใครจะไปคิดหมอนี่ดันเอาจริงให้ผู้ชายมานอนหนุนตักด้วยกัน นี่ถ้าคนอื่นมาเห็นเขาจะคิดยังไงกันเล่า

“คุณทสึรุมารูนอนดิ้นอีกแล้วนะครับ”

“เอ่อ... โทษที” หลุดปากปุ๊บก็อยากตบปากตัวเองสักสิบที เดี๋ยวก่อนทำไมฉันต้องขอโทษด้วยฟะ ให้ตายสิ แกล้งแบบนี้ไม่เห็นสนุกตรงไหนเลย น่าเบื่อด้วย ถ้าจะนอนหนุนตักแบบนี้ ปูฟูกแล้วนอนสบายๆ ไม่ดีกว่าเหรอไง บ้าชะมัด

แต่ถ้าลุกออกไปตอนนี้ก็เหมือนแพ้ยังไงไม่รู้ ปัทโธ่เอ๊ย... เรื่องอะไรกัน ใครจะยอมเสียฟอร์มกันเล่า

ลงเป็นแบบนี้ฉันจะนอนหนุนตักให้หมอนี่เหน็บกิน จนอดรนทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายขอให้ฉันลุกเองแล้วกัน ถึงตอนนั้นจะได้พลิกเป็นฝ่ายแกล้งกลับแทนดีกว่า

ทสึรุมารูหมายมั่นปั้นมือ คิดหาวิธีการสารพัดเพื่อจะแกล้งอีกฝ่าย คิดแล้วคิดอีก คิด... จนกระทั่งแดดอ่อนยามบ่ายก็พาเขาเข้าสู่นิทรารมย์โดยไม่รู้ตัว

.

.

.

มืดจังแฮะ...

ที่นี่ที่ไหนหว่า ฉันมองไปรอบๆ หากก็ไม่เห็นอะไรสักอย่างนอกจากความมืด พอเอื้อมมือออกไปก็สัมผัสได้ถึงสัมผัสอันเย็นเฉียบ

เยือกเย็น... ไร้ซึ่งชีวิตและวิญญาณ หากเป็นสัมผัสที่คุ้นเคยยิ่งกว่าอื่นใด

อ้อ... ที่แท้เรากำลังอยู่ในสุสาน อยู่ในโลงศพกับนายผู้เป็นที่รัก

สองมือยื่นออกไป โอบกอดโครงกระดูก หลับตาแล้วนิทราต่อบนโลกไร้เสียง

เงียบ... เป็นความมืดที่เงียบงัน ช่างเป็นโลกซึ่งไร้สีสัน น่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน

แต่ทำไมนะ ฉันกลับรู้สึกว่าถ้าได้หลับอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงจะดี

ให้ออกไปพบแสงสว่างน่ะไม่เอาด้วยหรอก

หากโลกนี้ไร้ซึ่งความความประหลาดใจ หาได้มีความตื่นตาอันใดไม่

ฉันขอเลือกหลับใหลในความมืดตลอดไปดีกว่า

.

.

.

“ทสึรุ... คุณทสึรุมารูครับ”

“อือ...” ทสึรุมารูส่งเสียงครางในลำคอ เปลือกตายังคงหนักอึ้ง ยังคงอยู่บนรอยต่อของความจริงและความฝัน

สีฟ้า...

ท้องฟ้า... ไม่สิ อิจิโกะ...

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีฟ้าถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“นี่ฉันเผลอหลับไปหรอกเหรอ” เสียงซึ่งเปล่งออกไปนั้นแห้งผาก รู้สึกปวดหัวตุบๆ พิกล

“ครับ... เมื่อกี้เห็นสีหน้าดูไม่ดี ผมเลยต้องเสียมารยาทปลุกขึ้นมา ขอโทษนะครับ” สีหน้าอิจิโกะฉายแววรู้สึกผิดจนน่าขัน

“ไม่เป็นไรๆ แล้วจะขอโทษทำไมเรื่องแค่นี้เอง” กระเรียนหนุ่มหัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าก่อนหลับไปเมื่อกี้เขานอนหนุนตักอีกฝ่ายอยู่นี่นา

“เดี๋ยวนะ!! นี่ฉันหลับไปนานเท่าไรเนี่ย” ทสึรุมารูลุกพรวดด้วยความตกใจ และเป็นต้องตกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นท้องฟ้ามืดแล้ว นี่เขาหลับไปนานขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ

ไม่สิ... ที่ตกใจที่สุดคือคนคนนี้ก็ไม่ขยับตัว ไม่ลุกไปไหนต่างหาก

“เมื่อกี้คุณโชคุไดมาบอกให้ไปทานอาหารเย็นแล้วละครับ” อิจิโกะอธิบาย

“ปัญหาไม่ใช่ตรงนั้น เธอให้ฉันนอนนานขนาดนั้น ขาไม่เหน็บกินเหรอไง” ฝ่ายที่แกล้งมาตลอดกลับเป็นฝ่ายไม่พอใจเสียเอง

“ถ้าไม่นับที่ละเมอเมื่อกี้ เห็นคุณทสึรุมารูหลับสบาย... เลยไม่อยากปลุกน่ะครับ” พี่ชายแสนดีตอบเสียงซื่อ ซ้ำยังทำหน้าเหรอหราราวกับที่ทะเลาะกับเขาเมื่อบ่ายไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ไม่โกรธบ้างหรือไง” อดถามออกไปไม่ได้

“โกรธ? เรื่องอะไรครับ” ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาพาให้จนปัญญาจะโต้ตอบ

“ก็... เฮ่อ... เธอนี่มัน... พิลึกชะมัด” ปลายเสียงสุดท้ายได้แต่พึมพำกับตัวเอง

“คุณทสึรุมารูพูดอะไรครับ?”

“เฮ่อ... ช่างเถอะ” เขาถอนหายใจแล้วลุกขึ้น ยืดแขนทั้งสองข้างบิดขี้เกียจ “หิวแล้วด้วยไปกินข้าวเย็นดีกว่า”

“นั่นสินะครับ” อิจิโกะขยับตัวจะลุกขึ้น ทว่าเพราะนั่งอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป ขาทั้งสองจึงเป็นเหน็บลุกไม่ใคร่สะดวกนัก

“โอ๊ะ... ระวัง” ทสึรุมารูยื่นแขนเข้าไปประคองร่างซึ่งเกือบจะเสียหลักล้มกับพื้นซะแล้ว

“ข... ขอบคุณครับ” ดวงตาสีทองฉายแววขอบคุณอย่างจริงใจ

พอถูกมองเข้าแบบนั้นกลายเป็นฝ่ายเข้าไปช่วยเผลอหลบตาเสียเอง “ถึงฉันจะเอาแต่เล่น แต่ไม่ใช่คนใจดำหรอกน่า”

“นั่นสินะครับ ผมก็ว่าคุณทสึรุมารูความจริงเป็นคนใจดีออก” อิจิโกะหัวเราะ

ทสึรุมารูไม่ตอบ เขาเพียงแต่ช่วยประคองอีกฝ่ายจนยืนมั่นคงแล้วจึงเดินไปรับประทานอาหารด้วยกัน ระหว่างนั้นเขาได้แต่ลอบมองชายหนุ่มผมฟ้าซึ่งเดินเคียงข้าง

อิจิโกะ ฮิโตฟุริ ในช่วงกาลเวลาของประวัติศาสตร์พวกเขาไม่เคยโคจรมาพานพบ แต่ในฐานะดาบด้วยกัน เขาไม่เคยเจอใครเถรตรงจนติดจะซื่อเท่านี้มาก่อน

ดาบทุกเล่มล้วนแต่มีนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่านิสัยแบบนี้รับมือยากเสียจริง

แต่เพราะแบบนี้กระมัง โลกนี้เลยไม่น่าเบื่อเกินไปสำหรับเขา

นี่... อิจิโกะ

ถ้าเป็นเธอละก็ จะช่วยเปลี่ยนโลกของฉันให้เต็มไปด้วยความสนุกสนานได้หรือเปล่า

เดี๋ยวนะ นี่ฉันหวังอะไรเนี่ย? ตกใจชะมัดที่ตัวเองคิดอะไรพิลึกแบบนี้กับเขาด้วย

END

Postscript: สนุกกับการเขียนบ้านโทชิโร่มาก กับ อยากเขียนเนต้าหนุนตักค่ะ คิดมานานแล้วตั้งแต่ชิปใหม่ๆ แต่ไม่คิดว่าเรื่องเล็กน้อยจะเขียนนั่นนี่ไปซะเยอะแยะเลย ^^;
 
ปมของทสึรุเนี่ย คิดอยู่นานเหมือนกันจะเอาแบบนี้ดีมั้ยนะ โดยพื้นคิดว่าเจ้าตัวคงอยากอยู่กับนายเก่ามากกว่าน่ะนะ กับให้สปอย เรื่องนี้อยากเขียนมุมมองพี่อิจิต่อค่ะ เพราะมันมีเหตุผลทำไมพี่อิจิยอมให้ทสึรุนอนหลับหนุนตักตัวเองแบบนั้น แต่อยากคิดก่อนจะเล่าเหตุผลในแบบไหนดีกันแน่
 
เน้นเรื่องสั้นแต่ส่วนตัวก็มีพลอตยาวๆ อยากเขียนอยู่ ถ้าเคลียร์งานลงตัว หรือทนความติ่งไม่ได้คงได้เขียนออกมาค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

หวังอะไร โธ่! ก็หวังให้พี่อิจิมารักไงคะพ่อกระเรียน พ่อจอมกระล่อน
ไอ้ที่บอกให้กระเรียนอยู่นิ่งๆนี่คือขำมาก ถ้าเทียบกับน้องไซบีเรียนยังนิ่ง
ได้ดีกว่าพ่อกระเรียนอีก 555  งานดี งานงาม ฟินมากค่า

#4 By Misora Sky on 2015-09-09 14:42

ดีใจจัง มีคู่ทสึรุอิจิให้อ่านแล้ว คือ เราชิพคู่นี้มากกกก แต่เนื่องจากเป็นคู่แรร์ในไทยเลยหาฟิคอ่านยาก เราชอบโมเมนท์แบบนี้แหละค่ะ ประมาณว่าจะไปแกล้งเค้า แต่ตัวเองดันโดนเอง โมเมนท์แบบนี้น่ารักสุดๆ ยังไงเป็นกำลังใจขอให้คลอดฟิคออกมาอีกนะคะ

#3 By puchipolarbear on 2015-06-29 01:42

ว่าคคคคคคคค ตัวจะแตกจะแหลกสลายค่ะะ น่าร้ากกกกกกก น่ารักที่สุดดด;//////; ขำทสึรุคือขอเองแล้วยังจะบ่นอีก จะแกล้งแล้วก็อย่าบ่นเซ่ะแกกก อ้อนขอเป็นตุเป็นตะขนาดนั้น เป็นใครมันก็ต้องยอมแหละแกกก โอยตายยย สงสารพี่อิจิ555555555555555😂😂 ชอบจังเลยค่ะ ติดตามผลงานต่อไปนะคะะ♡

#2 By NeKo☆RaiN on 2015-06-08 23:51

โอ้ย ชอบมาก น่ารักมาก ขอบคุณค่ะ //น้ำตาไหลพรากส์
อยากอ่านมุมของอิจินี่บ้างเหมือนกันค่ะ
ทสึรุพอมีปมนี้เข้ามาทำให้แอบดราม่าเล็กๆ ก็ช่วยเติมรสชาติให้ฟิคดีค่ะ ชอบมากกกกก

#1 By kitt13 (171.96.181.99|171.96.181.99) on 2015-06-01 21:32