เขียนเล่นอีกแล้วววววววววววว เขียนไปปวดหัวกับทสึรุ ทำไมเขียนแล้วทสึรุมโนเรามือไวขนาดนั้นอ่ะ 
 
ทีแรกอยากตั้งชื่อไว้รวมๆ เพราะขี้เกียจตั้ง แต่เรื่องนี้ทสึรุมือไวจนเดี๋ยวคนจะสับสนว่าเรื่องมันต่อกันหมดพอดี เลยตั้งชื่อมันแยกออกมาดีกว่า ; w ; 
 
จะตั้งชื่อเรื่องว่า หน้ามืด ก็ไม่เพราะเอาซะเลย เป็นเรื่องที่จะตั้งชื่อไทยก็เหนื่อยลงท้ายเลยต้องรบกวนคุณโอ๋ขอชื่อญี่ปุ่นมาอีกที แงง

Title: 名もなき動揺 (ความหวั่นไหวอันไร้นาม)

Pairing: Tsurumaru x Ichigo

ที่เขาว่าดาบไม่เป็นหวัด ไม่จริงหรอกนะ

“ฮัดเช้ย!” เสียงจามเบาๆ ทว่ากลับดังชัดเจนด้วยความเงียบสงบในฮงมารุวันนี้ อิจิโกะ ฮิโตฟุริถอนหายใจ ได้แต่จ้องมองเพดานด้วยความเบื่อหน่าย ทั้งที่ตอนนี้พวกน้องๆ กำลังมุ่งไปออกรบอย่างห้าวหาญเขากลับต้องมานอนซมอยู่ในห้องคนเดียวแบบนี้ ช่างน่าหงุดหงิดเหลือเกิน

มันเป็นเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะมัวแต่ดูแลโฮเนบามิที่จู่ๆ มีไข้ก่อนจะเดินทางไปเกียวโต หลังจากเฝ้าไข้เป็นเวลาหลายคืนจนอาการเด็กหนุ่มเริ่มทุเลา โชคร้ายกลับกลายเป็นเขาที่ดันติดหวัดเสียเอง

“ผมอุตส่าห์เตือนแล้วเชียวให้ระวัง” ยะเกนดุพี่ใหญ่ซึ่งตอนนี้ลงไปนอนซม ขณะที่น้องคนอื่นได้แต่แอบมองจากด้านหลังประตูเนื่องจากถูกสั่งห้ามเยี่ยม

“แค่หวัดนิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็หาย แค่กๆๆ” พูดไม่ทันจบดีก็หลุดเสียงไอดังโขลก

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ดวงตาสีดำสนิทใต้กรอบแว่นขึงตาใส่ “นั่นไง ไอเสียขนาดนี้ยังจะบอกไม่เป็นไรอีก”

ไม่ได้ฝืนซะหน่อย พวกนายก็เป็นห่วงเกินไปนะ อยากจะทักท้วง แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้ม “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”

ยะเกนได้แต่กอดอก มองพี่ใหญ่อย่างอ่อนใจ “ทีหลังห้ามฝืนอีกนะครับ”

“อืม นี่ก็ดึกมากแล้วไปนอนเหอะ พรุ่งนี้พวกนายต้องออกเดินทางแต่เช้าไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ต้องห่วงครับ ทางพวกผมเตรียมตัวพร้อมแล้ว”

“พกลูกแก้วทหารไปด้วยใช่มั้ย”

“พกไปหมดทั้งโล่ หิน ธนูครับ พี่เองถ้าไม่สบายก็เรียกคุณอิชิคิริมารูมาดูอาการ เอ้อ... ผมเปลี่ยนเป็นฝากฝังใครสักคนช่วยตามเขาอาจจะเร็วกว่ามั้ง”

“เดี๋ยวกินยาก็หายแล้วน่า แล้วอาวุธลับกันคมดีแล้วนะ”

“เรียบร้อยแล้วครับ พี่เองกินยาให้ครบทุกมื้อด้วยนะครับ”

“ฮะๆ ใครเป็นพี่เป็นน้องกันแล้วเนี่ย” อิจิโกะหัวเราะ ทั้งที่เด็กกว่าเขากลับทำตัวโตกว่าวัย น่าเอ็นดูนัก

“รับปากด้วยครับ” เสียงน้องชายจริงจังขึ้น

“ครับๆ... พวกนายก็ด้วย อย่าทะเลาะกันระหว่างเดินทางล่ะ”

“แล้วก็อย่าลืมนอนพักผ่อนเยอะๆ นะครับ”

“ครับๆ”

“ทานแต่ของอ่อนๆ นะครับ ผมบอกคุณคะเซน กับคุณโชคุไดคิริให้เตรียมข้ามต้มให้พี่แล้ว”

“เฮ่อ... ตกลงครับ”

“แล้วก็ห้ามให้คุณทสึรุมารูเข้าห้องด้วย ยิ่งตอนกลางคืนห้ามเด็ดขาดนะครับ”

“หา?” ถึงตรงนี้พี่ใหญ่ของบ้านหน้าเหรอหราขึ้นมาทันที ไหงคุณทสึรุมารูโผล่มาอยู่ในบทสนทนาเนี่ย

“เอ้อ... ผมหมายถึงระวังคนนั้นหน่อยก็ดี เดี๋ยวเขามารบกวนอาการพี่จะแย่ลงน่ะครับ” ยะเกนกระแอมไอเล็กน้อย

“อ้อ... แบบนี้เอง” อิจิโกะถึงบางอ้อ ก่อนจะส่งยิ้มซื่อๆ “แต่คงไม่มีอะไรหรอกน่า คุณทสึรุมารูขี้เล่นก็จริง แต่ไม่มีเจตนาร้ายอะไรหรอก”

“ก็พี่เป็นซะแบบนี้ ผมถึงเป็นห่วง...” ยะเกนขยับปากงึมงำ

“เฮ้! หมายความว่าไงน่ะ” ถามยังไม่ทันจบดี เสียงหาวเล็กๆ ก็ดังแทรกขึ้นมา

“ชี่ยยยย โกไคโต

นายหาวเสียงดังไปแล้ว” พวกพี่คนอื่นพากันดุ

“อ... ขอโทษครับ” เด็กน้อยขยี้ตาแดง ดูท่าจะง่วงมากจริงๆ

“นั่นสิ นี่ดึกมากแล้ว พวกนายทุกคนเข้านอนเถอะ” กลายเป็นเขาต้องออกปากไล่น้องๆ ทุกคนเสียเอง

“อ๋า---“ เสียงเสียดายลอดผ่านจากบานประตูทันที ก่อนจะตามด้วยเสียงเล็กๆ ค้านกันระงม

“ไม่อ่ะ มิดาเระยังไม่ง่วงซะหน่อย”

“ผมก็เหมือนกัน” อาคิตะร้อง

“ผมด้วย” ตามด้วยเสียงอื่นๆ

“นอนได้แล้วครับ” พี่ใหญ่สั่งซ้ำอีกครั้ง พร้อมหันไปทางยะเกน “นายเองก็เหมือนกัน เข้านอนได้แล้ว”

“แต่ว่า...”

“พรุ่งนี้มีภารกิจสำคัญไม่ใช่หรือ”

พอบอกออกไปเสียงหนักแน่น เด็กหนุ่มผู้มากด้วยความรับผิดชอบเป็นต้องเงียบ เชื่อฟังพี่ชายแต่โดยดี “เข้าใจแล้วครับ”

.

.

.

“แต่ยังไงตอนผมไม่อยู่ พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะครับ”

น้องชายเขาเป็นห่วงอะไรเกินเหตุจริงน่ะแหละ แต่นิสัยแบบนี้ก็น่ารักดี อิจิโกะนึกขำในใจ ระหว่างไพล่คิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน เงี่ยหูฟังเสียงกระบอกไผ่กระทบหิน เป็นบรรยากาศชวนให้สงบใจจนไม่อยากเชื่อเลยว่าข้างนอกนั้นการต่อสู้ยังไม่จบสิ้น ทว่าในทางกลับกันพอต้องนอนป่วยแบบนี้ในขณะที่ดาบเล่มอื่นกำลังออกรบก็อดร้อนใจไม่ได้

ป่านนี้พวกน้องๆ จะเป็นยังไงกันบ้างนะ

ดูจากตำแหน่งพระอาทิตย์ คงยังเดินทางไปไม่ถึงเกียวโตกระมัง หวังว่าทุกคนจะเดินทางโดยปลอดภัย ไม่ทะเลาะกันระหว่างทาง พี่ใหญ่ผู้ไม่อาจร่วมภารกิจคราวนี้ได้แต่กระวนกระวาย น่าเสียดายที่ดันไม่สบายขึ้นมาเสียก่อน ไม่งั้นอย่างน้อยก็ขอไปส่งจนถึงปลายทางก็ยังดี

จะว่าไปก็ไม่ได้กอดร่ำลาด้วยนี่นา... อิจิโกะยกมือขึ้นมามอง

จะว่าไปห่างหายการสัมผัสใครสักคนมานานเหมือนกันนะ

เพราะกลัวน้องๆ ติดหวัดก็เลยสั่งห้ามเข้าใกล้ ได้แต่โบกมืออยู่ห่างๆ พอคิดว่าจากนี้ไปอีกหลายวันจะไม่ได้พบหน้าก็อดใจหายขึ้นมาไม่ได้ ชายหนุ่มผมฟ้ากำมือ สัมผัสเย็นเยียบพาให้รู้สึกมีรูรั่วตรงหัวใจ นึกสงสัยอะไรบางอย่างที่ขาดหายไปกันแน่

ฟุ้งซ่านอะไรของเราอีกแล้ว... อิจิโกะสะบัดศีรษะโดยแรง ตลบผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยพิษไข้ตำหนิตัวเอง หลับตาลงอีกครั้ง แปลกจริง ทั้งที่นอนไปตั้งเยอะแต่ก็ยังง่วงอยู่ดี บางทีอาจจะเป็นเพราะยาซึ่งรับประทานไปก่อนหน้ากระมัง

แต่ก็ไม่เลวเหมือนกัน

ถ้าหลับด้วยฤทธิ์ยาอย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องฝัน

.

.

.

พอคิดว่าการหลับลึกโดยไม่ต้องรับรู้อะไร ไข้หวัดก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทีเดียว

ถ้าจมดิ่งลงไปกับความมืดทั้งอย่างนี้  แล้วตื่นมาได้พบกับทุกคนอีกครั้งก็คงจะดี

.

.

.

อิจิโกะ ฮิโตฟุริได้แต่ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปท่ามกลางแดดอ่อนยามบ่าย จวบจนกระทั่งตะวันเริ่มโรยราความเงียบยังคงครอบงำราวกับจะสถิตอยู่ ณ ห้องแห่งนี้ชั่วนิรันดร์

...ก่อนจะโดนทำลายราบคาบด้วยการปรากฏตัวของดาบผู้นั้น

“แฮ่--- ตกใจมั้ย!” วลีประจำโผล่พรวดออกมาจากห้องเพดาน ตามด้วยชายหนุ่มในชุดสีขาว มันคงเป็นภาพอันงดงามหากไม่มีแว่นตาตัวตลกประดับบนใบหน้านั้น

ทั้งที่คาดหวังจะได้เห็นสีหน้าตื่นตกใจเจ้าของห้อง หากทสึรุมารูเป็นต้องผิดหวังเมื่ออีกฝ่ายกลับนอนเฉยไม่รับรู้การมาเยือนของเขาเลยสักนิดเดียว

“อะไรกัน ยังหลับอยู่เหรอ น่าเบื่อชะมัด” กระเรียนหนุ่มบ่น สีหน้าเซ็งสุดขีดเมื่อไม่ได้รับปฏิกิริยาตกใจเป็นของตอบแทน

หลังจากสงสัยมาทั้งวันว่าทำไมไม่ยักเห็นหน้าอิจิโกะเลย พอถามใครก็มีแต่คนบ่ายเบี่ยง จนกระทั่งไล่จี้กับโชคุไดคิริถึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่สบายต้องนอนซมอยู่ในห้องคนเดียว

“อะไรกัน!! เรื่องสำคัญแบบนี้ ทำไมถึงไม่บอกฉัน” เขาโวยวายเสียงดังทันทีที่รู้

“ขอโทษที ยะเกนเขาขอร้องพวกฉัน...”

“โอกาสงามในการแกล้งแบบนี้ หาไม่ได้แล้ว ฉันโผล่หน้าไปให้หมอนั่นตกใจดีกว่า” ทสึรุมารูเอ่ยเสียงเริงร่าก่อนจะผลุนผลันวิ่งไปทันที

“เฮ่อ... ก็แบบนี้ไง ใครๆ ถึงไม่อยากบอกให้นายรู้...”

ชิ... น่าเบื่อชะมัด นึกว่าจะได้เห็นหมอนี่ตกใจแท้ๆ คนขี้แกล้งบ่นอุบก่อนจะล้มตัวลงนอนตะแคงข้างๆ ดวงตาสีทองจ้องมองดวงหน้าซึ่งหลับสนิทไม่รู้เรื่องราว

ท่าทางหลับสบายเชียว ไม่รู้ตัวเลยแฮะว่าฉันมานอนจ้องเอาๆ แบบนี้

อืม... ลองแกล้งปลุกดีมั้ยนะ เข้าไปใกล้ๆ ร้องแฮ่ใส่ดังๆ หมอนี่ต้องสะดุ้งตื่นแหง

จริงสิ ต้องเอาแว่นตามาสวมด้วย นึกภาพหมอนี่แหกปากลั่น ชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ

กระเรียนนิสัยเสียกลั้นยิ้ม รีบโน้มตัวเข้าไปใกล้ สายตาจับจ้องเหยื่อครั้งนี้

เอาละนะ...

หมับ..

เอ๋?.

ทสึรุมารูผู้พิศมัยความตกใจสะดุ้งเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายคว้าข้อมือเขาไว้ ชายหนุ่มอ้าปากค้าง ทุกอย่างเกิดขึ้นชั่วพริบตาเมื่ออีกฝ่ายดึงเขาเข้าไปสวมกอด จนริมฝีปากเขาเกือบเฉียดปลายจมูกอีกฝ่ายเสียแล้ว

ตื่นอยู่เหรอ ไหงงั้นล่ะ

แย่ละสิ... นี่เราเป็นฝ่ายเสียท่างั้นเหรอ

หากยังไม่ทันวางแผนแก้ลำ ความตกใจซ้ำสองพลันเกิดขึ้นเมื่ออิจิโกะยิ้มให้เขา

“กลับมาแล้วเหรอ...”

แว่นตาร่วงผล็อย ถ้อยคำละเมอนั้นสะกดเขานิ่งงันไปชั่วขณะมีเพียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปจากเดิม

อะไรกัน...

ทำงี้ได้ไง...

ยิ้มแบบนี้ขี้โกงนี่นา...

ท่ามกลางความสับสน ดวงตาอ่อนโยนคู่นั้นกลับเพิ่งตื่นจากฝัน กะพริบปริบมองเขาอย่างงุนงง

“คุณทสึมารู...? ทำไมมาอยู่ที่นี่ละครับ” น้ำเสียงสุภาพเอ่ยถาม ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย “ม... เมื่อกี้ถ้าผมเผลอพูดอะไรออกไป ขอโทษนะครับ”

“มาเยี่ยม...” ปลายเสียงช่างห้วน ประหยัดคำจนแม้แต่ตัวเองยังตกใจ

“อะ... ขอบคุณครับ” อิจิโกะผงกหัวรับคำ เขามองหน้าอีกฝ่ายสักพักก่อนจะถามสิ่งที่ไม่ควรออกไป “คุณทสึรุมารูหน้าแดงอยู่นะ...”

ปลายเสียงขาดหาย ภาพในครรลองสายตาพลิกกลับเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายโถมร่างเข้ามาหา

“ก็เพราะนายนั่นแหละ...”

“หา...” เปล่งเสียงออกไปได้คำเดียว ลมหายใจก็ถูกช่วงชิงด้วยริมฝีปากอุ่นจัด

“ไม่เป็นไร... ไม่ต้องกลัว... นายแค่ฝันไปเท่านั้น” เสียงสั่นพร่ากระซิบบอกขณะกอดร่างในอ้อมแขน จูบซ้ำอีกครั้งเพื่อขอลิ้มลองอีกสักครั้ง

ใช่... เป็นแค่ความฝัน...

ถ้าไม่คิดแบบนั้นฉันคงไม่รู้ว่าความหวั่นไหวในอกยามนี้ควรเรียกว่าอะไรกันแน่

.

.

.

ณ เกียวโต

“ไอเซน เมื่อไรพวกเราจะหาพี่ชายของไอเซนเจอครับ” อาคิตะคุงถามเสียงสั่น

“เฮ่อ... ไม่รู้เหมือนกัน หมอนี่ชอบหายหัวอยู่เรื่อยเลย ฉันกับโฮตารุก็ชินซะแล้ว” ลูกเอโดะบ่นด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง สักพักก็หัวเราะ “แต่เราเพิ่งมาถึงเอง ยังมีเวลาอีกตั้งหลายวัน เดี๋ยวก็เจอแหละ”

“ต... แต่พี่ยะเกนเขา...” ดวงตากลมโตเหลือบไปมองด้านหลังอย่างหวาดๆ กับออร่าทะมึนที่พี่ชายแผ่ออกมาเต็มที่

“เอ้า ยะเกนอย่าทำหน้าเครียดเซ่! คุนิยูกิเขาก็งี้แหละ โผล่เมื่อไรเดี๋ยวฉันจะซัดให้เองนะ” ไอเซนตบบ่าเสียงดังป้าบไม่สนบรรยากาศ

“ก็หวังว่าจะเจอโดยเร็วนะครับ” เด็กหนุ่มยิ้มยะเยือก ขนาดน้องบ้านเดียวกันยังผวา ก่อนจะผวายกกำลังสองกับสิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่าย “ยิ่งถ้าเราติดแหง็กเป็นสัปดาห์หวังใจว่าผมจะไม่พลั้งมือทำอะไรเขาหรอกนะครับ”

“พี่ยะเกนนน พี่อิจิบอกห้ามเล่นกรรไกรน้า” เหล่าน้องๆ ได้แต่ร้องระงมกับพี่ชายที่สติแตกไปเรียบร้อย

END

Postscript: โดยส่วนตัวอยากเขียนให้อิจินี่ทันคนกว่านี้จัง แต่เขียนแบบนี้ก็สนุกดีอ่ะนะ คู่นี้พลอตในหัวเยอะ เวลาหยิบมาเขียนเลยเลือกไม่ถูกวุ้ย เห้อออ 

สนุกกับการเขียนยะเกน แล้วชักคิดว่ายะเกนจะเป็นบราค่อนแทนพี่อิจิแล้วนะ เดี๋ยวก่อน

ตอนเขียนอยู่ระหว่างวนแมป 6-2 ล่าพี่คุนิยูกิค่ะ เรื่องนี้ที่มาก็จากตรงนี้ค่ะ คิดว่าถ้ายังไม่ได้พี่คุนิยูกิ พวกยะเกนกลับบ้านไม่ได้นะ ทสึรุคงโคตรสบายแฮละทีนี้ 55+ (ยะเกน "จบภารกิจเลยได้มั้ยครับท่านแม่ทัพ" คุนิยูกิ "เห้ยๆๆ")

Comment

Comment:

Tweet

แอ้ะะะะ ไม่ฝันไม่ได้เหยออออ5555555555 เรียกว่าอินเลิฟไงแกกกก โดขิโดขิอ้ะะ ยะเก็นชักจะโหดขึ้นทุกวันนน ขึ้นเป็นพี่ใหญ่เถอะค่ะเตงง พี่อิจิคงยอมสละตำแหน่งล่ะแบบนี้😂😂 รอติดตามผลงานต่อไปนะคะะ💕

#1 By NeKo☆RaiN on 2015-06-09 00:08