[KNB FANFICTION] Your Tender is Killing Me

posted on 11 Jul 2015 19:04 by chibi in KNB-Fanfic directory Fiction
ฟิคสึรุอิจิเอนทรีที่แล้วขอติดเม้นไว้ก่อนนะคะ ไว้จะมาตอบตอนโพสเรื่องใหม่ (ฮา) เข้าเรื่องดีกว่า
 
แจ้งก่อนอ่าน: เป็นพรีวิวฟิคไฟดำที่จะลงในรวมเล่มงานบาสค่ะ เพราะงั้นจะลงตัวอย่างแค่ 3 หน้าแรกจากทั้งหมด 15 หน้า ที่เหลือต้องไปอ่านต่อในรวมเล่มนะจ๊ะ 
 
**เพิ่มเติมโพสที่ลงไม่ใช่ฉบับไฟนอลนะคะ ^^
 
Title: Your Tender is Killing Me
 
Pairing: Kagami x Kuroko
 

คางามิคุงน่ะใจดีเกินไป

ผมทั้งรักและเกลียดนิสัยข้อนี้ของเขามากเหลือเกิน

โดยเฉพาะเวลาที่เขาใจดีกับคนอื่น...

หลังจากจบการแข่งวินเตอร์คัประดับประเทศ ชมรมบาสเกตบอลของเซย์รินดูจะเป็นที่จับตามองมากขึ้น ไม่เพียงแต่ในแวดวงบาสเกตบอลมัธยมปลาย แต่ยังรวมถึงภายในโรงเรียน ทั้งผืนผ้าซึ่งแขวนอยู่หน้าตึกแสดงความยินดี บอร์ดประกาศข่าวตามทางเดินที่เอาข่าวของพวกเรามาแปะ แถมรุ่นพี่โคงาเนะอิยังเอาแต่คุยจ้อไม่หยุดเรื่องที่หลายคนสนใจอยากสมัครเข้าชมรมพวกเรามากขึ้น

แน่นอนคนอยากสมัครในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะนักกีฬา แต่ยังรวมถึงผู้จัดการทีมด้วย

“โค้ชเขาปฏิเสธไปหมดแล้ว” ปลายเสียงรุ่นพี่ฮิวงะติดรำคาญเล็กน้อย เขาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชนะเลิศวินเตอร์คัปไม่ใช่ว่าทุกอย่างจบแล้วสักหน่อย เป้าหมายต่อไปคืออินเตอร์ไฮนะ ขืนรับพวกเหลาะแหละเข้ามาจะเสียเวลาเปล่าๆ สิไม่ว่า”

“เอาน่าๆ เจอซ้อมสามเท่าของโค้ชได้ซี้แหงแก๋กันแล้ว” รุ่นพี่อิซึกิหัวเราะ หากแป๊บเดียวก็ปล่อยมุกเสียงดัง “ซี้แหงแต่ก็เป็นเพื่อนซี้ ได้มุกใหม่แล้ว!!”

“จะว่าไปโค้ชก็ไม่น่าเข้มกับการคัดผู้จัดการใหม่เลยน้า” โคงาเนะอิอดบ่นขึ้นมาไม่ได้ หันไปพยักพเยิดกับมิโตเบะ คู่หูตัวเอง “อุตส่าห์มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักแห่กันมาสมัครทั้งที อย่างน้อยน่าจะรับเข้ามาให้บรรยากาศชื่นมื่นซะหน่อยดิ”

นึกว่าเพื่อนสนิทปากหนักจะแสดงท่าทีเห็นด้วย เจ้าตัวกลับโบกไม้โบกมือ  หนุ่มหน้าแมวทำหน้าเง็งขึ้นมาถนัด

“อ้าว มิโตเบะ นายไม่คิดว่ามีสาวๆ น่ารักมาเป็นผู้จัดการดีออกเหรอ เนี่ยเห็นบางคนหน้าอกหน้าใจใช่เล่นเลยน้า” ไม่พูดเปล่ามีทำท่าประกอบเสริมอีกต่างหาก

มิโตเบะไม่ตอบ แถมโบกมือแรงๆ หนักกว่าเดิม มาตรงนี้โคงาเนะอิชักสังหรณ์ สักพักก็ขนลุกชันเหมือนแมวสะดุ้งด้วยสัมผัสได้ถึงออราทะมึนจากด้านหลัง... ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว

“แหมๆ สาวน้อยน่ารักมีอยู่ตรงนี้ไม่พอเหรอ” ริโกะส่งยิ้มหวานให้หนุ่มๆ ในทีม แน่ละ ไม่มีใครยิ้มตอบด้วยรู้ว่าอีกไม่ช้าจะเจอบทลงโทษแบบไหน

“ด... เดี๋ยวโค้ชใจเย็นก่อนนะ” กัปตันทีมรีบปรามแต่ดูจะสายเกินแก้เสียแล้ว

“วันนี้ห้าเท่ากันเลยดีกว่า”

“เฮ้ย! แค่สามเท่าก็โหดแล้วน้า เกินไปเปล่า” กัปตันทีมเป็นฝ่ายท้วงให้แทน

“ก็นะ ทำตัวลอยชายขนาดเพ้อเรื่องแบบนี้ สงสัยช่วงนี้จะซ้อมน้อยไปนี่นา” ริโกะบ่น บรรยากาศมาคุจางลงไปบ้าง แต่การฝึกซ้อมห้าเท่ารับรองไม่คืนคำแน่นอน

“เอาน่า ทุกคนก็พูดเล่นเอง” อิซึกิช่วยแก้

“ก็นะ ขนาดไม่รับมาพวกนายยังเพ้อเจ้อแบบนี้ ขืนรับมาไม่เป็นอันซ้อมกันพอดี” โค้ชสาว กุนซือของทีมค่อน สายตาอันเฉียบคมตวัดมองไปที่สนาม “ที่สำคัญ รับมาพวกนายก็กินแห้วอยู่ดี เพราะเป้าหมายพวกหล่อนน่ะอยู่ที่ตานั่นต่างหาก”

กึง!!

แรงสั่นสะเทือนยามลูกบาสกระแทกลงห่วงสะท้อนก้องไปทั่วโรงยิม ร่างซึ่งลอยอยู่บนฟ้าชั่วขณะร่อนลงสู่พื้นก่อนจะหันกลับไปยิ้มร่าให้คู่หูของเขา

“ขอบใจนะ... คุโร...”

“กรี๊ดดดดด” 

เสียงกรี๊ดดังสนั่นพาให้คางามิผงะ หันไปยังต้นเสียง ใบหน้าเอ๋อยิ่งเหวอหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นกลุ่มเด็กผู้หญิงมายืนออกันเต็มไปหมด

“อีกแล้วเหรอ...” คางามิคราง สีหน้าบอกว่าเซ็งสุดขีด สายตาเหลือบมามองเขาราวกับต้องการขอความช่วยเหลือ

ผู้เป็นเงาจะทำอะไรอื่นได้นอกจากตอบด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “เป็นความผิดคางามิคุงแหละครับที่ใจดีเกินไป”

มันเป็นแบบนี้มาเกือบเดือนแล้ว

หลังจากจบการแข่งขัน คางามิคุงป๊อปปูล่าร์ขึ้นมากเลยครับ

ก็ไม่น่าแปลกใจ เอซของทีมผู้เป็นกำลังหลักสำคัญในการแข่งขัน แถมยังโค่นเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ จู่ๆ จะโดดเด่นขึ้นมากลายเป็นจุดสนใจ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน คางามิคุงเองก็ใช่ว่าจะหน้าตาน่าเกลียด ไหนจะตัวสูง แถมพกดีกรีเคยเป็นเด็กนอกมาก่อน ถึงจะหัวไม่ดีแต่ความอ่อนโยนและความเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนก็กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดสาวๆ แทบจะทุกคน

“นึกว่าคางามิคุงจะเป็นคนน่ากลัวซะอีก ความจริงแล้วเป็นคนอ่อนโยนมากนี่นา”

“ดูเผินๆ เหมือนคนโผงผาง แต่พอได้คุยกันแล้วใจดีมากเลยละ”

“ฉันเคยจะหยิบหนังสือแล้วเอื้อมไม่ถึง คางามิคุงช่วยหยิบให้ เท่สุดๆ ไปเลย”

“ตอนชั่วโมงคหกรรม คางามิคุงใส่ผ้ากันเปื้อนดูเหมาะสุดๆ แถมยังทำอาหารอร่อยด้วย ไม่รู้มาก่อนว่าพ่อบ้านพ่อเรือนขนาดนี้”

“ถึงจะทึ่มไปหน่อย แต่ตรงนั้นกลับทำให้ดูน่ารัก”

“ทั้งเท่ ตัวสูง แถมใจดีอีกต่างหาก คิดไม่ถึงจริงๆ”

ไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้ข้อดีของคางามิคุงเสียแล้ว

“ขี้โกงชะมัดเลย ทำไมถึงมีแต่คางามิคนเดียวที่มีสาวกรี๊ดเนี่ย” ฟุริฮาตะบ่นอุบ

“แน่ะๆ พูดแบบนี้เดี๋ยวฉันเอาไปฟ้องแฟนนายหรอก” คาวาฮาระแหย่

“หวา! พูดเล่นเองเฟ้ย อย่าเชียวนะ” คนได้แฟนสมใจหลังจากแข่งชนะวินเตอร์คัปร้องลั่น

“แหม แต่คางามิก็น่าอิจฉาจริงแหละน้า” คาวาฮาระหัวเราะ ท่าทางสบายใจ

“หนวกหูน่า คิดว่าฉันชอบเหรอไง ซ้อมแทบไม่ได้เลยเฟ้ย ไม่มีสมาธิเลยว้อย!” คางามิว้ากเพ้ย

“ถ้างั้นก็เข้าไปบอกพวกเธอสิครับ” คุโรโกะสวนกลับนิ่มๆ แต่มากพอให้ฝ่ายตรงข้ามจุก

คางามิได้แต่บุ้ยปาก ยกมือลูบหลังคอแก้เก้อ “ฉันอธิบายไปแล้ว ทางนั้นก็สัญญาจะดูเงียบๆ ไม่รบกวนการซ้อมนี่หว่า”

“โฮ่... นี่มีการขอร้องแฟนคลับตัวเองด้วยนะเนี่ย” ดวงตาสีฟ้าหรี่มอง

“ฟะ... แฟนคลับอะไร ไม่ใช่คิเสะมันนะเว้ย!” เอซหนุ่มสุดฮอตแก้ตัวเป็นพัลวัน

 ผู้เป็นเงานิ่งเงียบ ดวงตาสีฟ้าไม่บ่งบอกอารมณ์เอาแต่มองเขา ไม่พูดอะไรสักคำจนคนโดนจ้องชักเริ่มอึดอัด

 “คุโรโกะ... เป็นอะไรน่ะ”

เงียบ...

“เฮ้... ฉันถามอยู่นะ ได้ยินหรือเปล่า”

ยังคงไม่มีคำตอบ... ลงท้ายเสือตัวใหญ่ก็ทนความกดดันไม่ไหว เข้ามาถามด้วยเสียงแผ่วเบา

“นายโกรธอะไรอยู่เหรอ”

คุโรโกะฟังถ้อยคำนั้น บรรยากาศหนักๆ ลอยอวลกลางโรงยิมวูบหนึ่งแล้วน้ำเสียงเรียบเรื่อยก็เปล่งออกมา “คางามิคุง...”
“หืม?”

“เบอร์สองอยู่ตรงเท้าครับ” เด็กหนุ่มชี้นิ้วไปยังลูกสุนัขซึ่งนั่งกระดิกหางรอคำสั่ง

“ว้ากกก!!!!” คางามิสะดุ้งโหยง รีบกระโดดหลบไปอีกทาง ส่งเสียงโวยวายลั่นโรงยิม “ทำไมไม่บอกฉันห้ะ!!! คุโรโกะ ว้ากกก อย่าเอาเจ้านั่นเข้ามาใกล้เซ่! นายก็รู้ว่าฉันกลัวจะเอามาใกล้ทำม้ายยยยยยย”

“เบอร์สองน่ารักออกจะตาย ป่านนี้ยังไม่ชินอีกเหรอครับ” ดวงตาสีฟ้าฉายแววใสซื่อ

“มาแบบไม่ให้ตั้งตัวจะชินได้ไง ว้ากกกก!!!”

คางามิหน้าซีด ถอยกรูดติดกำแพงก่อนจะโดนโค้ชเข้ามาฟาดกบาลหนึ่งเปรี้ยงข้อหารบกวนการซ้อมชาวบ้าน เป็นภาพที่ดูน่าขัน ไม่มีความเท่เอาซะเลย แต่ทั้งอย่างนั้นสาวๆ ซึ่งมายืนมุงกลับยิ่งส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด

“เพิ่งรู้ว่าคางามิคุงกลัวหมาด้วย”

“นี่ๆ ฉันได้ยินว่ากลัวผีด้วยนะ ไม่เข้ากับตัวเลย”

“แต่แบบนี้ยิ่งดูน่ารักออกเนอะ”

“นั่นสิ ผู้ชายที่มีจุดอ่อนบ้างมีเสน่ห์เหมือนกันน้า”

เด็กหนุ่มผมฟ้าฟังถ้อยคำเหล่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังหรอก แต่พวกหล่อนคุยเสียงดัง ไม่ก็เขาคงหูดีเกินไปถึงลอยเข้าหูมาถึงได้

“อิ๋ง...”

เสียงครางหงิงของลูกสุนัขในมือดึงสายตา คุโรโกะมองดวงตาสีฟ้าซึ่งจ้องมองเขาด้วยความเป็นห่วง รอยยิ้มบางเบาจุดตรงมุมปาก

“นึกว่าใช้เธอทำแบบนี้ พวกเขาจะตัดใจแท้ๆ น่าเสียดายจังเลยนะครับ”

TBC...

Talk: เขียนไปนี่เหนื่อยมาก เพราะไม่เคยเขียนไฟดำดรามามาก่อน แต่อยากเขียนไรแบบนี้มานานแล้วค่ะ TvT ส่วนที่เหลือติดตามได้ในเล่มค่ะตอนนี้ส่งพิมพ์ไปเรียบร้อยแล้ว พบกันวันงานบาสค่ะ >_<

.

.

.

สปอยในเล่ม *v*

คางามิคุงเลิกอ่อนโยนได้แล้วครับ...

ยิ่งเธออ่อนโยนมากเท่าไร ผมก็ยิ่งเกลียดตัวเองที่เอาแต่กังวลเรื่องไม่สมควรแบบนี้

ขอร้องละ หยุดมอบความอ่อนโยนนี้ให้คนนั้นคนนี้ที

ความอ่อนโยนของเธอกำลังฆ่าผมให้ตายทั้งเป็นรู้มั้ย

.

.

.

“เสียใจด้วยนะ แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ ไม่เลยสักนิด” 

“เพราะฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้วไงเล่า”

(ติดตามต่อในรวมเล่มค่ะ)

 

Comment

Comment:

Tweet