ปิดเล่มแล้วเลยขอเอาพลอตที่เขียนเล่นตอนตรวจตลาดมาเขียนซะเลย เย้ๆๆตอนแรกคิดพลอตเล่นๆ ไว้นึกว่าจะสามหน้าจบ แต่พอเขียนจริง อยากเล่านั่นเล่านี่ปรากฏรู้ตัวยาวเลยแฮะ แหะๆ
 
ยังเหลือที่อยากเขียนในหัวอีกเยอะเหมือนกัน ช่วงนี้เริ่มใกล้จะว่างแล้ว คงมีปั่นมาอีกค่ะ เฮๆ
 
ตอบเม้นก่อน
 
@@puchipolarbea อ่านเม้นแล้วขอบคุณมากค่ะ เม้ายาวๆ คู่นี้ดีใจมากเลย XD ของเราคิดว่าทสึรุเหมือนโดนขุดออกมาจากสุสานทั้งที่เจ้าตัวไม่เต็มใจ เลยรู้สึกถ้าต้องออกมาแล้วและกลับไปหานายไม่ได้ ก็ขอให้โลกใบนี้มีสิ่งบันเทิงรื่นรมย์ไม่ให้เขาเบื่อหน่ายด้วยเถอะน่ะค่ะ (อารมณ์ไหนๆ ต้องออกมาแล้วก็ช่วยทำให้ฉันสนุกจนลืมคิดถึงสุสานมืดๆ นั่นแล้วกัน) แต่คิดเหมือนกันค่ะว่าทสึรุนั้นแม่จะเหมือนขี้เล่นทำเป็นเล่นแต่จริงๆ เจ้าตัวเป็นผู้ใหญ่ผ่านโลกมานานนะ เวลาเอาจริงก็พึ่งพาได้น่ะแหละ ^^ เป็นจุดที่เราคิดว่าหมอนี่เท่เหมือนกันนะ 55+
 
ส่วนพี่อิจิตามนั้นเลยค่ะ เราว่าคาร่าพี่อิจิไม่ค่อยหลอกลวงนะคะ (เกมนี้คาร่ากับนิสัยนี่ขัดแย้งพาซานิวะเงิบไปเยอะ 5555) เลยค่อนข้างเข้าใจง่าย กับเราโมเอที่ ยิ่งพี่มีความรับผิดชอบสูงแต่มีปมทราวม่ามากมาย ทั้งโดนเปลี่ยนรูปร่าง เคยโดนเผา เลยมีประเด็นดรามาให้เล่นเยอะดีค่ะ คิดด้วยว่าเพราะพี่อิจิผ่านไรมามาก การที่ตอนนี้ได้มาอยู่กับน้องๆ ทุกคนแล้วได้มาพบทสึรุเป็นอะไรที่พี่เขาคงมีความสุขมากแน่เลย ; w ; (หลังๆ ชอบที่ทสึรุอิจิไม่มี ปวศ ร่วมกันเลยรู้สึกเป็นการได้มาพบและรักกันจริงๆ ในเกมดีน่ะค่ะ 555) 
 
ฮาาา ทั้งญี่ปุ่นและไทย มิกะทสึรุเรือใหญ่จริงค่ะ ทางนี้ชอบ ทสึรุมิกะค่ะ แต่ก็ถือว่ามีให้เสพไม่น้อยแถมมีคุณภาพเยอะด้วย (คือเราบ้าทสึรุมิกะก่อนเพราะเซอเทพในนี้แหละค่ะ ฮาา) ส่วนแถกทสึรุอิจิ ตามอยู่เหมือนกันค่ะ ความบันเทิงประจำสัปดาห์เลย <3 <3 ช่วยกันเล่นไปนานๆ เหอะ สาาธุ XDDD
 
ตอบเม้นซะยาวเลย ไม่เข้าเรื่องซะทีขออภัยค่ะ แปะแล้วๆ แง
 
 

Title: ยังไม่ใช่ความรักหรอกนะ 3

Pairing: Tsurumaru x Ichigo 

Remark:

0. เหมือนที่แจงทุกครั้ง ชื่อว่าตอน 3 แต่ไม่เชื่อมโยงอะไรกับตอน 1 และ 2 นะคะ เนื่องจากคนเขียนตันชื่อเรื่องมากค่ะ เลยทำเป็นรวมโมเม้นแล้วจัดหมวดให้เป็นชุดแทน TvT ถ้าเรื่องไหนคิดชื่อเรื่องได้จะพยายามแยกออกไปละกันนะคะ

1. เนื่องจากในเกมเรายึดที่โชคุได (มิตจัง) มีเรียกมีดที่มีเจ้านายร่วมกันว่า ซาดะจัง เราเลยกำหนดให้มิตจังเรียก โอคุริคาระ ว่า คุริจัง และ ทสึรุ ว่า ทสึรุคุง นะคะ (ในแฟนอาร์ตญี่ปุ่นจะเรียกหลายแบบ แต่เราโมเออันนี้เลยเลือกอันนี้ละกัน แหะๆ

2. ทสึรุในเกมจะเรียกอีกฝ่ายใช้ คิมิ 君 เราเลยให้ทสึรุใช้ ฉัน-เธอ นะคะ

3. โดหลายเล่มพี่อิจิจะเรียกอีกฝ่ายลงท้ายว่า โดโนะ (เช่น ทสึรุมารูโดโนะ) ซึ่งโดโนะ ถ้าลงท้ายชื่อคนจะเป็นคำยกย่องคนที่มีฐานะเท่ากันอย่างสุภาพค่ะ มากกว่า ซัง แต่ต่ำกว่า ซามะ ในที่นี้เราเลยขอกำหนด พี่อิจิเรียกทสึรุว่า คุณทสึรุมารู ไปนะคะ (เหตุผลคือเราโมเอ คุณ แค่นั้นแหละ 55)

4. มิดาเระจังในเกมถึงเสียงจะออกสาวน้อย แต่จะแทนตัวเองโบคุอยู่แล้ว เราเลยจะยึด ผม-ครับ ตามนี้ไปค่ะ 

5. อันนี้เป็นมโนเราเอง คิดว่าทสึรุน่าจะค่อนข้างสนใจสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะงั้นบางทีก็จะรู้จักคำร่วมสมัยเช่น รัสเซียนรูเลต (เดาว่าเปิดโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือเจอเลยรู้จักศัพท์คำนี้น่ะค่ะ)

ขอบคุณคุณโอ๋ที่ให้ข้อมูลเรื่องสรรพนาม ก็แจงน่าจะหมดแล้วมั้ง TvT คราวนี้เราเขียนตัวละครเข้ามาเยอะมาก (ก็ดาบทุกเล่มน่ารัก...) แต่ก็กลัวผิดคาร่าไปเหมือนกัน ถ้ามีอะไรผิดพลาดสามารถท้วงติงได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

.

.

.

ที่ฮงมารุจะมีกระดานแบ่งเวรประจำสัปดาห์แขวนไว้หน้าห้องนายท่านเสมอ หน้าที่เหล่านั้นมีตั้งแต่เลี้ยงม้า ทำนา ไปจนถึงงานบ้านอย่างทำอาหารและซักผ้าเป็นต้น

ทุกเช้าวันจันทร์ ดาบทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นมีดหรือดาบใหญ่ต้องแวะมาดูกระดานดังกล่าวเพื่อจะได้ทราบว่าตนนั้นได้รับมอบหมายหน้าที่อะไร และหลายครั้งดาบบางเล่มก็ชอบจะแอบมองว่าดาบเล่มอื่นทำหน้าที่อะไรบ้างในสัปดาห์นั้น

ด้วยปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ หน้าที่อันดับหนึ่งที่ทุกคนชอบมองเผื่อไปด้วยคือเวรทำอาหาร สัปดาห์นั้นฮงมารุจะมีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์หรือจะตกนรกทั้งเป็นไปตลอดสัปดาห์ขึ้นอยู่กับว่าใครได้เป็นหัวทัพประจำห้องครัวนั่นเอง

และสัปดาห์นี้เหล่ามีดน้อยต่างส่งเสียงเฮกันยกใหญ่ตรงหน้ากระดานเมื่อเห็นว่าเวรทำอาหารคราวนี้ตกเป็นหน้าที่ของโชคุไดคิริ มิตสึทาดะผู้สัญญากับเด็กทุกคนไว้ว่าถ้าได้เป็นหัวทัพในครัวครั้งต่อไปจะลองทำแฮมเบิร์กสเต็กให้รับประทาน (แต่ต้องรับปากว่าจะทานพริกหยวกบนจานให้หมดกันด้วยนะ) นอกจากนี้ยังมีข้าวแกงกะหรี่สูตรเด็ดอีกด้วยแค่คิดก็น้ำลายสอ อดใจรอไม่ไหวแล้ว

หากดีใจกันได้ไม่นาน เสียงร้องไห้กระจองอแงก็ดังตามมาเมื่อพวกเขาเห็นชื่อลำดับถัดมาที่ได้ตำแหน่งหัวหน้ารองพ่อครัวในคราวนี้

“ทำไมทุกคนต้องตกใจเวลาฉันได้เวรทำอาหารทุกครั้งด้วย” ทสึรุมารู คุนินากะบ่นขณะคนแกงกระหรี่ในหม้อ

“เพราะทสึรุคุงชอบใส่อะไรแปลกๆ ลงไปในอาหารยังไงล่ะครับ อ๊ะ! อย่าเอากล้วยใส่ลงในหม้อเชียว ผมเห็นนะ” โชคุไดคิริรีบเบรกเมื่อเห็นอีกฝ่ายมือซนเตรียมโยนกล้วยทั้งเปลือกลงไปในหม้อ

“อ้าว! ไม่ดีเหรอ ใส่ลงไปทุกคนจะได้ตกใจกันไง” กระเรียนหนุ่มถามตาใสจนคนฟังถอนหายใจด้วยความระอา

“ทสึรุคุง ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาของกินมาเล่น” หนุ่มตาเดียวดุ

ดาบขี้แกล้งเบะปาก “แบบนั้นก็ไม่สนุกสิ”

“ก็เพราะแบบนี้ไงครับ ทุกคนถึงกลัวทสึรุคุงเข้าเวรทำอาหาร”

โชคุไดคิริไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย หลังจากปล่อยให้ทสึรุมารูมาเยือนห้องครัวเพียงไม่กี่ครั้ง ทุกคนในฮงมารุต่างได้รับประสบการณ์แปลกใหม่กับเมนูเปิบพิสดารฉบับทสึรุมารู คุนินากะกันถ้วนหน้า จนใครต่อใครพากันเข็ดขยาด ถ้าถามว่าขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ระดับที่ดาบเล่มไหนดื้อหรืองอแง แค่ขู่ว่าจะให้กินอาหารฝีมือทสึรุมารูก็นิ่งเงียบทันทียังไงเล่า

“แค่ทำข้าวปั้นรัสเซียนรูเลต1 ให้ทุกคนตอนออกทัพ เอาพริกขี้หนูสอดไส้ไข่หวาน ลองเอาผลไม้ใส่หม้อไฟเป็นยามินาเบะ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย ไม่ยุติธรรม” ดาบผู้พิศมัยความประหลาดใจท้วง ไม่มีเศษเสี้ยวความสำนึกผิดปรากฏบนใบหน้าเลยสักนิด

“ถ้าชอบความประหลาดใจนัก สู้ทำอาหารให้อร่อยจนคนกินตกตะลึงไม่ดีกว่าเหรอ”

กระเรียนขี้แกล้งเบ้หน้าราวกับกินยาขม “แบบนั้นไม่เห็นน่าสนุกตรงไหน”

ไม่เอาด้วยหรอก ปฏิกิริยาคนตกใจเพราะอาหารนั้นอร่อยจะสนุกกว่าใส่อะไรแผลงๆ ได้ที่ไหน อย่ามาหลอกกันเสียให้ยาก

“ไม่รู้ละ ตลอดสัปดาห์นี้ฉันตั้งเป้าแล้วจะจัดเมนูสุดเซอไพร์สให้ทุกคนทุกมื้อเล้ยย” ทสึรุมารูประกาศเสียงเริงร่าสุดขีด

“ข้ามศพผมไปก่อนเถอะ ตราบที่ผมเป็นหัวหน้าพ่อครัว อย่าหวังจะได้เล่นอะไรแผลงๆ ครับ” โชคุไดคิริพูดนิ่มๆ พร้อมรอยยิ้ม แต่ออราที่แผ่ออกมานั้นตรงข้าม หลังจากเวรประจำสัปดาห์ประกาศเป็นที่เรียบร้อย ตลอดเช้านี้มีดและดาบใหญ่หลายต่อหลายเล่มต่างฝากความหวังมาที่เขา เพื่อความหวังของดาบทุกเล่มในฮงมารุเขาจะต้องขัดขวางไม่ให้ทสึรุมารูก่อการร้ายกับอาหารทุกคนให้จงได้

โชคดีว่าลูกทีมที่เหลือต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาจัดแจงแบ่งทีมเป็นสองกลุ่ม  ฝากทีมที่ไม่ถนัดเรื่องทำอาหารอย่างคุณโดตะนุกิไปจัดการก่อฟืนหุงข้าวและเตรียมสลัดผักเป็นเครื่องเคียง ส่วนทสึรุมารูและโอคุริคาระมีหน้าที่ช่วยเขาทำอาหารจานหลัก คือแกงกะหรี่และแฮมเบิร์ก

หรือพูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือเขาทำคนเดียว และคอยจับตาดูดาบจอมป่วนซึ่งกำลังคึกได้ที่นั่นแหละ ถามว่างานหนักไหม ก็เรียกว่าเป็นภารกิจที่ยากเย็นไม่น้อยทีเดียว

โชคยังดีที่ในทีมมีคุริจัง อย่างน้อยมั่นใจว่าเด็กคนนี้จะไม่ก่อปัญหา พ่อครัวใหญ่คิดก่อนจะหันไปถามดาบซึ่งเคยอยู่ด้วยกันมาในอดีต “คุริจังไข่ลวกไปถึงไหนแล้ว ฉันว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะ ต้มนานไปเดี๋ยวกลายเป็นไข่ต้มพอ... เฮ้! เดี๋ยวก่อน ไหงในหม้อมีไข่ฟองเดียวเนี่ย”

“ต้มรวมกันมันน่าอึดอัด ต้มฟองเดียวก็พอ” โอคุริคาระตอบเสียงหนักแน่น ยึดอุดมการณ์ตนเองมั่นคงประดุจหินผา

“คุริจังงง ฉันรู้นายเป็นห่วงไข่ แต่เดี๋ยวก็ต้มไม่ทันหรอก ฉันยังต้องเตรียมเบอร์เกอร์อีกสี่สิบกว่าที่เลยนะ” พ่อครัวใหญ่ร้องครวญ

“นายไม่พอใจการต้มไข่แบบนี้เหรอ” โอคุริคาระถาม

“ฉันซึ้งใจที่คุริจังละเอียดอ่อนขึ้นมากับเขาบ้างนะ... แต่ไม่ใช่ตอนนี้!” ปลายเสียงดังเกือบจะเป็นตะโกน สักพักได้ยินเสียงระเบิดบึ้มดังจากด้านหลัง โชคุไดคิริหันไปหมายจะต่อว่าทสึรุมารู ทว่าคนร้ายกลับผิดคาด

“ว้าว โดตานุกิทำหม้อหุงข้าวบึ้มซะแล้ว” โอเทกิเนะกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม

“ก็เจ้าบอกเองให้หมุนแบบนี้นี่หว่า” ดาบผู้ตามเทกโนโลยีสมัยใหม่ไม่ทันว้ากเพ้ย ท่าทางหัวเสียหากยังไม่เท่านายทัพใหญ่ประจำครัวซึ่งยืนอึ้งกับความวินาศที่ผิดแผนไปถนัด

ไม่สิ... โชคุไดคิริ มิตสึทาดะ นายต้องเยือกเย็นไว้ สติแตกขึ้นมาเดี๋ยวไม่เท่หรอก ใจเย็นก่อน สงบสติอารมณ์เข้า...

“เฮ้! โชคุไดคิริ เธอคิดว่าไงถ้าเราใส่ลูกแก้วทหารลงไปในหม้อ ทุกคนน่าจะตกใจเนอะ”

ปึ้ด---

“ทสึรุมารู คุนินากะออกไปเก็บฟืนเดี๋ยวนี้เลยครับ!!” เสียงตะโกนดังลั่นฮงมารุราวกับเป็นเรื่องสามัญประจำวันไปซะแล้ว

----------------

“ฉันทำอะไรผิดเนี่ย” ดาบผู้จำต้องระเห็จมาจากโรงครัวเกาหัวแกรก แค่อยากให้ทุกคนประหลาดใจเท่านั้นเอง โชคุไดคิริเป็นดาบไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย

แต่แบบนี้สิยิ่งน่าสนุก ถ้าแอบหมอนั่น แล้วใส่อะไรแปลกๆ ลงไปได้สำเร็จ ทุกคนต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมแหง ทสึรุมารูเลียริมฝีปาก กระหยิ่มยิ้มย่องคิดแผนการชั่วร้าย ระหว่างที่ในหัวกำลังหาวิธีกลั่นแกล้งชาวบ้านอย่างขะมักเขม้นนั้นเอง หูก็แว่วเสียงหัวเราะตรงลานด้านนอก

“โอ๊ะ! พวกอาวาตะงุจิกำลังซักผ้ากันอยู่เหรอ” นัยน์ตาสีทองเป็นประกาย สนอกสนใจขึ้นมาทันที

สำหรับเวรซักผ้าสัปดาห์นี้ตกเป็นของบ้านอาวาตะงุจินำทีมโดยอิจิโกะ ฮิโตฟุริพี่ใหญ่ของพวกน้องๆ ด้วยความที่มีหลายคนยังอายุน้อย พวกเขาจึงจัดแจงแบ่งหน้าที่กัน นามาสึโอะและโฮเนบามิพาน้องน้อยอย่างอาคิตะและโกไคโตรวบรวมเสื้อผ้าใช้แล้วจากแต่ละห้องมารวมที่ลาน ฝาแฝดมาเอดะ ฮิราโนะช่วยกันคัดแยกเสื้อผ้ากับนากิคิทสึเนะ ส่วนคนที่เหลือมีหน้าที่ซักผ้าซึ่งกองพะเนินเป็นภูเขาย่อมๆ ด้วยความที่วันนี้อากาศดีซ้ำยังมีลมพัดเย็นสบาย บรรยากาศการซักผ้าในสวนอันร่มรื่นจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานแลครึกครื้นยิ่งนัก

“ท่าทางสนุกกันใหญ่เชียวน้า” ทสึรุมารูแอบดู ความคิดชั่วร้ายแวบขึ้นมาทันที ไปแกล้งให้ตกใจดีกว่า ตัดสินใจได้ปุ๊บไม่รอช้ากระเรียนหนุ่มย่องหลบฉาก อาศัยพุ่มไม้ไว้พรางตัว แล้วแอบคืบคลานเข้ามาใกล้ เดี๋ยวพอพวกนั้นเผลอเมื่อไรจะโผล่พรวดร้องแฮ่ให้ตกใจเลย

เอาละนะ หนึ่ง สอง...

“แหงะ! เสื้อคุณทสึรุมารูอีกแล้วววว” มิดาเระร้องเสียงแหลม

ดาบผู้รักความตกใจชะงักเมื่อโดนพาดพิงไม่คาดฝัน ไอ้ที่ว่าจะกระโจนออกจากพุ่มไม้เกือบเสียจังหวะหน้าคว่ำแทน โชคดีรั้งตัวเองทันเสียก่อน หวิดหน้าแตกซะแล้ว

“เสื้อคุณทสึรุมารูมันทำไมเหรอ” ยะเกนซึ่งอยู่ทีมซักผ้าเช่นกันหันมาถาม

“ถามมาได้ ก็ไม่อยากซักไงล่ะ” สาวน้อย(?)ของบ้านบ่นกระปอดกระแปด ชูเสื้อคลุมสีขาวอันเป็นชุดเก่งของทสึรุมารูซึ่งตอนนี้สกปรกมอมแมมบ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมาเต็มที่ “ดูสิ! โทรมมาอีกแล้ว แถมเป็นสีขาวทั้งตัวแบบนี้ซักยากจะตาย”

“ก็จริงของมิดาเระนะ” อัตสึเห็นด้วย ร่วมวงบ่นกับเขาบ้าง “ในบรรดาเสื้อทั้งหมด เสื้อคุณทสึรุมารูซักยากที่สุดแล้ว เปื้อนง่ายน่ะไม่เท่าไร แต่เจ้าตัวดันชอบทำเลอะกลับมาอีกต่างหาก”

ยะเกนกอดอกพยักหน้า “นั่นสินะ แถมไม่เฉพาะชุดออกรบ ขนาดชุดธรรมดายังสีขาวด้วยแฮะ มองในแง่การใช้งานก็ไม่เหมาะจริงนั่นแหละ”

พอพี่ชายทั้งสองเห็นด้วย เสียงใสๆ บ่นเจื้อยแจ้วต่อทันที “ใช่มะๆ ชุดสวยก็จริงแต่น่าจะระวังบ้าง คุณทสึรุมารูก็ไม่ใช่เด็กซะหน่อย เอาแต่เล่นซนจนเสื้อเลอะไปหมด คนซักเขาลำบากนะ”

หน๊อย เสื้อผ้าฉันไม่ดีตรงไหน นินทากันสนุกเชียวนะ ดาบหนุ่มเจ้าของเสื้อฉุนกึก เส้นเลือดปูดตรงขมับ ได้ๆ เดี๋ยวจะโผล่ให้ร้องเหวอจนพูดไม่ออกเลย อืม... เอาหน้ากากอะไรหลอกเจ้าเด็กพวกนี้ดีนะ

ทสึรุมารู คุนินากะไม่อาจดำเนินการแผนตามที่ตั้งใจได้ ด้วยเสียงอ่อนโยนเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ถ้างั้นส่งเสื้อคุณทสึรุมารูมาให้พี่ทีครับ”

“เอ๋? พี่อิจิจะเอาไปทำไมครับ” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัยหากก็ยอมส่งเสื้อให้

“พี่จะซักให้แทนครับ” พี่ใหญ่รับเสื้อคลุมสีขาวนั้นมาทั้งรอยยิ้ม

ตึก...

เสียงหัวใจดังผิดจังหวะไปจากเดิม ทสึรุมารูขมวดคิ้ว เดี๋ยวนะ ทำไมเราต้องใจเต้นแปลกๆ ด้วยเนี่ย ชายหนุ่มนึกสงสัยทว่าเหตุการณ์ตรงหน้าสำคัญกว่าความรู้สึกไร้สาระนั่น

มิดาเระรีบปฏิเสธคำขอนั้น “หา? ไม่ต้องหรอกพี่อิจิ ผมแค่บ่นเฉยๆ เอง”

“แต่มิดาเระไม่ชอบนี่นา” แววตาอิจิโกะนั้นใสซื่อจนบางครั้งพวกน้องต้องพลอยหนักใจ

“ก็ใช่ แต่ผมไม่ได้อยากให้พี่อิจิต้องซักแทนซะหน่อย จะว่าไปคนทำสกปรกควรจะซักเองมากกว่าด้วยซ้ำ” เด็กหนุ่มท้วง

“มิดาเระไม่ควรพูดแบบนี้นะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนตำหนิน้องๆ หันไปทางพวกยะเกนและอัตสึ “เราก็เหมือนกัน... จะบ่นหน้าที่เพราะเหนื่อยไม่เป็นไรหรอก แต่เราไม่ควรเกี่ยงงานหรือว่าร้ายผู้อื่นนะครับ”

“ต... แต่เสื้อคุณทสึรุมารูซักยากจริงๆ นี่นา” อัตสึช่วยพูดแก้แทนน้อง

“ถูกของอัตสึ แต่ก็ไม่ยากเกินที่จะทำความสะอาดหรอกครับ” พี่ใหญ่ผู้ใจดีวางเสื้อคลุมในกาละมัง บิดน้ำพอหมาดๆ ก่อนจะลงมือซักอย่างปราณีตไม่ลืมสอนน้องๆ  “แล้วดูสิครับ ที่เลอะเป็นคราบน่ะคือเลือดทั้งนั้น นั่นแปลว่าคุณทสึรุมารูเขาออกไปรบกับศัตรูอย่างห้าวหาญไงล่ะ”

“เสื้อที่สกปรกเหล่านี้คือหลักฐานว่าทุกคนต่างสู้เต็มที่ ฉะนั้นเราเองก็ควรตั้งใจซักให้สะอาดเหมือนกัน” มือแข็งแรงขยี้ผ้าขจัดรอยคราบสกปรกด้วยความใส่ใจขณะที่น้องๆ เฝ้ามอง

รวมทั้งดาบซึ่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้... ก็ได้แต่จับจ้องไม่อาจละสายตาจากอีกฝ่ายเช่นกัน...

“ที่สำคัญพอซักทำความสะอาดก็เหมือนชุบชีวิตเสื้อพวกนี้กลับขึ้นมาใหม่ คนใส่เองก็ได้สวมเสื้อสะอาดกลิ่นหอมๆ ไม่ว่าใครก็มีความสุข ฉะนั้นนี่จึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญมากเลยนะครับ” ชายหนุ่มสะบัดผ้า เผลอแป๊บเดียวเสื้อคลุมก็กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่ อิจิโกะจับชายเสื้อคลุมเข้ามาใกล้ ยิ้มพึงใจเมื่อได้กลิ่นหอมจากเสื้อใหม่ ดวงตาสีทองหันมามองน้องชายพร้อมรอยยิ้ม “เห็นมั้ย แค่นี้ก็สะอาดเหมือนใหม่แล้ว ไม่ยากเลยใช่มั้ยละ”

เสื้อคลุมสีขาวในตอนนี้สะอาด สวยงามเห็นชัดว่าคนซักเอาใจใส่เป็นอย่างดี

มิดาเระได้แต่พยักหน้า “เข้าใจแล้ว... ขอโทษพี่อิจิครับ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ” ดาบใหญ่แห่งบ้านโทชิโร่ลูบหัวน้องน้อย “แต่เข้าใจความสำคัญของการซักผ้ากันแล้วนะครับ”

 “เข้าใจแล้วครับ”คราวนี้มีเสียงจากน้องคนอื่นร่วมกันประสานด้วย จะมีแต่ยะเกนอดไม่ได้จะทัก

“เสื้อรบผมพอจะเข้าใจนะ แต่ไอ้ที่เลอะเพราะแกล้งชาวบ้านนี่ไม่น่าจะเรียกว่าห้าวหาญนะพี่อิจิ”

“ฮะๆ จริงของยะเกนครับ” อิจิโกะหัวเราะแก้เก้อ

จะมีก็แต่คนซึ่งแอบฟังบทสนทนาตั้งแต่ต้นไม่ยักหัวเราะตาม ทสึรุมารูผุดลุกผุดนั่ง อยากจะโผล่พรวดให้ตกใจตามแผนเดิม หากอีกใจกลับลังเลจนแม้แต่ตัวเองยังต้องประหลาดใจว่าทำไม

อ้อ... เพราะตอนนี้ใบหน้าเราร้อน ร้อนจนเหมือนถูกไฟเผาจนถ้าโผล่ออกไปจะเสียฟอร์มมากกว่ายังไงเล่า ทสึรุมารูยกมือลูบหน้าก่อนจะรีบจากไปก่อนจะมีใครสังเกตเห็น

.

.

.

“กลับมาแล้ว”

“แค่ไปขนฟืนไหงหายไปตั้งนาน เกือบจะให้คุริจังไปตามนายแล้วเนี่ย” โชคุไดคิริละจากหน้าเตามาไถ่ถาม ดูเหมือนพอไม่มีตัวก่อกวนในห้องครัว เจ้าตัวจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว

“พอดีแวะไปแกล้งนายท่านนิดหน่อย” ทสึรุมารูตอบก่อนจะนำฟืนไปส่งให้พวกโดตะนุกิ โชคดีที่กลับมาทันตอนที่ฟืนจวนจะหมดพอดี

“สมเป็นนายจริงๆ” หนุ่มตาเดียวถอนหายใจ ช่วงที่กระเรียนตัวแสบไม่อยู่ เขาจัดแจงคุมให้หุงข้าวใหม่ สั่งโอคุริคาระปั้นก้อนเนื้อสำหรับทำแฮมเบอร์เกอร์ ทุกอย่างเริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง จนกระทั่งมันจะมาสั่นคลอนอีกครั้งเมื่อทสึรุมารูกลับมาเนี่ยแหละ

ไม่! เราจะไม่ยอมแพ้ ต่อให้ต้องสละชีพก็ต้องปกป้องอาหารเย็นของทุกคนไว้ให้ได้ โชคุไดคิริบอกตัวเองอย่างหมายมั่น

“เฮ้!”

นายทัพประจำห้องครัวสะดุ้งเมื่อโดนสะกิดไหล่ “มีอะไรครับทสึรุคุง”

“กะหล่ำปลีน่ะยังไม่หั่นเลย จะให้ฉันหั่นมั้ย” ดาบผู้เอาแต่เล่นถาม

“กะหล่ำปลี เออใช่ ฉันตั้งใจว่าจะทำสลัดเป็นเครื่องเคียงน่ะ” พ่อครัวผู้กำหนดเมนูตอบ มัวแต่ยุ่งกับพวกข้าว และเนื้อ ลืมสลัดจานเคียงไปสนิท

“สลัดเนี่ยแค่เอาผักบนโต๊ะมาจัดใช่มั้ย ฉันจะช่วยแล้วกัน”

แวบหนึ่งโชคุไดคิริคิดว่าตนคงหูเฝื่อน ทสึรุมารูเสนอตัวช่วยงานครัวเนี่ยนะ เหลือเชื่อเกินไปแล้ว... ไม่สิ มันต้องเป็นกับดักแหงๆ แต่แค่หั่นผักเองไม่น่าจะมีลูกเล่นอะไรนี่นา อ๊ะแต่อาจจะใส่อะไรแผลงๆ ก็ได้นี่นะ

“นี่... จะเย็นแล้วนะ ไม่รีบเดี๋ยวก็จัดอาหารตั้งโต๊ะสายหรอก”

พอโดนทักเรื่องเวลาจึงนึกได้ว่าใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วจริงด้วย เขายังจัดการกับเนื้อซึ่งเป็นอาหารจานหลักไม่เสร็จด้วยซ้ำ

“ให้เอาลงกะทะเลยใช่มั้ย” โอคุริคาระถามขึ้นมาพอดี ในมือถือถาดเนื้อปั้นก้อนซึ่งเตรียมเสร็จแล้ว

“หยุดก่อนคุริจัง กะทะยังไม่ร้อนเลย” ชายตาเดียวรีบเข้าไปห้าม เอาละ ช่วยไม่ได้ นาทีนี้เสี่ยงเป็นเสี่ยง เขาหันกลับไปหาดาบผู้ได้ตำแหน่งรอพ่อครัววันนี้ “ถ้างั้นฝากด้วยนะครับทสึรุคุง”

“ได้เลย!”

“แต่เดี๋ยวผมจะกลับมาเช็ก ห้ามใส่อะไรแผลงๆ เด็ดขาดเชียว” หากยังไม่วายจะกำชับ สำหรับเรื่องนี้ยังไว้ใจหมอนี่เต็มร้อยไม่ได้

“รู้แล้วละน่า”

โชคุไดคิริคิดว่าตนหูฝาดรอบสอง คิดไปเองเปล่านะว่าทสึรุคุงดูตั้งใจขึ้น แต่ก็ไม่มีเวลาจะทักท้วงด้วยต้องไปจัดการกับเมนูเด็ดของมื้อวันนี้เสียก่อน

เอาเถอะ ก่อนเสิร์ฟเขายังมีเวลาตรวจสอบ ถ้าอีกฝ่ายเล่นไม่เข้าเรื่องละก็เตรียมมีเรื่องกันได้เลย

--------------------

มื้อเย็นที่ฮงมารุวันนั้นขึ้นโต๊ะตรงเวลาอย่างฉิวเฉียด

“โอ้โห! น่ากินจังเลย!!” เหล่ามีดน้อยตาเป็นประกายกับอาหารซึ่งวางเรียงรายเต็มโต๊ะ

“แฮมเบิร์กสเตกก้อนเบ้อเริ่มด้วยอะ!” อัตสึตะโกนดีใจ หมายมั่นปั้นมือวันนี้ต้องเพิ่มข้าวแน่นอน

“มีแกงกะหรี่ด้วยแถมยังไข่ออนเซนอีกสุดยอด!! เหมือนงานเทศกาลเลยเนอะโฮตารุ” ไอเซนร้องด้วยความตื่นเต้น

“ซอสนี่อร่อยจัง แถมมีหลายแบบให้เลือกด้วย คุณโชคุไดคิริคราวหลังสอนผมหน่อยนะครับ” โฮริคาว่ากล่าวชื่นชม

“นี่นามาสึโอะ อย่าแอบเอาพริกหยวกของตัวเองให้โฮเนบามิสิ นายต้องกินให้หมด” ยะเกนเตือน

“ก็ผมไม่อยากกินพริกหยวกนี่นา” นามาสึโอะบ่นอุบไม่ทันรู้ตัวว่าคู่แฝดของตนแอบเขี่ยพริกหยวกส่วนของตัวเองลงจานฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน

เสียงคุยเฮฮาดังไปทั่วฮงมารุราวกับมีงานเลี้ยงฉลอง แน่นอนความดีความชอบตกเป็นของโชคุไดคิริพ่อครัวใหญ่คราวนี้ ทุกคนต่างพากันชมเปาะกับอาหารเย็นในวันนี้

“อ๊ะสลัดในจานตกแต่งน่ารักจัง แครอทมีหน้าตาด้วย” มิดาเระทักเมื่อเห็นพวกแครอทแกะเป็นรูปต่างๆ ถึงจะดูหยาบๆ แต่หน้าตาที่ดูตลกขบขันก็สะดุดตาชวนหัวเราะไม่น้อย เธอหันไปหาดาบใหญ่ตาเดียว “สมเป็นคุณโชคุไดคิริเลยทำของน่ารักแบบนี้ด้วย”

“อ้อ นั่นฝีมือทสึรุคุงเขา ไม่ใช่ผมหรอก”

“หาาาาา!!!” ดาบเกือบทุกเล่มแทบจะร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

“สลัดจานนี้ทสึรุมารูทำเหรอ”

“แกะแครอทด้วย หรือโลกนี้จะถึงคราวอวสาน”

“หมอนั่นจะใส่อะไรมาพิลึกๆ มั้ยเนี่ย”

“แต่ฉันกินจนหมดชามแล้วไม่เห็นมีอะไรเลยนะ”

“ล้อเล่นน่า ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจเนี่ยนะ น่าตกใจชะมัด”

“วันนี้ทสึรุมารูไม่สบายหรือเปล่า”

นี่... ทุกคนเห็นฉันเป็นคนยังไงฟะ กระเรียนหนุ่มจอมก่อเรื่องฉุนกึก อุตส่าห์ตั้งใจทำเพื่อให้ประหลาดใจแท้ๆ เห็นมั้ยละ ผลลัพธ์เป็นอย่างที่คาดเดาไว้ไม่ผิด รู้งี้เล่นอะไรแผลงๆ เหมือนเดิมดีกว่า ดันเผลอไปหวั่นไหวกับคำพูดหมอนั่นไปซะได้ ไม่น่าเลย ทสึรุมารูบ่นงึมงำในใจสายตาเหลือบมองหมอนั่นที่ว่าซึ่งบังเอิญวันนี้นั่งข้างเขาพอดิบพอดี

“พี่อิจิ ผมไม่อยากกินแครอท” โกไคโตซึ่งนั่งถัดไปงอแง

“ห้ามเลือกกินนะครับ อย่าร้องด้วย พี่ไม่ใจอ่อนหรอกนะ” พี่ใหญ่ดุน้องเล็กขี้แย

“ฮืออ ก็ไม่ชอบนี่นา”

“แครอทมีประโยชน์นะครับ ดูสิแกะเป็นรูปปีศาจด้วย อยากเป็นคนเก่งต้องกินแครอทจะได้ล้มศัตรูได้ไง” ดาบผู้พี่สอนน้องอย่างใจเย็น

เอ่อ... ไม่ได้จะแกะเป็นรูปปีศาจซะหน่อย นั่นฉันแกะเป็นรูปนกกระเรียนนะ ทสึรุมารูคิดแต่ก็คร้านจะแก้ตัว

“กินแล้วจะเก่งเหมือนพี่อิจิเหรอครับ” โกไคโตมองตาแดงๆ

“ใช่แล้วครับ”

“งั้นกินก็ได้...”

“เก่งมากเลยครับโกไคโต” อิจิโกะกล่าวชม ลูบหัวน้องเป็นรางวัลก่อนจะหันไปยังดาบซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ “ขอบคุณคุณทสึรุมารูด้วยครับ”

“หะ... หา! มาขอบคุณอะไรฉัน” คนแอบมองมาตลอดสะดุ้งโหยงเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมาไม่ให้ตั้งตัว ชายหนุ่ม รีบเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตา

บ้าชะมัด... แล้วเราจะหลบตาหมอนี่ทำไมเนี่ย

“ก็ที่แกะรูปผักเป็นผี คงตั้งใจมากเลยสินะครับ” เสียงใสซื่อเอ่ยถาม

“ก็แค่ทำเล่นๆ เท่านั้นแหละ” ทสึรุมารูรีบกลบเกลื่อนมองชามข้าว รีบเปลี่ยนก้มหน้าก้มตากินเอาแทน “เห็นชอบคิดว่าอาหารฝีมือฉันเป็นพิษก็เลยพิสูจน์ว่าทำของกินได้เป็นเหมือนกัน งั่มๆๆ แต่ก็แค่สลัดจานนี้จานเดียวเท่านั้นแหละ พอพวกเธอตายใจเมื่อไรฉันจะเอาคืนให้ประหลาดใจกว่านี้อีกสิบเท่าเลย คอยดูเถอะ งั่มๆๆ”

เป็นอะไรของเรา จะพูดมากทำไมเยอะแยะ แถมยังไปแบไต๋ให้อีกฝ่ายรู้ทันอีก โอ๊ย แล้วนี่เราจะตื่นเต้นทำไมเนี่ย

“งั้นเหรอครับ แต่อาหารวันนี้ก็อร่อยมากอยู่ดีนะครับ”

ก็แค่นั่งกินข้าวข้างๆ กัน แค่เผอิญได้รู้ว่าเสื้อของเราคนคนนี้ซักทำความสะอาดให้ด้วยความใส่ใจมากแค่ไหน เรื่องไร้สาระทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรน่าประหลาดใจเลย

“ก็ไปขอบคุณโชคุไดคิริสิ ของฉันก็แค่นั่งเรียงผักเท่านั้นแหละ”

หัวใจเจ้าเอ๋ย หยุดเต้นโครมครามซะทีเหอะ

“แต่คุณก็ช่วยนี่ครับ โอ๊ะ... คุณทสึรุมารู ขอโทษนะครับ”

“อะไร!” เจ้าของนามลืมตัวเงยหน้าขึ้นมามองเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายเอื้อมมือหยิบเม็ดข้าวออกจากแก้ม

“ข้าวติดแก้มน่ะครับ” อิจิโกะ ฮิโตฟุริหัวเราะขำ

.

.

.

“คุณทสึรุมารูไม่สบายหรือเปล่าครับหน้าแดงเชียว”
นั่นสิ ฉันต้องไม่สบาย ป่วยหนักแน่ๆ เดี๋ยวหัวใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะจนหายใจไม่ออก ประเดี๋ยวเดียวก็หัวใจหยุดเต้นจนนึกว่าจะตายซะแล้ว

และสาเหตุของโรคก็เป็นเพราะเธอคนเดียว... อิจิโกะ ฮิโตฟุริ ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาต้องรับผิดชอบด้วยล่ะ

กว่าทสึรุมารู คุนินากะจะตระหนักว่าโรคที่ตัวเองกำลังป่วย อาการหนักในตอนนี้มีชื่อว่าอะไรก็เป็นเรื่องหลังจากนั้นอีกนานทีเดียว

END
 
Postscript: 
 
แรกเริ่มเดิมทีอยากเขียนเพราะคิดว่าถ้าพี่อิจิซักผ้าแล้วเจอเสื้อคลุมของทสึรุถ้าเอามากอดแล้วทสึรุมาเห็นคงก๊าวมาก หนีไปเขินทั้งคู่ 555+ แต่ไปๆ มาๆ พอเขียนจริงเนื้อหากลับมาอีกทาง แต่โดยรวมเป้าหมายคืออยากเขียน ทสึรุเข้าเวรทำอาหาร ส่วน พี่อิจิซักผ้า โคตรสามีภรรยา ค่ะ <3 <3
 
พอคิดทสึรุทำอาหารแล้วรู้สึกหมอนี่ต้องป่วนสุดๆ แน่เลย เป็นครั้งแรกได้เขียนมิตจังด้วย ชอบมิตจังโหมดคุณแม่แต่เขียนยากจังฮือออ แต่คุริจังยากยิ่งกว่าแงๆๆ กับตอนนี้ชอบให้ยะเกน อัตสึ มิดาเระจังอยู่ด้วยกันค่ะ ทีมพี่น้องสามคนนี้น่ารัก <3 (เหล่าน้องมีดที่ปกป้องพี่ชายจากกระเรียน 555+)
 
ให้แซวขำๆ เราว่าพี่อิจิซักเสื้อทสึรุแป๊บเดียวให้มันขาวสะอาดได้ไงฟระ 555+ พี่แรงเยอะนะนั่น แงงง กับเหตุผลไม่รู้ชวนงงมั้ย แต่เคยเห็นคนแซวกันว่า เครื่องแต่งกายทสึรุเนี่ยทั้งสองชุดนี่ไม่สงสารคนซักเลยเหรอ ก็คิดว่าพี่อิจิคงยินดีซักให้ แล้วมองว่าเสื้อเลอะๆ พวกนี้แปลว่าเจ้าตัวสู้ตายเต็มที่นะ ^^ (ทสึรุได้ยินก็คงเขินแหละ)
 
ส่วนตัวมโนต่อจากนี้อีกหน่อยคือ หลายวันต่อมาทสึรุไปรบสวมเสื้อที่พี่อิจิซักแล้วนึกถึงตอนพี่อิจิจูบเสื้อคลุมตัวเองก็แอบเขินอีกค่ะ แต่จบแบบข้างบนมันลงตัวกว่าเลยออกมาเป็นแบบนี้แหละนะ
 
ว่าไปมีแต่ทสึรุชอบพี่เขาข้างเดียวเลยแฮะ อยากลองเขียนพี่อิจิหวั่นไหวเพราะทสึรุบ้างเหมือนกันจัง (รูทอยากเขียนเยอะเกิน)
 
Edit: ลืมบอกอ่านแล้วสามารถเม้นคุยทางเอกทีนหรือจะ ask มาได้นะคะที่ http://ask.fm/chibitare ขอบคุณค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

อร๊างงงงงง!!
เขินตัวจะแตกแล้วววว พี่อิจิแม่บ้านมากเลยค่ะ (โขกกำแพงรัวๆ)

#1 By Misora Sky on 2015-09-09 15:03