Preface: คราวนี้เขียนเรื่องใช้เวลากว่าที่คิดเพราะไม่นึกเลยว่า เอาเนื้อหาที่เกิดขึ้นในเกมมาเขียนจะยาวขนาดนี้น่ะค่ะ คราวนี้อาจจะรู้สึกแปลกกันในการวางตัวละครบางตัว แต่นั่นเพราะตอนเล่นอยู่ทัพที่วางเป็นแบบนั้นพอดีค่ะ

ตอบเม้นตอนที่แล้ว

คุณ hungrybirdssom: พี่อิจิซากุระปลิวก็คือชอบค่ะ ทสึรุมาเห็นคงดีใจตายเลย แปลว่า say yes สินะ XDDD  เวลาเขียนฝั่ง นี่คือความรัก จะสนุกตรงสึรุดูรักพี่เขามากดี ได้เขียนให้หวานแล้วเขินตายไปเลยนี่บันเทิงมาก แงๆๆ 

คุณ kit13: ยะเกนนี่ลาสบอสจริงๆ ค่ะ สักวันอยากเขียนแบบที่ยะเกนวางทัพโทชิโร่ขัดขวางสึรุแบบจริงจังสุดๆ เลยค่ะ 5555+

-----------

 

Title: ยังไม่ใช่ความรักหรอกนะ 4

Pairing: Tsurumaru x Ichigo 

Remark: (ขอบคุณคุณโอ๋ที่ช่วยตอบเรื่องการใช้สรรพนามแต่ละคนนะคะ)

0. เหมือนที่แจงทุกครั้ง ชื่อว่าตอน 4 แต่ไม่เชื่อมโยงอะไรกับตอนอื่นๆ นะคะ เนื่องจากคนเขียนตันชื่อเรื่องมากค่ะ เลยทำเป็นรวมโมเม้นแล้วจัดหมวดให้เป็นชุดแทน TvT ถ้าเรื่องไหนคิดชื่อเรื่องได้จะพยายามแยกออกไปละกันนะคะ

1. เนื่องจากในเกมเรายึดที่โชคุได (มิตจัง) มีเรียกมีดที่มีเจ้านายร่วมกันว่า ซาดะจัง เราเลยกำหนดให้มิตจังเรียก โอคุริคาระ ว่า คุริจัง และ ทสึรุ ว่า ทสึรุคุง นะคะ (ในแฟนอาร์ตญี่ปุ่นจะเรียกหลายแบบ แต่เราโมเออันนี้เลยเลือกอันนี้ละกัน แหะๆ

2. ทสึรุในเกมจะเรียกอีกฝ่ายใช้ คิมิ 君 เราเลยให้ทสึรุใช้ ฉัน-เธอ นะคะ

3. โดหลายเล่มพี่อิจิจะเรียกอีกฝ่ายลงท้ายว่า โดโนะ (เช่น ทสึรุมารูโดโนะ) ซึ่งโดโนะ ถ้าลงท้ายชื่อคนจะเป็นคำยกย่องคนที่มีฐานะเท่ากันอย่างสุภาพค่ะ มากกว่า ซัง แต่ต่ำกว่า ซามะ ในที่นี้เราเลยขอกำหนด พี่อิจิเรียกทสึรุว่า คุณทสึรุมารู ไปนะคะ (เหตุผลคือเราโมเอ คุณ แค่นั้นแหละ 55)

4. ในเรื่องนี้เราจัดฮตจังในฮงมารุเป็นเด็กๆ อยู่กับพวกมีดค่ะ เพราะงั้นพี่อิจิจะไม่มีเรียกฮตจังลงท้ายว่าคุณ แต่ก็ไม่แสดงความสนิทสนมขนาดเรียกพวกซาโยะว่าคุงหรือจังอะไรออกมาค่ะ

5. พี่โคเซ็ตสึ ความจริงแล้วพี่เขาใช้ วาตาชิ กับ อานาตะ ค่ะ หรือก็คือ ฉัน-คุณ (ท่าน) แต่เราปรับมาใช้อาตมา-โยมเองด้วยความชอบส่วนตัว *อนาคตอาจกลับมาแก้อีกทีเพราะยังคิดไม่ตกเรื่องนี้* ซึ่งจริงๆ แล้ว อาตมา-โยมมีแต่ยามาบุชิเขาใช้ค่ะ

6. คนอื่นๆ อุระจัง คะชู ไอเซนเราเลือกใช้แบบทั่วๆ ไป ^^;

.

.

.

เรื่องน่าตกใจบางเรื่องไม่สนุกเอาเสียเลย

“โอ๊ย เบื่ออออ เบื่อจะตายอยู่แล้ว เมื่อไรจะได้ออกไปลุยซะที” เสียงโหวกเหวกลั่นฮงมารุแต่เช้าจะเป็นใครอื่นได้ถ้าไม่ใช่ทสึรุมารู คุนินากะซึ่งกำลังนอนดิ้นปัดๆ อยู่บนเสื่อราวเด็กสามขวบ เชื่อได้เลยว่าถ้ามีใครสักคนเดินผ่านมาคงสับสนว่าในฮงมารุมีมีดตัวโตขนาดนี้เพิ่มเข้ามาเมื่อไร

“ไม่อนุญาตให้ออกไปครับ” และผู้ปฏิเสธคำขออย่างไร้เยื่อใยก็ไม่ใช่ใครอื่น อิจิโกะ ฮิโตฟุริดาบผู้แสนจริงจังไปเสียทุกเรื่อง

“เฮ้! ฉันไม่ได้พูดกับเธอซะหน่อย” กระเรียนขี้เบื่อแหวใส่ร่างซึ่งนั่งคุกเข่าดื่มชาอยู่ข้างๆ

“ในห้องนี้มีผมกับคุณทสึรุมารูอยู่กันแค่สองคน จะให้คิดว่าคุณสนทนากับใครดีครับ อากาศเหรอ” ดาบแห่งบ้านโทชิโร่ย้อนเนิบๆ ไม่แม้แต่จะมองหน้า

ดวงหน้าขาวจัดงอง้ำ พอเถียงสู้ไม่ได้ก็กระแทกเสียงกลับ “กะอีแค่นายท่านมอบหมายให้เธอเป็นพี่เลี้ยงดูแลฉัน ไม่ได้แปลว่าเธอมีสิทธิ์เทศน์ฉันได้นะ”

“ผมเองก็ไม่ชอบเทศนาคุณทสึรุมารูหรอก แต่เรื่องจะออกไปรบกับศัตรูหรือไม่ ผมว่าผมมีสิทธิ์ออกความเห็นนะครับ” อิจิโกะ ฮิโตฟุริตอบอย่างเป็นต่อ

น้ำเสียงเคร่งขรึม ไม่มีทีท่าผ่อนปรนยิ่งพาให้ทสึมารูยิ่งไม่สบอารมณ์ หากก็ทำได้แค่ฮึดฮัด ขยับปากงึมงำ “ก็แค่นายท่านอัญเชิญนายขึ้นมาได้ก่อนเลยมีประสบการณ์ออกรบมากกว่าฉันตอนนี้เท่านั้นแหละ ไม่ต้องมาทำเป็นสั่งสอน”

ด้วยพลังของนายท่านพวกเขาจึงมีรูปร่างเฉกเช่นมนุษย์ อย่างไรก็ตามความที่พวกเขาอยู่ในรูปลักษณ์ของอาวุธมาช้านาน เมื่อได้รับการอัญเชิญขึ้นมาใหม่ๆ จิตและกายย่อมไม่อาจรวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยสมบูรณ์ ดาบทุกเล่มจึงไม่ชินกับกายเนื้อที่ได้รับมาดีนัก

เพื่อจะให้ชินและใช้งานร่างใหม่ได้อย่างคล่องแคล่ว การลงสนามรบต่อสู้กับศัตรูจึงเป็นวิธีที่เห็นผลดีและเร็วที่สุด

ยิ่งต่อสู้จำนวนครั้งเท่าไร ร่างกายยิ่งซึมซับประสบการณ์การรบ เปล่งประกายความสามารถมากขึ้นเท่านั้น เช่นนั้นแล้วจะไม่ให้เขาร้อนใจ กระหายอยากจะลงสนามรบเพื่อไล่ตามดาบเล่มอื่นให้ทันได้อย่างไร

โดยเฉพาะกับดาบตรงหน้า ทั้งที่ประเมินด้วยสายตาเขามั่นใจว่าความสามารถตนไม่ด้อยกว่าอิจิโกะ ฮิโตฟุริแน่นอน เผลอๆ จะเก่งกว่าด้วยซ้ำ แค่เพียงเพราะอีกฝ่ายชินกับกายเนื้อที่ได้รับแล้วเท่านั้นแหละตอนนี้ถึงได้วางท่าสั่งสอนเขาอยู่แบบนี้ได้ยังไงเล่า

“ก็อยากมาทีหลังเองนี่ครับ” อิจิโกะตวัดสายตามองมาในที่สุด สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าเบื่อจะพูดเรื่องนี้เต็มทีแล้ว “ที่ไม่อนุญาตไม่ใช่ไม่มีเหตุผลนะครับ ผมว่าผมอธิบายไปแล้วยะเกนเขาบาดเจ็บ ที่สำคัฐผม คุณโคเซตสึและซาโยะเขาเหนื่อยนะครับ”

ช่วงที่ผ่านมาพวกเขาต้องออกไปรบกับศัตรูแทบทุกวันไม่หยุดหย่อน หากยามเป็นอาวุธการพักผ่อนคงเป็นเรื่องไม่จำเป็น  ทว่าด้วยจิตวิญญาณในยามนี้ประทับอยู่ในร่างมนุษย์ซึ่งมีขีดจำกัด พวกเขาจึงไม่อาจสู้ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานได้

จะมีก็แต่ดาบเอาแต่ใจตรงหน้าเนี่ยแหละที่ดูยังไงก็ไม่เห็นวี่แววจะหมดแรงเหมือนคนอื่นบ้างซะที น่าสงสัยเหลือเกินเอาพลังงานล้นเหลือมาจากไหน

“แต่ฉันยังไม่เหนื่อยซะหน่อย”

“คนอื่นเขาเหนื่อยนี่ครับ คุณทสึรุมารู ยังไงต้องมีพักผ่อนกันบ้างจะให้ออกไปรบทุกวันไม่หยุดหย่อนเป็นไปไม่ได้หรอก” อิจิโกะพยายามใจเย็นอธิบาย คร้านจะนับว่าเขาพูดเรื่องนี้ไปกี่รอบแล้ว

“เอ้า! งั้นใครเหนื่อยก็พักไปสิ ฉันไปลุยของฉันคนเดียวก็ได้” กระเรียนหนุ่มเสนอ

“เรื่องนั้นยิ่งห้ามเด็ดขาดเลยครับ!!” ดาบผู้จริงจังเป็นที่สุดกล่าวเสียงเฉียบขาด “จะรีบออกไปทำไม ไม่ช้าก็เร็วคุณก็ไล่ตามทุกคนทันแน่นอน ใจร้อนไปให้ได้อะไรครับ”

“ทำไมอยากออกไปสู้ เธอไม่รู้จริงดิ โห น่าประหลาดใจชะมัด” ทสึรุมารูยิ้มขบขัน

“ก็ผมถามอยู่นี่ไงครับ” หนุ่มผมฟ้าตวัดสายตามอง ไม่พอใจด้วยถูกกวนอารมณ์

“พวกเราเป็นดาบ เป็นศาสตราวุธซึ่งเกิดมาเพื่อต่อสู้ ยิ่งเก่งเท่าไรก็ยิ่งมีประโยชน์ต่อนายท่านไงเล่า” กระเรียนหนุ่มผายมือออกกว้าง “ฉันกล้าพนันเลยว่าพวกเราทุกคนต่างก็อยากจะเก่งขึ้น ไม่อยากจะโดนทิ้งไว้ข้างหลังหรอก”

“อ้อ แต่ผมเห็นว่าไม่ทุกคนจะใจร้อน ทำอะไรวู่วามไม่คิดแบบคุณหรอกครับ” อิจิโกะย้อนเสียงเรียบ ก็แค่ข้ออ้างอยากออกไปข้างนอก ไม่มีตรงไหนน่าเชื่อถือเลยสักนิด

“เฮ้! อิจิโกะ ฮิโตฟุริเคยมีใครบอกมั้ยว่าเธอน่ะหัวแข็ง”

“ผมควรจะเป็นคนพูดประโยคนั้นมากกว่านะครับ”

เขามีน้องชายมากมาย แน่ละบางครั้งก็มีดื้อหรือซนกันบ้างตามประสาเด็ก แต่อิจิโกะ ฮิโตฟุริมั่นใจว่าไม่มีน้องชายคนไหนเลี้ยงยากและหัวรั้นเท่าทสึรุมารู คุนินากะแน่นอน ชายหนุ่มผมฟ้าพยายามนับหนึ่งถึงสิบข่มอารมณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงใจเย็น “เอาเป็นว่าพวกเราจะออกเดินทางเมื่อทุกคนพร้อมเท่านั้นครับ”

พอโดนปฏิเสธชัดเจน ทสึรุมารูก็ชักสีหน้า กระฟัดกระเฟียดใส่คนตรงหน้า “ต้องให้ฉันพูดกี่รอบว่าฉันไม่เหนื่อย ยังสู้ไหว ทำไมต้องห้ามกันด้วย”

“ไปคนเดียวให้ศัตรูรุมฆ่าทิ้งเหรอครับ เดี๋ยวก็ตายหรอก”

“เหอะ ทำมาเป็นขู่  ฝีมือระดับฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก...”

“หยุดพูดจาเหลวไหลซะที!!” อิจิโกะขึ้นเสียงอย่างหมดความอดกลั้น ไม่เปิดช่องให้ต่อล้อต่อเถียง ชายหนุ่มตัดบทลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่ยอมมองหน้า “ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ตราบใดที่ผมยังไม่อนุญาตให้ออกทัพ เราจะไม่เดินทางไปรบที่ไหนทั้งนั้น”

เจ้าของสมญาดาบเพียงหนึ่งเดียวออกคำสั่งเสียงหนักแน่น ดวงหน้าถมึงทึงบ่งบอกให้รู้ว่าตนเอาจริงแน่ หากคนตรงหน้าคิดจะฝ่าฝืนก็เตรียมใจรับบทลงโทษสถานหนักไว้ได้เลย

.

.

.

คิดหรือเขาจะกลัวคำขู่จิ๊บจ๊อยพรรค์นั้น

ตรงกันข้ามยิ่งยุให้เขาอยากเล่นสนุกกว่าเดิมสิไม่ว่า

“ดาบอะไรน่าเบื่อเป็นบ้า” ทสึรุมารูหาวหวอด นอนเหยียดยาวอยู่บนเสื่อทาตามิด้วยความเซ็งสุดขีด ทั้งที่อยากไปรบใจจะขาดแต่กลับออกไปไหนไม่ได้เพราะคำสั่งของดาบด้วยกันนี่นะ ไร้สาระสิ้นดี

อิจิโกะ ฮิโตฟุริ พี่ชายคนโตของเหล่ามีดโทชิโร่ เจ้าชายแห่งฮงมารุผู้แสนอ่อนโยน สุภาพ เพียบพร้อมไปทั้งกิริยามารยาท ไม่รู้เพราะนิสัยที่แตกต่างกันข้อนี้หรือเปล่าเขาจึงไม่ถูกชะตากับดาบผู้นี้เอาเสียเลย ไอ้นิสัยจริงจังมันก็ดีหรอก แต่มาเจ้ากี้เจ้าการทำเหมือนดาบทุกเล่มเป็นน้องชายตัวเองน่ารำคาญชะมัด ไม่รู้นายท่านคิดอะไรถึงมอบหมายให้เจ้านั่นเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ล้อเล่นหรือเปล่า คนอย่างฉัน ทสึรุมารู คุนินากะผู้ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วนมีพี่เลี้ยงเนี่ยนะ ประหลาดใจจนขำไม่ออกเป็นบ้า ที่ตลกร้ายกว่านั้นคือหมอนั่นดันเถรตรงปฏิบัติตามคำสั่งเสียด้วย เด็กดีได้น่าหมั่นไส้ชะมัด

ร่างกายเหนื่อยล้าต้องการพักผ่อน หึ... เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย เห็นๆ อยู่ศัตรูพวกนั้นฉันฟันตายหมดในดาบเดียว ถ้าคนอื่นสู้ไม่ไหวเดี๋ยวฉันช่วยเก็บกวาดเองก็ได้ กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง หรือกลัวฉันจะเก่งนำหน้ากันนะ

“เฮ่อ... เบื่อชะมัด” กระเรียนหนุ่มนอนกลิ้งไปมา เบื่ออออออ อยากออกไปลุยจะตายอยู่แล้ว ไหงต้องมาติดแหง็กเพราะคำสั่งหมอนั่นเพียงคนเดียวด้วย

.

.

.

เดี๋ยวก่อน แล้วทำไมเราต้องเชื่อฟังคำสั่งอิจิโกะล่ะ

ทสึรุมารูผุดลุกจากเสื่อ ดวงตาสีทองเป็นประกายวิบวับ หยัดกายพุ่งตัวออกไปจากห้องทันที เจ้าโง่ทสึรุมารูเอ๊ย ไหงเพิ่งจะคิดได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรบพร้อมกับหมอนี่นี่หว่าเราออกไปลุยของเราเองคนเดียวก็สิ้นเรื่อง

ไม่สิ... ลองชวนคนอื่นไปด้วยดีกว่า

แอบไปรบโดยไม่บอกใคร คิดแล้วน่าสนุกออกจะตาย

---------------------

“อ๊ะ! ไปลุยงั้นเหรอ เอาสิๆ ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง” ไอเซนตอบรับข้อเสนอเสียงร่าเริง

“ฮ่าๆ ดีนี่ ผมเอาด้วยคน” ฝ่ายอุราชิม่าเองก็เช่นกัน พอได้ยินว่าได้ออกข้างนอกก็ดี๊ด๊าขึ้นมาทันที

ทสึรุมารูยิ้มพอใจที่หาแนวร่วมอย่างรวดเร็ว โชคดีผ่านมาเจอสองคนนี้เข้าพอดี รวบรวมคนอีกสักหน่อยก็ออกไปลุยได้แล้ว คอยดูนะจะกลับมาเก่งให้หมอนั่นประหลาดใจจนหน้าเสียเลย หึๆ

“เฮ้! โกไคโตออกไปลุยด้วยกันมั้ย”

กระเรียนหนุ่มเกือบหน้าหงายเมื่อเห็นไอเซนวิ่งไปชวนเด็กน้อยซึ่งอุ้มเสืออยู่ ซวยแล้วไง นั่นน้องชายอิจิโกะนี่หว่าจะมีปัญหามั้ยนั่น

“เอ๋... แต่พี่อิจิจะไม่ว่าเหรอครับ เห็นเขาสั่งว่าอย่าออกไปไหนโดยไม่ขออนุญาต” เด็กหนุ่มผมขาวถามเสียงเบา

“ไม่เป็นไรมั้ง คุณทสึรุมารูเขามาชวนงี้คงบอกพี่ชายนายเรียบร้อยแล้วละ” มีดสุดโพสิทีฟไม่พูดเปล่ายังพยักเพยิดมายังเขา “ใช่มั้ยครับคุณทสึรุมารู”

“อืม ใช่แล้ว ฉันขออนุญาตพี่ชายนายเรียบร้อยแล้ว” ดาบใหญ่ยืดอกวางท่า แสร้งยิ้มกลบเกลื่อน เอาวะ งานนี้ต้องแถเอาตัวรอดไปก่อน

สีหน้าโกไคโตดีขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เด็กน้อยตอบกลับไร้เดียงสา “ถ้าพี่อิจิว่างั้นก็ไปครับ ผมเองก็อยากเก่งเหมือนพวกพี่ๆ เขาไวๆ”

ทสึรุมารูยิ้มแฉ่ง ขยี้ผมหยักศกเป็นลอนด้วยความเอ็นดู “พูดได้ดีมาก ใครๆ ก็อยากเก่งขึ้นกันทั้งนั้นเนอะ ถ้างั้นเดี๋ยวเราออกไปลุยกันเล้ย”

“เฮ้! โกไคโตนายจะไปไหนน่ะ”

พูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงขัดจังหวะอีกละ ทสึรุมารูใจหายวาบหากก็โล่งอกเมื่อพบว่าเป็นฮิราโนะกับโฮเนบามิซึ่งเผอิญผ่านมาพอดี

“จะออกไปรบครับ” โกไคโตตอบเสียงร่าเริง

ฮิราโนะขมวดคิ้ว “เอ๋ แต่ผมจำได้พี่อิจิสั่งพวกเราไว้...”

“ฉันขออนุญาตพี่ชายพวกนายไว้แล้ว” ไม่เปิดให้ใครต่อใครสงสัยรีบแทรกขึ้นมาทันที

“อ๋อ... พี่อิจิอนุญาตแล้วเหรอครับ ถ้างั้นคงไม่เป็นไร” สีหน้าฮิราโนะดูโล่งขึ้นมาทันที ด้วยความที่ยังเด็กจึงเชื่ออีกฝ่ายสนิทใจ

ตรงกันข้ามกับโฮเนบามิ เด็กหนุ่มหน้าสวยมองคนตรงหน้าด้วยสายตาคลางแคลง “แล้วทำไมพี่อิจิถึงไม่ไปด้วยละครับ”

“เอ่อ... หมอนั่นไม่ว่างน่ะ นายท่านเรียกใช้งานด่วน” ทสึรุมารูเกาหัวแกรก เขารีบตัดบท “เอาเป็นว่าหมอนั่นอนุญาตแล้วน่า แถมนี่จะไปโอเคฮาซามะด้วย เราไปปราบศัตรูที่นั่นบ่อยจะตายไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก”

“แต่ผมว่า...” ดาบหน้าสวยผู้เงียบขรึมขยับปากจะทักท้วงทว่าอีกฝ่ายกลับแทรกขึ้นมาทันที

“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ พวกฉันไปลุยกันแค่นี้ก็ได้ เนอะพวกเรา” ไม่พูดเปล่ายังหันไปพยักเพยิดกับแนวร่วม

“โกไคโตนายอยากไปจริงๆ เหรอ” ฮิราโนะถาม เด็กหนุ่มเคยไปร่วมต่อสู้ที่โอเคฮาซามะมาแล้วจึงทราบดีว่าไม่ใช่สนามรบที่ง่ายสำหรับมีดเช่นพวกเขาเลย

เด็กน้อยผมขาวก้มหน้างุด พูดเสียงเบา “ผ... ผมอยากเก่งเหมือนพวกพี่ไวๆ ครับ”

ฮิราโนะและโฮเนบามิต่างมองหน้า โกไคโตเป็นเด็กขี้อาย ไม่บ่อยนักที่จะแสดงเจตนาของตนเองออกมาเป็นคำพูดเช่นนั้นแล้วพวกเขาจะปฏิเสธคำขอนี้ได้ลงคอหรือ ลมหายใจพรูยาว “ถ้างั้นพวกพี่จะไปด้วยแล้วกัน”

“ข... ขอบคุณครับ” สีหน้าโกไคโตสดใสขึ้นมาทันที

“เฮ้! ตรงนั้นน่ะ ถ้าไม่รีบตามมา โดนทิ้งไม่รู้ด้วยนะ” ทสึรุมารูโบกไม้โบกมือ ผิวปากอย่างครึ้มใจ พอคิดว่าจะได้ฉายเดี่ยวโดยไม่ต้องมีดาบผมฟ้าจอมเทศนามาตามประกบก็ตื่นเต้นจนอดรนทนไม่ไหว

คอยดูเถอะอิจิ