Preface: ช่วงนี้พลอตไหลมามากแต่ถนัดทำเป็นเรื่องสั้นซะเยอะ บางทีก็คิดหรือควรจะเก็บทุกมุกมาเพื่อทำให้เป็นเรื่องยาว แต่ค้นพบว่าถ้าไม่เขียนเลยก็จะดองไปจนหมด TvT เพราะงั้นคงจะเขียนแบบเน้นได้เอาพลอตมาเล่นนะคะ ฮือออ

ตอบเม้น 

คุณ Rei39362 : อันที่จริงเขียนฟิคมาเพราะอยากหาคนเม้าทสึรุอิจิค่ะ (ฮา) เพราะงั้นเลยชอบชวนคุยยาวๆ ค่ะ >< 

เราว่าสีของทสึรุในสายตาพี่อิจิก็คงสีขาวแหละ 555 ตามภาพลักษณ์ของทสึรุเลย แต่ก็คิดว่าเหมือนแสงสว่าง เป็นความสดใสด้วยมั้ง เวลาตามอ่านโดหรือดูแฟนอาร์ตชอบแนวพี่อิจิมีปมมากๆ แล้วทสึรุเป็นคนฉุดพี่เขาขึ้นมารู้สึกมันดูฮีลลิ่งดี ; w ; จนตอนนี้มาอัพเรื่องใหม่ก็ยังไม่ได้นิฮงโกวต่อไปค่ะ 5555 แต่นี่ก็เล่นแบบปลงๆ OTL เอาตามที่ลุงสบายใจเลยค่ะ

Title: ใช่แล้วละ นี่คือความรัก 3

ตอนก่อนหน้าเปิดดูในหน้าสารบัญ Touken Ranbu Fanfic ได้ค่ะ

Pairing: Tsurumaru x Ichigo 

Remark:

0. เหมือนที่แจงทุกครั้ง ชื่อว่าตอน 3 แต่ไม่เชื่อมโยงอะไรกับตอนก่อนหน้า เนื่องจากคนเขียนตันชื่อเรื่องมากค่ะ เลยทำเป็นรวมโมเม้นแล้วจัดหมวดให้เป็นชุดแทน TvT ถ้าเรื่องไหนคิดชื่อเรื่องได้จะพยายามแยกออกไปละกันนะคะ

1. สำหรับชุด ใช่แล้วละ นี่คือความรัก จะต่างกับ ยังไม่ใช่ความรักฯ ตรง ทั้งคู่คบกันแล้ว และ/หรือ ทสึรุรู้ใจตัวเองแล้วค่ะว่าชอบพี่อิจิเขา สักวันก็อยากเขียนให้ สองซีรีส์นี้มาจุดบรรจบกันนั่นคือโมเม้นตอนทสึรุรู้แล้วว่ารักพี่เขาเต็มๆ ฮาา

.

.

.

อิจิโกะน่ะชอบเผลอทำตัวเป็นพี่ชายกับฉันเป็นประจำ

“คุณทสึรุมารูอย่าวิ่งบนระเบียงครับ”

“อย่าเหลือพริกหยวกสิครับ คุณมิตสึทาดะอุตส่าห์ตั้งใจปลูกต้องกินให้หมดด้วย”

“นั่นไง สะดุดล้มซะแล้ว เป็นอะไรมั้ย โอ๋ๆ ไม่เจ็บนะครับ”

“เฮ้! ฉันไม่ใช่น้องชายเธอนะ”

ทุกครั้งฉันจะว่าดาบใหญ่บ้านโทชิโร่กลับไป ครั้นพอพูดจบอิจิโกะจะส่งยิ้มแหย จับผมสีฟ้าของตัวเองแก้เก้อ

“จริงด้วย ผมเผลอตัวอีกแล้ว ขอโทษครับ”

อันที่จริงก็ไม่พอใจค่อนไปทางหัวเสียเลยแหละ แต่พอมองใบหน้าเขินๆ นั้นสุดท้ายก็ใจอ่อนจนโมโหไม่ลง

อิจิโกะ ฮิโตฟุริขี้โกงแบบนี้เสมอ ใครกันชอบว่าฉันเอาแต่ใจ ฉวยโอกาส ดูซะก่อนหมอนี่เจ้าเล่ห์กว่าฉันอีกเอารอยยิ้มใสซื่อมาล่อให้ฉันหวั่นไหวอยู่เรื่อย

แถมอิจิโกะพัฒนาขึ้นมั้ย ไม่เลย ไม่สักนิด ปฏิบัติกับน้องๆ ยังไง ก็ยังเผลอกับฉันต่อไปแบบนั้น

“เอ้า! ผมเตือนแล้วไงฝนตกห้ามออกไปข้างนอก ดูสิ เปียกทั้งตัวเป็นลูกนกตกน้ำเลย มานี่มา ผมจะเช็ดตัวให้”

 “บอกตั้งกี่ครั้งแล้วห้ามวิ่งบนระเบียง ดูสิแก้วใบโปรดนายท่านแตกเลย บ่ายนี้ผมจะบอกมิตสึทาดะงดของว่างนะครับ”

“อย่าดื่มเยอะสิครับ นี่มันดึกแล้ว เดี๋ยวตื่นมาเข้าห้องน้ำ ผมไม่เดินมาเป็นเพื่อนนะ”

“เฮ้ๆๆ นี่จะพัฒนาจากเป็นพี่ชายมาเป็นแม่ฉันแล้วเรอะ”

“อ๊ะ! ขอโทษครับคุณทสึรุมารู”

ดูสิ ยิ้มให้ใจสั่นอีกแล้ว แถมยังคอตก หลุบตาลงต่ำแบบนั้นอีก ใครจะโกรธได้ลงคอ

“ช่างเถอะ”

ลงท้ายก็ได้แต่ตัดบทแล้วก็วนกลับมาเหมือนเดิม แย่ชะมัด อิจิโกะต้องรู้ว่านี่คือจุดอ่อนของฉันแน่เลยถึงชอบใช้มุกนี้เป็นประจำ เชื่อเลยว่าจากนี้เขาก็คงเผลอตัวและฉันก็ต้องใจอ่อนแบบนี้ตลอดไปและตลอดไป

แต่ถ้าถามว่าเกลียดมั้ยที่จะโดนมองเป็นน้องชายแบบนี้

.

.

.

“โอ๊ย!”

“คุณทสึรุมารูเป็นอะไรครับ” อิจิโกะละสายตาจากอาคิตะมามองดาบซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่ข้างๆ

“เผลอกัดปากตัวเองอะ” กระเรียนหนุ่มกุมแก้ม คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นดูท่าจะเจ็บมาก

“เฮ่อ เมื่อกี้ผมบอกแล้วไงว่าอย่ารีบกิน เห็นมั้ยล่ะครับ” ดาบหนุ่มผมฟ้าดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังเท่าไรนัก

หากทสึรุมารูก็ยังคงงอแง “อือ เจ็บอ่ะ สงสัยเลือดออกด้วย”

“ว่าไงนะครับ เลือดออกเลยเหรอ ไหนครับ อ้าปากหน่อย” จิตวิญญาณความเป็นพี่เรียกร้อง อิจิโกะประคองใบหน้าอีกฝ่ายรีบดูอาการด้วยความเป็นห่วง “แผลอยู่ไหนครับ เดี๋ยวผมซับเลือดให้แล้วจะได้ทายา”

“องอี้...” เสียงอู้อี้ตอบกลับมา ชี้กระพุ้งแก้มตัวเอง

“ไหนครับ” ดวงหน้าหวานเพ่งมองอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เอ้ามาใอ้ๆ อ่อย” ไม่พูดเปล่ามือยังโอบเอวบางให้แนบชิด

“ครับๆ... อ๊ะ...”

อาศัยจังหวะคนตรงหน้าเผลอ ทสึรุมารูยืดตัว จูบริมฝีปากตรงหน้าไม่รีรอ

“ค... คุณทสึรุ...” ปลายเสียงขาดหายเมื่อลมหายใจถูกคนตรงหน้าครอบครอง  อิจิโกะได้แต่ตะลึงกับการจู่โจมไม่บอกกล่าว จะขยับตัวหนีก็เพิ่งรู้ตัวอีกฝ่ายรั้งเอวกอดเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหนราวกับทุกอย่างวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว

ติดกับเข้าจนได้

ดาบใหญ่ผู้แสนซื่อนึกเจ็บใจ หากก็ไม่อาจต้านทานความต้องการที่เรียกร้องจากเขาในตอนนี้ ร่างทั้งร่างกระตุกวูบเมื่อปลายลิ้นอุ่นสอดเข้ามา

เดี๋ยวนะครับคุณทสึรุมารู นี่เราอยู่ห้องโถงใหญ่ คนอื่นกำลังมอง... น้องๆ ผมก็อยู่กันครบนะ

อิจิโกะพยายามขัดขืนทว่าแขนแข็งแรงกลับยึดตัวเขา บังคับให้รับรสสัมผัสนั้นห้ามหนีไปไหน

ทั้งที่ไม่ควร อยากจะร้องปฏิเสธห้าม แต่เมื่อลิ้มรสความหอมหวานซึ่งอีกฝ่ายปรนเปรอร่างกายกลับอ่อนยวบ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปลาบ สมองขาวโพลนจนหลงลืมไปแวบนึงว่าตนอยู่ที่ไหน ท่ามกลางสายตาใคร

“หวาน...”

ได้ยินเสียงคุณทสึรุมารูดังแว่ว วินาทีนั้นถึงเพิ่งได้สติ มองเห็นดาบนิสัยเสียเลียริมฝีปากซ้ำยังยิ้มเผล่ “ได้ยาดีมาทาเรียบร้อย หายแล้วล่ะ”

ผิวแก้มร้อนผ่าวลามไปทั้งหน้า ทั้งโกรธ ทั้งอายจนพูดอะไรไม่ออก “น... นี่หลอกกันเหรอครับ”

“ฮะๆๆ ตกใจมั้ยยย” ดาบผู้รักความประหลาดใจหัวเราะร่า ดวงตาสีทองเป็นประกายสดใส ความหงุดหงิดที่โดนอีกฝ่ายปฏิบัติเหมือนเป็นน้องหายเป็นปลิดทิ้ง

บางครั้งถูกมองเป็นน้องชายมันก็กำไรแบบนี้แหละ

 

End for Now

Postscript: 

พอดีคิดมุกจากทสึรุแกล้งเจ็บปากเพื่อขโมยจูบพี่อิจิ 55555+ มโนว่าพี่อิจิชอบทำเหมือนทสึรุเป็นน้องชายแล้วก็น่ารักดี ทสึรุที่หงุดหงิดกับเรื่องแบบนี้สุดท้ายไงต้องหาทางเอาประโยชน์จากเรื่องนี้ให้ได้อะไรแบบนั้น

กับได้เขียนฉากจูบไปรู้สึกใส่อารมณ์มากไปหน่อย -v-; ช่วงนี้เข้าโหมดอยากเห็นโมเม้นสองคนนี้เอโร่ยน่ะค่ะ ><)// เขียนไปก็คิดนะ ทสึรุนี่อยู่ต่อหน้าพวกน้องๆ นะ เลยออกมาเป็นโอมาเกะตามข้างล่างค่ะ

 สุดท้ายคิดเห็นอย่างไร เม้นมาคุยกันได้ หรือจะ ask http://ask.fm/chibitare ได้เลยนะคะ ^^

Omake

หัวเราะไม่ทันขาดคำ ทสึรุมารูต้องโยกศีรษะหลบมีดซึ่งปามาตรงหน้า

ปึก!

“ล้อเล่นต่อหน้าพวกผมแบบนี้เตรียมใจไว้แล้วสินะครับ” ยะเก็นเอ่ยเสียงเย็น มองไปด้านหลังเห็นเหล่ามีดเล่มอื่นแผ่บรรยากาศทะมึนพร้อม

“หวา... ปักทะลุกำแพงเลย นี่กะเอากันถึงตายจริงง่ะ” ทสึรุมารูยังหัวเราะไม่รู้ร้อนรู้หนาว โยกหัวหลบอีกรอบเมื่อมีดอีกเล่มพุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามา

“พวกผมก็แค่ล้อเล่นเหมือนกันครับ แต่เห็นคุณทสึรุมารูชอบความประหลาดใจเลยจะจัดแบบพิเศษให้” มีดผู้นำน้องทุกคนให้สัญญาณเตรียมบุก

“สงสัยท่าจะไม่ดีซะแล้ว อิจิโกะห้ามน้องๆ นายด้วยสิ” เริ่มขอตัวช่วย

“จัดการได้เลยครับ” แทนที่จะห้าม ผู้เป็นพี่ดันสนับสนุนแถมมีการเอานิ้วปาดคอเป็นคำสั่งยืนยันอีกต่างหาก

“อิจิโกะ ตาเธอไร้แววแล้วนะ” กระเรียนตัวแสบยังคงหัวเราะร่าไม่หวั่นสถานการณ์ หากสองขาก็ขยับเตรียมโกยเต็มที่

“เด็กไม่ดีก็ต้องโดนลงโทษสิครับ”

“แหมๆ บอกกี่ทีแล้วฉันไม่ใช่น้องชายเธอนะ”

.

.

.

“แต่ไหนๆ จะโดนงั้นเอาให้คุ้มเลยดีกว่า”

พิสูจน์พูดจริงทำจริง แทนคำตอบนั้น ดาบผู้แสนกระล่อนยื่นหน้าเข้าไปขโมยหอมแก้มอีกฝ่ายทันที

คราวนี้ไม่เพียงแต่มีดร่อนแล้ว ได้เสียงธนูและหินแหวกอากาศตามมาเลย

ทสึรุมารูรีบกลิ้งตัวหลบออกจากระเบียง หล่นโครมไปนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นดินพลางหัวเราะ “โห ถึงขั้นขนลูกแก้วทหารมาเลยเหรอเนี่ย ตกใจเลย ฮ่าๆ”

ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลามาหัวเราะ ต้องเผ่นต่างหาก ทสึรุมารูบอกตัวเองก่อนจะรีบหลบการโจมตีจากเหล่าน้องๆ ผู้หวงห่วงพี่ชาย คืนนี้ดูท่าจะอีกยาวไกลพร้อมกับเสียงทอดถอนใจจากดาบเล่มอื่นที่ต้องมาเก็บกวาดซากสงครามในครั้งนี้

End

Comment

Comment:

Tweet