[APH Fanfiction] So Cute!!
posted on 27 Nov 2009 23:16 by chibiตอบเม้นๆ Tag ของหวานทำเจอคนคุ้นเคยเยอะ (และน่าสำนึกว่ามันอัพแต่ฟิคเลยไม่ค่อยเจอน่ะแหละ)
คุณเส่ง: คนทำแถกก็หิวเหมือนกันค่ะ นี่อยากกินตั้งหลายอย่างโดยเฉพาะขนมไทย (ขนมฝรั่งมันหาร้านได้ง่ายกว่า)
คุณปาล์ม: หุๆ ไว้จะรออ่านนะคะ ของเรากินอย่างเดียว ทำไม่เป็นค่าา (มีแต่ชอบชิมที่เพื่อนทำกร้ากก อ้วนอย่างเดียว) พูดถึงแคดเบอรี่เคยไปเที่ยวโรงงานที่นั่นด้วยค่ะ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองเรา 55 แต่เราชอบ Guylian ของเบลเยี่ยมสุดค่ะ อิๆ แต่ช่วงนี้ชอบ Villas มากสุดของบาธน่ะแหละ ^^ แบบว่าติดใจตั้งแต่ตอนไปเที่ยวสวิสกินไปเยอะมาก ชอคโกแลตสดก็ชอบ โอยย คิดถึงอยากกลับไปสวิส (เพื่อจะกินแต่ชอคโกแลต แงงง)
พี่กบ: แถกนี้อันตรายกับสาวๆ จริงๆ เนอะค่ะ =q=
คุณป้าแดง: อืมกินมากจะร้อนในอ่ะ แต่กลัวอ้วนมากกว่านะ ฮ่ะๆ
น้องเนม: วันจันทร์ที่ผ่านมาพาเพื่อนไต้หวันเที่ยวได้กินลอดช่องนะ แต่มันไม่ใช่สิงคโปรเลยขัดใจชะมัด แต่เรื่องกินเค้ก 2 ก้อนขออธิบายเพิ่มๆ ส่วนตัวพี่ว่า เค้กชิ้นนึงชิมไปครึ่งทางก็มักจะเลี่ยนแล้วอ่ะ การสั่งมาแชร์เยอะๆ จะช่วยให้ได้กินหลากรสไม่เบื่อระหว่างกินเค้กไปด้วยอ่ะแหละ อิๆ (นี่เป็นสไตล์แบบพี่อ่ะน้าา)
คุณ + XE. Fair + : แอบเดาว่าแฟนตั้งแต่ช่วงHF ใช่ม้าา >< ดีใจที่ยังติดตามบลอคค่ะ เรื่องอยากลองอ่านเฮตาเลีย เราเชียร์ให้ลองอ่านดูนะคะ เห็นบ้านเราก็พิมพ์มาแล้ว แบบ LC จะมาแล้วด้วย หรือจะลองหาตอนแปลในเนทดูได้จ่ะ ส่วนตัวเราคิดว่าการสนใจเพราะเห็นฟิค และแฟนอาร์ทไม่แปลกหรอกน่อ ถ้าอ่านงานของเราแล้วทำให้อยากอ่านตัวต้นฉบับจริงๆ เราก็ดีใจมากๆ ที่ทำให้มีคนเรื่องนี้เพิ่มขึ้นนะคะ ^^
น้องทราย: พี่ว่างั้นพวก อาลัว หรืออีกหลายอย่างนี่คงไม่ใช่ขนมไทยอ่ะ มาจากโปรตุเกสเพียบออก55 ขนมไทยที่ชอบมีน้อยสำหรับพี่จะเปนพวก ถั่วๆ แป้งๆ ผลไม้กวนก็ไม่ถูกปากอ่ะ แต่เรื่องหวานเกินพี่ไม่ยั่น กร้ากก จะรออ่านของน้องทรายเน้ออ
ตอบเสร็จละ กลับเข้าเรื่องต่อ ^^
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Y Alert! เนื้อหาที่จะกล่าวถึงต่อจากนี้เป็น Boy's Love อันเป็นจินตนาการส่วนตัวของเจ้าของบลอคเองไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาจริง ของเฮตาเลียแต่ประการใด และเฮตาเลียไม่ใช่การ์ตูน Y ค่ะ
ระยะนี้ใช้วิธีนึกพลอตได้จดลงสมุดแล้วเขียนเอาๆ รู้สึกเรื่องลัดคิวก็มีมาเรื่อยๆ อีก ให้ตายสิ = =; เรื่องนี้ก็เขียนจากที่นึกถึงคำว่า "น่ารัก" จริงๆ คิดประโยคให้เมริกาพูดตั้งเยอะแยะ แต่คงเก็บไปใช้กับฟิคเรื่องอื่นแทน เพราะงั้นเรื่องต่อๆ ไปอาจจะเห็นเมริกาในฟิคเราพูดหรือคิดเรื่องทำนองนี้บ่อยๆ ล่ะนะ ฮ่าๆ
PS/ แก้ไขส่วนหน้า Page แฟนฟิคเสร็จละ แอบตกใจเขียนฟิคเฮตาเลียไป 20 กว่าเรื่องแล้วเรอะ ช้อค O_o
Title: So Cute!!
Pairing: USxUK
Rate: R (มีเท่าที่จำเป็นต้องมี ไม่ต้องมาแจ้งจับกันนะเธอ TvT)
Notice: น่าจะเป็น Drabble มั้งเพราะมันสั้นมากก >___<
“…กิด…อังกิด” ร่างน้อยกลมป้อมร้องเรียกหาเขาเหมือนเช่นทุกวันอันแสนสงบสุข
“มีอะไรหรืออเมริกา” คนซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจ้องสตูว์เนื้อในหม้อหันมามองเมื่ออีกฝ่ายกระตุกชายเสื้อ นัยน์ตาสีเขียวปะทะเข้ากับดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วแหงนซึ่งมองมาพร้อมชูแขนขึ้นสุดตัว
“อุ้ม…อุ้มนะ”
โดนอ้อนเข้าแบบนี้จะเป็นโจรสลัดพิชิตมากี่ย่านน้ำก็เป็นอันต้องใจอ่อน อังกฤษขานรับกลับด้วยใบหน้าเกลื่อนยิ้ม “อยากให้อุ้มเหรอ ได้สิอเมริกา”
ร่างของอเมริกาลอยขึ้นสูงจากพื้นทันทีที่อังกฤษตอบรับ นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายสดใสเมื่อพี่ชายยอมตามใจ เด็กชายเอ่ยเสียงใส “ขอบคุณคับอังกิด”
“สบายมาก เรื่องแค่นี้เอง” คนเป็นพี่ชายดึงอีกฝ่ายมากอดไว้แนบอก แทบจะละลายเมื่อเทวดาตัวน้อยส่งยิ้มให้
“ผมชอบให้อังกิดอุ้มที่สุดเลย”
“อ…อเมริกา…” ความรู้สึกปลาบปลื้มล้นปรี่ในอก นัยน์ตาสีเขียวเอ่อคลอด้วยน้ำตาแห่งความปีติ โจรสลัดหนุ่มซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพรรครักเด็กอยู่รอมร่อแนบใบหน้ากับแก้มยุ้ย “น่ารัก…ทำไมถึงเป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้นะอเมริกา”
“น่ายัก?”
“น่ารักต่างหาก” อังกฤษออกเสียงให้ฟังอีกรอบ “ฉันกำลังชมว่าอเมริกาน่ารักยังไงล่ะ”
“ทำไมผมถึงน่ารักอ่ะ” ร่างน้อยถามเสียงซื่อ เป็นคำถามง่ายๆ แต่เล่นเอาพี่ชายมือใหม่ตอบไม่ถูก
“อืม…ทำไมน่ะเหรอ” คิ้วหนาย่นไปเล็กน้อยก่อนจะอธิบายแบบขอไปที “อืม…น่ารักก็คือน่ารัก เป็นคำชมไงล่ะ”
“เหรอครับ” เด็กขายยังเอียงคอสงสัยไม่เลิก
“ใช่ก็คือเวลาที่เรารู้สึกเห็นอะไรก็ตามที่เราชอบแล้วรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา เราก็จะบอกว่าน่ารักยังไงล่ะ” อังกฤษแถเอ๊ยอธิบายเสียงแข็งขัน แน่ล่ะอเมริกานึกอยากจะถามต่อตามประสาเด็กกำลังโตหากกลิ่นไหม้อันแสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก
“อังกิด เหม็น…กลิ่นไหม้อ่ะ”
“หา? เฮ้ย ตายล่ะ สตูว์มื้อเย็นวันนี้ของฉัน!!!” อังกฤษรีบวางอเมริกาลงอย่างลนลานก่อนจะรีบหันไปดูหม้อซึ่งบัดนี้ก้นดำปี๋จนไม่ต้องจินตนาการถึงเนื้อซึ่งอยู่ในนั้นแล้วล่ะว่าจะพังพินาศขนาดไหน
นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองคนสูงวัยกว่าซึ่งกำลังไว้อาลัยกับสตูว์ในหม้อเขม็ง ก่อนจะส่งยิ้มใสซื่อซึ่งเจ้าตัวไม่ทันได้มอง
“อังกฤษเนี่ย…น่ารักจริงๆ น้า”
.
.
.
“ยิ้มบ้าอะไรของเธอน่ะ ทำหน้าเหมือนลุงโรคจิตอยู่ได้” น้ำเสียงเซ็งปนระอาดึงให้อดีตพี่ชายจำต้องเลิกเพ้อเจ้อตื่นมาลืมตาดูโลกความเป็นจริง
ความเป็นจริงที่ชื่ออเมริกายังคงตำหนิต่อว่าเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ไอ้ฉันก็พยายามทำใจปลงแล้วนะว่าเธอเป็นโรคประสาทหลอนบางครั้งชอบพูดอะไรคนเดียว แต่ว่าถึงขนาดเหม่อทำหน้าเพ้อเจ้อระหว่างต้อนรับแขกนี่อาการหนักเข้าขั้นแล้วนะเธอน่ะ…”
“ขอบพระคุณอย่างสูงที่ห่วงใยสุขภาพจนฉันอยากจะร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มเชียวล่ะ” อังกฤษกัดฟันกรอดพยายามข่มอารมณ์โกรธอย่างสุดกลั้น “แต่ขอโทษทีฉันไม่ได้ป่วยว่ะ และที่สำคัญนายเป็นแขกบ้านฉันตอนไหนมิทราบ! แกมาของแกเองโว้ย!!”
อเมริกาเลิกคิ้ว ดวงตาสีฟ้าใต้กรอบแว่นมองอีกฝ่ายด้วยแววใสซื่อ “แล้วใครบอกว่าฉันเป็นห่วงเธอน่ะ ฮะๆ เธอคาดหวังอะไรอยู่เหรอ”
“ค…ใครบอกฉันคาดหวังกับคนอย่างนาย!!” อังกฤษลุกพรวดจากเก้าอี้นวมทันควัน
“แล้วก็นะปกติแล้วแขกมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับไม่ใช่เหรอ” ทั้งที่โกรธเป็นฟืนเป็นไปแบบนี้อเมริกายังคงพูดด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเสียจนเขาล่ะอยากถีบมันตกชานแทนล่ะไม่ว่า
“ไม่เอาน่าอังกฤษ ทำหน้าแบบนี้ไม่น่ารักน้า” อเมริกาลุกขึ้นก่อนจะเอานิ้วมาจิ้มแก้มซึ่งกำลังบุ่ยได้ที่ “เธอน่าจะสำนึกบุญคุณฉันนะ วันนี้จะอบสโคนไม่ใช่เหรอ อุตส่าห์มาช่วยจำกัดมลภาวะให้ถึงที่ ฉันเป็นฮีโร่ที่มีความรับผิดชอบใช่มั้ยล่ะ”
“สโคนฉันเป็นมลภาวะตรงไหน!! ด…เดี๋ยวสโคนงั้นเหรอ” คนตั้งท่าจะเถียงชะงักด้วยนึกอะไรขึ้นมาได้ “แย่ล่ะ! ทิ้งไว้ในเตาอบตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนี่นา โธ่เว้ย! เป็นเพราะนายมากวนประสาทแท้ๆ”
“ถึงฉันไม่มามันก็ออกมาห่วยแตกอยู่ดีล่ะน่า” ไม่รู้สึกสำนึกผิดแม้แต่น้อยแถมมีการกอดอกวางท่ารู้ดีอีกต่างหาก ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงรี่เข้าไปบีบคอไอ้เด็กบ้าให้สาแก่ใจ แต่เมื่อมีสโคนน่าสงสารรอความช่วยเหลืออยู่เป็นตัวแปรอังกฤษจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากวิ่งกลับเข้าไปในครัว
.
.
.
กระนั้นก็ยังไม่วายบ่นกระทบทิ้งท้ายอยู่ดี
“ให้ตายสิ นายนี่มันพูดจาไม่น่ารักเอาซะเลย”
คนโดนกระทบขมวดคิ้วมุ่นทันควัน ก็รู้นะเป็นคำพูดโดยไม่ตั้งใจ แต่ที่พูดแบบนั้นน่ะ…ยังคิดว่าฉันตอนเด็กน่ารักกว่าอีกงั้นเหรอ…ยังฝังใจอยู่กับอดีตไม่เลิกราเลยนะอังกฤษ
หรือคนที่ยึดติดอาจเป็นตัวฉันมากกว่า…ที่ยังขุ่นเคืองกับคำพูดไร้แก่นสารเช่นนี้
ไม่สบอารมณ์จนอยากแกล้งขึ้นมาซะแล้ว
ต้องขอโทษด้วยที่เป็นคนไม่มีเหตุผล…โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของเธอ…อังกฤษของฉัน
ไม่ต้องบอกก็คาดเดาชะตากรรมของก้อนถ่านเอ๊ยสโคนผู้น่าสงสารได้อยู่ดี อังกฤษจ้องมองซากอารายธรรมซึ่งมอดไหม้อยู่ในเตาอบด้วยใบหน้าอยากจะร้องไห้
“ถ้าเป็นตอนปกติ…ฉันไม่ทำแย่ขนาดนี้แท้ๆ” ชายหนุ่มครางอย่างสิ้นหวัง
“แต่ตอนปกติก็ใช่ว่าจะอร่อยนะ” เสียงกวนประสาทที่ลอยเข้าหูทำเอาคนฟังอยากจะร้องตะโกนอาละวาด
“ก็เป็นเพราะใครกันล่ะ!! เจ้าบ้าอ…เม…” กำลังจะหันไปต่อว่าให้สาแก่ใจน้ำเสียงก็พลันขาดช่วงเมื่อร่างสูงใหญ่เข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง เรียวปากอุ่นจัดงับติ่งหูนิ่มเบาๆ หยอกล้อแต่เล่นเอาหัวใจอังกฤษกระตุกวูบ
“อย่าทำหน้าเสียใจแบบนี้สิ ฉันว่าไม่น่ารักหรอก” เสียงทุ้มต่ำดังข้างหูชวนให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ อังกฤษส่ายหน้าพยายามสลัดความคิดบ้าๆ นั้นหันไปด่าอีกครั้ง
“แกต่างหากที่ไม่น่ารัก ที่สำคัญฉันจะทำหน้าแบบไหนมันเรื่องของ…อ๊ะ…” ความพยายามจะต่อว่าล้มเหลวอีกเป็นรอบที่สองเมื่อมือซุกซนสอดเข้าไปใต้ผ้ากันเปื้อนก่อนจะเลิกเสื้อเข้าไปลูบไล้ผิวกายข้างใน ร่างทั้งร่างกระตุกเฮือกเมื่อมือนั้นเคลื่อนสูงขึ้นมาสัมผัสยอดอก
ถึงตรงนี้ไม่บอกก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร คนสูงวัยกว่าพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากวงแขนแข็งแรงสุดกำลังหากเรี่ยวแรงมหาศาลก็จับตัวเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหน
อังกฤษคำรามลั่น “อ…อย่ามาเล่นบ้าๆ ในที่แบบนี้นะเฟ้ย ฉันไม่ชอบ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!!”
ทว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ปลายนิ้วกลับวนเน้นย้ำอยู่บริเวณที่เดิมไม่เลิกรา ซ้ำมืออีกข้างกลับเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมช่วงล่าง อังกฤษหอบหายใจถี่แรงเมื่อถูกปลุกเร้าอารมณ์อย่างไม่เต็มใจ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าประเทศมหาอำนาจเมื่อรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่ายใต้เนื้อผ้า “ฉันว่า…ดูเหมือนเธอจะชอบอะไรบ้าๆ ที่ว่านะ”
แก้มใสแดงระเรื่อเมื่อถูกจับได้ ร่างสูงโปร่งฝืนปฏิเสธ “อึ่ก…ฉะ…ฉันไม่ได้ อ…อื้อ”
มือซึ่งพยายามผลักไสเปลี่ยนมายกขึ้นปิดปากเมื่อคนขี้แกล้งบีบเน้นยอดอกหยอกล้อจนขาทั้งสองแทบไร้เรี่ยวแรง
“ยอมรับตรงๆ เถอะว่าเธอชอบให้ฉันทำแบบนี้ใช่มั้ย” อเมริกายั่วเย้าขณะจับอีกฝ่ายเอนซบกับอกพลางปลดกางเกงอีกฝ่ายลงไปกองกับพื้น
นัยน์ตาสีเขียวฉ่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตามองอีกฝ่ายอย่างตัดพ้อ เรียวปากซึ่งเม้มแน่นแค่นเสียงออกมาด้วยความเจ็บใจ “นายมัน…นิสัย…แย่ที่สุด”
อเมริกาจ้องมองใบหน้าของอังกฤษด้วยรอยยิ้มก่อนจะโน้มไปจูบลิ้มรสน้ำตาหยอกล้อ
“อังกฤษเนี่ย…น่ารักจริงๆ น้า ♥”
END
Postscript: ชะเฮ้ย เขียนจบยาวที่คิดซะงั้นอ่ะ (มัน drabble ตรงหนายยย =[]=;;) แถมยังขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อนพอแตกใบอ่อนเป็นมะนิลาแฮะ ^^” รู้สึกตอนท้ายไหงกลายเป็นติดเรทฟะ ความจริงก็แค่อยากเขียนอเมริกาที่บอกอังกฤษเนี่ยน่ารักจังน้า กลับด้วยมุมมองที่เหมือนจะต่างจากตอนเด็กไปเล็กน้อยอ่ะนะ 55 (ยังคงคอนเซปเมริกาที่ชอบอังกฤษมากๆ เช่นเคย ^^) หลังๆ รู้สึกบางช่วงบางประโยค อัลฟ์เรานี่ชักจะดาร์คขึ้นเรื่อยๆ กลัวจะ OOC เข้าสักวันจัง ฮ่วยยย
อันนี้บ่นไร้สาระ (จริงๆ นะ) ระยะหลังรู้สึกตัวเองมือตกในการเขียนฟิคเฮตาเลียเหมือนกัน บางทีรู้สึกเหมือนฟิคเราไม่ค่อยมีอะไร เล่นแต่ประเด็นเล็กๆ น้อยๆ เดิมๆ หรือเปล่านะ สั้นจนรู้สึกไม่แปลกใจถ้าอ่านจบแล้วคนไม่รู้จะเม้นอะไร =w=;; แต่คือพอเป็นฟิคเราชอบเขียนแบบนี้อ่ะ พยายามเขียนเรื่องจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ เข้าไป…แต่ระยะนี้หลายเรื่องเหมือนจะมันไม่ค่อยแน่นอ่ะมั้งนะ เหมือนเล่นแต่เรื่องเดิมๆ แถมรุสึกบางช่วงจะรีบไปเพื่อให้ถึงจุดที่อยากเขียนแต่คนอ่านเขาเกทกันมั้ยเนี่ย OTL สรุปรู้สึกเมื่อก่อนตัวเองเขียนได้ดีกว่า…แต่ไม่รู้จะแก้ไขตัวเองยังไงเนี่ยสิ เลยขอบ่นๆ พล่ามๆ หน่อยแล้วกัน
แต่ยังเหลือพลอตอยากเขียนเป็นพะเรอเกวียนอยู่ดี ฮ่ะๆ คงจะสั้นๆ แบบนี้ต่อไป แต่บางทีก็รู้สึกสั้นเกินก็เหมือนเราเผาเปล่าวะ แงงง ;3;